- หน้าแรก
- หวานเจี๊ยบ เปย์ภรรยาปุ๊บ รับเงินคืนคูณสิบ
- บทที่ 4 ภรรยาผมเป็นคนเก่งแต่ในบ้าน
บทที่ 4 ภรรยาผมเป็นคนเก่งแต่ในบ้าน
บทที่ 4 ภรรยาผมเป็นคนเก่งแต่ในบ้าน
บทที่ 4 ภรรยาผมเป็นคนเก่งแต่ในบ้าน
“ผมเอาวงนี้แหละครับ รบกวนช่วยห่อให้ด้วยนะครับ”
หลังจากให้จ้าวชิงเสวี่ยลองสวมแหวนแล้วพบว่าขนาดพอดีเป๊ะ ไม่ต้องแก้ไขอะไร ซูหยวนก็แจ้งพนักงานขายให้ห่อแหวนเพชรวงนั้นทันทีอย่างไม่ลังเล
ประโยคนี้ทำเอาจ้าวชิงเสวี่ยถึงกับตะลึงงัน!
“ซูหยวน อย่าล้อเล่นน่า...”
เธอเริ่มพูดจาตะกุกตะกัก “เพชรน่ะไม่มีมูลค่าเท่าไหร่หรอก ทองคำสิถึงจะมีค่ากว่า แต่ฉันไม่ได้หมายความว่าจะให้คุณซื้อทองให้นะ คือฉันแค่จะบอกว่าแหวนวงนี้มันไม่ค่อยเหมาะ...”
ความจริงแล้ว แม้จ้าวชิงเสวี่ยจะเดินตามซูหยวนเข้ามาในร้านเครื่องประดับแบรนด์ทิฟฟานี่ แต่สำหรับเธอแล้ว มันก็เหมือนกับการเดินดูของสวยๆ งามๆ แค่ได้มองก็พอใจแล้ว เธอไม่เคยคิดจะซื้อเลยสักนิด!
โดยเฉพาะร้านนี้ที่เต็มไปด้วยสินค้าไฮเอนด์ราคาแพงระยับ!
แหวนวงเมื่อกี้เป็นรุ่นลิมิเต็ดประจำฤดูร้อนของทิฟฟานี่เชียวนะ ราคาตั้ง 220,000 หยวน!
เงิน 220,000 หยวนมีความหมายอย่างไร? มันหมายความว่าพวกเขาสามารถวางเงินดาวน์บ้านสามห้องนอนในเมืองเล็กๆ ได้เลยนะ!
เธอทำใจไม่ได้หรอกที่จะเอาเงินมากมายขนาดนั้นมาละลายกับแหวนเพชรแค่วงเดียว!
“ได้ค่ะ คุณผู้ชาย”
อันที่จริง ไม่ใช่แค่จ้าวชิงเสวี่ยที่ตกใจ แม้แต่พนักงานขายเองก็อึ้งไปเหมือนกัน
ตอนที่เธอหยิบแหวนออกมาให้จ้าวชิงเสวี่ยลอง เธอไม่ได้คิดจริงๆ ว่าซูหยวนกับจ้าวชิงเสวี่ยจะมีกำลังซื้อไหว เธอแค่ทำตามหน้าที่ไปตามมารยาทเท่านั้น
แต่ใครจะไปรู้ว่าซูหยวนจะตัดสินใจเด็ดขาดขนาดนี้?
ขนาดพวกคุณนายไฮโซที่แต่งตัวหรูหรา เวลาจะซื้อแหวนเพชรราคา 200,000 หยวน ยังต้องคิดแล้วคิดอีกถึงความคุ้มค่า แต่ชายหนุ่มตรงหน้านี้กลับดูชิลเกินไปไหม?
ทำราวกับว่าเงิน 200,000 หยวนสำหรับเขา เป็นแค่เงิน 20 หยวนอย่างนั้นแหละ!
หรือว่าเขาแค่อยากจะอวดรวยเฉยๆ?
“อ้าว นี่ชิงเสวี่ยไม่ใช่เหรอ? มาทำอะไรที่นี่จ๊ะ?”
ยังไม่ทันจะได้จ่ายเงิน จู่ๆ ก็มีเสียงหวานจ๋อยดัดจริตดังขึ้นมาจากด้านหลัง น้ำเสียงนั้นฟังแล้วชวนขนลุกพิลึก
พอได้ยินเสียงนั้น ร่างกายของจ้าวชิงเสวี่ยก็เกร็งขึ้นมาเล็กน้อย เธอหันกลับไปอย่างเสียไม่ได้ แล้วทักทายผู้หญิงตรงหน้า “โม่โม่ เธอนั่นเอง บังเอิญจังนะ ฉันกับซูหยวนมาดูแหวนน่ะ”
“ดูแหวน? งั้นเธอก็มาผิดที่แล้วล่ะ!”
