- หน้าแรก
- นักเรียนพลังเหนือโลก บทเรียนที่หวนคืน สู่การเป็นอัจฉริยะ
- บทที่ 19 ขนาดเด็กหัวกะทิยังต้องยอมแพ้ แพ้แล้วก็ยอมรับว่าแพ้!
บทที่ 19 ขนาดเด็กหัวกะทิยังต้องยอมแพ้ แพ้แล้วก็ยอมรับว่าแพ้!
บทที่ 19 ขนาดเด็กหัวกะทิยังต้องยอมแพ้ แพ้แล้วก็ยอมรับว่าแพ้!
บทที่ 19 ขนาดเด็กหัวกะทิยังต้องยอมแพ้ แพ้แล้วก็ยอมรับว่าแพ้!
สำหรับการทำโจทย์ โดยเฉพาะโจทย์คณิตศาสตร์ระดับมัธยมปลาย
ลู่หยวนสามารถตบหน้าอกรับประกันได้เลยว่า ต่อให้ไปตามอาจารย์คณิตศาสตร์ของหลี่เมิ่งฉีมา ก็ยังต้องโดนเขาบดขยี้จนเละ
เชือดทิ้ง ฆ่าล้างบางอย่างบ้าคลั่ง!
แต่จะว่าไป
อาจารย์คณิตศาสตร์มัธยมปลายบางคนก็อาจจะไม่ได้เก่งกว่านักเรียนของตัวเองในเรื่องการทำโจทย์และทำข้อสอบเสมอไป
เด็กหัวกะทิบางคนอาจทำคะแนนสอบได้เต็ม 150 แต่ตัวอาจารย์เองอาจจะทำไม่ได้ขนาดนั้น
"ผมว่าแบบนี้มันไม่ยุติธรรมครับ"
"ผมเคยทำข้อสอบชุดนี้มาแล้ว แถมยังได้คะแนนตั้ง 143"
หวังจินชิวขยับแว่นสายตาและปฏิเสธทันควัน
ในฐานะเด็กหัวกะทิประจำห้อง 10 เขามีศักดิ์ศรีของตัวเอง แม้จะทำข้อสอบชุดนี้ได้ไม่เต็ม แต่เขาก็ได้กลับไปทบทวนจุดที่ผิดพลาดมาหมดแล้ว
การให้มาแข่งกับลู่หยวนแบบนี้ เขาจึงรู้สึกว่ามันเอาเปรียบเกินไป
"ไม่มีปัญหา ไม่ต้องห่วง"
ได้ยินดังนั้น ลู่หยวนก็โบกมือปฏิเสธและพูดอย่างใจเย็น "งั้นเรามาแข่งเรื่องความเร็วกัน"
"เอ่อ..." หวังจินชิวลังเลเล็กน้อย
"หวังจินชิว นายคิดว่าต่อให้นายชนะ มันจะน่าภูมิใจเหรอ?"
"ไม่ต้องห่วงหรอก นายอาจจะไม่ชนะก็ได้"
"จะบอกให้นะ อาจารย์ลู่หยวนเนี่ย ต่อให้หลับตาเขียนก็ยังเร็วกว่านายเลย"
หวังจินชิว: "???"
นักเรียนห้อง 10: "!!!"
ลู่หยวน: "..."
ลู่หยวนเหลือบมองหลี่เมิ่งฉีด้วยความขมขื่นใจที่บอกไม่ถูก
แม่คุณเอ๊ย มั่นใจในตัวฉันเกินไปแล้ว
ถ้าให้เขียนกลับหลังน่ะพอไหว แต่หลับตาเขียนเนี่ย... อาจารย์ลู่หยวนก็ทำไม่ได้เหมือนกันนะโว้ย
หลังจากโต้เถียงกันเล็กน้อย ในที่สุดหวังจินชิวก็ตกลง
แต่หวังจินชิวก็มีข้อแม้ของตัวเอง นั่นคือ เวลาที่ทำเสร็จจริงของเขา จะต้องบวกเพิ่มอีก 5 นาที ถึงจะนับเป็นเวลาที่ใช้ในการแข่งขัน
เพื่อให้การแข่งขันจบเร็วขึ้น ลู่หยวนก็พยักหน้าตกลง
เมื่อหลี่เมิ่งฉีหยิบนาฬิกาจับเวลาออกมาจากกระเป๋า บรรยากาศภายในห้องเช่าก็ตึงเครียดขึ้นมาทันที
นักเรียนห้อง 10 หลายสิบคน ต่างหน้าแดงก่ำด้วยความตื่นเต้น
การได้เห็นเด็กท็อปของห้องประลองฝีมือกับอาจารย์คนนี้ เป็นอะไรที่น่าตื่นเต้นสุดๆ
"เริ่มได้..."
