เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 50 - ภาษีของด่านตรวจฉันจะเก็บไม่ได้เชียวหรือ

บทที่ 50 - ภาษีของด่านตรวจฉันจะเก็บไม่ได้เชียวหรือ

บทที่ 50 - ภาษีของด่านตรวจฉันจะเก็บไม่ได้เชียวหรือ


บทที่ 50 - ภาษีของด่านตรวจฉันจะเก็บไม่ได้เชียวหรือ

เสียงปืนที่ดังสนั่นหวั่นไหวทำให้ถนนโล่งผิดปกติ ขบวนรถใช้เวลาไม่เกินเจ็ดแปดนาทีก็มาถึงตลาดมืด

มิลตันคอยเช็กสัญญาณชีพของแบรนดอนตลอดเวลา

"ลูกพี่... เฮ้อ ผม... ขาผมไม่รู้สึกอะไรเลย ผมต้องโดนตัดขาไหม? ถ้าโดนตัดขาพี่จะไล่ผมออกไหม?"

"นั่นเพราะฉันขันชะเนาะห้ามเลือด เลือดไม่ไปเลี้ยงมันก็ต้องชาสิ" มิลตันตอบ "ข้อแรก ขานายยังอยู่ ข้อสอง ต่อให้พิการ ฉันก็จะให้นายย้ายไปทำงานเอกสาร ไม่ไล่ออกหรอก"

"..."

ระหว่างคุย มิลตันก็คอยสังเกตริมฝีปากและเล็บมือของแบรนดอน พร้อมกับนับอัตราการหายใจในใจ

ยิ่งนับ มิลตันยิ่งใจเสีย

หนึ่งนาทีหายใจแค่ 8 ครั้ง...

ไม่สิ เหลือแค่ 6 ครั้ง!

นี่มันภาวะหายใจลำบากขั้นวิกฤต!

ริมฝีปากกับเล็บเขียวคล้ำ หัวใจเต้นผิดจังหวะรุนแรง...

สัญญาณหัวใจจะหยุดเต้น!

"หัวใจเขาจะหยุดแล้ว!" มิลตันเงยหน้าขวับ ตบเบาะฟลอราดังปัง " 'บอทเทิล' เอาอะดรีนาลีนในช่องเก็บของมาให้ฉัน!"

เข็มฉีดอะดรีนาลีนที่แลกมาจากระบบ ไม่นึกว่าจะได้ใช้เร็วขนาดนี้

อะดรีนาลีนจะไปกระตุ้นตัวรับสัญญาณ เพิ่มแรงบีบตัวของหัวใจ เพิ่มแรงดันเลือดไปเลี้ยงหัวใจ เพิ่มโอกาสที่ระบบไหลเวียนเลือดจะกลับมาทำงานเอง

ผลข้างเคียงคือหัวใจต้องใช้ออกซิเจนเพิ่มขึ้น ร่างกายส่วนอื่นจะยิ่งขาดออกซิเจน พูดง่ายๆ คือการรีดพลังเฮือกสุดท้ายออกมา เหมือนดื่มยาพิษแก้กระหาย

แต่นาทีนี้ไม่สนแล้ว บนรถปั๊มหัวใจไม่ได้!

ขืนหัวใจหยุดเต้นบนรถก็คือตายสถานเดียว!

"ลูซ ขับให้นิ่งที่สุด" มิลตันรับเข็มฉีดมา เลิกเสื้อแบรนดอนขึ้น "ฉีดเข้าหลอดเลือดดำใหญ่ ปริมาณ 1 มิลลิกรัม ให้ยาทุก 3 นาที"

อะดรีนาลีนออกฤทธิ์ใน 5 วินาที แบรนดอนที่เมื่อกี้หายใจรวยรินอาการทรงตัวขึ้นทันตา

แบรนดอนรู้สึกถึงพลังที่ปะทุขึ้นมา เขาดีใจจนออกนอกหน้า "ลูกพี่... ผม... ผมเหมือนจะดีขึ้นแล้ว?"

"นั่นไม่ใช่แรงของนาย" มิลตันก้มดูนาฬิกา "นอนเฉยๆ ห้ามขยับ"

"อ้อ ครับ"

3 นาทีต่อมา รถออฟโรดสองคันก็พุ่งเข้ามาในถนนสายเก่า จอดเทียบหน้าคลินิกเถื่อน

ประตูหน้าต่างคลินิกปิดสนิท แต่คนบนรถสังเกตเห็นความเคลื่อนไหวเล็กน้อยที่ชั้นสอง

มีคนอยู่!

" 'บอทเทิล' พวกเธอไปอุดทางหนีหมอให้หมดทุกทาง!"

