- หน้าแรก
- นักเรียนพลังเหนือโลก บทเรียนที่หวนคืน สู่การเป็นอัจฉริยะ
- บทที่ 24 นี่ลูกไปปล้นธนาคารมาเรอะ!
บทที่ 24 นี่ลูกไปปล้นธนาคารมาเรอะ!
บทที่ 24 นี่ลูกไปปล้นธนาคารมาเรอะ!
บทที่ 24 นี่ลูกไปปล้นธนาคารมาเรอะ!
"เดี๋ยวก็ยกพลขึ้นบกที่นอร์มังดีแล้ว?"
"หมายความว่าไงวะ?"
"แถมลู่หยวนนี่ยังตกภาษาจีนสุดๆ แค่เครื่องหมายวรรคตอนยังใช้ไม่ถูกเลย"
ไฉ่จ้าวมองตามหลังลู่หยวนที่รีบร้อนจากไป มุมปากของเขากระตุกยิ้มเยาะอย่างห้ามไม่อยู่
การได้เปรียบลู่หยวนสักเรื่องหลังจากโดนกดหัวมาตลอดหลายวันนี้ ทำให้เขารู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก ความอัดอั้นตันใจที่สะสมมานานพลันมลายหายไปสิ้น
"เกิดอะไรขึ้นๆ เมื่อกี้เหมือนได้ยินชื่อหลิวหรูเยียนแว่วๆ?"
"พี่ไฉ่ มีรุ่นพี่สาวสวยมาขอวีแชตเหรอครับ?"
หลี่เจียจวินและรูมเมท C ที่กำลังดวล League of Legends กันอยู่วางมือจากเกมทันทีแล้วรีบแจ้นเข้ามามุง
"อ๋อ พวกนายได้ยินเหรอ"
ไฉ่จ้าวทำทีเป็นไม่ใส่ใจ เดินกลับไปที่เตียงของตัวเองแล้วพูดว่า "ไม่มีอะไรหรอก แค่ขอคอนแทกต์ติดต่อกันเฉยๆ"
"อะไรคือ 'แค่ขอคอนแทกต์' ครับพี่"
"พี่ไฉ่พูดงี้ผมไม่ปลื้มนะ"
"พี่อาจจะเป็นคนแรกในห้องเราที่สละโสดก็ได้นะเนี่ย"
รูมเมท C ทำหน้าตื่นเต้นสุดขีด
ส่วนหลี่เจียจวินก็รีบเชียร์ "เร็วๆ รีบเปิดแชต ทักไปคุยเลยพี่!"
ไฉ่จ้าว: "..."
"ดูพวกแกสองคนสิ ไอ้พวกหมาโสด"
ไฉ่จ้าวมองค้อนเพื่อนร่วมห้องทั้งสองด้วยความรำคาญ พลางด่ากราด รัศมีแห่งความเหนือกว่าแผ่ซ่านออกมาทันที
อันที่จริง เขาก็อยากจะทักไปคุยกับรุ่นพี่ใจจะขาดแล้ว
ติดอยู่แค่อย่างเดียว
พอเปิดหน้าแชตวีแชตขึ้นมา เขาก็ได้แต่อึกอัก ไม่รู้จะพิมพ์อะไรดี
เพราะประวัติความรักของเขาก็ขาวสะอาดไม่ต่างกัน
"ส่งอะไรไปดีวะ?" ไฉ่จ้าวพึมพำกับตัวเองเบาๆ พลางหันไปขอความเห็นจากรูมเมททั้งสอง
รูมเมท C: "จะลังเลอะไรอีกล่ะ? ส่งไปเลย 'ผมรักคุณ เป็นแฟนกับผมนะ'"
หลี่เจียจวิน: "ไม่ได้ๆ แบบนั้นมันฮาร์ดคอร์ไป เดี๋ยวไก่ตื่นหมด"
รูมเมท C: "งั้นจะให้ส่งอะไร?"
หลี่เจียจวิน: "ก็แค่ 'อยู่ไหมครับ?' ง่ายๆ"
รูมเมท C: "ไม่ได้เรื่อง จืดชืดจะตาย ไม่สมกับเป็นพี่ไฉ่เลย ส่งไปว่า 'ผมชอบพี่ครับ' ลูกผู้ชายต้องตรงไปตรงมาสิ"
"หุบปาก!"
"ไอ้หมาโสดสองตัวหุบปากไปเลย ฉันเป็นคนจีบ ไม่ใช่พวกแก"
ไฉ่จ้าวตัดบทเพื่อนร่วมห้องทั้งสอง
เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วกดเข้าไปที่ฟังก์ชันอีโมจิ เลือกรูป 'หน้ายิ้ม' ส่งไปหนึ่งที ตามด้วยข้อความสั้นๆ: [ยินดีที่ได้รู้จักครับ!]
