- หน้าแรก
- เกิดใหม่รับวันสิ้นโลก พร้อมมรดก สองพันล้านจากแฟนเก่า
- ตอนพิเศษที่ 247: ครอบครัวของเสี่ยวชี
ตอนพิเศษที่ 247: ครอบครัวของเสี่ยวชี
ตอนพิเศษที่ 247: ครอบครัวของเสี่ยวชี
ตอนพิเศษที่ 247: ครอบครัวของเสี่ยวชี
ระเบียบวินัยของมวลมนุษยชาติเริ่มฟื้นตัวขึ้นอย่างช้าๆ ทว่าการมาเยือนของยุคน้ำแข็งยังคงเป็นบททดสอบอันยิ่งใหญ่สำหรับมนุษยชาติ
พืชพรรณกลายพันธุ์เติบโตอย่างบ้าคลั่ง สัตว์กลายพันธุ์เองก็ดุร้ายและพร้อมจู่โจม โลกภายนอกฐานทัพที่ถูกสร้างขึ้นนั้นเต็มไปด้วยภยันตราย แต่ยังนับว่าโชคดีที่ผู้คนยังมีแสงตะวัน และการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ก็ถูกผลักดันไปจนถึงขีดสุดเท่าที่เทคโนโลยีในปัจจุบันจะเอื้ออำนวย
ประกาศจากฐานทัพอย่างเป็นทางการระบุว่า: ยุคน้ำแข็งน้อย คาดว่าจะดำเนินต่อไปยาวนานถึง 50 ปี
ช่วงเวลาครึ่งศตวรรษแห่งความถดถอยของมนุษย์กลับเป็นช่วงเวลาที่สิ่งมีชีวิตสายพันธุ์ต่างๆ วิวัฒนาการอย่างรวดเร็ว ในที่สุดเหล่านักวิทยาศาสตร์ก็ค้นพบว่า มนุษย์เองก็เริ่มก้าวเข้าสู่กระบวนการวิวัฒนาการเพื่อให้เข้ากับสภาพแวดล้อมปัจจุบันมากขึ้นเช่นกัน เพียงแต่เมื่อเทียบกับพืชและสัตว์อื่นๆ แล้ว กระบวนการนี้ยังถือว่าเชื่องช้านัก
ณ เชิงเขาชางหลาง มีเรือนสี่ประสานอันประณีตงดงามตั้งอยู่หลังหนึ่ง หลี่หวนนั่งเอนกายอยู่บนเก้าอี้โยก เหม่อมองท้องฟ้าสีครามโดยมีผ้าห่มสีฟ้าอ่อนคลุมกายไว้
"คุณหนูคะ อาหารเย็นเสร็จแล้วค่ะ" หนานเข่อเค่อโผล่หน้าออกมาจากห้องครัวพลางส่งยิ้มให้หลี่หวน
ทันใดนั้น ประตูบ้านก็ถูกเปิดออก พร้อมกับการปรากฏตัวของลั่วหยางและจางหนิงที่ขี่หลังหมาป่าเข้ามา
"บอสครับ วันนี้ตอนที่ผมกับอาจารย์ลั่วออกไปลาดตระเวน เราไปช่วยทีมวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งที่ขับรถออกสำรวจมาด้วยล่ะครับ ไม่รู้ว่าพวกนั้นบ้าหรือเปล่า ถึงได้ดั้นด้นมาสำรวจถึงเขาชางหลาง จนเกือบถูกเถาวัลย์ไอวี่กลายพันธุ์จับตัวไปหมด ถ้าผมกับอาจารย์ลั่วไปไม่ทัน พวกเด็กๆ พวกนั้นคงถูกพืชกลายพันธุ์สูบเลือดจนตัวแห้งไปแล้ว"
หลี่หวนค่อยๆ ลืมตาขึ้นพลางโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ "ช่างเถอะๆ แล้วได้เก็บ 'ค่าคุ้มครอง' มาบ้างหรือเปล่า?"
