เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 120 - ลีโอนาร์ด: ห๊ะ?

บทที่ 120 - ลีโอนาร์ด: ห๊ะ?

บทที่ 120 - ลีโอนาร์ด: ห๊ะ?


บทที่ 120 - ลีโอนาร์ด: ห๊ะ?

ภายในห้องอันกว้างขวาง ชั่วขณะหนึ่งมีเพียงเสียงลมหายใจที่หนักหน่วงขึ้นอย่างกะทันหันของลีโอนาร์ดเท่านั้นที่ได้ยิน

ตื่นตะลึง สงสัย สับสน... อารมณ์หลากหลายอัดแน่นอยู่บนใบหน้าของลีโอนาร์ด ปากของท่านศาสนาจารย์อ้าค้างอยู่นาน เห็นได้ชัดว่าเขาลืมควบคุมสีหน้าไปเสียสนิท

สิ่งที่หลัวซิวพูดออกมา สำหรับท่านศาสนาจารย์แล้ว มันช่างเหลือเชื่อเกินไป...

ท่านศาสนาจารย์ยังจำได้แม่นยำ

นับตั้งแต่หลัวซิวเลื่อนขั้นเป็น "นักบวชผู้ทำพิธีศักดิ์สิทธิ์" วิถีขั้นสอง และผ่านการทดสอบของลีโอนาร์ดจนได้เข้าร่วมเป็น "ผู้ลงทัณฑ์ศักดิ์สิทธิ์" จนถึงตอนนี้เพิ่งจะผ่านไปแค่เดือนเดียว

เดือนเดียว ก็เลื่อนขั้นจาก "วิถีขั้นสอง" ขึ้นเป็นผู้เหนือมนุษย์ "วิถีขั้นสาม"

ในประวัติศาสตร์ของ [แสงสว่าง] คนที่ทำความเร็วในการเลื่อนขั้นได้ขนาดนี้ นับนิ้วมือสองข้างก็ยังเหลือ

นี่มันเข้าขั้นปาฏิหาริย์ชัดๆ!

ผ่านไปเนิ่นนาน ลีโอนาร์ดถึงได้ถามออกมาอย่างลังเลว่า

"เจ้า... เจ้าบอกว่าเจ้า เลื่อนขั้นเป็น 'วิถีขั้นสาม' แล้วรึ?"

แม้ลีโอนาร์ดจะ "สัมผัส" ได้ถึงคำตอบแล้ว แต่เขาก็ยังอยากจะยืนยันครั้งสุดท้ายตามความเคยชิน

"ขอรับ ท่านศาสนาจารย์" หลัวซิวพยักหน้า เขากล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบเช่นเคยว่า "อย่างที่ท่านเห็น ข้าได้เปิด 'ประตูเงินขาว' และได้เห็นโลกหลังประตูบานนั้นแล้ว"

"..." ลีโอนาร์ดเงียบไป

เมื่อไม่กี่วันก่อน หลัวซิวมาขอเบิก "กุญแจเงินขาว" จากเขาไปจริงๆ

นั่นไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร เพราะผู้เหนือมนุษย์วิถีขั้นต้นแทบทุกคนมักจะเตรียมกุญแจสำหรับเปิด "ประตูแห่งความเหนือธรรมชาติ" ของขั้นถัดไปไว้ล่วงหน้าอยู่แล้ว

ดังนั้นในมุมมองของลีโอนาร์ด ตอนนั้นเขาแค่คิดว่าหลัวซิวอยากเตรียมพร้อมไว้ก่อนจะได้ไม่ต้องกังวลทีหลัง

แต่สิ่งที่ลีโอนาร์ดคาดไม่ถึงก็คือ คนอื่นเขาขอกุญแจล่วงหน้าเอาไปเก็บไว้รอใช้ แต่หลัวซิว หลัวซิว คาร์ลอส เขาเอาไปไขประตูเลยจริงๆ!

