- หน้าแรก
- ยอดทหารไร้เทียมทานกับระบบทางเลือกสู่เทพเจ้า
- บทที่ 120 - ทักษะกู้ระเบิดของหลินเสวียน
บทที่ 120 - ทักษะกู้ระเบิดของหลินเสวียน
บทที่ 120 - ทักษะกู้ระเบิดของหลินเสวียน
บทที่ 120 - ทักษะกู้ระเบิดของหลินเสวียน
"หัวหน้า ผมเหยียบกับระเบิดเข้าแล้ว" เหมียวหลางพูดด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก
เขาคาดไม่ถึงว่าจะเหยียบโดนกับระเบิดโดยไม่ทันสังเกตเห็น โชคดีที่ไม่ใช่ระเบิดกระโดด มิฉะนั้นป่านนี้คงระเบิดไปแล้ว
"เหมียวหลาง นายห้ามขยับเด็ดขาด เดี๋ยวฉันจะกู้ระเบิดให้" กงเจี้ยนใจหายวาบ เขารีบหมอบลงกับพื้นแล้วค่อยๆ เขี่ยดินรอบๆ เท้าของเหมียวหลางออก เผยให้เห็นกับระเบิดสังหารบุคคลที่ฝังอยู่ด้านใน
ทว่าผ่านไปครู่หนึ่ง กงเจี้ยนก็ปาดเหงื่อที่หน้าผาก เขาพบว่ากลไกของกับระเบิดนี้ซับซ้อนมากและอยู่นอกเหนือความเข้าใจของเขาโดยสิ้นเชิง
กับระเบิดบนโลกนี้มีหลากหลายรูปแบบ หากไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านวัตถุระเบิดจริงๆ ก็ยากที่จะรู้จักไปเสียทุกชนิด
"หัวหน้า ให้ผมลองเถอะครับ" หลินเสวียนเอ่ยขึ้น
"ชือโหยว นายไหวแน่นะ นี่ไม่ใช่การซ้อมรบและไม่ใช่เรื่องล้อเล่น ถ้าพลาดขึ้นมาทั้งนายและเหมียวหลางจะตายกันหมด" กงเจี้ยนกล่าวเสียงเครียด
"ผมขอลองดูครับ" ในเมื่อยังไม่เห็นตัวระเบิด หลินเสวียนจึงยังไม่กล้ารับประกัน
"หัวหน้า ให้ชือโหยวลองเถอะครับ ถ้าเขาทำไม่ได้ ผม... ผมคงต้องสละขาตัวเองเพื่อให้ระเบิดทำงาน" เหมียวหลางยิ้มขื่น
"ตกลง ชือโหยวเป็นคนกู้ระเบิด คนอื่นคอยคุ้มกัน" กงเจี้ยนสั่งการ
"รับทราบ"
หลินเสวียนค่อยๆ คลานเข้าไปหาเหมียวหลาง หลังจากพลิกดูโครงสร้างของกับระเบิดแล้วเขาก็ลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก เพราะมันไม่ใช่ชนิดที่ยุ่งยากซับซ้อนนัก จากความรู้ของเขาประเมินว่ามีโอกาสกู้สำเร็จถึง 75%
ในที่สุดหลังจากใช้เวลาเตรียมการอยู่ไม่กี่นาที หลินเสวียนก็ช่วยกู้ระเบิดและพาเหมียวหลางออกมาได้สำเร็จ ก่อนที่เขาจะรีบดีดตัวออกมา
ตูม
หลินเสวียนจุดชนวนทำลายกับระเบิดทิ้ง แรงระเบิดมหาศาลทำลายต้นไม้ใบหญ้ารอบข้างจนราบเป็นหน้ากลอง อานุภาพของมันช่างน่าสะพรึงกลัว
"ชือโหยว เป็นอะไรไหม" เหมียวหลางรีบถาม
"ผมไม่เป็นไรครับ" หลินเสวียนลุกขึ้นมาจากกองดินพร้อมถอนหายใจ ดูเหมือนว่าความสามารถของเขาจะใช้ได้ผลดีในสนามรบจริง
"ทุกคนระวังตัวด้วย ข้างหน้าอาจจะมีดงระเบิดที่ข้าศึกวางไว้ เราอ้อมไปทางอื่นดีไหมครับ" หลินเสวียนเสนอ
"อืม ในเมื่อฝ่ายตรงข้ามวางกับระเบิดไว้ แสดงว่าพวกมันถอนตัวไปในทิศทางที่เรากำลังจะไป ฉันจะรีบรายงานสถานการณ์ให้ศูนย์บัญชาการทราบ" กงเจี้ยนรีบใช้วิทยุติดต่อหลงเสี่ยวอวิ๋นและแจ้งสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับทีมของพวกเขา
ในขณะเดียวกัน ห้องบัญชาการก็ได้รับข้อมูลจากกงเจี้ยน กองกำลังหลักที่อยู่ด้านหน้าจึงเริ่มเคลื่อนพลมาสมทบทางฝั่งของหลินเสวียน อีกครึ่งชั่วโมงให้หลังทั้งสองทีมก็ได้มารวมตัวกัน