"รับทราบ"

มิลตันฉีดอะดรีนาลีนให้แบรนดอนอีก 1 มิลลิกรัม แล้วเปิดประตูลงรถ ชักปืน เอ็ม 29 ยิงกุญแจประตูคลินิกกระจุย

เขาถีบประตูเข้าไป ตะโกนขึ้นชั้นสอง "คุณมีเวลาสิบวินาทีลงมาข้างล่าง เริ่มนับถอยหลัง สิบ"

"เก้า..."

หมอเถื่อนกับผู้ช่วยที่ซ่อนอยู่บนชั้นสองลองมองหาทางหนีทีไล่ พอเห็นว่าแม้แต่หน้าต่างข้างยังมีคนเฝ้า ก็ได้แต่เดินคอตกกันลงมา

หมอยกมือยอมแพ้ น้ำเสียงปลงตก "เฮ้อ ได้ยินเสียงปืนผมก็รู้แล้ว ตามหลักการผมจะไม่รักษาให้คนของทางการนะ"

ทำแบบนั้นคนจะระแวงว่าคลินิกฮั้วกับตำรวจ ไม่กล้ามาหาหมอ

อีกอย่างคนของทางการไปเข้าโรงพยาบาลเอกชนในเมืองก็ได้ ไม่จำเป็นต้องมาหาเขา

"ตอนนี้หลักการอยู่ที่ปืนผม" มิลตันขี้เกียจพล่าม "เพื่อนผมโดนยิง เส้นเลือดแดงใหญ่ที่โคนขาฉีก ภาวะอกทะลุ ทำได้ไหม?"

หมอไม่กล้าปฏิเสธ แต่ก็ถามอย่างกล้าๆ กลัวๆ "เอ่อ ก็ได้ เห็นแก่พวกคุณเป็นคนของ 'บอส' จะยอมให้สักครั้ง... ผ่าตัดน่ะทำได้ แต่แน่ใจนะว่าเขายังรอด?"

แต่ละแผลนี่ทำให้ตายได้ในพริบตา... ดวงซวยหน่อย 30 วินาทีก็กลับบ้านเก่าแล้ว

มิลตันหันไปสั่งงาน "หามแบรนดอนเข้ามา"

พร้อมกันนั้น มิลตันก็กวาดตามองห้องผ่าตัดแวบหนึ่ง... เครื่องไม้เครื่องมือพอถูไถ รุ่นพระเจ้าเหาหน่อย ขนาดวาล์วทางเดียวยังดัดแปลงมาจากที่สูบลม

แต่ยังดีที่ห้องผ่าตัดดูสะอาดสะอ้านมาก

หมอสั่งผู้ช่วยสองคนไปเตรียมการ ส่วนตัวเองล้างมือฆ่าเชื้อ แล้วย้ายแบรนดอนขึ้นเตียงผ่าตัด

"ปฐมพยาบาลมาเป๊ะมาก ไม่งั้นคนเจ็บคงตายไปแล้ว อืม... น่าจะรอด ให้เลือดก่อนแล้วกัน ผมพอมีเลือดกรุ๊ปโอเนกาทีฟสำรองอยู่นิดหน่อย ราคาแพงหูฉีก กว่าจะหาซื้อมาได้เลือดตาแทบกระเด็น จะใช้ไหม? กลัวว่ากว่าจะตรวจกรุ๊ปเลือดเสร็จคนเจ็บจะตายซะก่อน"

มิลตันไม่สนเรื่องต้นทุน "สะอาดไหม?"

หมอยิ้ม "สะอาดยิ่งกว่าเด็กผู้หญิงแรกเกิดเสียอีก จะเข้ามาดูก็ได้แต่ต้องฆ่าเชื้อก่อนนะ"

"พยายามเก็บขาเขาไว้"

"ได้"

พูดจบ หมอกับผู้ช่วยก็เข้าสู่โหมดผ่าตัด วางยาสลบ ให้เลือด ให้น้ำเกลือ ให้ออกซิเจน... ทุกอย่างดำเนินไปอย่างเป็นระบบ

อุปกรณ์ดมยาสลบของคลินิกเถื่อนนี่ก็อนาถาพอกัน ดูเหมือนจะเป็นวาล์วแบบไกของบริษัทออกซ์ฟอร์ดจากอังกฤษ เป็นวาล์วคุมก๊าซแบบกลไกราคาถูก ต้องใช้มือหมุนปรับการปล่อยก๊าซเป็นจังหวะ ต้องใช้ฝีมือหมอขั้นเทพ ไม่งั้นคนไข้คงหยุดหายใจหรือไม่ก็ตื่นขึ้นมากลางวงผ่าตัด

หลังจากจัดการเรื่องลมรั่วในปอดจนทางเดินหายใจกลับมาโล่ง ความดันและชีพจรคงที่ ยื้อชีวิตแบรนดอนไว้ได้ชั่วคราว หมอก็หันมาดูขาซ้ายของแบรนดอน

"เอ๊ะ เส้นเลือดแดงใหญ่ขาด หาปลายไม่เจอ... น่าจะเป็นตอนเคลื่อนย้ายคนเจ็บทำให้แผลฉีกซ้ำ ผมไม่ได้โทษพวกคุณนะ สถานการณ์แบบนั้นผมเข้าใจ"

เส้นเลือดขาดสะบั้น?