ยิ่งไปกว่านั้น คลื่นพลังวิญญาณอันรุนแรงที่แผ่ออกมาจากตัวหลัวซิว ยิ่งตอกย้ำให้ท่านศาสนาจารย์รู้ว่าหลัวซิวไม่ได้โกหก

---นั่นคือกลิ่นอายของผู้เหนือมนุษย์ "วิถีขั้นสาม" ของจริง!

"..." ลีโอนาร์ดอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่คำพูดกลับจุกอยู่ที่คอ

ลีโอนาร์ดจึงต้องใช้เวทศักดิ์สิทธิ์ "สงบจิตใจ" บังคับข่มอารมณ์ที่พลุ่งพล่านให้สงบลง ก่อนจะกล่าวกับหลัวซิวว่า

"หลัวซิว เจ้าทำให้ข้า... คาดไม่ถึงจริงๆ"

ลีโอนาร์ดถอนหายใจ

"เจ้าเลื่อนขั้นเป็นผู้เหนือมนุษย์ 'วิถีขั้นสาม' แล้ว อืม... ถ้าอย่างนั้นข้อมูลในแฟ้มประวัติของเจ้าก็ต้องมีการอัปเดต..."

พูดพลาง ลีโอนาร์ดก็ดึงแฟ้มประวัติของหลัวซิวออกมาจากกองเอกสารภูเขาเลากา

"หลัวซิว เบี้ยหวัดศักดิ์สิทธิ์ของเจ้าจะเพิ่มจากสัปดาห์ละ 20 เหรียญทอง เป็น 50 เหรียญทอง นี่เป็นสวัสดิการพื้นฐานที่ 'ศาสนจักร' มอบให้แก่นักบวช 'วิถีขั้นสาม'"

"รวมถึง ตำแหน่งของเจ้าในกลุ่ม 'ผู้ลงทัณฑ์ศักดิ์สิทธิ์'..."

ลีโอนาร์ดแก้ไขข้อมูลในแฟ้มไปพลาง เงยหน้าขึ้นถามหลัวซิวว่า

"หลังจากเจ้าเลื่อนขั้นเป็นผู้เหนือมนุษย์ 'วิถีขั้นสาม' แล้ว เจ้าเลือกสาย 'อัคกีพลี' 'พิพากษาบาป' หรือ 'เบิกอรุณ'?"

"ท่านศาสนาจารย์" หลัวซิวตอบ "ตอนนี้ข้าเป็น 'มหาปุโรหิตพิพากษาบาป' ขอรับ"

"อย่างนี้นี่เอง... เจ้าเลือก 'พิพากษาบาป' สินะ"

ใบหน้าของลีโอนาร์ดฉายแววพึงพอใจ "อืม อืม... นี่เป็นทางเลือกที่ 'ผู้ลงทัณฑ์ศักดิ์สิทธิ์' ควรเลือกจริงๆ"

เมื่ออาชีพวิถีขั้นสองอย่าง "นักบวชผู้ทำพิธีศักดิ์สิทธิ์" "บาทหลวงแห่งแสง" และ "อัศวินศักดิ์สิทธิ์" เลื่อนขั้นเป็นวิถีขั้นสาม จะมีเส้นทางการเลื่อนขั้นสามทาง อย่าง "มหาปุโรหิตผู้ชำระบาป" ของแอนโทนี่ หรือ "มหาปุโรหิตพิพากษาบาป" ของหลัวซิว ล้วนเป็นเส้นทางอาชีพมาตรฐานสำหรับสาย "พิพากษาพวกนอกรีต"

ในเส้นทางเดียวกันยังมี "อัศวินศักดิ์สิทธิ์ตัดสินบาป" ซึ่งเป็นอาชีพขั้นสูงของ "อัศวินศักดิ์สิทธิ์" เส้นทางนี้เกือบทั้งหมดจะเน้นการพัฒนาที่รอบด้าน และเป็นเส้นทางเดียวที่มี "โบนัสความเสียหายต่อศัตรูต่างวิถี"

