เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 290 - โทมัส: หะ?

บทที่ 290 - โทมัส: หะ?

บทที่ 290 - โทมัส: หะ?


บทที่ 290 - โทมัส: หะ?

ความเชี่ยวชาญระดับตำนานหนึ่งอย่าง ระดับตำนานเฉพาะอีกหนึ่งอย่าง และระดับหายากอีกหนึ่งอย่าง รางวัลจากการสรุปผลภารกิจทั้งสองครั้งนี้ถือว่าคุ้มค่ามหาศาล!

ความเชี่ยวชาญระดับหายากอย่าง “ผู้ทำลายล้างความชั่วร้าย” มอบการอัปเกรดที่ถือว่ามาตรฐานสำหรับระดับนี้ แต่พระเอกตัวจริงอยู่ที่ความเชี่ยวชาญระดับตำนานเฉพาะอย่าง “ผู้เฝ้ามองสิ่งต้องห้าม” และระดับตำนานอย่าง “ผู้ล่าทายาทเทพ · เมล็ดพันธุ์แห่งความสูญหาย” — อย่างแรกมอบความสามารถสุดโกงอย่างการป้องกันสถานะผิดปกติระดับกลาง ส่วนอย่างหลังนอกจากจะเพิ่มค่าสถานะพื้นฐานมหาศาลแล้ว ยังมอบช่องอำนาจเพิ่มให้อีก ซึ่งล้วนเป็นความเชี่ยวชาญที่เพิ่มความแข็งแกร่งให้หลัวซิวได้อย่างก้าวกระโดด!

หลัวซิวอ่านรายละเอียดในหน้าต่างสถานะด้วยอารมณ์เบิกบาน หลังจากไล่อ่านตั้งแต่ต้นจนจบอีกรอบเพื่อยืนยันผลการสรุป เขาก็ปิดหน้าต่างลง

นอกจากรางวัลภารกิจทั้งสองแล้ว หลัวซิวเป็ดกล่องจดหมายเพื่อรับรางวัลจากการฆ่าศัตรูทั้งหมด

ในสนามรบก่อนหน้านี้ หลัวซิวได้สังหารผู้เหนือมนุษย์ “ชะตาขั้นสี่” ไปหลายคน หนึ่งในนั้นเป็นนักรบจาก [ขู่ถู] ที่ดรอปความเชี่ยวชาญระดับหายากออกมา

[กายาเหล็กกล้า (หายาก): ร่างกายของคุณแข็งแกร่งดั่งเหล็กกล้าที่ผ่านการตีมานับพันครั้ง]

[ค่าสถานะ “ความอึด” ของคุณเพิ่มขึ้น 6 แต้ม, เลือดเพิ่มขึ้นอีก 10%, ลดความเสียหายทาง “กายภาพ” ที่ได้รับลง 10%]

[...]

เป็นความเชี่ยวชาญที่เพิ่มพลังได้ไม่เลว หลัวซิวกดรับมัน จากนั้นก็ปิดหน้าต่างสถานะ ตั้งใจสัมผัสการเปลี่ยนแปลงของร่างกายที่แข็งแกร่งขึ้นอีกครั้ง

เขารู้สึกเหมือนเลือดในกายกำลังเดือดพล่าน กล้ามเนื้อทุกมัดยืดเหยียดอย่างเต็มที่ราวกับต้องการสูบฉีดอากาศจากภายนอกอย่างตะกละตะกลาม พลังวิญญาณที่เดิมทีก็มหาศาลอยู่แล้วยิ่งเปี่ยมล้นขึ้นไปอีก ความเหนื่อยล้าจากการต่อสู้ก่อนหน้านี้ถูกปัดเป่าหายไปจนหมดสิ้น

