- หน้าแรก
- ตำนานเทพนักพรต เริ่มต้นด้วยระบบอัพค่าสถานะ
- บทที่ 65 วัดผูเฉิน , นักพรตเต๋า , บัณฑิต , บัฟมาเต็ม!
บทที่ 65 วัดผูเฉิน , นักพรตเต๋า , บัณฑิต , บัฟมาเต็ม!
บทที่ 65 วัดผูเฉิน , นักพรตเต๋า , บัณฑิต , บัฟมาเต็ม!
บทที่ 65 วัดผูเฉิน , นักพรตเต๋า , บัณฑิต , บัฟมาเต็ม!
"เรื่องมันยาว! ในตอนนั้น ข้าผ่านมาทางเมืองฉิวหลง ดันไปเจอกับเรื่องลี้ลับเข้า ก็เลยต้องสู้กับผีร้ายที่แข็งแกร่ง สุดท้ายพวกเราก็ได้รับบาดเจ็บ"
"ถึงแม้ว่าข้าจะกำจัดผีร้ายตัวนั้นได้ แต่ข้าก็รู้สึกว่าตัวเองอยู่ได้อีกไม่นาน"
ก่อนที่ฟ่านหวู่จะได้ถามว่า ทำไมถึงรู้จักศาลเจ้าฉิวหลง? ทำไมถึงรู้จักอาจารย์จอมปลอมของเขา?
เฉินจ้วนก็พูดด้วยสีหน้าตื่นเต้น "ตอนนั้น ข้ารู้สึกสิ้นหวัง คิดว่าชีวิตนี้คงจะจบลงแบบนี้"
"ในเวลานั้น ผู้อาวุโสปรมาจารย์สวรรค์ก็ปรากฏตัวขึ้น!"
"ท่านช่วยชีวิตข้า ท่านบอกว่า ตัวท่านเองเป็นนักพรตเต๋าที่ฝึกวิชามานาน แต่ข้ากลับมองไม่เห็นพลังวิเศษของท่าน"
"ข้ารู้แค่ว่า ท่านเก่งกว่าข้ามาก ท่านเป็นนักพรตเต๋าที่เก่งกาจในเมืองฉิวหลง"
"คนในเมืองฉิวหลง เคารพท่านมาก"
พูดถึงตรงนี้ เฉินจ้วนก็พูดด้วยความรู้สึก "ถ้าผู้อาวุโสปรมาจารย์สวรรค์ไม่ช่วยชีวิตข้า ข้าคงจะไม่ได้ยืนอยู่ตรงนี้หรอก"
"พอนึกถึงเรื่องในอดีต มันช่างน่าเศร้าใจยิ่งนัก!"
ฟ่านหวู่: "..."
แน่นอนว่าเจ้ามองไม่เห็นพลังวิเศษของ "ผู้อาวุโสปรมาจารย์สวรรค์"
นั่นไม่ใช่เพราะ "ผู้อาวุโสปรมาจารย์สวรรค์" แข็งแกร่ง
แต่เป็นเพราะเขาไม่มีพลังวิเศษ! เขาไม่ใช่นักพรตเต๋าจริงๆ!
ไอ้อาจารย์เวรนั่น เป็นแค่นักต้มตุ๋น!
จะมีพลังวิเศษได้ยังไง?
ฟ่านหวู่ไม่คิดว่าอาจารย์จอมปลอมของเขา จะเคยช่วยชีวิตนักพรตเต๋า
แล้วตอนนี้...
เขายังเจอนักพรตเต๋าผู้นั้นอีก
ช่างเป็น...
พรหมลิขิต!
"ท่านนักพรตเต๋า ท่านก็เป็นนักพรตเต๋าจากศาลเจ้าฉิวหลง งั้นผู้อาวุโสปรมาจารย์สวรรค์ผู้นั้น เป็น...?" เฉินจ้วนอดสงสัยไม่ได้ ถามคำถามนี้
"...อาจารย์" ฟ่านหวู่พูดสองคำนี้
"หา?" เฉินจ้วนดีใจมาก "ท่านนักพรตเต๋าเป็นศิษย์ของผู้อาวุโสปรมาจารย์สวรรค์! งั้น... ผู้อาวุโสปรมาจารย์สวรรค์ท่าน... สบายดีไหม?"
"ท่านเสียชีวิตไปแล้ว" ฟ่านหวู่ตอบอย่างตรงไปตรงมา
"เสียชีวิตไปแล้ว?" เฉินจ้วนอึ้งไป
เขาไม่คิดว่าจะได้ยินคำตอบแบบนี้ รอยยิ้มบนใบหน้าของเขา หายไป
เขาเงียบไปสักพัก
จากนั้นก็ทำหน้าเศร้าสร้อย ถอนหายใจ "นี่คงจะเป็น... สัจธรรมของโลกสินะ?"
