- หน้าแรก
- ซุ่มฝึกตนในโลกยุทธ์สู่ความเป็นเทพ
- บทที่ 6: ช่างซ่อมชั้นรองผู้เกือบจะสมบูรณ์แบบ
บทที่ 6: ช่างซ่อมชั้นรองผู้เกือบจะสมบูรณ์แบบ
บทที่ 6: ช่างซ่อมชั้นรองผู้เกือบจะสมบูรณ์แบบ
บทที่ 6: ช่างซ่อมชั้นรองผู้เกือบจะสมบูรณ์แบบ
กำปั้นที่สวีเฟิงเหวี่ยงไปได้ครึ่งทางต้องรีบชักกลับ “มองอะไร หัดเรียนหนังสือไป!”
เสี่ยวตานเบะปากเล็กน้อย ละสายตากลับไป แต่หางตาก็ยังคงจับจ้องไปที่เป้า
เมื่อสวีเฟิงซัดมีดสองเล่มสุดท้ายออกไปจนหมด
มีดบินก็ปักเข้าที่วงห้าแต้มติดต่อกัน
ครั้งนี้ มีดบินทั้งสามเล่ม เข้าเป้าทั้งหมด! เสี่ยวตานตัวสั่นเล็กน้อย กำหมัดน้อยๆ ของเธอแน่น
แต่สวีเฟิงที่กำลังดื่มด่ำกับความสุขกลับไม่ได้สังเกตปฏิกิริยาของเด็กหญิงเลย
“เอาอีก!”
สวีเฟิงเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ เก็บมีดบินกลับมา
เขารู้ดีว่านี่อาจเป็นเพราะหน้าต่างสถานะ
แต่ตอนนี้เขายังไม่มีเวลาไปดู
ครั้งนี้ เขาระลึกถึงท่าทางก่อนหน้านี้
หยิบมีดบินขึ้นมาเล่มหนึ่ง พลันแขนก็สะบัดออกไปอย่างแรง
“ฉึก! ฉึก! ฉึก!!”
พร้อมกับเสียงทึบๆ ดังขึ้น
มีดบินทั้งสามเล่มปักเรียงกันเป็นรูปสามเหลี่ยมที่วงหกแต้มซึ่งเป็นวงถัดเข้ามา
ความแม่นยำเพิ่มขึ้นและกระจุกตัวกันมากขึ้นอย่างเห็นได้ด้วยตาเปล่า
เก็บมีด ปามีด
เก็บมีด แล้วก็ปาอีก
จนกระทั่งครั้งที่สิบหก
“ฉึก!”
มีดเล่มแรก สวีเฟิงปักเข้าสิบแต้มได้เป็นครั้งแรก
มีดเล่มที่สอง เข้าสิบแต้มอีกครั้ง! มีดเล่มที่สาม
“ตึ้ก!”
ยังคงเป็นสิบแต้ม
แต่เสียงของมีดบินที่ปักเข้าเป้ากลับเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน
สวีเฟิงเข้าไปดูใกล้ๆ
ตัวมีดที่เดิมทีปักเข้าไปในแผ่นผนังได้แค่หนึ่งในสิบ ตอนนี้กลับจมลึกเข้าไปถึงหนึ่งในสาม!
เขาคิดในใจแล้วเปิดหน้าต่างสถานะขึ้นมา
【เคล็ดวิชามีดลับ·ชำนาญ (2/500)】
เป็นอย่างที่คิดไว้จริงๆ!
ค่าความชำนาญเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามการฝึกฝนจริงๆ และขอแค่ฝึกฝนก็สามารถเพิ่มขึ้นได้จริงๆ
อีกทั้งเมื่อระดับเพิ่มขึ้น ในหัวของเขาก็จะปรากฏความรู้และประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องขึ้นมามากมายโดยอัตโนมัติ
สะใจโว้ย! สวีเฟิงรู้สึกสะใจจริงๆ
เขาชอบความรู้สึกแบบนี้มาก
ขอแค่พยายามก็จะมีผลตอบแทน
นี่มันคือสุดยอดตัวช่วยเลยนี่หว่า
บนโลกนี้มีเรื่องที่พยายามไปแทบตายสุดท้ายกลับไม่ได้อะไรเลยอยู่เยอะแยะไป
แม้ว่าจะทุ่มเทให้กับทักษะใดทักษะหนึ่งมานานหลายปี แต่หากปล่อยทิ้งร้างไปนาน ระดับทักษะก็ย่อมลดลงอย่างแน่นอน
แต่จากความสามารถของหน้าต่างสถานะในตอนนี้ ดูแล้วมันไม่มีทางลดลงเลยสักนิด
นี่มันก็คือสิ่งที่เรียกว่า "รับรองครั้งเดียวใช้ได้ตลอดไป" ในตำนานไม่ใช่เหรอ?