เป็นความรู้สึกที่วิเศษมาก ราวกับได้แช่อยู่ในบ่อน้ำพุร้อนชั้นดีจนไม่อยากลุกไปไหน

ขณะที่กำลังดื่มด่ำกับการเปลี่ยนแปลงภายในร่างกาย สมาธิของเขาก็ยังจับจ้องไปที่ความเคลื่อนไหวในสนามรบ คอยสแกนหาปลาที่หลุดอวนเหมือนเครื่องตรวจจับระเบิด

มีทหารกองทัพทมิฬบางกลุ่มอาศัยภูมิประเทศซ่อนตัวอยู่จริงๆ แต่ไม่นานก็ถูกอัศวินศาลชายแดนที่ทำความสะอาดสนามรบพบตัวและจับกุม

และนอกจากพวกนั้น หลัวซิวก็ไม่สัมผัสถึงปฏิกิริยาพลังวิญญาณของศัตรูระดับ “ชะตาขั้นสาม” ขึ้นไปในสนามรบอีกเลย

...

เวลาผ่านไปประมาณหนึ่งชั่วโมง

สถิติเบื้องต้นของสงครามถูกรวบรวมเสร็จสิ้น ท่านเจ้าเมืองนีลสันผู้บัญชาการกองทัพจึงละจากหน้าที่ชั่วคราว ขึ้นมาบนกำแพงเมืองเพื่อรายงานผลสถิติแก่ “มหาปุโรหิตผู้ดูแล” ของศาสนจักร... ไม่สิ ตอนนี้ต้องเป็น “บิชอป” หลัวซิว

“ขอคารวะครับ ท่านหลัวซิว” นีลสันโค้งคำนับหลัวซิว แล้วกล่าวว่า

“ตามคำสั่งของท่านเบนส์ ข้ามาเพื่อแบ่งปันผลลัพธ์แห่งชัยชนะให้ท่านได้รับทราบ”

“เราสังหารกองทัพทมิฬไปทั้งสิ้นสามหมื่นแปดพันคน จับเชลยได้สองหมื่นสี่พันกว่าคน ยึดอาวุธและเสบียงได้กว่าสองหมื่นชิ้น และยังมีเหรียญทองอีกหนึ่งแสนสามหมื่นเหรียญ”

“นอกจากนี้ จอมเวทย์จากสถาบันเสาหินยังเก็บกู้ชิ้นส่วนเหนือมนุษย์ได้ไม่น้อย รวมถึงหุ่นเชิดของ ‘ผู้หยั่งรู้เร้นกาย’ บาโบรอนที่เสียหายในการต่อสู้ ท่านผู้รอบรู้ทั้งสองเตรียมจะลองถอดรหัสและซ่อมแซมพวกมันดู”

“ขอบคุณสำหรับการลงมือของท่านอีกครั้งครับ ท่านหลัวซิว หากไม่มีท่านและท่านฮิวเบิร์ตแสดงพลังแห่งเทพ เราคงไม่ได้รับชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้”

“ท่านเบนส์สั่งกำชับมาเป็นพิเศษว่า อาวุธและเสบียงที่ยึดได้ รวมถึงเหรียญทอง ครึ่งหนึ่งขอมอบให้แก่ศาสนจักร นี่คือน้ำใจจากศาลชายแดน และเป็นการตอบแทนจากท่านเบนส์ครับ”

เสบียงและเหรียญทองครึ่งหนึ่ง? ครั้งนี้เบนส์ใจป้ำน่าดูแฮะ... หลัวซิวคิดในใจ

ตามธรรมเนียมแล้ว ของสงครามจะถูกแบ่งให้ศาลชายแดน ศาสนจักร และสถาบันเสาหินอย่างละหนึ่งในสี่ ส่วนอีกหนึ่งในสี่ที่เหลือจะนำไปใช้พัฒนากองทัพและจัดการเรื่องเยียวยาหลังสงคราม