"ข้าตระหนักถึงภารกิจที่ข้าแบกรับขอรับ" หลัวซิวพยักหน้า "ในฐานะ 'ผู้ลงทัณฑ์ศักดิ์สิทธิ์' การเป็น 'มหาปุโรหิตพิพากษาบาป' คือทางเลือกที่ดีที่สุด"

"ถูกต้อง เป็นเช่นนั้นจริงๆ..." ลีโอนาร์ดพยักหน้าเห็นด้วย แล้วกล่าวต่อว่า

"ถ้าอย่างนั้น หลัวซิว เกี่ยวกับตำแหน่งของเจ้าในกลุ่ม 'ผู้ลงทัณฑ์ศักดิ์สิทธิ์'"

"เจ้าไม่ใช่สมาชิกธรรมดาของ 'ผู้ลงทัณฑ์ศักดิ์สิทธิ์' อีกต่อไป นับแต่นี้ เจ้าได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็น 'เจ้าหน้าที่ตุลาการศักดิ์สิทธิ์' เทียบเท่า 'ผู้ช่วยศาสนาจารย์' มีอำนาจหน้าที่เท่าเทียมกับ 'มหาปุโรหิตผู้ชำระบาป' แอนโทนี่ เจ้าสามารถเลือกที่จะอยู่ในทีมของแอนโทนี่ต่อไป หรือจะยื่นเรื่องขอจัดตั้งทีมใหม่กับข้าก็ได้"

พูดจบ ศาสนาจารย์ลีโอนาร์ดก็มองไปที่หลัวซิว รอคอยคำตอบจากเขา

"ข้าขอสังกัดอยู่ในทีมของแอนโทนี่ไปก่อนชั่วคราวก็ได้ขอรับ"

หลัวซิวตอบอย่างจริงจัง "เพียงแต่ ข้าอยากจะขอยื่นเรื่องเพื่อขอสิทธิ์ในการปฏิบัติภารกิจ 'พิพากษาพวกนอกรีต' โดยลำพังขอรับ"

เมื่อได้ยินดังนั้น ลีโอนาร์ดก็ตกใจเล็กน้อย

"...เจ้าว่าอะไรนะ? โดยลำพัง?"

น้ำเสียงของศาสนาจารย์ลีโอนาร์ดเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

"หลัวซิว ข้าขอเตือนเจ้า แม้ว่าเจ้าจะทำพันธสัญญากับสัตว์ศักดิ์สิทธิ์แล้ว และตอนนี้ก็เป็น 'มหาปุโรหิตพิพากษาบาป' วิถีขั้นสาม แต่ในฐานะอาชีพสายนักบวช การฉายเดี่ยวยังคงไม่ใช่ทางเลือกที่ฉลาดนัก"

นี่เป็นคำเตือนด้วยความหวังดี เพราะไม่เคยมีประวัติว่าผู้ลงทัณฑ์ศักดิ์สิทธิ์อาชีพ "นักบวช" คนไหนเลือกที่จะปฏิบัติภารกิจพิพากษาพวกนอกรีตเพียงลำพังมาก่อน

และพวก "นักบวช" หรือ "มหาปุโรหิต" ที่ตกอยู่ในสถานการณ์ "ตัวคนเดียว" แทบทุกคนล้วนจบชีวิตลงในภารกิจทั้งสิ้น

"ข้าเข้าใจดีขอรับ ท่านศาสนาจารย์" หลัวซิวพยักหน้า "และนี่คือเหตุผลที่ข้าอยากขอสิทธิ์ปฏิบัติภารกิจเดี่ยว"

"ท่านก็รู้ ร่างกายของข้าเมื่อเทียบกับนักบวชทั่วไปแล้ว ถือว่าแข็งแรงกว่ามาก"

"และอีกอย่าง..."