แล้วยังจะต้องการอะไรอีก? สวีเฟิงอดหลับอดนอนฝึกมีดบินอย่างหนัก
จนกระทั่งเสี่ยวตานทำการบ้านเสร็จ เขาถึงหยุดปามีด แล้วเริ่มซ่อมกำไลสื่อสาร
พอถึงกลางดึก มองดูเวลาใกล้จะเที่ยงคืน สวีเฟิงถึงได้หลับลงไปอย่างสนิท
สัปดาห์ต่อมา ชีวิตของสวีเฟิงก็เข้าสู่กิจวัตรอย่างสมบูรณ์
อะไรที่เรียกว่าชีวิตสามจุดวนไป? จากบ้านไปฐานทัพ แล้วไปเขตการค้า จากนั้นก็กลับบ้าน
หนึ่งสัปดาห์เต็มๆ ตารางเวลาในแต่ละวันของสวีเฟิงถูกจัดไว้อย่างแน่นเอี้ยด
ตื่นเช้าทำกับข้าว ไปทำงาน
บ่ายกลับมาทำกับข้าว ซ่อมอุปกรณ์ ฝึกมีดบิน
กลางดึกฝึกเคล็ดวิชาหลอมกายาเก้าดารา แล้วนอน
เป็นเช่นนี้ซ้ำไปซ้ำมา
ผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ ค่าพลังปราณโลหิตของเขาเปลี่ยนแปลงไม่มากนัก ค่อยๆ ไต่ขึ้นไปถึง 175c อย่างยากลำบาก
กลับกัน เทคนิคการปามีดและทักษะการซ่อมแซมกลับก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว
อย่างแรกคือระดับมีดบิน สวีเฟิงได้ก้าวเข้าสู่ระดับเชี่ยวชาญได้สำเร็จแล้ว
ในระยะห้าเมตร ขอแค่ซัดมีดออกไปลวกๆ มีดบินก็จะปักเข้าสิบแต้มอย่างแน่นอน และยังจมลึกเข้าไปในผนังประมาณสามในสี่ส่วน
ส่วนอานุภาพนั้น สวีเฟิงไม่เคยเห็นอานุภาพของปืนมาก่อน แต่คิดว่าน่าจะอ่อนกว่าอยู่บ้าง
แต่สำหรับคนแล้ว ความเสียหายระดับนี้ก็เพียงพอที่จะทำให้บาดเจ็บสาหัสได้
ถ้าเล็งไปที่ดวงตา รับรองว่าบอดแน่นอน
ส่วนระดับการซ่อมแซมนั้น การซ่อมรุ่น 940 ตอนนี้สวีเฟิงไม่ชายตามองแล้ว
ตอนนี้เขามุ่งเน้นไปที่รุ่น 945 และ 950 โดยเฉพาะ
โดยเฉพาะรุ่น 950 คนงานและเจ้าหน้าที่พลาธิการที่มีรายได้ค่อนข้างดีหน่อยก็จะใช้รุ่นนี้กัน
มันไม่เพียงแต่สามารถติดต่อกับโลกผ่านสถานีทวนสัญญาณได้ แต่ยังสามารถวิดีโอคอลได้อีกด้วย
ในบรรดากำไลสื่อสารระดับล่าง เหว่ยหัวเมท 950ถือเป็นสินค้ารุ่นที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
ราคาตอนซื้อแบบพังๆ อยู่ที่ 900 พอซ่อมเสร็จขายให้ร้านมือสองจะได้ 1700 ขายให้คนทั่วไปก็จะได้ 2000~2200!
