- หน้าแรก
- ยอดทหารไร้เทียมทานกับระบบทางเลือกสู่เทพเจ้า
- บทที่ 36 - ปฏิบัติการเด็ดหัวเริ่มขึ้น
บทที่ 36 - ปฏิบัติการเด็ดหัวเริ่มขึ้น
บทที่ 36 - ปฏิบัติการเด็ดหัวเริ่มขึ้น
บทที่ 36 - ปฏิบัติการเด็ดหัวเริ่มขึ้น
ในขณะที่การซ้อมรบจำลองระหว่างฝ่ายแดงและฝ่ายน้ำเงินเพิ่งเริ่มต้นขึ้น ศูนย์บัญชาการของกองพันปฏิบัติการพิเศษได้วางหมากเตรียมพร้อมไว้ล่วงหน้าแล้ว
เสนาธิการฟ่านเทียนเหลยกำลังนั่งเอกเขนกอยู่หน้าจอมอนิเตอร์อย่างสบายอารมณ์ ทันทีที่กองกำลังของกรมทหารเถี่ยเฉวียนเคลื่อนพลออกจากฐาน ทุกความเคลื่อนไหวล้วนถูกจับตามองโดยโดรนไร้คนขับที่ลอยลำอยู่บนท้องฟ้า
แม้ว่ากรมทหารเถี่ยเฉวียนจะมีเฮลิคอปเตอร์บินลาดตระเวนอยู่หลายลำ แต่โดรนของกองพันปฏิบัติการพิเศษนั้นบินอยู่ในระดับความสูงที่เฮลิคอปเตอร์เหล่านั้นเอื้อมไม่ถึง
“หมายเลข 5 พบขบวนรถของผู้การกรมทหารเถี่ยเฉวียนแล้วครับ แต่ดูเหมือนฝ่ายตรงข้ามจะระแคะระคายแผนการของเรา มีกองกำลังติดอาวุธประมาณสองหมวดคอยคุ้มกันอยู่ซ้ายขวา” เหมียวหลางรายงาน
“ฮ่าๆ น่าจะเป็นฝีมือของกงเจี้ยน หมอนั่นเป็นศิษย์เอกของหมายเลข 5 นี่นา” เฉินซ่านหมิงกล่าว
“จะให้ดำเนินการตามแผนปฏิบัติการเด็ดหัวต่อเลยไหมครับ” เหมียวหลางถาม
ฟ่านเทียนเหลยยิ้มพลางชี้ไปที่หน้าจอ “แผนวางไว้หมดแล้ว จะให้ล้มเลิกกลางคันได้ยังไง สั่งให้พวกมันหยุดรถซะ”
“นั่นสินะครับ ถ้าเกมจบตั้งแต่เริ่ม การซ้อมรบก็คงหมดสนุก แม้ทหารของเราที่ซุ่มรออยู่ตรงนั้นจะมีแค่หน่วยจู่โจมไม่กี่คน แต่ก็น่าจะพอรับมือทหารสองหมวดได้อยู่” เฉินซ่านหมิงหัวเราะ
คำสั่งโจมตีถูกส่งผ่านระบบคอมพิวเตอร์ออกไปทันที
ฟิ้ว ฟิ้ว!
ขีปนาวุธซ้อมรบสองลูกถูกยิงออกจากปีกของโดรนที่ลอยอยู่สูงเสียดฟ้าหลายร้อยเมตร โดยอาศัยการเล็งเป้าผ่านดาวเทียมพุ่งตรงลงสู่ขบวนรถเบื้องล่าง มันลากหางไฟสีแดงฉานเป็นทางยาวก่อนจะตกลงมา
ตูม!
แรงระเบิดมหาศาลปะทุขึ้นที่ด้านหน้าขบวนรถ เนื่องจากเป็นกระสุนซ้อมรบจึงมีเปลวเพลิงสีน้ำเงินพวยพุ่งออกมาดูน่าเกรงขาม แรงอัดจากการระเบิดสร้างความตื่นตระหนกได้อย่างชะงัด
การระเบิดที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันทำให้ขบวนรถต้องหยุดชะงักลง
“ข้าศึกโจมตี!”