แต่ครั้งนี้... อาจจะเกี่ยวกับที่เขาเลื่อนขั้นเป็น “ชะตาขั้นห้า” และร่วมมือกับฮิวเบิร์ตเอาชนะสอง “ผู้บรรลุขอบเขตอริยะ” ของศัตรู เบนส์เลยไว้หน้าเขาเป็นพิเศษ

“อืม ข้าเข้าใจแล้ว” หลัวซิวพยักหน้าเรียบๆ โดยไม่แสดงอารมณ์ใดๆ

เมื่อเห็นหลัวซิวรับ “ของขวัญ” ชิ้นนี้ ใบหน้าของท่านเจ้าเมืองนีลสันก็ฉายแววยินดี กล่าวว่า

“ขอบคุณท่านอีกครั้งครับ ท่านหลัวซิว ครั้งนี้เมืองหงเฟิงคงสงบสุขไปได้อีกสักพักใหญ่”

“หวังว่าจะเป็นเช่นนั้น” หลัวซิวตอบกลับเสียงเรียบ แล้วพูดต่อว่า “ข้าสังเกตว่า ‘ผู้อพยพ’ ที่เพิ่งเข้ามาในเมืองหงเฟิง พวกเขาแสดงความกล้าหาญในการรบอย่างผิดปกติ... ท่านอาจพิจารณามอบรางวัลให้พวกเขาบ้าง นี่เป็นเพียงคำแนะนำของข้า”

“อืม จริงด้วยครับ” ท่านเจ้าเมืองนีลสันทำหน้าเห็นด้วยอย่างยิ่ง “ข้าจะนำเรื่องนี้ไปหารือกับท่านเบนส์ครับ”

...

หลังจากนั้น ท่านเจ้าเมืองนีลสันก็ขอตัวลากลับไปหาเบนส์

ส่วนตำแหน่งลาดตระเวนที่หลัวซิวรักษาการแทนอยู่ ไม่นานก็มีอัศวินศาลชายแดนและจอมเวทย์จากสถาบันเสาหินนับสิบคนมารับช่วงต่อ หลัวซิวจึงเดินทางกลับศาสนจักร

พอกลับไปถึง เขาก็รีบเรียกประชุม “ผู้ช่วยนักบวช” ให้แต่ละคนนำทีมนักบวชไปแจ้งข่าวแก่ “ผู้ลาดตระเวนศาสนจักร” ที่เป็นผู้เล่น ว่าจะมีการมอบรางวัลฉลองชัยชนะ

...

ยามค่ำคืน

ขณะที่โทมัสและผู้เล่น “ผู้ลาดตระเวนศาสนจักร” อีกหลายคนกำลังช่วยทำความสะอาดสนามรบเพื่อหาค่าจ้างเพิ่ม นักบวชคนหนึ่งก็เดินเข้ามาหาพวกเขา

นักบวชแจ้งเรื่องที่ “มหาปุโรหิต” หลัวซิว · คาร์ลอส เรียกตัวพวกเขา โทมัสมีสีหน้าตื่นเต้นขึ้นมาทันที

“ท่านบอกว่า มหาปุโรหิตเรียกพวกเรากลับไป... เพื่อมอบรางวัลเหรอครับ?” โทมัสถาม

เมื่อนักบวชตรงหน้าพยักหน้ายืนยัน โทมัสก็วางมือจากงานทำความสะอาดทันที หันไปบอก “ผู้ลาดตระเวน” คนข้างๆ ว่า “เรากลับกันก่อนเถอะ — รางวัลจากต้นสังกัดต้องแจ่มกว่าค่าจ้างจากกองทัพแน่ๆ อีกอย่างงานตรงนี้ก็ทำไปเกือบเสร็จแล้ว”

ผู้เล่นคนข้างๆ พยักหน้าเห็นด้วย โทมัสจึงเลิกงาน ไปรับค่าจ้างสองเหรียญเงินที่คฤหาสน์ตัวแทนจ่ายให้ที่จุดรับภารกิจพิเศษของศาสนจักร จากนั้นก็ตามนักบวชกลับไปที่โบสถ์