แต่ของสิ่งนี้ชิ้นส่วนที่ต้องใช้ในการซ่อมก็แพงด้วย ดังนั้นต้นทุนจึงสูงขึ้นเล็กน้อย
แต่ส่วนต่างกำไรอย่างน้อยก็สามารถทำเงินได้คงที่ประมาณ 900
ถึงแม้ว่าจะต้องการระดับการซ่อมแซมที่ค่อนข้างสูง แต่หลังจากที่สวีเฟิงฝึกฝนมาเป็นเวลานาน
เขาก็ได้ยกระดับทักษะการซ่อมแซมกำไลสื่อสารขึ้นสู่ระดับ "ชำนาญ" ในที่สุด
เมื่อเป็นเช่นนี้ โดยพื้นฐานแล้วเขาสามารถจัดการกับปัญหาเล็กๆ น้อยๆ ทั้งหมดที่พบในรุ่น 950 ได้
ถึงแม้อัตราความสำเร็จในการซ่อมจะไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่เมื่อเทียบกับตอนแรกแล้ว
ตอนนี้จะเรียกสวีเฟิงว่า "ช่างซ่อม" ก็ไม่ถือว่าเกินเลยแม้แต่น้อย
ตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากหักค่าครองชีพและค่าซ่อมแซมบางส่วนออกไป
ยอดเงินในบัญชีของสวีเฟิงในปัจจุบันก็ทะลุหลักหมื่นได้อย่างยากลำบากในที่สุด
“เจ้าแผ่นกระดานน้อย”
【ชื่อ: สวีเฟิง】
【พลังปราณโลหิต: 175c】
【อายุ: 40】
【ทักษะ: เคล็ดวิชาหลอมกายาเก้าดารา【ฉบับฟรี】·ชำนาญ (45/100)
ซ่อมแซมกำไลสื่อสาร·ชำนาญ (9/20)
เคล็ดวิชามีดลับ·เชี่ยวชาญ (115/1000)】
สวีเฟิงชื่นชมข้อมูลต่างๆ ของตัวเองในตอนนี้อย่างพึงพอใจ
จากนั้นเขาก็เดินออกจากห้อง อาศัยความมืดของยามค่ำคืนฝึกเคล็ดวิชาหลอมกายาหนึ่งรอบ แล้วจึงกลับเข้าห้องนอน
เช้าวันรุ่งขึ้น
วันหยุดสิ้นเดือนที่ไม่ได้มีมานาน
วันนี้ไม่ต้องไปที่ฐานทัพ ดังนั้นสวีเฟิงจึงตั้งใจว่าจะลองไปตั้งแผงลอยที่เขตการค้าดู
หลังจากตื่นนอน เขาก็ทำชุดอาหารเช้าเครปกรอบสไตล์จีนให้เสี่ยวตานก่อน
จากนั้นจึงค่อยเก็บเครื่องมือและกำไลสื่อสารที่ซ่อมเสร็จแล้วเตรียมตัวออกจากบ้าน
“พ่อ หนูไปด้วย!”
เสี่ยวตานยกมือที่เปื้อนน้ำมันขึ้นมา ฉวยชายเสื้อของสวีเฟิงไว้
“ปล่อยๆๆ ล้างมือรึยังหา? กินข้าวเสร็จต้องล้างมือพ่อบอกกี่ครั้งแล้ว? นี่พ่อเพิ่งซักเสื้อมาใหม่นะ!”
สวีเฟิงปัดมือสกปรกนั่นออก
จากนั้นก็ลากเด็กหญิงไปล้างมือทั้งสองข้างอย่างละเอียด
“ซ่า ซ่า—”
สายน้ำไหลอ่อนเหมือนฉี่
สวีเฟิงถูมือให้เธอไปพลาง พูดไปพลาง “ก็ได้ๆ ปล่อยเจ้าไว้ที่บ้านคนเดียวพ่อก็ไม่วางใจ เอาการบ้านไปด้วย
วันนี้เป็นวันแรกที่พ่อจะตั้งแผง เจ้าก็มีหน้าที่ไปทำตัวเป็นมาสคอตนำโชคให้พ่ออยู่ตรงนั้น เข้าใจไหม?”