หลี่เมิ่งฉีกดนาฬิกาจับเวลา
หวังจินชิวเปิดฉากนำไปก่อน เสียงปากกาขีดเขียนดังแคว่กๆๆ เขาจัดการข้อสอบปรนัยทั้งหมดเสร็จภายในเวลาแค่ 20 วินาที
ส่วนข้อสอบเติมคำตอบก็รวดเร็วไม่แพ้กัน ใช้เวลาเพียงไม่กี่สิบวินาทีเท่านั้น
ในขณะที่ลู่หยวนยังไม่ขยับปากกาเลยด้วยซ้ำ เขายังคงนั่งอ่านข้อสอบอยู่
เห็นแบบนี้ นักเรียนห้อง 10 หลายคนก็ฟันธงในใจทันทีว่าลู่หยวนแพ้แน่
ก็แหงล่ะ หวังจินชิวเคยทำข้อสอบชุดนี้มาแล้ว แค่ 1 นาทีก็เก็บเรียบทั้งปรนัยและเติมคำตอบ
แล้วจะไปสู้ได้ยังไง?
สู้ไม่ได้หรอก!
นี่มันการแข่งขันที่รู้ผลแพ้ชนะตั้งแต่ยังไม่เริ่มชัดๆ
"เมิ่งฉี เธอจะทำให้อาจารย์ลู่หยวนเสียหน้าหรือเปล่าเนี่ย?"
"ต่อให้ไปหาคนอื่นมา ก็คงสู้ไม่ได้เหมือนกันใช่ไหมล่ะ?"
เฉาอานาดึงแขนเสื้อหลี่เมิ่งฉีแล้วกระซิบถามเบาๆ
ถึงหวังจินชิวจะเป็นเด็กเก่งประจำห้อง แต่เธอก็ไม่อยากเห็นลู่หยวน อาจารย์หนุ่มหล่อร่างสูงที่มาจากครอบครัวธรรมดาเหมือนกันต้องมาพ่ายแพ้
อย่างน้อยก็อย่าให้แพ้ต่อหน้าคนเยอะแยะขนาดนี้เลย
"ใจเย็นๆ น่า"
หลี่เมิ่งฉีกระซิบตอบอย่างมั่นใจ "คนอื่นอาจจะแพ้ แต่อาจารย์ลู่หยวนไม่มีทางแพ้หรอก"
"ทำไมล่ะ?"
"เพราะเขาไม่ใช่คน เขาคือเทพเจ้า!!!"
"บ้า บ้าไปแล้ว..." เฉาอานารู้สึกว่าเพื่อนร่วมโต๊ะของเธออาการหนักเอาการ
"เชี่ย!"
ในจังหวะนั้นเอง เฉาฉวง นักเรียนสอบได้ที่โหล่ของห้อง 10 ก็สบถออกมาดึงความสนใจของเฉาอานา
เฉาอานารีบเงยหน้าขึ้นมอง
เธอเห็นเพียงลู่หยวนที่เมื่อกี้ยังนั่งอ่านข้อสอบอยู่ แต่พริบตาถัดมาเขาก็กำลังตวัดปากกาเขียนคำตอบข้อสอบปรนัยด้วยความเร็วแสง
เพียงชั่วอึดใจ ข้อสอบเติมคำตอบก็เสร็จเรียบร้อย
ความเร็วระดับนี้ แทบจะไม่ช้าไปกว่าหวังจินชิวเลย
"เป็นไปได้ยังไง เป็นไปได้ยังไง!!!"
เฉาอานาอ้าปากค้าง ตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง
นี่เธอเห็นอะไร?
เธอเห็นคนคนหนึ่งเขียนคำตอบลงในข้อสอบคณิตศาสตร์มัธยมปลายได้โดยไม่ต้องใช้กระดาษทดเลยสักแผ่น
นี่มัน... เหลือเชื่อเกินไปแล้ว
สีหน้าของนักเรียนคนอื่นๆ ในห้อง 10 ก็ไม่ต่างจากเฉาอานานัก
พวกเขาก็แค่ปุถุชนคนธรรมดา เคยเห็นการกระทำที่ท้าทายสวรรค์แบบนี้ที่ไหนกัน?
มีเพียงหลี่เมิ่งฉีที่เอามือปิดปากแอบหัวเราะคิกคักอยู่ข้างๆ
"ฮิฮิฮิ ในที่สุดพวกเธอก็ได้สัมผัสความน่ากลัวของ 'อาจารย์ลู่หยวน' แล้วสินะ?"
"รู้หรือยังว่าฉันต้องเจออะไรมาบ้างในช่วงหลายวันที่ผ่านมา?"
"จงลิ้มรส 'ความหวาดกลัว' ที่ถูกปีศาจตนนี้ครอบงำซะเถอะ!"
"จงสั่นกลัวซะ~~ เจ้าพวกมนุษย์เดินดิน"
ความจริงแล้ว หลี่เมิ่งฉีเคยแอบทดสอบมาแล้ว
ถึงเธอจะได้คะแนนสอบประจำเดือนครั้งนี้ 138 คะแนน แต่ถ้าให้ทำข้อสอบชุดเดิมอีกครั้ง เธอก็ยังต้องใช้เวลาถึง 15 นาทีอยู่ดี
และหลี่เมิ่งฉีเคยเห็นกับตามาแล้วว่า ลู่หยวนทำข้อสอบคณิตศาสตร์มัธยมปลายเสร็จภายใน 7 นาที
ดังนั้น เธอจึงมั่นใจว่าการแข่งครั้งนี้... ลู่หยวนชนะใสๆ!
