- หน้าแรก
- มัจจุราชใบสั่งเลือด
- บทที่ 60 - เจ้าพ่อแห่งถนนสายเก่า
บทที่ 60 - เจ้าพ่อแห่งถนนสายเก่า
บทที่ 60 - เจ้าพ่อแห่งถนนสายเก่า
บทที่ 60 - เจ้าพ่อแห่งถนนสายเก่า
15 นาที สามคนรื้อคฤหาสน์จนพรุน
พอเอาของทั้งหมดมากองรวมกัน แม้แต่มิลตันที่ผ่านอะไรมาเยอะยังต้องทึ่งกับความรวยของคาลอส
เงินสด เครื่องเพชร นาฬิกาหรู เหล้านอก ปืนบราวนิงก์ชุบทอง...
ประเมินคร่าวๆ ของพวกนี้มูลค่าไม่ต่ำกว่า 1.5 แสนดอลลาร์ ต่อให้ขายทิ้งแบบร้อนเงิน อย่างต่ำๆ ก็ได้สัก 1 แสนดอลลาร์ แถมยังเป็น 1 แสนที่มิลตันรับไปเต็มๆ
ลูซกับเวโรนิกาไม่ได้ร่วมศึกบุกด่านตรวจ ตามกฎแล้วจะไม่ได้ส่วนแบ่งของสงคราม แต่แน่นอน ค่าโอทีรอบดึกต้องมีให้
รวมกับใบฝากเงินก่อนหน้านี้ มิลตันรีดเงินจากกระเป๋าส่วนตัวของคาลอสมาได้ถึง 2 แสนดอลลาร์
ในประเทศที่รายได้เฉลี่ยต่อหัวไม่ถึง 1,500 ดอลลาร์ต่อปี คาลอสมีสินทรัพย์ที่เปลี่ยนเป็นเงินสดได้ทันทีถึง 2 แสน!
ยิ่งจน เจ้าหน้าที่ยิ่งขูดรีดหนักจริงๆ
ที่สำคัญที่สุดคือแต้มสีแดง 1 ล้านแต้มที่มาพร้อมกับมัน แต้มนี้คงพอแลกยานพาหนะหุ้มเกราะติดอาวุธได้สักคัน
รอแค่ขยายอิทธิพลอีกนิด รอระบบปลดล็อกไอเท็มระดับสูงกว่านี้
รวยเละ!
น่าเสียดายอย่างเดียวคือไม่เจอ "เอกสารลับ" อะไร คาลอสคงไม่มีนิสัยเอาเอกสารกลับบ้าน
แต่แค่นี้มิลตันก็พอใจมากแล้ว
ทั้งสามคนช่วยกันเช็กของที่เหลือ
ลูซล้วงกล่องสี่เหลี่ยมสีดำมีเสาอากาศออกมาจากถุงของตัวเอง วางโปะบนกองของจิปาถะ "ลูกพี่ ดูไอ้นี่หน่อยสิคืออะไร? ผมรู้สึกว่ามันน่าจะมีราคา เลยหยิบมาด้วย"
มิลตันหันไปมองแวบหนึ่ง
ฝาพับ เสาอากาศภายนอก หน้าจอแสดงเลขบรรทัดเดียว...
มิลตันที่ดูหนังมาเยอะในชาติก่อนอึ้งไปนิดหนึ่ง แม่เจ้า นี่มันมือถือรุ่นกระดูกหมู?!
"โทรศัพท์มือถือ" ปี 1994 มาปรากฏตัวเป็นๆ อยู่ตรงหน้า
ในที่ที่มีโทรศัพท์บ้านไม่ถึง 3 เครื่องต่อ 100 คน คาลอสถึงกับใช้ โมโตโรล่า ไมโคร แทค 9800 เอ็กซ์ เลยเหรอ?
ไอ้นี่ ถ้าจะบอกว่าแพง ก็แพงบรรลัยจริงๆ
แต่จะบอกว่ามีประโยชน์ไหม ก็แทบไม่มี ทั้งหนักทั้งเทอะทะ ไม่มีการเข้ารหัส สัญญาณห่วย แบตคุยได้แค่ชั่วโมงเดียว นอกจากเอาไว้โชว์พาวแล้วจะมีประโยชน์อะไร?