เหล่าทหารที่นั่งอยู่บนรถต่างรีบเปิดประตูรถลงมาพร้อมเอามือกุมศีรษะหมอบลง
“หน่วยจู่โจมเตรียมปฏิบัติการเด็ดหัว โดรนเล็งเป้าไปที่รถถังด้านหลังต่อเลย” ฟ่านเทียนเหลยมองเห็นสถานการณ์ในที่เกิดเหตุได้อย่างทะลุปรุโปร่งผ่านจอมอนิเตอร์
แม้จะหยุดขบวนรถได้แล้ว แต่หากหน่วยเด็ดหัวบุกเข้าไปสุ่มสี่สุ่มห้า ย่อมต้องเจอกับการระดมยิงปูพรมจากกองพันรถถังด้านหลังอย่างแน่นอน ดังนั้นฟ่านเทียนเหลยจึงตั้งใจจะจัดการรถถังเหล่านั้นก่อน
“รับทราบ”
ตูม ตูม ตูม
ขีปนาวุธอีกหลายลูกถูกทิ้งดิ่งลงมาจากฟากฟ้า เสียงระเบิดดังกึกก้องกัมปนาทต่อเนื่อง
“บ้าเอ๊ย ตาแก่ฟ่านคิดจะเด็ดหัวฉันจริงๆ สินะ” คังเหลยหน้าถอดสี อีกฝ่ายใช้ความได้เปรียบจากการโจมตีทางอากาศระดับสูง ในการซ้อมรบครั้งนี้พวกเขาไม่มีระบบป้องกันภัยทางอากาศ เฮลิคอปเตอร์ไม่กี่ลำที่ส่งออกไปก่อนหน้านี้จึงไม่สามารถตรวจสอบอะไรได้เลย โชคยังดีที่กงเจี้ยนคาดการณ์ไว้ว่าอีกฝ่ายอาจใช้วิธีลอบสังหารผู้นำ จึงโยกกำลังพลสองหมวดมาคุ้มกันเขา
“มะ... ไม่จริงน่า ระ... รบกันจริงๆ แล้วเหรอครับ” ภายในรถ หลี่เอ้อร์หนิวที่เดิมทีพลัดหลงจากหน่วย นั่งตัวสั่นงันงกอยู่ข้างกายคังเหลย ตอนนี้เขาแทบจะสติแตกไปแล้ว
“ผู้การครับ รถถังเคลื่อนที่ได้ช้าเกินไป หลายคันถูกทำลายแล้ว กองกำลังคุ้มกันสองหมวดก็สูญเสียอย่างหนัก” อันกั๋วเฉียงรายงานด้วยน้ำเสียงร้อนรน
“สั่งลงไป ให้ทุกคนสละรถ ไม่ต้องห่วงรถถังพวกนั้นแล้ว กระจายกำลังเฝ้าระวังด้วยตัวเอง ฟ่านเทียนเหลยกล้าทิ้งระเบิดใส่เราแบบนี้ ต้องมีแผนสองตามมาแน่” คังเหลยตะโกนสั่ง
ถ้าเขาเป็นฟ่านเทียนเหลย ย่อมต้องฉวยโอกาสตอนที่เกิดความโกลาหลบุกเข้าโจมตีซ้ำ ทุกคนรู้ดีว่าในสถานการณ์ที่ถูกเล่นงานทีเผลอแบบนี้ มีแต่ต้องแยกย้ายกันหาชัยภูมิที่ได้เปรียบเพื่อยิงโต้ตอบอิสระ และประคองสถานการณ์เอาไว้ก่อน! แต่เขาก็รู้ดีว่าจำนวนคนที่ซุ่มโจมตีคงมีไม่มากนัก ไม่อย่างนั้นหน่วยลาดตระเวนและทหารช่างที่ล่วงหน้าไปก่อนคงต้องตรวจพบแน่
“ครับ” อันกั๋วเฉียงวิทยุสั่งการลงไปทันที
“ไอ้ทหารใหม่ มาพยุงฉันออกไปที” ขืนอยู่ในรถต่อไปก็อันตราย คังเหลยตั้งใจจะลงจากรถไปหาที่ซ่อน จะยอมให้พวกมันส่องสไนเปอร์เก็บหัวไปง่ายๆ ไม่ได้
“ผู้การครับ ปะ... ปืนในมือผมมันของเก๊ ข้างในไม่มีกระสุนนะครับ” หลี่เอ้อร์หนิวละล่ำละลัก
“ลงรถ บ้าจริง เมื่อกี้รถเบรกกะทันหันเลยกระแทกโดนแขน ไม่งั้นฉันคงไม่ต้องให้แกมาช่วยพยุงหรอก” เพราะการโจมตีด้วยขีปนาวุธทำให้รถเบรกกะทันหัน แขนซ้ายของคังเหลยกระแทกจนได้รับบาดเจ็บ
“ครับ”
คังเหลย อันกั๋วเฉียง และนายทหารระดับสูงคนอื่นๆ รีบลงจากรถไปหลบอยู่ด้านหลังตัวถังรถ
“ตูม!”
ควันสีน้ำเงินพวยพุ่งขึ้นมาดอกแล้วดอกเล่า กองพันรถถังด้านหลังที่เดิมทีทิ้งไว้เพื่อเป็นเกราะคุ้มกันผู้การ บัดนี้กลับไม่สามารถแสดงศักยภาพใดๆ ออกมาได้เลย คังเหลยเองก็คาดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะใช้โดรนมาถล่มกันแบบนี้
“ปัง ปัง!”