ประมาณสี่ทุ่ม โทมัสกลับมาถึงศาสนจักร ซึ่งตอนนี้ผู้ลาดตระเวนศาสนจักรส่วนใหญ่ได้มารวมตัวกันแล้ว

ตอนที่เลือกอาชีพ มีผู้เล่นประมาณเก้าร้อยคนที่เลือกเป็น “ผู้ลาดตระเวนศาสนจักร” และครั้งนี้ศาสนจักรเรียกเฉพาะพวกเขามา จำนวนคนจึงน้อยกว่าตอนที่ “ผู้อพยพ” เข้าเมืองครั้งแรกมาก

ผู้เล่นส่วนใหญ่ยังไม่ออฟไลน์ พอได้รับแจ้งจากนักบวชก็รีบมาที่นี่ทันที ต่างตั้งตารอว่าศาสนจักรจะแจกรางวัลอะไร

ท่ามกลางสายตาคาดหวังของผู้เล่นกว่าแปดร้อยคนที่ยังออนไลน์อยู่ ในที่สุดผู้กุมอำนาจของศาสนจักร หลัวซิว · คาร์ลอส ก็ปรากฏตัวขึ้น

ครั้งนี้ เขาไม่ได้ขี่ “เปกาซัสทองคำ” เหมือนตอนเจอกันครั้งแรก แต่จู่ๆ ร่างของเขาก็ปรากฏขึ้นหน้าแท่นบูชาเทวรูปหล่อหลอมตะวันตรงใจกลาง พร้อมกับกวาดตามองไปรอบๆ ด้วยรอยยิ้ม

— เขามารออยู่ที่นี่นานแล้ว!

เพียงแต่ด้วยผลของความเชี่ยวชาญ “ผู้ซ่อนเร้นในหมอก” ผู้เล่นที่ยังไม่เข้าสู่ระดับเหนือมนุษย์จึงไม่มีทางสัมผัสกลิ่นอายของเขาได้เลย!

เมื่อเห็นสีหน้าประหลาดใจ ตื่นตาตื่นใจ และชื่นชมของผู้เล่นเบื้องล่าง หลัวซิวพยักหน้าอย่างพอใจ แล้วกล่าวว่า

“นี่เป็นครั้งที่สองที่เราได้มารวมตัวกัน ณ ที่แห่งนี้ — แขกผู้มาเยือนจากแดนไกล และสหายร่วมรบใหม่ของข้า”

“ข้ารู้สึกเสียใจยิ่งนัก ที่วันแรกที่พวกเจ้ามาถึง ก็ต้องเผชิญกับภัยพิบัติอันโหดร้ายเช่นนี้”

“แต่ข้าก็รู้สึกปลาบปลื้มใจเช่นกัน — พวกเจ้าได้แสดงให้เห็นถึงความกล้าหาญและศรัทธาที่มากพอ ถึงได้รอดชีวิตจากภัยพิบัตินั้นมาได้ และกลับมารวมตัวกันได้อีกครั้ง ณ ที่แห่งนี้!”

“‘ทายาทเทพกำเนิดมรณะ’ ถูกชำระล้างแล้ว เป็นพวกเจ้าที่ปกป้องประชาชนในเมืองจากเงื้อมมือของวิญญาณร้ายที่มันเรียกมา ‘ผู้ลงทัณฑ์’ แห่งกองทัพทมิฬนำทัพบุกเข้ามา ก็เป็นพวกเจ้าที่พุ่งออกไปแนวหน้า ต้านทานแรงกดดันที่หนักหนาสาหัสที่สุด!”