"ตูม"
ทันใดนั้นก็เกิดเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว กองร้อยหมาป่าสงครามพลาดท่าไปสะดุดเข้ากับระเบิดกระโดดแบบกระจายสะเก็ดที่ฝังซ่อนอยู่ในน้ำ วินาทีที่ระเบิดทำงาน สะเก็ดระเบิดพุ่งกระจายออกไปรอบทิศ ส่งผลให้ทหารเจ็ดแปดนายได้รับบาดเจ็บหนักเบาต่างกันไป
"เฮ้อ พวกเราต้องระวังให้มาก ฝีมือการวางระเบิดของอีกฝ่ายร้ายกาจและแนบเนียนมาก" เซ่าปิงกล่าวด้วยความหนักใจ
"รองผู้บังคับกองร้อย ให้ทีมหมาป่าเดียวดายของพวกเรานำทางเถอะครับ เรื่องกู้ระเบิดพวกเราพอมีความมั่นใจอยู่บ้าง" กงเจี้ยนเสนอตัว
"พวกคุณทำได้แน่นะ" เซ่าปิงมีสีหน้าลังเล
"ลองดูเถอะครับ" กงเจี้ยนเลือกที่จะเชื่อใจหลินเสวียน
"ให้กลุ่ม A หมาป่าเดียวดายนำทาง" เสียงคำสั่งของหลงเสี่ยวอวิ๋นดังมาจากวิทยุสื่อสาร
"รับทราบ"
เมื่อได้รับคำสั่งจากหลงเสี่ยวอวิ๋น ทีมหมาป่าเดียวดายจึงขึ้นมาอยู่แนวหน้า เหมียวหลางคอยช่วยหลินเสวียนกู้ระเบิด ส่วนคนอื่นคอยระวังภัยให้
การแสดงฝีมือของหลินเสวียนในเวลาต่อมา ทำให้กองร้อยหมาป่าสงครามได้ประจักษ์ถึงความสามารถในการกู้ระเบิดอันยอดเยี่ยมของเขา
หลินเสวียนเปรียบเสมือนเครื่องตรวจจับโลหะเดินได้ และราวกับภูตพรายที่ร่ายรำอยู่ในป่า เขาพากองกำลังหลักของหมาป่าสงครามและกลุ่ม A หมาป่าเดียวดายเคลื่อนที่ผ่านป่าเขาไปอย่างรวดเร็ว
สิ่งที่ทำให้ทุกคนตกตะลึงก็คือ หลินเสวียนสามารถระบุตำแหน่งที่น่าจะมีการฝังระเบิดไว้ได้ทั้งหมดทีละจุด
ความเชี่ยวชาญด้านกับระเบิดระดับกลางทำให้หลินเสวียนรู้ถึงจุดยุทธศาสตร์ที่มักจะมีการวางระเบิด ประกอบกับทักษะการหยั่งรู้ที่เฉียบคม ทำให้ไม่มีกับระเบิดลูกไหนเล็ดลอดสายตาไปได้
พวกเขาทั้งหมดใช้เวลาเพียงยี่สิบนาทีในการผ่านดงระเบิดที่ศัตรูวางไว้อย่างปลอดภัยไร้รอยขีดข่วน
"ผู้กอง ไอ้หนุ่มนั่นมันอัจฉริยะชัดๆ ไม่รู้ว่าจะไปดึงตัวมาอยู่กองร้อยหมาป่าสงครามของเราได้ไหม" ความสามารถของหลินเสวียนทำให้เซ่าปิงทึ่งมาก ผู้เชี่ยวชาญด้านการกู้ระเบิดถือเป็นบุคลากรที่ขาดไม่ได้สำหรับหมาป่าสงคราม
"หลินเสวียน เพศชาย อายุสิบเก้าปี ยศร้อยโท ปัจจุบันดำรงตำแหน่งหัวหน้าทีมปฏิบัติการพิเศษเซลล์เม็ดเลือดแดง ได้รับการพิจารณาเลื่อนยศเป็นกรณีพิเศษจากผลการฝึกอันยอดเยี่ยม"
เมื่อเห็นผลงานของหลินเสวียน หลงเสี่ยวอวิ๋นจึงสั่งให้เปิดฐานข้อมูลกองทัพเพื่อตรวจสอบประวัติของเขา ข้อมูลที่ได้ทำให้เธอประหลาดใจไม่น้อย
เธอถึงกับคิดว่าการที่เบื้องบนส่งกลุ่ม A หมาป่าเดียวดายมาสนับสนุน ก็เพื่อจะฝากฝังทหารใหม่อย่างเจ้าหนุ่มคนนี้มาด้วย
"คิดจะดึงตัวเขามาหมาป่าสงครามคงไม่ใช่เรื่องง่าย กองพันรบพิเศษคงไม่ยอมปล่อยคนเก่งๆ มาให้ง่ายๆ หรอก" หลงเสี่ยวอวิ๋นส่ายหน้า การที่เบื้องบนให้ความสำคัญกับทหารใหม่คนหนึ่งขนาดนี้ ย่อมแสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่ไม่ธรรมดา
ปฏิบัติการต่อจากนี้ อาจจะพอบอกได้ว่าเขามีฝีมือแค่ไหน เป็นของจริงหรือแค่ราคาคุย
...