ทันทีที่ข้อความถูกส่งออกไป รูมเมท C กับหลี่เจียจวิน สองหนุ่มโสดผู้ไร้คู่ ต่างก็ตบโต๊ะรัวๆ ด้วยความสะใจ
พร้อมกับตะโกนลั่นห้อง: "เปิดแล้วโว้ย! สงครามเริ่มแล้ว!"
ไฉ่จ้าวมองดูข้อความที่ส่งไปอย่างภาคภูมิใจ
เขาคิดว่าแบบนี้ดูไม่รุกเกินไป แถมอีโมจิหน้ายิ้มยังแสดงถึงความเป็นสุภาพบุรุษได้เป็นอย่างดี
ทั้งสามคนนั่งจ้องหน้าจรอรอคอยการตอบกลับ
ผ่านไปพักใหญ่ ก็ยังไม่มีวี่แววการตอบกลับ
"รุ่นพี่หลิวหรูเยียนยุ่งอยู่หรือเปล่านะ?" ไฉ่จ้าวเริ่มกระวนกระวายใจ
แต่ทันใดนั้น โทรศัพท์ของเขาก็สั่น
"เร็วๆ พี่ ดูซิรุ่นพี่ตอบว่าไง"
หลี่เจียจวินทุบโต๊ะดังปัง ตื่นเต้นจนแทบนั่งไม่ติดเก้าอี้
รูมเมท C ก็ไม่ต่างกัน
ไฉ่จ้าวยิ้มมุมปาก เช็ดหน้าจอโทรศัพท์ให้สะอาดเอี่ยมอ่อง ก่อนจะปลดล็อกหน้าจอแล้วเปิดวีแชต
[สวัสดีจ้ะ รุ่นน้อง!]
เมื่อเห็นประโยคนี้ หัวใจของไฉ่จ้าวก็พองโตด้วยความหวานชื่น ภาพแผ่นหลังของรุ่นพี่สาวผุดขึ้นมาในจินตนาการ
ติ๊ง~
ข้อความใหม่เด้งเข้ามาอีก
[รุ่นน้อง พี่ได้ยินจากตงหยางหยางว่าน้องอยู่ห้องเดียวกับลู่หยวนใช่ไหม? รบกวนขอคอนแทกต์ลู่หยวนให้พี่หน่อยได้ไหมจ๊ะ? พี่อยากรู้จักเขาหน่อยน่ะ!]
หือ???
ขอคอนแทกต์ลู่หยวน หมายความว่าไง?
ไฉ่จ้าวชะงักกึกด้วยความงุนงง แต่พออ่านประโยคสุดท้าย 'พี่อยากรู้จักเขาหน่อยน่ะ' เขาก็เข้าใจแจ่มแจ้งทันที
รุ่นพี่หลิวหรูเยียนสนใจลู่หยวน ไม่ใช่เขา
ที่ขอวีแชตเขา ก็เพื่อจะใช้เป็นสะพานไปหาลู่หยวนเท่านั้นเอง
"แม่งเอ๊ย!!!"
ไฉ่จ้าวสบถออกมาอย่างหัวเสีย ความหวาดกลัวที่มีต่อลู่หยวนที่ปกคลุมชีวิตเขามาหลายวันกลับมาหลอกหลอนอีกครั้ง
เขารู้สึกเหมือนพระเจ้ากำลังกลั่นแกล้งเขาชัดๆ
ฟ้าส่งไฉ่จ้าวมาเกิด แล้วไยต้องส่งลู่หยวนมาเกิดด้วย!
รูมเมท C กับหลี่เจียจวินค่อยๆ ย่องออกจากวงสนทนาเงียบๆ กลัวจะโดนลูกหลง
แต่ในใจลึกๆ พวกเขาก็อดสงสารไฉ่จ้าวไม่ได้
พี่ไฉ่ สู้เขานะเว้ย!
............