จู่ๆ หลัวซิวก็เริ่มสวดบทสวดที่ฟังดูคลุมเครือด้วยเสียงแผ่วเบา

ทำให้สีหน้าของลีโอนาร์ดชะงักไปเล็กน้อย

เพราะเขาเองก็ฟังไม่ออกว่าบทสวดที่หลัวซิวกำลังร่ายนั้นสื่อถึงเวทศักดิ์สิทธิ์บทไหน

แต่ลีโอนาร์ดไม่สัมผัสถึงเจตนาคุกคามหรืออันตรายจากตัวหลัวซิว

เขาจึงเลือกที่จะรออย่างเงียบๆ รอให้หลัวซิวร่ายเวทจนจบ

...

บทสวดสั้นๆ จบลงอย่างรวดเร็ว ลีโอนาร์ดรู้สึกได้ทันทีว่าอุณหภูมิในห้องกำลังพุ่งสูงขึ้นด้วยความเร็วที่ผิดปกติ!

"เจ้าทำอะไรน่ะ?" ลีโอนาร์ดถามด้วยความประหลาดใจ เขารีบเตรียมเวทป้องกันไว้ในมือ พร้อมกับที่จะหยุดการกระทำต่อไปของหลัวซิวได้ทุกเมื่อ

แต่หลัวซิวไม่ได้ทำอะไรต่อ เขาเพียงแค่ยกแขนขึ้นมาวางพาดไว้ที่หน้าอกเบาๆ

ลีโอนาร์ดเห็นเพียงแสงสีทองอ่อนๆ ไหลเวียนอยู่บนเสื้อคลุมของหลัวซิว จากนั้นแสงสีทองเจิดจ้าก็ระเบิดออกมา!

อีกาตัวหนึ่งที่มีเปลวเพลิงสีทองลุกโชน ปรากฏตัวขึ้นบนท่อนแขนของหลัวซิวแล้ว!

มันคืออีกาที่มีขนสีทองลุกเป็นไฟ ดวงตาของมันซ่อนอยู่ใต้แสงสีทองที่สว่างจ้า ขนของมันลุกไหม้ด้วยเปลวเพลิงศักดิ์สิทธิ์ที่บริสุทธิ์อย่างยิ่ง แผ่ไอความร้อนระอุออกมาเป็นระลอก

คลื่นพลังวิญญาณอันรุนแรงแผ่ออกมาจากร่างของอีกาสีทองตัวนี้ และมันก็คือต้นเหตุที่ทำให้อุณหภูมิในห้องสูงขึ้นเรื่อยๆ

"นี่... นี่มัน..."

เมื่อเห็นภาพตรงหน้า สมองของลีโอนาร์ดก็หยุดทำงานไปอีกครั้ง

เขาคิดไม่ออกแล้วว่าหลัวซิวทำอะไรลงไป

"อย่างที่ท่านเห็นขอรับ ท่านศาสนาจารย์..."

หลัวซิวพอใจกับปฏิกิริยาของลีโอนาร์ดมาก นี่คือสิ่งที่เขาอยากเห็น

ในเมื่อเวลาแห่งการ "อัพค่าต้านทานเต็มสูบ" เหลืออยู่อีกแค่วันเดียว หลัวซิวเลยถือโอกาสหลอกตาแก่ทีเดียวให้คุ้มไปเลย

"...นี่คือสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ตัวที่สองที่ข้าพบใน 'ประตูเงินขาว'"

"ข้าได้ทำพันธสัญญากับท่านผู้นี้ด้วยเช่นกัน"

หลัวซิวกล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉย

แต่ใบหน้าของลีโอนาร์ดในตอนนี้กลับกระตุกเหมือนถูกไฟช็อต

เขารู้สึกเหมือนโลกทัศน์ของตัวเองกำลังพังทลายลงในพริบตา

---สัตว์ศักดิ์สิทธิ์ตัวที่สอง!

---ก่อนจะถึง "วิถีขั้นสี่" ยังสามารถทำพันธสัญญากับสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ตัวที่สองได้อีกงั้นรึ!

---เรื่องแบบนี้ในประวัติศาสตร์ทั้งหมดของ [แสงสว่าง] ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน!

"..."