“พวกเจ้าอาจจะมีความลับบางอย่างซ่อนอยู่ แต่ตอนนี้ข้าเชื่อแล้วว่า พวกเจ้ามีศักยภาพที่ไร้ขีดจำกัด”

“พวกเจ้าคือของขวัญที่ดีที่สุดที่เทพอารักษ์ตะวันมอบให้แก่ข้า... สหายร่วมรบใหม่ของข้า”

“ในนามของศาสนจักร และในนามของเมืองหงเฟิง ข้าขอต้อนรับพวกเจ้าอีกครั้ง ยินดีต้อนรับสู่การเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเรา”

หยุดไปครู่หนึ่ง หลัวซิวกล่าวต่อว่า

“ตอนนี้ ตามสัญญาที่ให้ไว้ ข้าจะมอบรางวัลให้พวกเจ้า และจัดสรรที่พักแห่งใหม่ให้”

— รางวัลและที่พัก! โทมัสจับคีย์เวิร์ดสองคำนี้ได้อย่างรวดเร็ว สีหน้ายิ่งฉายแววตื่นเต้น

แม้ในฐานะ “ผู้เล่น” พวกเขาสามารถ “ออฟไลน์” เพื่อข้ามเวลากลางคืนได้ แต่สำหรับผู้เล่น RPG สายฮาร์ดคอร์อย่างโทมัส เขารู้สึกว่ามันขาดอะไรไปบางอย่างถ้าไม่มีบ้าน

แต่ตอนนี้ มหาปุโรหิตของศาสนจักรยืนยันเรื่องนี้ด้วยตัวเอง ทำให้โทมัสรู้สึกดีใจจนเนื้อเต้น

เขาได้ยินหลัวซิว · คาร์ลอส พูดต่อว่า

“ศาสนจักรจะมอบเหรียญทองให้พวกเจ้าคนละหนึ่งเหรียญ นอกจากนี้ ทุกๆ การชำระล้าง ‘วิญญาณร้ายกลายพันธุ์’ หนึ่งตัว จะได้รับรางวัลพิเศษเพิ่มอีกสามเหรียญเงิน!”

“ในสนามรบ ทุกๆ การสังหารทหารกองทัพทมิฬหนึ่งคน ก็จะได้รับรางวัลหนึ่งเหรียญเงินเช่นกัน!”

“รางวัลพิเศษเหล่านี้ไม่มีเพดานจำกัด พรุ่งนี้เช้าพวกเจ้าสามารถไปรับได้ที่สำนักเผยแผ่”

“ตอนนี้ — ดึกมากแล้ว สหายร่วมรบของข้า ข้าคิดว่าพวกเจ้าคงเหนื่อยล้าทั้งกายและใจ ต้องการที่พักเพื่อผ่อนคลายและเติมเต็มพลัง”

“หลังจากนี้ เหล่านักบวชของศาสนจักรจะนำทางพวกเจ้าไปยังที่พัก ที่นั่นเป็นเขตที่ศาสนจักรสร้างขึ้นใหม่ในชานเมือง พวกเจ้าทุกคนจะได้ครอบครองห้องพักส่วนตัวคนละหนึ่งห้อง”

พูดจบ หลัวซิวก็เดินลงจากแท่นบูชาเทวรูปหล่อหลอมตะวัน ร่างของเขาค่อยๆ เลือนหายไปท่ามกลางสายตาของผู้เล่น

ส่วนมาอิเยฟ หัวหน้าสำนักเผยแผ่ ก็เดินขึ้นมาบนแท่นบูชา เขาโบกมือเรียกนักบวชนับสิบคนมายืนล้อมรอบเหล่าผู้ลาดตระเวน

“พวกเขาคือนักบวชจากสำนักเผยแผ่” มาอิเยฟกล่าว “ตามพวกเขาไปเถอะ พวกเขาจะพาพวกเจ้าไปยังที่พัก”

...