จางหนิงหัวเราะร่า "เราไม่ได้ยึดรถไว้ครับ แต่ของอย่างอื่นน่ะค้นมาจนเรียบ"
หลี่หวนพยักหน้าอย่างพอใจ หลังจากกลับมาจากดวงอาทิตย์ มิติเก็บของของเธอก็ว่างเปล่าไปหมด แต่ในความโชคร้ายยังมีความโชคดี เพราะมันได้กลายเป็นมิติที่สามารถเพาะปลูกพืชพรรณได้
พวกเขาหาซื้อเมล็ดพันธุ์ที่มีมาตั้งแต่ก่อนวันสิ้นโลกและเน้นปลูกผักรสเลิศออกจำหน่าย ซึ่งช่วยให้แลกเปลี่ยนสิ่งของกลับมาได้มากมาย
"เสี่ยวหลี่ วันนี้ผมเจอองุ่นกลายพันธุ์ในป่า รสชาติดีทีเดียว คุณลองชิมดูนะ" ฉินสื่อถิงสไลด์ตัวลงจากหลังของอานอาน
เสี่ยวชีเดินตามมาข้างๆ อานอาน เมื่อเสี่ยวชีเห็น 'หวนหวน' และ 'ซีซี' มันก็ปรี่เข้าไปคลอเคลียด้วยความดีใจ
หวนหวนและซีซีเองก็เข้าไปซุกไซ้แม่ของพวกมันอย่างร่าเริง ทิ้งให้อานอานผู้เป็นพ่อนั่งโดดเดี่ยวอยู่ข้างๆ
หวนหวนและซีซีคือลูกผสมระหว่างเสี่ยวชีและอานอาน
เดิมทีเขาชางหลางเป็นถิ่นของฝูงหมาป่าของเสี่ยวชี เมื่อหลี่หวนและคนอื่นๆ ต้องการหาที่พำนัก พวกเขาจึงตัดสินใจเลือกเชิงเขาแห่งนี้
ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขากับฝูงหมาป่ากลายพันธุ์บนเขาชางหลางถือว่าดีเยี่ยม นั่นเป็นเพราะอานอานมีฐานะเป็น 'ลูกเขยแต่งเข้า' ในบางครั้งพวกหมาป่าจะนำเหยื่อสดๆ มาแลกกับยาหรือเนื้อย่างจากพวกเขา
หลังเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ เสี่ยวชีพลัดหลงจากฝูงและหาทางกลับไม่ถูก จนกระทั่งหลี่หวนมาช่วยไว้ สัตว์จำนวนมากล้มตายในเหตุการณ์นั้น แต่เพราะราชาหมาป่าผู้เป็นพ่อของเสี่ยวชีมองการณ์ไกล จึงพาฝูงอพยพออกจากเขาชางหลางเพื่อหาที่ปลอดภัย
ทว่าพวกเขากลับขาดการติดต่อกับเสี่ยวชีระหว่างทาง เดิมทีนึกว่าลูกสาวตายไปแล้ว แต่เธอกลับกลับมาพร้อมลูกเขยที่เป็นสุนัข และหลานๆ ลูกครึ่งหมาป่าหน้าตาประหลาดอีกสามตัว
ในตอนแรก ราชาหมาป่าค่อนข้างไม่พอใจการมาถึงของอานอาน เพราะอย่างไรเสียพวกเขาก็เป็นเผ่าพันธุ์หมาป่าผู้สูงศักดิ์ จะยอมให้มีการข้ามสายพันธุ์กับสุนัขได้อย่างไร?
เพื่อพิสูจน์ตนเอง อานอานจึงท้าสู้กับพี่ชายหมาป่าทั้งหกของเสี่ยวชี และหลังจากเอาชนะได้ทั้งหมด มันก็เข้าต่อสู้กับราชาหมาป่าจนเสมอกัน ราชาหมาป่าจึงยอมรับลูกเขยแต่งเข้าคนนี้รวมถึงญาติๆ ที่มันพามาด้วยในทันที
พวกหลี่หวนถึงกับพูดไม่ออก... นึกไม่ถึงว่าวันหนึ่งพวกเขาจะต้องมาพึ่งบารมีของอานอาน
ราชาหมาป่าที่ทำได้เพียงเสมอ แอบไปนอนกระซิบกระซาบกับราชินีหมาป่าในตอนกลางคืนพลางบ่นอุบ: ว่าเขาน่ะ สู้ลูกเขยตัวเองไม่ได้!
สุดท้าย หลี่หวนและพรรคพวกจึงได้ลงหลักปักฐานอย่างสงบสุขที่เชิงเขาชางหลาง
ที่กลางลานบ้าน มีกระถางดอกไม้ที่งดงามเป็นพิเศษตั้งอยู่ใบหนึ่ง
เมื่อหลี่หวนตื่นขึ้นมาในเช้านี้ เธอพบว่ามีตาอ่อนเริ่มผลิออกมาจากเถาวัลย์สีดำ เธอจึงย้ายเก้าอี้โยกมานั่งข้างๆ เสี่ยวเฮย
เธอยื่นมือไปลูบสัมผัสเสี่ยวเฮยแผ่เบา "ลูกรัก เติบโตขึ้นอย่างแข็งแรงนะ"
ยอดอ่อนเล็กๆ สั่นไหวใบไปมาเบาๆ ราวกับจะตอบกลับว่า: "ครับแม่ ผมจะพยายาม!"