ลีโอนาร์ดอ้าปากค้างอยากจะพูดอะไรสักอย่าง แต่ก็พูดไม่ออก

แต่คิดไปคิดมา ท่านศาสนาจารย์อาวุโสรู้สึกว่า ตัวเองควรจะพูดอะไรสักหน่อย

อย่างน้อย ก็ควรมีการตอบสนองบ้าง

"..."

"...ห๊ะ?"

ลีโอนาร์ดรวบรวมคำพูดนับพันหมื่นคำกลั่นออกมาได้แค่คำเดียว

เมื่อเห็นท่าทางเหม่อลอยของศาสนาจารย์ลีโอนาร์ด หลัวซิวจึงพูดต่อว่า

"อย่างที่ท่านเห็นขอรับ ท่านศาสนาจารย์"

"'อีกาขนเพลิง' นี่คือสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ตัวที่สองที่ทำพันธสัญญากับข้า"

"ท่านผู้นี้แข็งแกร่งมาก แข็งแกร่งยิ่งกว่า 'หมาป่าเพลิงศักดิ์สิทธิ์' ที่ทำพันธสัญญากับข้าก่อนหน้านี้เสียอีก"

"..."

"...ข้าสัมผัสได้" ลีโอนาร์ดถอนหายใจ

จากตัว "อีกาขนเพลิง" ที่เกาะอยู่บนแขนของหลัวซิว ลีโอนาร์ดสัมผัสได้ถึงพลังที่รุนแรงมาก

มันคือคลื่นพลังวิญญาณที่เข้มข้นยิ่งกว่าระดับ "บิดเบือน" แม้แต่ศาสนาจารย์ลีโอนาร์ดที่เป็น "วิถีขั้นสี่" ยังสัมผัสได้ถึงอันตราย

แม้จะเป็น "สัตว์ศักดิ์สิทธิ์" แต่ใน [แสงสว่าง] ก็มีระบบการจัดระดับความแข็งแกร่งที่คล้ายคลึงกับสัตว์อสูร เพียงแต่เปลี่ยนชื่อเรียก

เช่น สัตว์ศักดิ์สิทธิ์ระดับ "บิดเบือน" ในทาง [แสงสว่าง] จะเรียกว่าระดับ "ประกายวิญญาณ" ซึ่งสูงกว่า "แสงสลัว" แต่ต่ำกว่า "นิมิตมงคล"

"อืม... ท่านผู้นี้อยู่ระดับ 'ประกายวิญญาณ' แต่ก็สูงกว่า 'ประกายวิญญาณ' ทั่วไป ใกล้จะถึงระดับ 'นิมิตมงคล' แล้ว..."

ศาสนาจารย์ลีโอนาร์ดพึมพำ "ในด้าน 'สัตว์ศักดิ์สิทธิ์ในพันธสัญญา' เจ้าแซงหน้าข้าไปไกลลิบแล้ว..."

"'เพลิงตะวันผลาญ' ของข้า อยู่กับข้ามาจนป่านนี้ ก็ยังเป็นแค่สัตว์ศักดิ์สิทธิ์ระดับ 'แสงสลัว' เท่านั้น นี่แสดงให้เห็นว่าศักยภาพของข้าในวิถี [แสงสว่าง] คงมาสุดทางแค่นี้จริงๆ..."

"..."

น้ำเสียงของลีโอนาร์ดดูห่อเหี่ยวลง แต่ในฐานะผู้เหนือมนุษย์อาวุโสที่ผ่านโลกมามาก เขาก็มีความใจกว้างที่คนทั่วไปเทียบไม่ติด

ดังนั้น ไม่นาน ลีโอนาร์ดก็หาหัวข้อใหม่ที่ทำให้เขากลับมากระชุ่มกระชวยได้อีกครั้ง

"หลัวซิว เจ้าอาจจะไม่รู้ว่าการที่เจ้าทำพันธสัญญากับสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ถึงสองตัวนั้น มันมีความหมายว่าอย่างไร..."