การรวมตัวยามดึกจบลงอย่างรวดเร็ว โทมัสเดินตามนักบวชออกจากศาสนจักรไปยังชานเมืองหงเฟิงด้วยความรู้สึกยังไม่จุใจ

นักบวชผู้นำทางบอกว่าต้องใช้เวลาเดินเท้าประมาณครึ่งชั่วโมงกว่าจะถึงที่พัก ระหว่างทางโทมัสจึงเริ่มคำนวณรางวัลที่ตัวเองควรจะได้รับ

ในเหตุการณ์ “ภัยพิบัติแห่งการกำเนิดมรณะ” และสงครามป้องกันเมืองนอกกำแพง โทมัสชำระล้างวิญญาณร้ายไปทั้งหมดหกตัว และฆ่าทหารกองทัพทมิฬไปยี่สิบเจ็ดคน นั่นหมายความว่า — เขาจะได้รางวัลทั้งหมด 1 เหรียญทอง กับอีก 45 เหรียญเงิน!

หลังจากผ่านประสบการณ์อย่างเข้มข้นมาค่อนวัน โทมัสได้รู้จาก NPC คนอื่นแล้วว่า สกุลเงินที่จักรวรรดิโนแลนใช้อย่างเป็นทางการนั้นใช้ระบบเลขฐานสิบ ระหว่างเหรียญทองแดง เหรียญเงิน และเหรียญทอง

และดูเหมือนเหนือกว่า “เหรียญทอง” ยังมีสิ่งที่เรียกว่า “เหรียญแพลตตินัม” ซึ่งมีมูลค่าเท่ากับ 100 เหรียญทอง แต่โทมัสยังไม่มีโอกาสได้เห็น

แต่โทมัสก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมาก สำหรับเขา การเล่นเกมคือการเดินทางอันยาวไกล ขอแค่เล่นไปนานๆ เดี๋ยวก็มีเองแหละ โทมัสไม่รีบ

กลับมาที่ผลลัพธ์ตรงหน้า — โทมัสพบด้วยความประหลาดใจว่า ตัวเองจะได้รับรางวัลรวมทั้งหมด 5 เหรียญทอง กับอีก 5 เหรียญเงิน! นี่มันเกือบสิบเท่าของเงินเก็บที่เขามีอยู่ตอนนี้เลยนะ!

เงินเก็บทั้งหมดของเขาตอนนี้รวมกันมีแค่ 6 เหรียญทองกับ 2 เหรียญเงิน... โทมัสรู้สึกเหมือนตัวเองกลายเป็นเศรษฐีใหม่ในชั่วข้ามคืน

และพอ “รวย” ขึ้นมาปุ๊บ เขาก็เริ่มคิดว่าจะใช้เงินก้อนนี้ยังไงดี

อาจจะหาซื้ออุปกรณ์ดีๆ ให้ตัวเองสักชุด? โทมัสคิด... พอดี “ซวงเยว่” เป็นเด็กฝึกงานอยู่ที่โรงตีเหล็กคนแคระ ลองปรึกษาเธอดูดีกว่า

ดังนั้น ระหว่างเดินทางไปที่พัก โทมัสจึงเปิดช่องแชตในหัวขึ้นมาอ่านสิ่งที่ผู้เล่นคุยกันอย่างออกรส พร้อมกับชมวิวข้างทางไปด้วย

นอกจากผู้เล่นที่เป็น “ผู้ลาดตระเวนศาสนจักร” แล้ว ผู้เล่นส่วนใหญ่ที่มีงานทำต่างก็ได้ที่พักกันหมดแล้ว

กลุ่ม “ทหารยามกำแพงเมือง” ที่มีจำนวนคนรองลงมาได้เข้าไปอยู่ในค่ายทหาร “คนงานก่อสร้าง” พักในหอพักคนงานที่มีที่ว่าง ส่วน “เด็กฝึกงานช่างตีเหล็ก” ที่มีจำนวนน้อยที่สุด ทางโรงตีเหล็กก็ออกเงินเช่าบ้านชาวบ้านแถวนั้นให้อยู่...