นอกจากนี้คังเหลยยังสังเกตเห็นว่าทหารที่พยายามจะเข้ามาคุ้มกันเขา ต่างถูกฝ่ายตรงข้าม 'สอยร่วง' ไปทีละคน ควันสีน้ำเงินลอยฟุ้งออกจากร่างของพวกเขา เป็นสัญลักษณ์แห่งความตาย
“ผู้การครับ หน่วยเด็ดหัวมาแล้ว สถานการณ์ชุลมุนวุ่นวายมาก พวกเราไม่ได้เตรียมตัวรับมือเลย ทหารตายไปกว่าครึ่งแล้ว ถึงจะพยายามยิงโต้ตอบ แต่สถานการณ์ไม่สู้ดีเลยครับ ขืนเป็นแบบนี้ต่อไป พวกเราคงโดนจับเป็นแน่!” อันกั๋วเฉียงกล่าวอย่างร้อนใจ
คังเหลยเองก็รู้ดี เขาเห็นหน่วยเด็ดหัวที่ฟ่านเทียนเหลยส่งมาแล้ว เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ นอกจากห้าคนที่บุกเข้ามา น่าจะมีสไนเปอร์อีกสองคนซุ่มอยู่ด้านหลัง รวมเป็นทีมปฏิบัติการเจ็ดคน
คังเหลยตระหนักดีว่าหน่วยจู่โจมของกองพันรบพิเศษนั้นฝีมือฉกาจมาก กระสุนทุกนัดที่ลั่นออกไปหมายถึงชีวิตของทหารฝ่ายเขาหนึ่งคน
แม้เขาจะมีกำลังพลถึงสองหมวด แต่ตอนแรกโดนระเบิดตายไปโข ต่อมาก็โดนยิงเก็บท่ามกลางความวุ่นวาย กำลังพลที่เหลืออยู่ก็แทบจะสั่งการอะไรไม่ได้
“ฮ่าๆ เลิกเล่นกับพวกมันได้แล้ว บอกพิกัดของคังเหลยไป ให้พวกเจ้าลูกหมาป่ารีบทำงานให้เสร็จ จะได้กลับมากินข้าว นี่มันกี่โมงกี่ยามแล้ว ฉันง่วงจะแย่!” ในศูนย์บัญชาการฝ่ายน้ำเงิน ฟ่านเทียนเหลยมองภาพเหตุการณ์ผ่านโดรนพลางหัวเราะร่า
“หมายเลข 5 ครับ ถ้าไม่เก๊กสักวันจะตายไหมครับเนี่ย” เหมียวหลางมองฟ่านเทียนเหลยอย่างขบขัน
“หึๆ น่าเบื่อชะมัด นึกว่ากงเจี้ยนจะมีอะไรมาเซอร์ไพรส์ฉันซะอีก ที่ไหนได้ เริ่มซ้อมรบไม่ทันไรศูนย์บัญชาการก็โดนถล่มซะแล้ว ถึงหน่วยรบพิเศษหลางหยาจะเป็นกองกำลังชั้นยอดของเขตทหาร แต่สัญชาตญาณการรบของทั้งสองฝ่ายนี่มันคนละชั้นกันชัดๆ” ฟ่านเทียนเหลยกล่าว
คำสั่งของฟ่านเทียนเหลยถูกส่งออกจากเทอร์มินัลฝ่ายน้ำเงิน หน่วยจู่โจมหลางหยาที่ซุ่มรอจังหวะอยู่เริ่มตีโอบเข้ามายังตำแหน่งของคังเหลย
“สารเลวเอ๊ย ถึงยังไงฉันยอมฆ่าตัวตายดีกว่าตกเป็นเชลย” เมื่อเห็นข้าศึกบีบวงล้อมเข้ามา ผู้การคังก็กัดฟันกรอดแอบหยิบระเบิดมือออกมาลูกหนึ่ง
“ตูม!”
เสียงระเบิดดังกึกก้องตามมาติดๆ ทำเอาคังเหลยที่กำลังจะดึงสลักระเบิดถึงกับชะงัก
เพราะเขาเห็นว่าจุดที่ระเบิด ดันเป็นตำแหน่งของทหารหน่วยจู่โจมหลางหยาพวกนั้น
ควันสีแดงพวยพุ่งออกมาจากร่างของทหารรบพิเศษสองคนที่กำลังโอบล้อมเข้ามา “หมายเลข 5 ทำบ้าอะไรเนี่ย ยิงโดนพวกเดียวกันเองแล้ว”
“ไม่ๆ ไม่ใช่โดรนยิงถล่ม ควันที่ออกมาเป็นสีแดง แสดงว่าพวกนายโดนฝ่ายตรงข้ามเก็บต่างหาก” เสียงจากศูนย์บัญชาการตอบกลับมา
“อะไรนะ” ไม่ใช่แค่ทหารรบพิเศษสองนายที่ถูกระเบิดตาย แม้แต่ฟ่านเทียนเหลยก็ยังอึ้งกิมกี่ พวกมันไปเอากองกำลังติดอาวุธมาจากไหน?
[จบแล้ว]