- หน้าแรก
- หวานเจี๊ยบ เปย์ภรรยาปุ๊บ รับเงินคืนคูณสิบ
- บทที่ 20 แม่หนูน้อย เธอจะมีความสุขเกินไปแล้วนะ
บทที่ 20 แม่หนูน้อย เธอจะมีความสุขเกินไปแล้วนะ
บทที่ 20 แม่หนูน้อย เธอจะมีความสุขเกินไปแล้วนะ
บทที่ 20 แม่หนูน้อย เธอจะมีความสุขเกินไปแล้วนะ
"เจ๊หลิน ธุรกิจรับฝากพัสดุช่วงนี้ดีจังเลยนะ! แค่ค่ารับฝากพัสดุแต่ละวันก็น่าจะกวาดเงินไปได้ไม่น้อยเลยใช่ไหมเนี่ย?"
ลูกค้าที่แวะมาซื้อของในร้านสะดวกซื้อเห็นพัสดุกองพะเนินเทินทึกจนล้นร้านของเจ๊หลิน ก็เอ่ยแซวด้วยความอิจฉา
เจ๊หลินส่ายหน้า "ร้านโชห่วยฉันก็มีที่แค่นี้ จะไปมีธุรกิจอะไรเยอะแยะกันเชียว?"
"ผมเห็นพัสดุในร้านเจ๊ตั้งเยอะ อย่างน้อยก็น่าจะร้อยกว่าชิ้นได้มั้ง?"
จุดรับฝากพัสดุไม่มีทางบริการฟรีอยู่แล้ว สำหรับร้านค้าเอกชนแบบนี้ ปกติจะคิดค่าฝากชิ้นละหนึ่งหยวน
อย่าดูถูกเงินหนึ่งหยวนเชียว พอรวมๆ กันเข้า นานวันไปมันก็กลายเป็นเงินก้อนโตได้เหมือนกัน!
"ในร้อยชิ้นน่ะ เป็นของแม่หนูนี่ไปซะเจ็ดสิบชิ้นแล้ว..."
เจ๊หลินปรายตามองไปทางจ้าวชิงเสวี่ยอย่างอ่อนใจ ก่อนจะถามด้วยความสงสัย "นี่ไปรวยมาจากไหนเนี่ย? ทำไมถึงซื้อข้าวของเยอะแยะขนาดนี้?"
เจ๊หลินเป็นคนคัดแยกและจัดการพัสดุพวกนี้เองกับมือ จึงอดไม่ได้ที่จะเห็นรายละเอียดบนซองพัสดุบ้าง
ในบรรดาพัสดุพวกนี้ นอกจากเสื้อผ้า รองเท้า และกระเป๋าแบรนด์หรูแล้ว ยังมีเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์บำรุงผิวอีกเพียบ
เครื่องสำอางพวกนี้ล้วนเป็นแบรนด์ดังระดับโลก แต่ละชิ้นราคาไม่ใช่เล่นๆ ถ้าให้ประเมินราคาทั้งหมด อย่างต่ำก็น่าจะหลายแสนหยวน!
ซื้อของทีเดียวหลายแสนหยวน บ้านนี้เขาทำอาชีพอะไรกันแน่?
"เอ่อ... ซูหยวนเขาซื้อให้หนูน่ะค่ะ"
จ้าวชิงเสวี่ยหันไปมองซูหยวนอย่างจนใจ รู้สึกเขินอายนิดหน่อย... ของพวกนี้ค่อยๆ ทยอยซื้อก็ได้ไม่ใช่เหรอ?
เล่นเหมามาทีเดียวเยอะขนาดนี้ทำไมเนี่ย!
"......"
เจ๊หลินได้ยินคำตอบของจ้าวชิงเสวี่ยก็ถึงกับอึ้ง สายตาเปี่ยมไปด้วยความอิจฉาตาร้อนผ่าว
จ้าวชิงเสวี่ยกับซูหยวนอาศัยอยู่ที่นี่มาเป็นปีแล้ว เธอรู้ดีว่าทั้งคู่เป็นแค่พนักงานกินเงินเดือน ปกติแทบไม่ค่อยซื้อของอะไรฟุ่มเฟือย
ครั้งนี้จู่ๆ ก็มีพัสดุของจ้าวชิงเสวี่ยมาส่งเยอะขนาดนี้ ตอนแรกเธอนึกว่าเป็นพัสดุของร้านตัวเองด้วยซ้ำ แต่พอคิดดูอีกทีก็ไม่น่าใช่
เพราะมันเยอะเกินไปจริงๆ!
ใครมันจะบ้าซื้อของเยอะแยะโดยไม่มีสาเหตุ?