และก็เป็นไปตามคาด
เมื่อเวลาผ่านไป ลู่หยวนก็เร่งความเร็วแซงหน้าหวังจินชิวไปอย่างรวดเร็ว
เมื่อนาฬิกาจับเวลาหยุดที่ 7 นาที 28 วินาที ลู่หยวนก็วางปากกา
เขานวดข้อมือที่ปวดเมื่อยเล็กน้อย พลางบ่นอย่างไม่ค่อยพอใจ: "ไอ้ข้อพาราโบลานั่นทำเอาชะงักไปตั้ง 30 วินาที น่ารำคาญชะมัด"
???
???
นักเรียนห้อง 10 ถึงกับอึ้งกิมกี่ นี่อาจารย์ยังไม่พอใจอีกเหรอ?
ทำข้อสอบคณิตศาสตร์ม.ปลายเสร็จในเจ็ดนาทีเนี่ยนะ ยังมีหน้ามาบ่นอีกเหรอ?
จะไม่เหลือที่ยืนให้คนอื่นบ้างเลยหรือไง?
ให้พวกเราตายโชว์เลยดีไหม?
"เชี่ยเอ๊ย!!!"
"โคตรมันส์ โคตรโหด!"
"หลี่เมิ่งฉี เธอไปหาอาจารย์กวดวิชาเทพๆ แบบนี้มาจากไหนเนี่ย? เก่งเกินไปแล้ว"
"บดขยี้หวังจินชิวที่คุยโวนักหนาว่าเป็นที่หนึ่งของห้องจนเละเทะเลย"
"ฮ่าฮ่าฮ่า สะใจโว้ย!"
เฉาฉวงอดไม่ได้ที่จะหัวเราะเสียงดังลั่น
ในฐานะเด็กเรียนแย่ที่รั้งท้ายห้อง เขาจะเคยเห็นฉากเด็ดแบบนี้ที่ไหน? จากที่ตื่นเต้นอยู่แล้ว พอเห็นหวังจินชิวโดนถล่มยับ เขายิ่งสะใจเข้าไปใหญ่
หวังจินชิวที่ยังก้มหน้าทำโจทย์อยู่ขมวดคิ้วแน่น แต่ก็ยังกัดฟันทำจนเสร็จ
เขาใช้เวลาไป 12 นาที ซึ่งมากกว่าลู่หยวนถึง 4 นาที 32 วินาที
แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญ ประเด็นคือลู่หยวนใช้เวลาแค่ 7 นาที 28 วินาที แต่กลับทำได้คะแนนเต็ม 150 คะแนน
ช่องว่างนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ เลย
อย่าลืมว่าหวังจินชิวเคยทำข้อสอบชุดนี้มาแล้วรอบหนึ่ง แต่ลู่หยวนไม่เคย
ส่วนเรื่องที่ว่าอาจารย์คนนี้อาจจะเตี๊ยมกับหลี่เมิ่งฉีเพื่อโกงเขา เขาตัดทิ้งไปได้เลย
ไม่ต้องพูดถึงความเชื่อใจในนิสัยของดาวห้องอย่างหลี่เมิ่งฉี
เอาแค่ว่าทุกคนใกล้จะสอบเอ็นทรานซ์กันแล้ว หลี่เมิ่งฉีไม่มีทางเอาเรื่องเรียนมาล้อเล่นแน่
และผู้ชายตรงหน้านี้ ถึงจะแต่งตัวธรรมดา แต่แววตานั้นเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ เขาคงไม่เอาเวลาอันมีค่าของเด็กม.6 มาล้อเล่นหรอก
มันผิดจรรยาบรรณเกินไป!
"ผมยอมรับความพ่ายแพ้ครับ"
หวังจินชิว เด็กหัวกะทิผู้หยิ่งทะนง ก้มหัวยอมรับความพ่ายแพ้แต่โดยดี
เฉาฉวงเดาะลิ้น แล้วไม่ได้พูดจาถากถางอะไรต่อ
สำหรับเพื่อนสมัยเด็กที่โตมาด้วยกันคนนี้ นอกจากความหมั่นไส้ในฐานะเด็กเรียนเก่งแล้ว ในมุมอื่นๆ เขาก็ยอมรับนับถือในตัวเพื่อนคนนี้มาก
ไม่มีนักเรียนห้อง 10 คนไหนหัวเราะเยาะเขา แต่กลับรู้สึกว่าเด็กหัวกะทิอย่างหวังจินชิวก็ไม่ได้ไร้เทียมทาน เขาก็แพ้เป็น และเมื่อแพ้แล้ว เขาก็กล้ายอมรับความพ่ายแพ้นั้น!