มิลตันขมวดคิ้ว... หรือว่าขาซ้ายของแบรนดอนจะรักษาไว้ไม่ได้จริงๆ?

หมอครุ่นคิดครู่หนึ่ง จู่ๆ ก็เงยหน้าถาม "นี่ คุณ 'สรรพากรจากนรก' คุณพอกะได้ไหมว่าเส้นเลือดแดงใหญ่มันขาดไปตอนไหน?"

น่าจะเป็นตอนยกขึ้นรถ

มิลตันไม่มีอารมณ์มาสนใจฉายา ตอบกลับทันที "เจ็ด หรือแปดนาทีที่แล้ว"

"เส้นเลือดแดงใหญ่ช่วงกลางค่อนไปทางปลาย แปดนาทีแล้วกัน น่าจะหดเข้าไปทางโคนขาห้า หรือหกเซนติเมตร"

หมอที่ผ่านมีดหมอมานับไม่ถ้วนไม่ลังเลแม้แต่น้อย จรดมีดกรีดเปิดปากแผลใหม่เหนือจุดที่ถูกยิง

"เจอแล้ว!"

หมอคว้าคีมหนีบเส้นเลือด แหย่เข้าไปในแผลใหม่อย่างแรง กระชากเส้นเลือดที่หดตัวกลับออกมา แล้วเริ่มเย็บต่อ

เสียงเครื่องมือกระทบเนื้อสดฟังดูสยองพิลึก

ตอนนี้เตียงผ่าตัดเลือดสาดกระจาย ไม่ต่างอะไรกับโรงฆ่าสัตว์

มิลตันมองหมอใช้ไหมโพลีโพรพิลีนเย็บต่อเส้นเลือด มองผู้ช่วยคลายสายรัดห้ามเลือด มองเลือดกลับมาไหลเวียนอีกครั้ง ถึงได้ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก

ผ่าตัดไปได้สักพัก มือหมอก็ชะลอลงดื้อๆ

มิลตันถามทันควัน "ผ่าตัดสำเร็จไหม? ขาอยู่ไหม?"

หมอไม่เงยหน้า น้ำเสียงเครียด "ขาอยู่นะ ชีวิตก็น่าจะรอด แต่อย่างอื่นผมไม่รับประกัน"

มิลตันสูดปาก "ทำไม? ติดเชื้อเหรอ?"

หมอยิ้มขื่นส่ายหน้า "ไม่ใช่ติดเชื้อ ผมมียาปฏิชีวนะครอบจักรวาล... หลักๆ คือเศษกระสุนในปอดมันแตกละเอียดเกินไป ผมไม่มีเครื่องมือเฉพาะทาง ได้แต่ใช้ไฟฉายส่องแผล อาศัยตาเปล่ามองแสงสะท้อนหาเศษเหล็ก แบบนี้เคลียร์แผลไม่หมดแน่"

"ต่อให้รอด ก็มีผลข้างเคียงหนัก"

"เคสส่วนใหญ่ผมเอาอยู่ แต่เศษกระสุนในปอดเขามันเยอะและเล็กเกินไป ผมรับประกันไม่ได้จริงๆ"

ขาดเครื่องมือแพทย์เฉพาะทาง...

เครื่องมือไม่พอ...

สมองมิลตันแล่นเร็วปรื๋อ เขาคิดไปถึงรถบรรทุกของแก๊งฟานคังที่อัดแน่นไปด้วยเวชภัณฑ์ที่เขาอายัดไว้

รถบรรทุกคันนั้น คือต้นตอความแค้นระหว่างเขากับแก๊งฟานคัง!

มิลตันจำได้แม่นว่าในรถมีจอเอ็กซเรย์แบบพกพา ผลิตโดยบริษัท วีอีบี จากเยอรมันตะวันออก เดิมทีเป็นเครื่องมือที่เคจีบีใช้ตรวจนักโทษว่าซ่อนของไว้ในตัวไหม หลังโซเวียตล่มสลายก็ถูกตีทะเบียนเป็น "เครื่องมือแพทย์" ลักลอบขายไปทั่ว

ไอ้เครื่องนี้ น่าจะเป็นของที่แก๊งฟานคังเอาไว้ใช้ตรวจพวกกลืนยาเสพติดลงท้อง

แต่ขอแค่มีจอเอ็กซเรย์นี่ การผ่าตัดเคลียร์แผลก็จะปลอดภัยและหมดจด!