ทีแรกเธอนึกว่าจ้าวชิงเสวี่ยอาจจะเริ่มทำธุรกิจขายของออนไลน์ หรือพวกตัวแทนจำหน่ายที่กำลังฮิตกันอยู่
แต่ไม่นึกเลยว่าของพวกนี้จะเป็นของใช้ส่วนตัวของจ้าวชิงเสวี่ยจริงๆ!
จำนวนมันมหาศาลจนน่าตกใจ!
แถม... ทั้งหมดนี้ซูหยวนยังเป็นคนเปย์ให้อีกต่างหาก!
"คนหนุ่มสาวสมัยนี้นี่นะ ช่างรู้วิธีเอาใจเมียจริงๆ..."
เจ๊หลินถอนหายใจแล้วส่ายหน้า "ก็ไม่แน่เสมอไปหรอก ฉันมีหลานสาวรุ่นราวคราวเดียวกับเธอตั้งหลายคน ยังไม่เห็นมีผัวคนไหนดีเท่านี้เลย แม่หนูน้อย เธอโชคดีจริงๆ เลยนะ"
"ขอบคุณค่ะเจ๊หลิน~~"
การถูกอิจฉาก็ทำให้จ้าวชิงเสวี่ยแอบดีใจอยู่เหมือนกัน ระหว่างที่เช็กของเธอก็แอบหันหลังไปมองซูหยวน
สายตาของทั้งคู่สบกันพอดี
"แค่ก แค่ก คุณซื้อของมาเยอะขนาดนี้... แล้วจะขนกลับยังไงหมดเนี่ย? รีบมาช่วยกันเร็วเข้า"
ทว่าหลังจากความสุขผ่านพ้นไป ความปวดหัวก็ตามมาเยือนจ้าวชิงเสวี่ย
พัสดุเยอะขนาดนี้จะขนขึ้นตึกทีเดียวคงไม่ไหว อย่างน้อยต้องเดินขึ้นลงเป็นสิบรอบแน่ๆ
พวกเธอตกลงกันแล้วว่าจะย้ายไปอยู่คอนโดหรูห้องใหญ่ฝั่งผู่ตงวันพรุ่งนี้ ขืนขนขึ้นไปตอนนี้ พรุ่งนี้ก็ต้องขนลงมาอีก ลำบากแย่
คิดได้ดังนั้น จ้าวชิงเสวี่ยจึงเลือกหยิบเฉพาะของที่อยากได้จริงๆ ขึ้นไปไม่กี่ชิ้น ส่วนที่เหลือตั้งใจว่าจะขนใส่รถพรุ่งนี้ทีเดียวเลย
"เฮ้อ เป็นวัยรุ่นนี่มันดีจริงๆ..."
เจ๊หลินมองตามหลังจ้าวชิงเสวี่ยและซูหยวนที่เดินจากไป ด้วยความอิจฉาสุดขีด เธอหันกลับมาถ่ายรูปกองภูเขาพัสดุ แล้วส่งลงในกลุ่มแชทเม้าท์มอยชีวิตประจำวันของเธอ
"เห็นไหม? ถ้าจะแต่งงาน ก็ต้องแต่งกับผู้ชายที่ยอมเหมาตะกร้าช้อปปิ้งให้แบบนี้สิ!"
ตอนแรกทุกคนในกลุ่มก็ไม่ได้รู้สึกอะไรกับรูปที่เจ๊หลินส่งมา เพราะเจ๊หลินทำธุรกิจรับฝากพัสดุ การจะมีพัสดุกองโตในร้านมันก็เรื่องปกติ
แต่พอรู้ความจริงว่าพัสดุทั้งหมดนี้เป็นของคนคนเดียว ต่อมความอิจฉาก็ทำงานทันที!
"เจ๊หลิน? สมัยนี้ยังมีผู้ชายที่ยอมเหมาตะกร้าให้ผู้หญิงแบบนี้อยู่อีกเหรอ?"
"ฉันเห็นมากับตาตัวเอง จะปลอมได้ไง!"
"ผู้ชายแสนดีแบบนี้มีอยู่จริงเหรอเนี่ย! ถ้าฉันเจอคนที่รู้ใจแบบนี้นะ ฉันจะสร้างสวนสัตว์มาอนุรักษ์เขาไว้เลย!"
เมื่อเห็นรูปในกลุ่ม หลายคนต่างพากันอิจฉาตาร้อน แล้วหันกลับมาถอนหายใจให้กับความไม่ได้เรื่องของสามีตัวเอง
"เอาล่ะๆ แยกย้ายกันทำมาหากินเถอะ ดูท่าผู้ชายดีๆ แบบนี้คงไม่มีวาสนามาถึงพวกเราหรอก!"
......