ลู่หยวนที่กำลังขี่รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้ากลับบ้าน ไม่รู้เลยว่าเกิดเหตุการณ์ดราม่าขึ้นในหอพักหลังจากที่เขาออกมา
เขารู้แค่ว่าตลอดทางเขาจามไปเป็นสิบๆ ครั้ง เหมือนมีใครกำลัง 'นินทา' เขาอยู่ยังไงยังงั้น
หลังจากขี่รถมากว่าชั่วโมง ในที่สุดเขาก็มาถึงบ้านชั้นเดียวสี่ห้องนอนในตำบลเสี่ยวเมี่ยว เขตสู่ซาน
ตัวบ้านดูเก่าทรุดโทรมเมื่อเทียบกับบ้านจัดสรรสมัยใหม่สองสามชั้นที่ผุดขึ้นรายรอบ
"กลับมาแล้วครับ"
ลู่หยวนผลักประตูรั้วแล้วเดินเข้าไป
เมื่อแม่ ถังซิ่วหมิ่น เห็นลู่หยวน เธอก็ยิ้มด้วยความดีใจ "ทำไมไม่บอกแม่ก่อนว่าจะกลับ จะได้ทำกับข้าวเพิ่ม"
เธอรีบดึงตัวลูกชายเข้าบ้านพร้อมถามไถ่สารทุกข์สุกดิบไม่หยุดปาก
"ผมสบายดีครับแม่!" ลู่หยวนตอบแม่ด้วยรอยยิ้ม
เมื่อเข้ามาในบ้าน ลู่เฉียง พ่อของเขาที่กำลังนั่งดื่มเหล้าอยู่ที่โต๊ะสี่เหลี่ยมเล็กๆ เงยหน้าขึ้นมองลู่หยวน "ยังไม่ได้กินข้าวใช่ไหม? มานั่งกินสิ"
บนโต๊ะมีข้าวสวยสองจาน ผัดผักหนึ่งจาน ผัดหมูพริกหยวกหนึ่งจาน ถั่วลิสงคั่วจานเล็กๆ และเหล้าขาวราคาถูกอีกหนึ่งขวด
"ดื่มหน่อยไหม?" ลู่เฉียงรินเหล้าใส่แก้วใบเล็กแล้วยื่นให้
"งั้นขอดื่มสักแก้วครับ" ลู่หยวนพยักหน้า
ลู่เฉียงเป็นกรรมกรก่อสร้าง ทุกวันหลังเลิกงาน เขาชอบดื่มเหล้าสักกรึ๊บสองกรึ๊บเพื่อคลายความเหนื่อยล้า
ปกติลู่หยวนไม่ชอบดื่มเหล้า โดยเฉพาะเหล้าขาวที่ทั้งเผ็ดทั้งบาดคอ กลืนยากชะมัด
แต่ครั้งนี้เขายกแก้วขึ้นจิบ ความเผ็ดร้อนแผ่ซ่านไปทั่วปาก แต่ลู่หยวนไม่ได้บ้วนทิ้งเหมือนแต่ก่อน เขากลั้นใจกลืนลงคอไปรวดเดียว
ลู่เฉียงยิ้มกว้าง ก่อนจะยกแก้วของตัวเองขึ้นกระดกบ้าง พร้อมทำเสียงจ๊วบจ๊าบด้วยความพอใจ
เมื่อเทียบกับความขมขื่นของชีวิต รสเผ็ดร้อนของเหล้าขาวกลายเป็นเรื่องเล็กน้อยไปเลย
หลังจากดื่มเหล้าจนหมดแก้ว ใบหน้าของลู่หยวนแดงระเรื่อขึ้นเล็กน้อย แต่เขาก็ไม่ลืมจุดประสงค์หลักของการกลับบ้านในวันนี้
เขาหยิบธนบัตรสีแดงปึกใหญ่ออกมาจากกระเป๋าเป้ แล้ววางลงบนโต๊ะสี่เหลี่ยมดัง 'ปึก'
"พ่อ แม่ นี่เงินที่ผมหาได้เดือนนี้ครับ รับไว้สิครับ"
ไม่รู้ทำไม ตอนที่พูดประโยคนี้ ลู่หยวนรู้สึกตื่นเต้น ตื้นตัน และมีความสุขมาก
สุขยิ่งกว่าตอนที่เขาทำความเข้าใจ 'สมมติฐานความไวของฟังก์ชันบูลีน' จากระบบได้จนทะลุปรุโปร่งเสียอีก
"เงินเยอะขนาดนี้?"
"ลูก... ลูกหามาได้เองเหรอ?"
ลู่เฉียงอึ้งจนลืมวางแก้วเหล้าในมือ
ส่วนแม่ ถังซิ่วหมิ่น ตาเบิกกว้างยิ่งกว่า "ลูก นี่ลูกไปปล้นธนาคารมาเรอะ!!!"
ลู่หยวนคาดเดาปฏิกิริยาของพ่อกับแม่ไว้แล้ว
เด็กปีหนึ่งที่ยังเรียนอยู่ จู่ๆ ก็ควักเงินก้อนโตออกมาแล้วบอกว่าหาได้ในเดือนเดียว
พ่อแม่ร้อยทั้งร้อยต้องตกใจและสงสัยเป็นธรรมดา
ความจริงลู่หยวนน่าจะเกริ่นนำอธิบายที่มาที่ไปก่อน แล้วค่อยเอาเงินออกมา
แบบนั้นพ่อกับแม่น่าจะรับได้ง่ายกว่า
แต่ลู่หยวนเลือกที่จะไม่ทำอย่างนั้น
เพราะลู่หยวนอยากให้พ่อกับแม่รู้ว่า:
ลูกชายของพวกเขาโตแล้ว ดื่มเหล้าขาวได้โดยไม่สะทกสะท้านแล้ว
พ่อกับแม่ไม่ต้องทำงานหนักอีกต่อไปแล้ว!