แต่โดยรวมแล้ว พวกเขาไม่มีที่พักที่เป็นส่วนตัวและอิสระจริงๆ นั่นทำให้โทมัสยิ่งคาดหวังกับที่พักที่กำลังจะได้เจอ

หลังจากกวาดตาดูหัวข้อสนทนาของผู้เล่นคร่าวๆ โทมัสก็กดเปิดรายชื่อเพื่อน หาไอคอนของ “ซวงเยว่ 123”

หน้าต่างช่องแชตของ 《เส้นทางสู่เทพ》 มีฟังก์ชันเพื่อน — ก่อนหน้านี้ตอนบังเอิญเจอซวงเยว่ โทมัสก็แอดเธอไว้ และตอนนี้รูปโปรไฟล์ของเธอยังเป็นสีสว่าง แสดงว่าเธอยังออนไลน์อยู่

เปิดช่องแชตส่วนตัว โทมัสพิมพ์ข้อความลงไปอย่างรวดเร็ว —

“เฮ้ ยังออนอยู่ไหม? ซวงเยว่?”

“มีเรื่องจะถามหน่อย”

“...”

“มีอะไร?” ซวงเยว่ตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว

“อยากสั่งทำอาวุธน่ะ — งบห้าเหรียญทอง เธอเป็นเด็กฝึกงานช่างตีเหล็กนี่นา มีอะไรแนะนำไหม?”

“?”

“นายไปเอาห้าเหรียญทองมาจากไหน? ไปก่ออาชญากรรมมาเหรอ? หัวแดงแล้วเหรอ?”

...เชี่ย ก่ออาชญากรรมอะไรของหล่อน?

โทมัสชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเข้าใจทันทีว่า ซวงเยว่น่าจะคิดว่าเขาไปทำ “เรื่องชั่ว” ของผู้เล่นหัวแดงมา

ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดแค่ — ฆ่าคนชิงทรัพย์ ปล้นบ้านเผาเรือน... ในแง่หนึ่ง ถ้าไม่นับความเสี่ยง นี่คือวิธีหาเงินที่เร็วที่สุดจริงๆ

“เปล่า แค่ศาสนจักรเพิ่งแจกเงินรางวัลให้พวกเราน่ะ”

โทมัสรีบตอบกลับไป

“เมื่อกี้มหาปุโรหิตหลัวซิวเรียกพวกเราไปรวมตัว บอกว่าผู้ลาดตระเวนทุกคนได้รางวัล 1 เหรียญทอง ชำระล้าง ‘วิญญาณร้าย’ 1 ตัวได้เพิ่ม 3 เหรียญเงิน ฆ่าทหารทมิฬ 1 คนได้เพิ่มอีก 1 เหรียญเงิน...”

“ก็ประมาณนี้แหละ ผลงานฉันคำนวณแล้วน่าจะได้ประมาณนั้น รวมๆ ก็ 5 เหรียญทอง 5 เหรียญเงิน”

“...”

“...”

ซวงเยว่เงียบไป

ความเงียบเข้าปกคลุมเมืองหงเฟิงในค่ำคืนนี้

ผ่านไปนาน ในช่องแชตที่โทมัสจ้องอยู่ ถึงมีข้อความที่แฝงความอิจฉาเด้งขึ้นมา —

“...ตอนนี้ย้ายงานทันไหม?”

“ให้ฉันช่วยถามไหมล่ะ?” โทมัสตอบกวนๆ

“ช่างเถอะ” ซวงเยว่รีบตอบกลับมา “นายจะทำอาวุธ? ห้าเหรียญทอง... ดูเหมือนจะตีได้แค่ระดับ ‘สีเขียวหายาก’ แถมยังเป็นเกรดล่างๆ ด้วย”

“แต่ก็นะ ถึงจะเป็นแค่ ‘สีเขียวหายาก’ แต่มันก็อยู่ในขอบข่ายอาวุธเหนือมนุษย์แล้ว ดีกว่าอาวุธทั่วไปเยอะแน่ๆ”

“จะสั่งทำไหม? ถ้าต้องการ ฉันจะลองถามอาจารย์ช่างตีเหล็กที่ดูแลฉันให้ น่าจะลดราคาได้อีกหน่อย”

“...”