แผนการที่บ้าบิ่นแต่เป็นไปได้ผุดขึ้นในหัวมิลตัน

จากข้อมูลของฮอร์น วัลตา หัวหน้าด่านขนกำลังพลส่วนใหญ่ไปเซ็นสัญญากับราอูล หัวหน้าแก๊งฟานคังที่ฝั่งเม็กซิโก

เท่ากับว่าตอนนี้ที่ด่านตรวจเหลือแค่ลูกน้องวัลตาไม่กี่คน กับคนของเมนาร์ด!

ฮอร์นบอกว่าเมนาร์ดอยากเจรจากับเขา เมนาร์ดคงอยากเห็นขั้วอำนาจของวัลตาถูกลดทอน อยากเห็นความร่วมมือระหว่างวัลตากับแก๊งฟานคังพังทลาย ดังนั้นเมนาร์ดน่าจะวางตัวเป็นกลาง

และถ้าแก๊งฟานคังไม่ได้รถบรรทุกที่พวกเขาอยากได้คืนนักหนา ความร่วมมือและความไว้เนื้อเชื่อใจอันเปราะบางระหว่างหัวหน้าด่านกับหัวหน้าแก๊งก็จะพังครืนลงทันที

พูดง่ายๆ คือขอแค่ชิงรถบรรทุกมาได้ ก็จะได้ทั้งเวชภัณฑ์และเสี้ยมให้ด่านตรวจแตกคอกับแก๊งฟานคัง!

เอาวะ!

"ยื้อชีวิตเขาไว้ให้ได้" มิลตันสั่งหมอ "ฉันจะไปเอาเครื่องมือมาให้"

"ดึกดื่นป่านนี้คุณจะไปเอาที่ไหน... คงไม่ได้จะไปปล้นโรงพยาบาลหรอกนะ? ผมแนะนำว่าอย่าเลย หลังพวกคุณไปถล่มมา พวกนั้นเพิ่มการ์ดเป็นสิบเท่าแล้ว"

มิลตันไม่สนใจหมอ หันหลังเดินออกจากห้องผ่าตัดมาที่โถงกลาง

ลูซรีบวิ่งเข้ามา "ลูกพี่ แบรนดอนเป็นไงบ้าง?"

"รอดตายแล้วชั่วคราว" มิลตันตอบสั้นๆ "นายนั่งเฝ้าคลินิกไว้ ฉันจะไปเก็บภาษีสักหน่อย"

ลูซงงเป็นไก่ตาแตก "หือ? ภาษี? ภาษีอะไร?"

"สรรพากรจากนรก" เอาอีกแล้ว? คราวนี้จะถือปืนกลไปเก็บภาษีบ้านใครอีก? แค่สามวันนี่รบกันไปกี่รอบแล้ว?

ไหงผ่าตัดอยู่ดีๆ ถึงปลีกตัวไปเก็บภาษีได้ล่ะเนี่ย?

"เจ้าหน้าที่ด่านตรวจทุจริต พยายามขายเวชภัณฑ์เถื่อนที่ฉันอายัดไว้ด้วยตัวเองอย่างผิดกฎหมาย" มิลตันพูดเสียงเรียบ "ฉันจะไปออกใบสั่งพวกมัน"

ลูซชะงัก "คุณ... คุณคงไม่ได้จะ... ไปปล้นรถบรรทุกของแก๊งฟานคังหรอกนะ?!"

บ้าบิ่นเกินไป แต่... ก็สร้างสรรค์สุดๆ!

มิลตันเดินนำออกจากคลินิก สั่งการ " 'บอทเทิล' พาคนของเธอไปเจอกันที่ร้านยา ไปเอาอาวุธ... มีงานต้องทำแล้ว"

ฟลอราเกาหัว ถอนหายใจ "เซ็นสัญญาวันแรกก็ใช้งานหนักเลยเหรอเนี่ย เอาเถอะ อยากรวยทางลัดมันไม่ง่ายอยู่แล้วนี่นะ อีกอย่างเราก็ไม่มีปัญญาจ่ายค่าปรับผิดสัญญาด้วย"

"ลุยๆๆ!"

จบบทที่ บทที่ 50 - ภาษีของด่านตรวจฉันจะเก็บไม่ได้เชียวหรือ

คัดลอกลิงก์แล้ว