เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 16 - การฝึกความกล้า

บทที่ 16 - การฝึกความกล้า

บทที่ 16 - การฝึกความกล้า


บทที่ 16 - การฝึกความกล้า

สิบนาทีต่อมา ภายใต้การนำของจ่าเหล่าเฮย พวกหลินเสวียนที่กินมื้อเช้าเสร็จแล้วก็มาถึงสนามฝึกแห่งใหม่

ที่นี่ต่างจากสนามฝึกทั่วไป ไม่มีสิ่งกีดขวาง ไม่เหมือนสนามฝึกขว้างระเบิด แต่เป็นลานดินกว้างใหญ่เรียบโล่งเหมือนสนามกรีฑา

ครืดคราด! ครืดคราด!

ทันใดนั้นพวกเขาก็รู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนเบาๆ ใต้ฝ่าเท้า เมื่อเพ่งมองไปไกลๆ ก็เห็นยักษ์ใหญ่ตนหนึ่งกำลังแล่นเข้ามา มันคือรถถังหุ้มเกราะนั่นเอง

"เชรดโคตรเท่เลย" เห็นรถถังมาจอดตรงหน้า พวกหลี่เอ้อร์หนิวก็เบิกตากว้าง อาวุธจักรกลขนาดใหญ่คือความโรแมนติกของลูกผู้ชายโดยแท้

"ผู้กองครับ วันนี้จะให้พวกเราฝึกขับรถถังเหรอครับ" หลินเสวียนตาเป็นประกาย ถ้าได้ขับรถถัง พวกรถสปอร์ตหรือแลมโบกินีนี่กลายเป็นของเด็กเล่นไปเลย

"ฮ่าๆ ถ้าขับรถถังเป็น ออกไปคุยโวข้างนอกได้สบายเลยนะเนี่ย" ทหารใหม่คนอื่นๆ ก็ตื่นเต้นไม่แพ้กัน

"พวกนายอยากขับรถถังงั้นเหรอ"

ชายร่างท้วมในชุดลายพรางสีน้ำตาลดินมุดออกมาจากรถถัง เขานั่งอยู่บนป้อมปืนแล้วมองลงมาที่กลุ่มทหารใหม่ "ว่าไง อยากขับไหม"

"อยากครับ!" ทหารใหม่ตอบพร้อมกันเสียงดัง

"ถ้าอยากขับ รอฝึกทหารใหม่จบแล้ว ใครทำผลงานได้ดีถึงจะมารายงานตัวที่กองร้อยทหารราบยานเกราะของเราได้ แล้วฉันจะสอนพวกเอ็งขับด้วยตัวเอง ไม่ได้มีแค่รถถังนะ เฮลิคอปเตอร์ติดอาวุธเราก็มี"

"ไปไกลๆ เลยเผิงเหล่าลิ่ว ฉันเชิญนายมาไม่ได้ให้มาแย่งคนนะ" กงเจี้ยนหน้าทะมึน

"ขอแนะนำให้รู้จัก นี่คือผู้กองเผิง ผู้บังคับกองร้อยทหารราบยานเกราะประจำกรมทหารเถี่ยเฉวียนของเรา" จ่าเหล่าเฮยแนะนำ

"สวัสดีครับผู้กองเผิง" ทหารใหม่ทำความเคารพพร้อมกัน

"ฮ่าๆ เดี๋ยวพวกเอ็งอย่ามาโทษข้าก็แล้วกัน ข้าแค่ทำตามหน้าที่" เผิงเหล่าลิ่วหัวเราะชอบใจ

พวกเหอเฉินกวงรู้สึกประหลาดใจ ไม่เข้าใจความหมายในคำพูดของเผิงเหล่าลิ่ว ทำไมต้องโทษเขาด้วย

"เหล่าเฮย ก้าวออกมา!"

"ครับ"

"สาธิตให้พวกเขาดู สาธิตการฝึกความกล้า นายคงยังไม่ลืมใช่ไหมว่าเนื้อหาการฝึกความกล้าคืออะไร"

กงเจี้ยนปรายตามองรถถังตรงหน้าแล้วพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉย

การฝึกความกล้า?

