เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 16 ทำไมนายยังไม่คืนรถอีก?

บทที่ 16 ทำไมนายยังไม่คืนรถอีก?

บทที่ 16 ทำไมนายยังไม่คืนรถอีก?


บทที่ 16 ทำไมนายยังไม่คืนรถอีก?

ซูหยวนไม่ได้โง่ เขามีความสามารถในการทำงานที่โดดเด่นและปกติก็ไม่เคยไปขัดแข้งขัดขาใคร การที่จู่ๆ หัวหน้าสายตรงมาหาเรื่องกลั่นแกล้งกันแบบนี้ มันต้องมีเหตุผลเบื้องหลังแน่ๆ

แต่เขาขี้เกียจจะไปสืบสาวราวเรื่องให้มากความ พูดตรงๆ ก็คงหนีไม่พ้นเรื่องสกปรกๆ พรรค์นั้นแหละ

ประจวบเหมาะกับที่เขาเริ่มไม่อยากทำงานนี้แล้วพอดี การกระทำของผู้จัดการซุนจึงกลายเป็นข้ออ้างชั้นดีให้เขาลาออก

จะทำงานงกๆ ไปทำไม? เอาเวลาพาภรรยาไปหาของอร่อยกิน แล้วไปซื้อบ้านใหม่ ไม่ดีกว่าเหรอ?

เมื่อเห็นว่าเริ่มเย็นแล้ว ซูหยวนจึงขับรถตรงดิ่งไปยังบริษัทของจ้าวชิงเสวี่ยทันที

...

"เลิกงานแล้วค่ะ"

หลังจากเคลียร์งานเสร็จ จ้าวชิงเสวี่ยก็รีบจ้ำอ้าวออกจากบริษัท ตั้งใจว่าจะไปทานข้าวเย็นกับซูหยวน

"ไฮ~~"

ทว่า ยังไม่ทันจะได้เห็นรถของซูหยวน เธอก็เจอกับจินจื้อเหวินในชุดสูทสีชมพูหวานแหวว มือถือช่อกุหลาบช่อโต ยืนพิงรถแมคลาเรน 600LT โบกมือทักทายเธออยู่

แม้จินจื้อเหวินจะไม่ได้หล่อเหลาอะไรมากนัก แต่ด้วยการแต่งตัวที่จัดเต็มและรถสปอร์ตราคาหรูสามล้านกว่า ก็ทำให้เขาดูภูมิฐานขึ้นมาทันตา

อย่างน้อยสาวๆ ออฟฟิศแถวนั้นหลายคนก็มองตาเป็นมัน!

"กรี๊ดดด นี่มันหนุ่มโสดในฝันชัดๆ!"

"ตื่นย่ะ เป้าหมายเขาไม่ใช่เธอ!"

สาวออฟฟิศหลายคนที่เดินผ่านต่างชำเลืองมองจ้าวชิงเสวี่ยด้วยความอิจฉา ก่อนจะเดินจากไปอย่างเสียดาย

แต่สำหรับจ้าวชิงเสวี่ย การปรากฏตัวอย่างกะทันหันของจินจื้อเหวินกลับทำให้เธอปวดหัวจนแทบระเบิด

คนอื่นอาจมองว่าเขาดูดีมีระดับ แต่ในสายตาของเธอ เขาช่างน่ารังเกียจและเลี่ยนจนทนดูไม่ได้!

ดังนั้น เธอจึงทำเป็นมองไม่เห็นเขาเสียเลย!

"ที่รัก~~"

แต่จินจื้อเหวินไม่ยอมปล่อยเธอไปง่ายๆ เขารีบเดินมาขวางทางเธอไว้ทันที

"ฉันมีสามีแล้ว กรุณาให้เกียรติฉันด้วยค่ะ"

ต่อให้เขาจะเป็นลูกค้าของบริษัท แต่จ้าวชิงเสวี่ยก็สุดจะทนแล้ว ใบหน้าสวยหวานแปรเปลี่ยนเป็นเย็นชาราวกับน้ำแข็ง

"อย่าใจร้ายนักสิครับ~~"

ด้วยความมั่นหน้าว่าตัวเองหล่อเหลาเอาการ จินจื้อเหวินสะบัดผมเล็กน้อย ก่อนจะก้าวเข้าไปหาและยื่นช่อกุหลาบให้จ้าวชิงเสวี่ย "ที่รัก ให้เกียรติไปทานมื้อเที่ยงกับผมสักมื้อได้ไหมครับ?"

สีหน้าของจ้าวชิงเสวี่ยยิ่งเย็นชาลงไปอีก "ข้อแรก ฉันจะไปกินข้าวกับซูหยวน เพราะงั้นฉันไม่ว่างอย่างแรง ข้อสอง ฉันไม่ทานข้าวสองต่อสองกับสิ่งมีชีวิตเพศผู้หน้าไหนทั้งนั้นนอกจากซูหยวน เข้าใจไหมคะ?"