ลีโอนาร์ดลองจินตนาการในมุมของหลัวซิว ไม่นานก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา "เจ้าอาจจะเป็นอัจฉริยะที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในรุ่นของเรา หรือแม้แต่ในประวัติศาสตร์ทั้งหมดของ [แสงสว่าง] เจ้าจะต้องสร้างวีรกรรมที่เปลี่ยนแปลง 'กฎเกณฑ์' ได้อย่างแน่นอน!"

"..."

ลีโอนาร์ดพูดไปพลางตวัดปากกาเขียนลงบนแฟ้มประวัติของหลัวซิวอย่างรวดเร็ว แก้ไขข้อกำหนดเกี่ยวกับสิทธิ์อำนาจ

"หลัวซิว... เรื่องคำขอ 'ปฏิบัติภารกิจเดี่ยว' ของเจ้า ข้าคงอนุมัติให้ทั้งหมดไม่ได้ เพราะมันอันตรายเกินไปจริงๆ"

ลีโอนาร์ดเขียนไปพูดไป "แต่ ถ้าเป็นภารกิจที่เกี่ยวข้องกับพวกนอกรีตระดับ 'วิถีขั้นสาม' หรือต่ำกว่า ข้าอนุญาตให้เจ้าลุยเดี่ยวได้ เพียงแต่ต้องมารายงานข้าทีหลังก็พอ"

หลังจากได้เห็น 'อีกาขนเพลิง' ระดับประกายวิญญาณที่หลัวซิวอัญเชิญออกมาใหม่ ลีโอนาร์ดก็ยอมผ่อนปรนในที่สุด

ด้วย 'อีกาขนเพลิง' ระดับประกายวิญญาณ และ 'หมาป่าเพลิงศักดิ์สิทธิ์' ระดับแสงสลัว บวกกับหลัวซิวที่เลื่อนขั้นเป็น "มหาปุโรหิตพิพากษาบาป" แล้ว ลำพังตัวเขาคนเดียวก็เทียบเท่ากับทีมผู้ลงทัณฑ์ศักดิ์สิทธิ์ทั้งทีม

เมื่อได้ยินคำตอบจากลีโอนาร์ด แม้จะได้รับอนุญาตให้ลุยเดี่ยวเฉพาะภารกิจล่าพวกนอกรีตระดับ "วิถีขั้นสาม" ลงมา ซึ่งยังไม่ตรงตามความคาดหวังของหลัวซิวทั้งหมด แต่แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว

"ขอบพระคุณขอรับ ท่านศาสนาจารย์" หลัวซิวกล่าวขอบคุณลีโอนาร์ด "ถ้าเช่นนั้น ข้าขอตัวลา"

"..."

ลีโอนาร์ดไม่ได้พูดอะไรอีก เพียงแค่ส่งเสียง "อืม" เบาๆ แล้วก้มหน้าทำงานต่อ

จนกระทั่งหางตาของลีโอนาร์ดเห็นหลัวซิวเดินออกจากห้องและปิดประตูลง เขาถึงได้วางแฟ้มและปากกาในมือลง แล้วเอนหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างหมดแรง

"เฮ้อ..."

ความคิดในหัวของลีโอนาร์ดถูกหลัวซิวปั่นป่วนจนยุ่งเหยิงไปหมด

"นึกไม่ถึง... นึกไม่ถึงเลย..."

ลีโอนาร์ดพึมพำ

"หลัวซิว คาร์ลอส คนแบบนี้ดันมาปรากฏตัวในโบสถ์ของเรา..."

"นี่ต้องเป็น... ต้องเป็นพรจากเทพจู้รื่อแน่ๆ..."

"หรือบางที... หรือบางที..."

ในสมองของลีโอนาร์ด จู่ๆ ก็มีความคิดดูหมิ่นพระเจ้าผุดขึ้นมา

"หลัวซิว เขาอาจจะเป็นลูกนอกสมรสของ 'เทพจู้รื่อ'..."

"หรือไม่ก็ร่างอวตารของพระองค์มาจุติ..."

"..."

...