เขาตั้งสติ
เฉินจ้วนเก็บความเศร้าโศกไว้
เขามองฟ่านหวู่ ถามว่า "ท่านนักพรตเต๋าออกจากเมืองฉิวหลง บางที... ท่านคงจะไปร่วมงานวันเกิดของเทพเฉิงหวงในเมืองหลวงอิงเหอสินะ?"
(เฉิงหวงหรือเซี้ยฮ้วง คือเทพเจ้าประจำเมือง หรือจะเรียกว่าเจ้าพ่อหลักเมืองแบบไทย)
"งานวันเกิดของเทพเฉิงหวง?" ฟ่านหวู่ไม่เข้าใจ
"หา? ท่านนักพรตเต๋าไม่รู้เรื่องนี้เหรอ?" เฉินจ้วนอธิบายว่า "เทพเฉิงหวงของเมืองหลวงอิงเหอ จะจัดงานวันเกิดทุกๆ สิบปี ท่านจะเชิญนักพรตเต๋าทุกคนในเมืองหลวงอิงเหอ แล้วยังเชิญสิ่งลี้ลับที่ไม่เคยทำร้ายมนุษย์มาด้วย"
"นั่นก็หมายความว่า... ในงานวันเกิดของเทพเฉิงหวง จะมีนักพรตเต๋าจำนวนมาก แล้วยังมีสิ่งลี้ลับอีกด้วย"
"แถมยังมี... ยมฑูตในตำนานที่ปรากฏตัวและหายตัวไปมาอย่างไร้ร่องรอยอีกด้วย!!"
เทพเฉิงหวง… จะจัดงานวันเกิด?
ทุกๆ สิบปี?
แถมยังเชิญนักพรตเต๋าทุกคน?
แล้วยังเชิญสิ่งลี้ลับอีก?
ฟ่านหวู่ขมวดคิ้ว
เขาไม่รู้เรื่องนี้จริงๆ อาจารย์จอมปลอมของเขา เป็นแค่นักพรตเต๋าปลอม ไม่มีใครบอกเรื่องพวกนี้ให้เขารู้
"ท่านนักพรตเต๋า ท่านเป็นศิษย์ของผู้อาวุโสปรมาจารย์สวรรค์ งานวันเกิดของเทพเฉิงหวงที่นานๆ ทีจะจัดครั้งหนึ่ง ข้าคิดว่าท่านควรจะไป" เฉินจ้วนพูด "ตอนนั้น คงจะมีนักพรตเต๋าที่เก่งกาจมากมาย บางทีท่านอาจจะได้เจอโอกาสดีๆ"
"ถ้าได้รับความเมตตาจากเทพเฉิงหวง หลังจากที่ท่านเสียชีวิต ท่านอาจจะได้เป็นขุนนางในยมโลกก็เป็นได้!"
พูดตามตรง ฟ่านหวู่รู้สึกสนใจเล็กน้อย
แต่สิ่งที่เขาสนใจ ไม่ใช่ตำแหน่งขุนนางในยมโลก
แต่เป็น "เทพเฉิงหวง" ที่เฉินจ้วนพูดถึง!
เทพเฉิงหวง...
เป็นเทพเจ้าที่ปกป้องเมือง ใช่ไหม?
งั้นก็เป็นเทพเจ้าสินะ?
นี่คือเทพเจ้าที่ปรากฏตัวต่อหน้าผู้คน ไม่ใช่รูปปั้นแปลกๆ พวกนั้น!
ทำไมเขาจะไม่รู้สึกสนใจล่ะ?
แต่ไม่รู้ว่า...
ด้วยค่า [อายุขัย] กับค่า [พลัง] ของเขาตอนนี้ เขาจะเห็นแถบพลังชีวิตของเทพเฉิงหวงหรือไม่?
ถ้าเขาเห็นแถบพลังชีวิตของเทพเฉิงหวง เขาจะมีพลัง...
ทำให้แถบพลังชีวิตของเทพเฉิงหวงเป็นศูนย์ได้หรือไม่นะ?
แค่กๆ!
ตอนที่ฟ่านหวู่กำลังครุ่นคิด... เฉินเสี่ยวเสี่ยวที่เตี้ยกว่าขาของฟ่านหวู่ ก็ร้องตะโกนอีกครั้ง "ท่านพ่อ! มีปีศาจ... ไม่สิ! มีคนมา!"