"ชิงเสวี่ย ฮิฮิ โพสต์นี้ในโมเมนต์ของฉันน่าจะได้ไลก์เยอะสุดในช่วงนี้เลยนะเนี่ย เยอะกว่ารูปเซลฟี่เก้าช่องของฉันอีก เห็นได้ชัดเลยว่าในยุคนี้ ความสวยสู้พลังเงินไม่ได้จริงๆ!"
พอกลับถึงบ้าน จ้าวชิงเสวี่ยก็คุยแชทกับฉีหานไปพลาง ช่วยซูหยวนเก็บของไปพลาง ฉีหานบ่นเรื่องที่เธอเพิ่งโพสต์รูปรถปอร์เช่ คาเยนน์ลงในโมเมนต์เมื่อวาน
"น่าเสียดายจริงๆ ที่รถคันนี้ไม่ใช่ของฉัน ถ้าปอร์เช่ คาเยนน์คันนี้เป็นของฉันนะ ฉันจะลงรูปเก้าช่องอวดมันทุกวันเลยคอยดู"
"โธ่ ชิงเสวี่ย ทำไมตอบช้าจัง? ไม่รักเค้าแล้วเหรอ~~"
จ้าวชิงเสวี่ยอ่านข้อความของฉีหานแล้วยิ้มอย่างอ่อนใจ "กำลังเก็บของอยู่น่ะ พรุ่งนี้ฉันจะย้ายบ้านแล้ว"
"ย้ายบ้าน? อ้อ จริงด้วย เธออยู่ที่นั่นมาครบปีแล้วนี่นา สัญญาก็น่าจะหมดพอดี"
พอรู้เรื่อง ฉีหานก็เสนอตัวอย่างกระตือรือร้นทันที "จะย้ายไปไหนล่ะ? งั้นพรุ่งนี้ฉันลางานไปช่วยขนของดีกว่า"
"จะให้เธอลางานมามันจะลำบากเปล่าๆ..."
"ไม่เป็นไรน่า ใครใช้ให้เธอเป็นเพื่อนซี้ฉันล่ะ? ฉันจะทนเห็นเธอเหนื่อยได้ยังไง!"
"…………"
จ้าวชิงเสวี่ยชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพิมพ์ตอบกลับไปอย่างรู้ทัน "ถ้าอยากอู้งานก็บอกมาตรงๆ เถอะ ไม่ต้องมาอ้างว่าจะช่วยฉันย้ายบ้านหรอกย่ะ!"
"แงๆๆ ชิงเสวี่ย ทำไมพูดกับเค้าแบบนั้นล่ะ? เค้าแค่รักเธอมาก ก็เลยอยากไปช่วยย้ายบ้าน ถึงยอมลงทุนลางานเลยนะ ไม่ต้องเลี้ยงข้าวก็ได้ แค่ให้เค้าไปช่วยก็พอ~~"
ด้วยลูกตื๊อของฉีหาน จ้าวชิงเสวี่ยจึงจำยอมตกลงให้เธอมาช่วยในวันรุ่งขึ้น
วันต่อมา ฉีหานก็ขับรถเก๋งคันเล็กมาจอดรอใต้ตึกจริงๆ
"ฉันมาช่วยขนของแล้ว ฮ่าๆ วันนี้ฉันเปลี่ยนชุดกีฬามาพร้อมเลยเห็นไหม? แปลงร่างเป็นจอมพลังได้ในพริบตาเลยนะ!"
อันที่จริงฉีหานก็มีความจริงใจอยู่ไม่น้อย แม้เจตนาที่คะยั้นคะยอจะมาช่วยขนของจะมีเรื่องไม่อยากไปทำงานแฝงอยู่บ้างก็เถอะ
แต่เธอก็ไม่ได้มาเพื่ออู้งานเฉยๆ ดูจากการแต่งตัวด้วยชุดกีฬาที่ทะมัดทะแมงกับรองเท้าผ้าใบ ท่าทางเธอตั้งใจจะมาช่วยขนของจริงๆ
แต่ครั้งนี้เธอแทบไม่ต้องออกแรงอะไรเลย เพราะซูหยวนไม่ได้เกรงใจอะไร เขาเก็บของใส่กล่องเรียบร้อยตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว ส่วนเรื่องขนของลงมาข้างล่าง เขาจ้างบริษัทขนย้ายมาจัดการให้หมดแล้ว ฉีหานเลยไม่ต้องกังวล
"บนห้องไม่มีอะไรต้องให้ช่วยแล้วล่ะ... แต่ตรงนี้สิที่ต้องการคนช่วย"
จ้าวชิงเสวี่ยชี้ไปที่ร้านสะดวกซื้อของเจ๊หลินที่อยู่ชั้นล่าง
ฉีหานงงเป็นไก่ตาแตกไปชั่วขณะ "ทำไมเหรอ? หรือเธอจะยกร้านสะดวกซื้อข้างล่างไปด้วย?"