ในเมืองชายแดนเล็กๆ แบบนี้ มันก็แทบจะเป็นแค่ของประดับบารมี
เห็นลูกพี่ทำหน้าแปลกๆ ลูซรีบออกตัว "ถ้าไม่มีประโยชน์งั้นผมทิ้งนะ"
มิลตันยกมือห้าม "ช่างเถอะ อาจไม่ได้ใช้ แต่ไม่มีไม่ได้ ของพวกนี้น่าจะมีแท่นชาร์จมาด้วย นายไปหยิบมาให้ที... ตอนนี้เรายังใช้มือถือคนอื่นทันทีไม่ได้ ต้องหาค่ายมือถือเบิร์นชิป EPROM ใหม่ก่อน"
"แค่นี้แหละ ขนของขึ้นรถ กลับ"
รอบนี้กวาดล้างเร็วมาก ไม่เกินครึ่งชั่วโมงก็ได้เงินสดก้อนโต สถานะการเงินที่ร่อแร่ของร้านยากลับมาหายใจคล่องคอทันที
ลูซมองคฤหาสน์ด้านหลัง ถามว่า "ลูกพี่ บ้านนี้เอาไง? จะส่งคนมายึดไหม?"
"บ้านห่วยๆ ทำเลเรียบแปล้ ตั้งรับยาก โจมตีง่าย เป้าเชือดชัดๆ ไม่มีคุณค่าทางยุทธศาสตร์เลย จะยึดไว้ทำซากอะไร?" มิลตันโบกมือ "เผาทิ้งแม่มเลย"
"ได้ ผมไปหาน้ำมันแป๊บ..."
"..."
สิบกว่านาทีต่อมา มิลตันขับรถมุ่งหน้ากลับเมืองมาราแคน เบื้องหลังคือคฤหาสน์ที่ไฟลุกท่วม และตึกที่บิดเบี้ยวในกองเพลิง ก่อนจะถล่มลงมาเสียงดังสนั่น
ลูซใจเต้นระรัว ตอนนี้เขาตระหนักแล้วว่า บางทีเขากำลังเป็นพยาน... ไม่สิ กำลังมีส่วนร่วมในการผงาดขึ้นของขั้วอำนาจใหม่ที่ทรงพลัง!
เขาเชื่อว่าในอนาคต กลุ่มคนที่มิลตันนำทัพนี้ จะต้องผงาดขึ้นมาคานอำนาจกับเปโดร วัลตา และแก๊งฟานคังในเมืองนี้ได้อย่างแน่นอน
"คราวนี้ราอูลกับวัลตาเสียหายหนัก แถมหน้าแตกยับเยิน"
"ที่สำคัญคือความร่วมมือของพวกมันพังแน่ ฉันอยากเห็นสีหน้าราอูลกับวัลตาตอนรู้เรื่องนี้จริงๆ..."
"ขอแค่ชนะศึกแบบนี้อีกสักสองสามครั้ง เราก็จะมีกำลังพอไปงัดข้อกับพวกมันได้เต็มตัว"
"..."
สามคนขนของกลับเต็มคันรถ ถึงถนนสายเก่าก่อนฟ้าสว่าง
"ผมคิดไปเองหรือเปล่า ทำไมวันนี้คนในตลาดมืดเยอะจัง?" ลูซมองออกไปนอกหน้าต่าง "แถม... อืม ทำไมรู้สึกเหมือนมารวมตัวกันที่หน้าร้านยาเรา?"