ทุกคนได้ยินดังนั้นต่างก็งุนงง ไม่รู้ว่ามันคือการฝึกแบบไหน

"ผู้กองครับ จะลืมได้ยังไง ชั่วชีวิตนี้ก็ไม่มีวันลืมหรอกครับ" จ่าเหล่าเฮยฉีกยิ้ม

ไม่นานนัก จ่าเหล่าเฮยก็วิ่งไปยืนอยู่หน้ารถถัง

ในจังหวะที่ไม่มีใครคาดคิด เผิงเหล่าลิ่วก็สตาร์ทเครื่องยนต์

เสียงคำรามกระหึ่มดังกึกก้อง พร้อมกับแรงกดดันมหาศาลที่พุ่งตรงเข้ามา รถถังคันมหึมาเคลื่อนตัวบดขยี้ตรงเข้าหาจ่าเหล่าเฮย

"จ่าเหล่าเฮย หนีเร็ว"

แม้จะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่สถานการณ์ตอนนี้มันอันตรายเกินไปแล้ว

ทว่าจ่าเหล่าเฮยกลับทิ้งตัวลงไปข้างหน้า ร่างกายแนบสนิทไปกับพื้นดิน สองมือยกขึ้นกุมศีรษะ สองขาเหยียดตรงชิดกัน

ครืนนนน!

ตีนตะขาบของรถถังแล่นผ่านร่างของจ่าเหล่าเฮยไปโดยตรง ฝุ่นตลบอบอวลจนไม่มีใครกล้ามอง

แต่เมื่อฝุ่นจางลง พวกเขาก็พบว่าจ่าเหล่าเฮยลุกขึ้นมายืนปัดฝุ่นตามตัวอย่างสบายใจเฉิบ ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

พวกเหอเฉินกวงอ้าปากค้าง ตาถลนแทบหลุดจากเบ้า พูดไม่ออกบอกไม่ถูก

"เห็นแล้วใช่ไหม เนื้อหาการฝึกต่อไปนี้" กงเจี้ยนยิ้ม

"อะ... อะไรนะครับ?" ทุกคนยังมึนงง

"หึๆ การฝึกความกล้าไง ทำแบบจ่าเหล่าเฮย นอนลงไปแล้วปล่อยให้รถถังแล่นข้ามตัวไป" กงเจี้ยนเฉลย

"อะไรนะ ผู้กองครับ มันอันตรายเกินไปแล้วนะครับ" หวังเยี่ยนปิงร้องเสียงหลง

"อันตรายเหรอ เราควรเชื่อมั่นในฝีมือของผู้กองเผิงสิ การฝึกนี้มีไว้ทดสอบความกล้าของพวกนาย ถึงเรียกว่าการฝึกความกล้าไงล่ะ ใครจะเริ่มเป็นคนแรก" กงเจี้ยนกวาดตามองทหารใหม่

ไม่มีใครกล้าก้าวออกมาสักคน แม้ฝีมือผู้กองเผิงจะเทพจริง แต่ใครจะรับประกันว่าจะไม่พลาด นึกภาพตอนโดนรถถังทับร่าง ทุกคนก็ขนลุกซู่ไปทั้งตัว

"รายงาน ผมขอเริ่มก่อนครับ" ทันใดนั้นเหอเฉินกวงก็ก้าวออกมาตะโกนเสียงดัง

"ดีมาก ไปได้"

"ครับ"

เหอเฉินกวงวิ่งไปที่หน้ารถถัง แล้วทำท่าเตรียมพร้อมเลียนแบบจ่าเหล่าเฮย

"เหอเฉินกวง ลืมตาขึ้น" กงเจี้ยนตะโกนสั่ง

"คะ... ครับผู้กอง" เหอเฉินกวงค่อยๆ ลืมตาขึ้น แต่หลินเสวียนสังเกตเห็นว่ามือของเขาสั่นระริก แสดงว่าเหอเฉินกวงเองก็กลัวจนแทบฉี่ราด

"จำไว้ว่าพอนอนลงไปแล้วห้ามขยับแม้แต่มิลเดียว! ถึงเผิงเหล่าลิ่วจะฝีมือดี แต่ถ้านายขยับซี้ซั้ว สถานการณ์จะอยู่เหนือการควบคุมทันที" กงเจี้ยนเตือนทิ้งท้าย