"อ้อ งั้นเหรอครับ ไม่เป็นไร ไว้โอกาสหน้าก็ได้ แต่ดอกไม้นี่คุณต้องรับไว้นะ!"

ผ่านสมรภูมิความรักมาโชกโชน จินจื้อเหวินเข้าใจดีว่า 'ช้าๆ ได้พร้าเล่มงาม' หลังจากถูกปฏิเสธเรื่องมื้อเที่ยง เขาจึงไม่ตื๊อต่อ แต่เปลี่ยนมาคะยั้นคะยอให้เธอรับดอกไม้แทน

ในหัวของเขากำลังคำนวณอย่างรวดเร็ว

ยังไงซะจ้าวชิงเสวี่ยก็เป็นผู้หญิง แถมยังเป็นผู้หญิงสวยเสียด้วย

ฝั่งหนึ่งคือสามีตกงานไร้อนาคต อีกฝั่งคือทายาทเศรษฐีรูปหล่อพ่อรวย นานวันเข้า ต่อให้รักที่มีต่อซูหยวนจะยิ่งใหญ่แค่ไหน มันก็ต้องมีวันหมดอายุ!

เขาไม่เชื่อหรอกว่าจ้าวชิงเสวี่ยจะไม่หวั่นไหวไปกับความสุภาพอ่อนโยนของเขา!

"เพี้ยะ!"

ทว่า ในจังหวะที่จินจื้อเหวินกำลังเผลอ ช่อกุหลาบในมือก็ถูกกระชากออกไป แล้วถูกโยนลงถังขยะอย่างแม่นยำ!

ยังไม่ทันจะตั้งตัว ร่างสูงโปร่งและหล่อเหลาก็มายืนเคียงข้างจ้าวชิงเสวี่ย พร้อมโอบเอวบางของเธอไว้อย่างแสดงความเป็นเจ้าของ "ดอกไม้สำหรับผู้หญิงของฉัน ฉันซื้อเองได้ นายจะมาเสนอหน้าทำตัวเป็นพระเอกลิเกแถวนี้ทำไม?"

"ซูหยวน คุณมาแล้ว..."

เมื่อเห็นซูหยวน ดวงตาของจ้าวชิงเสวี่ยก็เป็นประกายขึ้นมาทันที ก่อนจะหันไปมองจินจื้อเหวินด้วยสายตาที่แฝงความภูมิใจเล็กๆ "ซูหยวนมารับฉันแล้ว เลิกขวางทางได้แล้วค่ะ"

สายตาที่จ้าวชิงเสวี่ยใช้มองซูหยวนนั้นหวานเชื่อมจนแทบจะหยดเป็นน้ำตาล

"นายมันไม่คู่ควรกับชิงเสวี่ยเลยสักนิด!"

จินจื้อเหวินรู้สึกเจ็บแปลบที่หัวใจเมื่อเห็นสายตานั้น ยิ่งนึกถึงการกระทำเมื่อครู่ของซูหยวน เขาก็กำหมัดแน่นแล้วแค่นหัวเราะ "นายอาจจะมีปัญญาซื้อดอกไม้ให้เธอได้ แต่ถามหน่อยเถอะ นายจะให้ชีวิตที่สุขสบายอย่างที่เธอต้องการได้หรือเปล่า?"

"อ่า โทษทีนะ พอดีฉันมีปัญญาให้ได้ว่ะ!"

ซูหยวนขี้เกียจจะเสวนากับจินจื้อเหวิน เขาโอบเอวจ้าวชิงเสวี่ยเดินตรงไปที่รถลาเฟอร์รารี่ที่จอดอยู่ไม่ไกล

เดิมทีจินจื้อเหวินตั้งใจจะหันกลับไปเยาะเย้ยซูหยวนอีกสักสองสามประโยค แต่พอเห็นรถลาเฟอร์รารี่ของซูหยวน ปากของเขาก็อ้าค้าง คำพูดที่เตรียมไว้จุกอยู่ที่คอหอย!

นี่มัน... เป็นไปได้ยังไง?

คนอย่างมันจะมีปัญญาซื้อลาเฟอร์รารี่ได้ยังไง?

ครอบครัวของจินจื้อเหวินไม่ได้ร่ำรวยมหาศาล มีทรัพย์สินแค่ร้อยกว่าล้าน พ่อของเขายังกัดฟันซื้อให้ได้แค่แมคลาเรน 600LT ราคาไม่ถึงสี่ล้าน

แต่เขาไปสืบมาแล้วนี่นา พ่อของซูหยวนเป็นแค่ข้าราชการ แม่ก็เปิดร้านโชห่วยเล็กๆ ครอบครัวธรรมดาแบบนั้นจะเอาเงินที่ไหนมาซื้อลาเฟอร์รารี่คันละยี่สิบล้านกว่า?

นี่มันตลกร้ายระดับชาติหรือไง?