ปกติเวลานี้ ถนนสายเก่าไม่น่าจะมีคนเยอะขนาดนี้ และต่อให้มี ส่วนใหญ่ก็จะก้มหน้าก้มตาเดินผ่านไปเร็วๆ น้อยคนจะหยุดอยู่ที่เดิมนานๆ
แต่นี่ คนสิบเอ็ดสิบสองคนมายืนออกันหน้าร้านยาเถื่อน เป็นภาพที่หาดูยากมาก
ดูทรงแล้ว ไม่ใช่พวกยาจกด้วย
พอเห็นรถแลนด์โรเวอร์อันเป็นเอกลักษณ์ บางคนถึงกับเดินตรงเข้ามา ถ้าไม่ใช่เพราะพวกเขาตั้งใจชูมือให้เห็น มิลตันคงยิงสวนไปแล้ว
มิลตันไม่สนใจ รีบเอารถเข้าโรงรถ ไปหาฟลอราที่ซุ่มยิงระวังภัยอยู่ พวกเธอจัดการเรื่องรถบรรทุกเสร็จก็กลับมาเฝ้าร้านยา
"คนพวกนี้มันอะไรกัน?"
"เขาบอกว่ามาหานาย ลูกค้าที่ร้านนายเหมือนจะรู้จักบางคนในกลุ่มนั้น" ฟลอราตอบ "ไม่ต้องห่วง พวกนั้นขยับตัวแปลกๆ เมื่อไหร่ฉันสอยร่วงทันที"
มิลตันดึงลูกค้าในร้านมาถาม ถึงได้รู้ที่มาที่ไปของคนกลุ่มนี้
คนพวกนี้คือพ่อค้าบางส่วนในตลาดมืดถนนสายเก่า รวมถึงเจ้าของร้านค้าและร้านอาหารถูกกฎหมายที่อยู่ไม่ไกลจากถนนสายเก่า
พอได้ยินวีรกรรมของมิลตัน เห็นว่าปฏิบัติการบ้าเลือดครั้งแล้วครั้งเล่า นอกจากมิลตันจะไม่ตาย อิทธิพลกลับยิ่งขยายใหญ่โต ชื่อเสียง "สรรพากรจากนรก" ยิ่งดังกระฉ่อน พวกที่เคยรอดูเรื่องตลกขำไม่ออกแล้ว
เพราะพวกเขาพบว่า ตัวเองก็เหมือนจะเคยหนีภาษี หลบเลี่ยงภาษี...
และมิลตันก็ทำให้ทุกคนเห็นแล้วว่า การทำแบบนั้นมีโอกาสสูงมากที่จะโดนปืนกลกราดยิง หรือโดนปืนใหญ่ถล่มบ้าน
คนที่ทำมาหากินในตลาดมืดได้ไม่ใช่คนโง่ หลายคนตาไวดูออกว่าอิทธิพลของแก๊งฟานคังและตำรวจในพื้นที่นี้เริ่มเสื่อมถอย
อำนาจไม่เคยหายไปไหน แค่เปลี่ยนมือ
คนคุมกฎคนใหม่คือใคร?
ก็ต้องมิลตันสิ!
ลูซฟังแล้วขมวดคิ้ว "รู้สึกเหมือนพวกนกสองหัว เหมือนจะมาจ่ายค่าคุ้มครองยังไงยังงั้น"
"คนส่วนใหญ่ก็นกสองหัวทั้งนั้น ลมพัดทางไหนก็ลู่ตามลม อย่าไปว่าเขาเลย" มิลตันโบกมือ "ในเมื่อคนแห่มาหาเราเยอะขนาดนี้ แสดงว่าลมเริ่มพัดมาทางเราแล้ว เป็นเรื่องดี"
ดูท่า โครงร่างของขุมกำลัง หรืออย่างน้อยก็ขอบเขตอิทธิพลของตัวเอง เริ่มเป็นรูปเป็นร่างแล้ว
"งั้น... ให้พวกเขาเข้ามา?"
มิลตันพยักหน้า "ดูซิว่าพวกเขาอยากพูดอะไร อย่าลืมค้นตัวก่อนนะ"
"ได้..." ลูซรับคำ แล้วก็พึมพำกับตัวเอง "อืม ทำไมรู้สึกคุ้นๆ ฉากนี้จัง ห้องใต้ดินมืดๆ พบปะผู้คนร้อยพ่อพันแม่ รู้สึกเหมือนลูกพี่เป็นเจ้าพ่อแห่งถนนสายเก่าจริงๆ แล้วแฮะ"