บรื้นๆๆ

เห็นเหอเฉินกวงพร้อมแล้ว รถถังตรงหน้าก็เริ่มเคลื่อนตัว

รถถังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ราวกับรถไฟมรณะที่กำลังบดขยี้เข้ามา แม้จะเคลื่อนที่ช้า แต่ด้วยเสียงคำรามของเครื่องยนต์ มันสร้างแรงกดดันทางจิตใจอย่างมหาศาล

ถ้าหลับตาได้ แป๊บเดียวก็คงผ่านไป ไม่เท่าไหร่หรอก แต่การต้องลืมตาจ้องมองรถถังวิ่งข้ามตัว ถ้าจิตใจไม่แข็งแกร่งพอ อาจจะสติแตกได้เลย

หากพลาดพลั้งเพียงนิดเดียว ร่างกายจะถูกบดขยี้จนแหลกเหลว เหอเฉินกวงไม่กล้าขยับแม้แต่นิดเดียว ตอนนี้สมองของเขาขาวโพลนไปหมด

ที่เขาฝืนทำเก่งออกมาคนแรก เพราะทหารใหม่คนอื่นไม่มีใครกล้า เขาจึงจำต้องทำตัวเป็นแบบอย่าง

เมื่อรถถังผ่านพ้นไป เหอเฉินกวงถึงถอนหายใจเฮือกใหญ่ กำหมัดแน่น พอจะลุกขึ้นยืนกลับพบว่าขาสองข้างอ่อนปวกเปียก ไม่มีแรงเหลือเลย

"ทำได้ดี เห็นแล้วใช่ไหม ทุกคนเรียนรู้ไว้" กงเจี้ยนคงเดาสภาพเหอเฉินกวงออก จึงเดินเข้าไปช่วยพยุงให้ลุกขึ้น

"รายงาน คนต่อไปผมเอง" หวังเยี่ยนปิงพูดด้วยความไม่ยอมแพ้

จ่าเหล่าเฮยรู้ดีว่าสองคนนี้แข่งกันมาตลอด จึงไม่แปลกใจ การแข่งขันกันของทั้งคู่ช่วยกระตุ้นบรรยากาศในกองทัพได้ดี

คนต่อไปเป็นตาของหวังเยี่ยนปิง มีตัวอย่างให้ดูถึงสองคน ความกล้าของหวังเยี่ยนปิงจึงเพิ่มขึ้นมาก อีกอย่างรถถังก็วิ่งช้าๆ แค่ค่อยๆ เคลื่อนไปข้างหน้า

ขอแค่ไม่ทำอะไรโง่ๆ หาจังหวะนอนลงไปใต้ท้องรถให้ถูก ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร

ไม่นานนักหวังเยี่ยนปิงก็ผ่านการฝึกความกล้าไปได้อย่างราบรื่น แม้ทำเสร็จขาจะสั่นพั่บๆ เหมือนกัน แต่อย่างน้อยเขาก็ชนะความกลัวในใจได้สำเร็จ

"หลินเสวียน ต่อไปตานาย" จ่าเหล่าเฮยชำเลืองมองหลินเสวียน

"ทำไมต้องเป็นผมด้วยเล่า" หลินเสวียนโวยวาย

"ฮ่าๆ หรือว่าปอดแหกแล้ว" จ่าเหล่าเฮยพยายามยั่วโมโห แต่หลินเสวียนไม่หลงกล

"ผมอยากทดสอบเป็นคนสุดท้ายครับ" หลินเสวียนตอบ

"ฉันจะเอาตามที่ฉันคิด ไม่ใช่ตามที่นายคิด" กงเจี้ยนแค่นเสียง

อาจเป็นเพราะผลการฝึกของหลินเสวียนอยู่ในระดับหัวกะทิ เขาเลยอยากให้หลินเสวียนมาเป็นแบบอย่างให้คนอื่นดู

ความกล้าหาญคือสิ่งที่ทหารจำเป็นต้องมีที่สุด เมื่อเทียบกับสงครามจริงที่อาจต้องเจอในอนาคต การฝึกความกล้ากับรถถังแค่นี้ถือว่าเด็กๆ

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 16 - การฝึกความกล้า

คัดลอกลิงก์แล้ว