ห้าเหรียญทอง ได้แค่ระดับ “สีเขียวหายาก” ที่โรงตีเหล็กงั้นเหรอ? อืม... ก็ถือว่าโอเคนะ ยังไงก็เป็นอาวุธเหนือมนุษย์เกรดสามแล้ว... โทมัสครุ่นคิด

ก่อนหน้านี้ โทมัสรู้มาแล้วว่าลำดับคุณภาพอุปกรณ์จากต่ำไปสูงคือ “สีเทาหยาบ”, “สีขาวทั่วไป”, “สีเขียวหายาก”, “สีฟ้าล้ำค่า” ฯลฯ ...ห้าเหรียญทองแลกอาวุธเหนือมนุษย์เกรดสาม ดูเหมือนจะคุ้มค่าอยู่

“จัดไป” โทมัสตอบตกลงกับซวงเยว่ “งั้นพรุ่งนี้ฉันไปหา”

“ได้” ซวงเยว่ตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว แล้วส่งข้อความมาอีกว่า “ฉันจะนอนแล้ว ดึกแล้ว”

“อื้ม”

“ฝันดี”

“...”

จากนั้น รูปโปรไฟล์ของซวงเยว่ก็กลายเป็นสีเทา

หลังจากซวงเยว่ออฟไลน์ โทมัสก็ปิดหน้าต่างระบบ พลางคิดเรื่องที่จะไปโรงตีเหล็กพรุ่งนี้ จู่ๆ นักบวชผู้นำทางก็หยุดเดิน

“ถึงแล้ว”

นักบวชกล่าว “อยู่ข้างหน้านี้แหละ ศาสนจักรได้สร้างที่พักของผู้บำเพ็ญตนขึ้นใหม่ที่นี่ ในเมื่อพวกเจ้าเป็น ‘ผู้ลาดตระเวนศาสนจักร’ ที่นี่ก็คือที่พักของพวกเจ้าตั้งแต่นี้ไป”

ตามการผายมือของนักบวช โทมัสมองตรงไปข้างหน้า

วินาทีถัดมา เขาต้องเบิกตากว้างด้วยความไม่อยากจะเชื่อสายตา —

บ้านสไตล์นอร์ดิกวิลล่าสูงสามสี่ชั้น เรียงรายกันเป็นทิวแถวปรากฏสู่สายตา

พวกมันตั้งตระหง่านอย่างเงียบสงบอยู่สองข้างทาง กระจกหน้าต่างสะท้อนแสงจันทร์ระยิบระยับ บนระเบียงกว้างมีดอกเบญจมาศและดอกระฆังแก้วปลูกไว้ ลู่ลมแกว่งไกวเบาๆ —

แสงจันทร์สีนวลส่องผ่านช่องว่างระหว่างยอดไม้ ราวกับผืนผ้าแพรที่คลุมลงบนชายคาของวิลล่าเหล่านี้ จุดแสงสีนวลไหลเวียนและเต้นระบำอยู่บนผนังสีขาวสะอาดตา มอบความรู้สึกสดชื่นและมีชีวิตชีวาให้กับค่ำคืนอันเงียบสงบ

“...?”

โทมัสเงียบกริบ รูม่านตาสั่นระริก

“ผู้เล่นคนอื่นไม่นอนค่ายทหาร ก็หอพักคนงาน หรือไม่ก็บ้านชาวบ้าน...”

“แต่ฉันได้นอนวิลล่า?”

“...หะ?”

“...”

มองดูวิลล่าตรงหน้า โทมัสตกอยู่ในภวังค์แห่งความครุ่นคิด

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 290 - โทมัส: หะ?

คัดลอกลิงก์แล้ว