เฉินจ้วนมองไปที่ประตูวัด ส่วนฟ่านหวู่ได้ยินเสียงต่างๆ จากข้างนอกแล้ว แต่เขาไม่ได้สนใจ
"เป็นบัณฑิต?" เฉินจ้วนขมวดคิ้ว "แถมยังเป็น... บัณฑิตที่โชคร้าย"
"หา? วัด บัณฑิต แล้วยังมีพวกเราที่รู้วิชาอาคม นี่มันไม่ใช่เรื่องผีที่นักเล่าเรื่องชอบเล่าเหรอ? ต่อไป... น่าจะมี..." เฉินเสี่ยวเสี่ยวตกใจ
เพี๊ยะ!
แต่เธอยังพูดไม่จบ เฉินจ้วนก็ตบหัวของนาง "กลางดึกแบบนี้ อย่าพูดจามั่วซั่ว! ใกล้จะถึงงานวันเกิดของเทพเฉิงหวงแล้ว สิ่งลี้ลับที่แข็งแกร่งมากมาย จะถูกปลุก ถ้าไปยุ่งเกี่ยวกับสิ่งลี้ลับที่น่ารำคาญ..."
"พวกเราพ่อลูก คงจะไม่ได้ไปเจอเทพเฉิงหวงที่เมืองหลวงอิงเหอ บางทีอาจจะโดนสิ่งลี้ลับฆ่าตายระหว่างทาง! ยิ่งเจ้าหน้าตาสวยงามเหมือนข้ามาก…"
"บางที เจ้าอาจจะโดนสิ่งลี้ลับจับตัวไปเป็นสาวใช้!"
เฉินเสี่ยวเสี่ยวรีบหุบปาก
...
มีบัณฑิตคนหนึ่งวิ่งเข้ามาในวัด
ดูเหมือนว่าเขาจะอายุไล่เลี่ยกับฟ่านหวู่ แต่รูปร่างของเขา แตกต่างจากฟ่านหวู่อย่างสิ้นเชิง
ถึงแม้ว่าบัณฑิตคนนี้จะไม่ได้เตี้ย แต่เขาดูผอมแห้ง เหมือนจะปลิวไปตามลม
ทำให้คนอื่นคิดว่า...
ถ้าโดนคนร่างกำยำต่อยสักหมัด เขาคงจะตายคาที่เลย ใช่ไหม?
บัณฑิตคนนั้นแบกกล่องใส่ตำรา กล่องนั้นดูเหมือนจะหนักมาก
พอวิ่งเข้ามาในวัด เขาก็เหนื่อยจนหอบ
"ข้าน้อย... ข้าน้อยอยากจะไปพบสหายที่เมืองหลวงอิงเหอ แต่ระหว่างทางเจอเรื่องแปลกๆ ทำให้เสียเวลามาก ข้าน้อยก็เลย... ไปไม่ถึงเมืองหลวงอิงเหอก่อนฟ้ามืด"
บัณฑิตถามอย่างอ่อนน้อมถ่อมตน "ข้าน้อยขอพักที่นี่หนึ่งคืนได้ไหมขอรับ? แค่... แค่หนึ่งคืน พอเช้าแล้ว ข้าน้อยจะรีบออกเดินทาง"
"ที่นี่ไม่ใช่ที่ของพวกเรา" เฉินจ้วนมองบัณฑิตคนนั้น ตอบแบบขอไปที "กลางคืนข้างนอกอันตรายมาก ถ้าเจ้าอยากจะเข้ามา ก็เข้ามาเถอะ"
"ขอบพระคุณ! ขอบพระคุณ!" บัณฑิตถอนหายใจอย่างโล่งอก
จากนั้นก็เดินเข้าไปในวัดที่ผุพัง ในที่สุดเขาก็ไม่ต้องตากลมหนาวอีกต่อไป
ทำให้เขารู้สึกสบายใจ
"เจ้าบอกว่า เจอเรื่องแปลกๆ?" ในเวลานี้ ฟ่านหวู่ที่ไม่ได้สนใจบัณฑิตคนนี้ จู่ๆ ก็ถามออกมา
บัณฑิตเพิ่งสังเกตเห็นว่า ในวัดนี้ นอกจากพ่อลูกคู่นั้นแล้ว ยังมีคนอื่นอยู่อีก
เขาเห็นฟ่านหวู่
ทันใดนั้นก็ดูดลมหายใจเข้าลึกๆ!
เขาเพิ่งเคยเห็นคนที่ร่างใหญ่โตขนาดนี้เป็นครั้งแรก
เทียบกับแขนขาที่ผอมแห้งของเขา
บัณฑิตรู้สึกว่า แขนข้างหนึ่งของชายร่างกำยำผู้นี้ ใหญ่เท่ากับเอวของเขา!
"เรี... เรียนท่านผู้กล้า ข้า... ข้าน้อยเพิ่งเจอเรื่องแปลกๆ จริงๆ" บัณฑิตไม่กล้าปิดบัง
เขาเล่าเรื่องที่ตัวเองเจอ
ให้ฟ่านหวู่ฟังทั้งหมด
...