"ลูกพี่ ค่ายกลระเบิดที่เราวางไว้ถูกพวกมันแก้ได้หมดแล้ว ดูเหมือนฝั่งนั้นจะมีผู้เชี่ยวชาญด้านระเบิดอยู่ด้วย" ชายผิวดำร่างยักษ์ที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดรายงานผ่านวิทยุ
รูปร่างของเขาใหญ่โตกว่าพวกหลินเสวียนเป็นเท่าตัว ร่างกายอัดแน่นไปด้วยพละกำลังมหาศาล หากทหารจีนต้องมายืนประจันหน้ากับเขา คงเหมือนคนละรุ่นน้ำหนัก
"หึ ฉันดูถูกพวกมันเกินไปสินะ มังกี้ เตรียมพื้นที่ซุ่มยิงเรียบร้อยหรือยัง ฉันจะล่อพวกมันไปหา" แมวเฒ่าผู้เป็นหัวหน้าทีมส่งวิทยุถามลูกน้อง
"โอเคครับลูกพี่ ทุกอย่างพร้อมแล้ว" ทหารที่ซ่อนตัวอยู่ในพงหญ้าบนที่สูงตอบกลับ เขาตั้งปืนซุ่มยิงเตรียมพร้อมโดยโผล่กระบอกปืนออกมาเพียงเล็กน้อย
หากไม่สังเกตให้ดีแทบจะมองไม่เห็นเลยว่ามีคนซ่อนตัวอยู่ตรงนั้น การจัดวางพื้นที่ซุ่มยิงของเขาทำได้อย่างแนบเนียนไร้ที่ติ
"ดีมาก ได้เวลาสั่งสอนให้พวกมันรู้สำนึกกันบ้างแล้ว ทุกคนเตรียมพร้อมรบ" แมวเฒ่าแสยะยิ้มเย็น ภารกิจของเขาคือการถ่วงเวลากองร้อยหมาป่าสงคราม ไม่ใช่การถอนกำลังหนีอย่างปลอดภัย เพราะผู้ว่าจ้างของเขาต้องการเวลา
แน่นอนว่าตัวแมวเฒ่าเองก็อยากจะสั่งสอนพวกทหารจีนให้รู้สำนึกถึงความน่ากลัวของหน่วยรบพิเศษระดับโลก
แม้พวกเขาจะมีกันไม่ถึงสิบคน แต่ในฐานะทหารผ่านศึกที่โชกโชนสนามรบ เขาไม่เคยเกรงกลัวเรื่องจำนวนคน
จำนวนคนไม่ใช่ปัจจัยชี้วัดแพ้ชนะในสงครามยุคใหม่ กระสุนเพียงนัดเดียวก็ไม่มีใครต้านทานได้ ทหารรบพิเศษคือยอดฝีมือที่หนึ่งคนสามารถรับมือศัตรูนับร้อย
ในภารกิจพิเศษบางอย่าง ทีมรบพิเศษแค่หกคนก็สามารถกวาดล้างแก๊งค้ายาติดอาวุธนับสิบคนได้สบาย
เขาไม่คิดว่าทหารรบพิเศษของจีนจะเก่งกาจอะไร ไม่อย่างนั้นคงไม่เขียนคำดูถูกว่า "ทหารเด็กแห่งฮว๋าเซี่ย" ทิ้งไว้หรอก
พวกเขาเชื่อมั่นว่าตัวเองคือทหารผ่านศึกผู้เจนจัด และเป็นหัวกะทิในหมู่หัวกะทิของวงการทหารรับจ้าง
[จบแล้ว]