เมืองซีนา จัตุรัสชัยชนะ

ตอนที่ออกมาจากวิหารแห่งแสงศักดิ์สิทธิ์ ก็เกือบจะเที่ยงแล้ว

แสงแดดสาดส่องลงมาบนถนนของจัตุรัสอย่างนุ่มนวล แสงสีขาวเต้นระริกอยู่บนไหล่ของผู้คนที่เดินผ่านไปมา นี่คือช่วงเวลาอบอุ่นที่หาได้ยากในหนึ่งวัน

หลัวซิวเดินทอดน่องไปตามถนนของจัตุรัส ผ่านถนนสายหลักที่ผู้คนพลุกพล่าน เข้าสู่ตรอกซอยย่อย

ป่านนี้ ท่านศาสนาจารย์ลีโอนาร์ดคงกำลังพยายามปะติดปะต่อสามัญสำนึกที่ถูกหลัวซิวทุบจนแตกละเอียดอยู่แน่ๆ

หลัวซิวเองก็ยังมีเวลาอีกครึ่งวัน กว่าคูลดาวน์ของ "ตุ๊กตาสองหน้า" จะหมดลง และกลับสู่สถานะการต่อสู้ปกติ

ตอนนี้หลัวซิวหมดห่วงเรื่องการ "ถูกตรวจสอบ" ไปชั่วคราว แถมยังได้รับอนุญาตจากลีโอนาร์ดให้ปฏิบัติภารกิจ "พิพากษาพวกนอกรีต" เพียงลำพังได้แล้ว

นี่แหละคือเป้าหมายหลักที่หลัวซิวมาหาลีโอนาร์ดและยอมเปิดเผยไพ่ตายบางส่วน

---สิทธิ์ในการปฏิบัติภารกิจเดี่ยว! หมายความว่าหลัวซิวสามารถเปิดฉากสังหารหมู่ได้อย่างอิสระเสียที!

ในขณะเดียวกัน กองกำลังสาวกคลุ้มคลั่งที่เขาจะสร้างขึ้นด้วย "ศรัทธาคลุ้มคลั่ง" ก็สามารถเข้าร่วมภารกิจ "พิพากษาพวกนอกรีต" ของเขาได้อย่างไร้กังวล

และผลงานการ "พิพากษา" พวกนอกรีตด้วยวิธีนี้ ก็สามารถนำไปรายงานต่อโบสถ์และนับเป็นผลงานของเขาได้ทั้งหมด

ในฐานะผู้เล่น หลัวซิวสามารถเก็บเกี่ยวค่าประสบการณ์ได้อย่างเมามันราวกับเกี่ยวต้นหอม

และในฐานะ "ผู้ลงทัณฑ์ศักดิ์สิทธิ์" เขายังได้รับความดีความชอบและผลงานในโบสถ์อีกต่างหาก

---นี่แหละคือ Win-Win!

หมายถึงหลัวซิว Win สองต่อ!

หลัวซิวเริ่มวางแผนการฟาร์มพวกนอกรีตแบบรวดเร็วในหัว

ขณะที่กำลังคิด หลัวซิวก็มาถึงจุดหมายปลายทางในตรอกลึก

--- [ร้านตีเหล็กคนแคระต้นตำรับ]

ในช่วงเวลาสุดท้ายก่อนที่คูลดาวน์ "ตุ๊กตาสองหน้า" จะหมดลง หลัวซิวตั้งใจจะมาหาคนแคระมีร์ เพื่อเปลี่ยนและอัปเกรดอุปกรณ์สวมใส่เสียหน่อย

ในฐานะ "มหาปุโรหิตพิพากษาบาป" วิถีขั้นสาม หลัวซิวสามารถใช้อาวุธและอุปกรณ์ที่มีคุณภาพสูงกว่าเดิมได้แล้ว

---ก๊อก ก๊อก ก๊อก

หลัวซิวเคาะประตูร้านตีเหล็กเบาๆ

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 120 - ลีโอนาร์ด: ห๊ะ?

คัดลอกลิงก์แล้ว