แต่ความจริงก็ประจักษ์อยู่ตรงหน้า ซูหยวนขับลาเฟอร์รารี่จริงๆ แถมยังเป็นรุ่นเปิดประทุนที่มีแค่สี่คันในประเทศอีกต่างหาก!

แม้ราคารถจะฟังดูแค่ยี่สิบล้านกว่าๆ แต่ถ้าไม่มีเส้นสาย ต่อให้มีเงินกองท่วมหัวก็หาซื้อไม่ได้ง่ายๆ หรอกนะ?

ตกลงไอ้หมอนี่มันเป็นใครกันแน่?

"ไอ้หนุ่มสูทชมพูนั่นน่ะเหรอหนุ่มโสดในฝัน อย่างมากก็แค่คางคกชุบทองเท่านั้นแหละ คนที่ขับลาเฟอร์รารี่ต่างหากของจริง!"

"ผู้หญิงที่ขึ้นรถลาเฟอร์รารี่ไปนั่นน่ะ เหมือนจะชื่อจ้าวชิงเสวี่ย จากบริษัทออกแบบชั้นบนนะ อิจฉาเธอชะมัดเลย!"

"ใครบ้างจะไม่อิจฉา ถ้ามีหนุ่มรวยสองคนมาแย่งฉันแบบนี้ ฉันคงนอนยิ้มแก้มปริทั้งคืน!"

"ไม่ต้องฝันหรอก แค่นี้เธอก็น้ำลายยืดแล้ว!"

บรรดาไทยมุงที่เฝ้าดูละครฉากนี้ ต่างก็เริ่มจินตนาการเพ้อฝันสีชมพูฟรุ้งฟริ้ง

แน่นอนว่าทุกคนต่างสมมติตัวเองเป็นจ้าวชิงเสวี่ยกันถ้วนหน้า

ทว่า นางเอกของเรื่องอย่างจ้าวชิงเสวี่ยที่นั่งอยู่บนรถลาเฟอร์รารี่กลับไม่ได้มีความสุขขนาดนั้น ตรงกันข้าม เธอกลับรู้สึกพะอืดพะอมเสียด้วยซ้ำ

"ถามจริงเถอะ ในสมองของตานั่นมีแต่น้ำหรือไง ฉันมีสามีหล่อขนาดนี้อยู่ทั้งคน ยังจะตามตื๊อพูดจาชวนอ้วกอยู่ได้ แหวะ... กินข้าวไม่ลงเลยเนี่ย..."

บ่นจบ เธอก็ลูบท้องเบาๆ "ซูหยวน วันนี้เราจะกินอะไรกันดี?"

"จะรีบไปไหน เดี๋ยวเราไปดูบ้านกันก่อน"

ประโยคถัดมาของซูหยวนทำเอาจ้าวชิงเสวี่ยตะลึงงันไปเลย

จ้าวชิงเสวี่ยเบิกตากว้าง "คุณล้อเล่นระดับชาติอะไรเนี่ย? ไม่ใช่ว่าคุณเพิ่งตกงานเหรอ? จะเอาเงินที่ไหนไปซื้อบ้าน?"

"ก็ขายคุณเอาเงินมาซื้อบ้านไง! ภรรยาผมสวยขนาดนี้ ขายแลกคอนโดหรูๆ ได้สบาย!"

"ไปไกลๆ เลย ฉันคุยจริงจังอยู่นะ..."

"ผมก็จริงจังเหมือนกัน"

ขณะพูด ซูหยวนก็ติดต่อไปหาเพื่อนสมัยเรียนมหาวิทยาลัยที่ชื่อ ฉีจิงชุน

ฉีจิงชุนอยู่หอพักห้องข้างๆ เขา และด้วยความที่เล่นเกมเข้าขากันได้ดี ทั้งคู่เลยมักจะจับคู่เล่นเกมด้วยกันบ่อยๆ แม้หลังเรียนจบจะต่างคนต่างยุ่งจนไม่ค่อยได้เล่นเกมด้วยกัน แต่ความสัมพันธ์ฉันเพื่อนก็ยังเหนียวแน่น

เขาเห็นในไทม์ไลน์ว่าฉีจิงชุนทำงานเป็นเซลล์ขายบ้านและมีรายการบ้านดีๆ อยู่ในมือเพียบ แทนที่จะไปงมเข็มในมหาสมุทร สู้ให้เพื่อนพาไปดูเลยดีกว่า

ฉีจิงชุนตอบกลับข้อความของซูหยวนอย่างรวดเร็ว "ว่าไงลูกพี่หยวน มีอะไรให้รับใช้ครับ?"

"ฉันอยากซื้อบ้าน เห็นนายทำงานด้านนี้พอดี พอจะแนะนำที่แจ่มๆ ให้หน่อยได้ไหม?"

จบบทที่ บทที่ 16 ทำไมนายยังไม่คืนรถอีก?

คัดลอกลิงก์แล้ว