“อื้มๆ”
เสี่ยวตานพยักหน้าหงึกๆ เหมือนกระเทียมตำในครก ในแววตาฉายแววตื่นเต้น
หลายวันนี้ ด้วยการดูแลอย่างเต็มที่ของสวีเฟิง เจ้าตัวเล็กก็ดูสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ไม่เพียงแต่ใบหน้าจะอวบอิ่มขึ้น แม้แต่สภาพจิตใจก็ดีขึ้นมาก
เช่นเดียวกัน คำหยาบน้อยลง เสื้อผ้าสะอาดขึ้น
ระหว่างนั้นลู่เฟยแวะมาครั้งหนึ่ง นอกจากจะประหลาดใจอย่างมากแล้ว ในที่สุดเธอก็เลิกมองสวีเฟิงด้วยสายตาเย็นชาและดูถูกเสียที
แน่นอนว่า
เขาเลี้ยงดูลูกสาวก็ไม่ใช่เพื่อเอาใจแม่สาวนมโตนั่น
แต่การที่ไม่ถูกใครดูถูกก็ย่อมทำให้รู้สึกดีอยู่แล้ว
หลังจากเปลี่ยนเสื้อผ้าเก่าๆ ชุดก่อนให้เด็กหญิงแล้ว
เขาถึงได้จูงมือเธอเดินฝ่าความสกปรกรกรุงรังออกไป
ไม่นาน สองพ่อลูกก็มาถึงเขตการค้าในที่สุด
แน่นอนว่า การพาเด็กหญิงที่หน้าตาน่ารักสดใสคนนี้มาด้วย ทำให้สวีเฟิงดึงดูดสายตาผู้คนได้ไม่น้อยตลอดทาง
เพราะสถานที่แห่งนี้วุ่นวายมาก
ยากที่จะได้เห็นคนพาลูกมาตั้งแผงลอยด้วย
หลังจากจัดแผงซ่อมของเสร็จ สวีเฟิงก็แขวนป้ายที่เขียนด้วยลายมือว่า "รับซ่อมกำไลสื่อสารราคาถูก"
แล้วก็พูดกับเสี่ยวตานว่า “เอาล่ะ เจ้าทำการบ้านไปเถอะ จำที่ข้าเพิ่งสอนไปได้รึยัง?”
“จำได้แล้วค่ะ”
เด็กหญิงมัดผมจุกสองข้างชี้ฟ้า เหมือนกับนาจาพยักหน้า
ดวงตากลมโตกระพริบปริบๆ
สวีเฟิงยิ้มอย่างพอใจ “ทำการบ้านไปเถอะ”
พูดจบ ก็เอากำไลสื่อสารมือสองในกระเป๋าออกมาวางไว้ด้านบน
วางป้ายราคาที่เขียนด้วยลายมือ
จากนั้นก็เปิดกล่องเครื่องมือ เริ่มซ่อมกำไลสื่อสารตรงนั้นเลย
ทำอะไรก็ต้องทำให้เหมือน
สวีเฟิงเข้าใจหลักการนี้ดี
ไม่เพียงแต่จะขาย แต่ยังต้องรับซ่อม และให้บริการหลังการขายด้วย
ต้องให้บริการแบบครบวงจร
แบบนี้ถึงจะสามารถมัดใจลูกค้าและสร้างชื่อเสียงได้
พอมีชื่อเสียงแล้ว ถึงจะมีช่องทางทำมาหากิน! และโชคของเขาก็ดูเหมือนจะดีมาก
ไม่นาน ก็มีคู่รักคู่หนึ่งเดินเข้ามา “เอ๊ะ? กำไลสื่อสารมือสองนี่ถูกจัง”
ผู้หญิงเพิ่งจะอ้าปากพูด ก็ถูกแฟนหนุ่มที่อยู่ข้างๆ ดึงไว้ “เฮ้ ที่นี่มีแต่พวกหลอกลวงทั้งนั้น รีบไปกันเถอะ”
ในวินาทีที่ทั้งสองกำลังจะเดินจากไป
เด็กหญิงก็หันมาพูดกับสวีเฟิงทันที “พ่อคะ ตอนที่แม่ยังมีชีวิตอยู่ แม่สวยเหมือนพี่สาวคนนี้ไหมคะ?”
(จบบท)