หลินโม่ที่กำลังควงแขนชายวัยกลางคนลงพุงหน้าตามันแผล็บ ได้ยินคำพูดของจ้าวชิงเสวี่ยก็รีบยกมือปิดปากหัวเราะคิกคัก เธอแสร้งทำเป็นเสยผมทัดหูอย่างไม่ตั้งใจ เพื่อเผยให้เห็นต่างหูมุกเม็ดกลมโตและกำไลข้อมือคาร์เทียร์เป็นพวง แล้วฝืนยิ้มออกมา
“ฉันจะบอกให้นะชิงเสวี่ย พวกเราเพิ่งจบกันมาแค่ปีเดียว ตลาดแรงงานตอนนี้ก็ไม่ค่อยดี เงินเดือนก็น้อย เวลาจะซื้อของอะไรต้องรู้จักเปรียบเทียบราคาแล้วซื้อของที่คุ้มค่าที่สุด อย่างแหวนเพชรเนี่ย ฉันไม่แนะนำให้เธอซื้อที่นี่หรอก ราคามันสูงเกินไป เธอไปแถวตลาดใต้ดินตรงเอ้อหลี่ถุนดีกว่า ที่นั่นมีร้านรับทำแหวนเพชรอยู่หลายร้าน แม้คุณภาพจะสู้ที่นี่ไม่ได้ แต่ความคุ้มค่าถือว่าใช้ได้เลยนะ เธอซื้อเพชรร่วงขนาด 0.5 กะรัตสักสามพันหยวน แล้วเอาไปเข้าตัวเรือนเงินบวกค่าแรง รวมๆ แล้วไม่เกินสี่พันหรอก เหมาะกับเธอพอดีเป๊ะ”
แม้หลินโม่จะพูดด้วยน้ำเสียงเหมือน “ฉันหวังดีกับเธอนะ” แต่แววตาเหยียดหยามของเธอกลับฟ้องชัดเจนว่า “ยาจกอย่างหล่อนไม่คู่ควรกับที่นี่หรอก!”
คำพูดเหล่านี้ทำให้จ้าวชิงเสวี่ยรู้สึกอับอายยิ่งกว่าเดิม “ฉะ... ฉันแค่มาดูเฉยๆ...”
“งั้นเหรอ? แล้วเธอคิดว่ามีแหวนวงไหนเหมาะกับฉันบ้างไหม? เหลาตงของฉันน่ะสิคะยั้นคะยอจะซื้อแหวนเพชรให้ฉันท่าเดียว ฉันก็ขัดใจเขาไม่ได้ซะด้วยสิ”
หลินโม่พูดพลางส่งสายตาตำหนิแบบจริตจะก้านใส่ชายวัยกลางคนข้างกาย
ชายวัยกลางคนยืดพุงกลมๆ ของเขาขึ้น แล้วทำท่าทางใจป้ำ “โม่โม่ ขอแค่หนูมีความสุข แหวนวงไหนป๋าก็จัดให้ได้หมดแหละ!”
“แหม ไม่ต้องซื้อแพงมากก็ได้ค่ะ เอาสักห้าหกหมื่นก็พอแล้ว...”
ตอนที่หลินโม่พูดถึงราคาห้าหกหมื่น แววตาของเธอฉายความไม่พอใจออกมาแวบหนึ่ง
แม้ผู้ชายที่เธอควงด้วยจะเป็นถึงผู้บริหารระดับสูง เงินเดือนปีละห้าหกแสน แต่ปกติเขาขี้เหนียวกับเธอจะตาย โอกาสที่จะได้แหวนเพชรสักวงนี่ต้องอ้อนวอนแทบตายกว่าจะได้มา
เธอรู้ดีว่าเขาคงไม่ยอมซื้อแหวนแพงๆ ให้ อย่างมากก็คงราคาสักห้าหกหมื่นหยวนนั่นแหละ!
แต่แหวนราคาห้าหกหมื่นหยวนก็เพียงพอให้เธอเอาไปอวดลงโซเชียลได้แล้ว!
และแน่นอน มันก็มากพอที่จะทำให้จ้าวชิงเสวี่ยอิจฉาตาร้อน!
“ต้องขอโทษด้วยนะครับ พอดีภรรยาผมเขาไม่ได้ดูแหวนราคาถูกๆ แบบนั้น เลยแนะนำให้คุณไม่ได้”
ในขณะที่หลินโม่กำลังยืดอกอวดเบ่งใส่จ้าวชิงเสวี่ย จู่ๆ ซูหยวนก็โอบไหล่ภรรยาของเขา แล้วหันไปพูดกับหลินโม่ด้วยรอยยิ้มเจื่อนๆ
พอได้ยินแบบนั้น รอยยิ้มบนหน้าหลินโม่ก็หุบลงทันควัน
เธอตั้งใจจะมาขิงใส่แท้ๆ แต่ใครจะไปนึกว่าคำพูดของซูหยวนจะตบหน้าเธอฉาดใหญ่เข้าเต็มๆ?
แต่พวกเขาก็เป็นเพื่อนร่วมรุ่นกันมา ใครเป็นยังไงทำไมจะไม่รู้?
ในสายตาของหลินโม่ ซูหยวนก็เป็นแค่ไอ้หนุ่มหน้าตาดีแต่ไส้แห้งคนหนึ่งเท่านั้นแหละ!
เพิ่งจบมาปีเดียว จะมีปัญญาซื้อแหวนเพชรดีๆ ได้ยังไง?
คิดได้ดังนั้น หลินโม่ก็แค่นเสียงหัวเราะเยาะทันที “เหอะ อย่าบอกนะว่านายมีปัญญาซื้อแหวนเพชรที่อยู่บนนิ้วชิงเสวี่ย!”
“มัวยืนบื้ออะไรอยู่ครับ? รีบห่อแหวนให้ผมสิ”
แต่วินาทีถัดมา หลินโม่ก็ต้องอ้าปากค้าง!
เพราะหลังจากได้ยินคำพูดเหน็บแนมของเธอ ซูหยวนกลับไม่มีท่าทีอับอายหรือโกรธเกรี้ยวอย่างที่เธอคิด เขากลับหันไปมองพนักงานขายข้างๆ แล้วพูดประโยคนั้นออกมา พร้อมกับยื่นบัตรธนาคารให้
พนักงานขายรับแหวนและบัตรธนาคารไปอย่างนอบน้อม ก่อนจะรีบนำบัตรและถุงกระดาษสุดหรูมาส่งคืนให้ซูหยวน
【ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ คุณได้จ่ายเงิน 220,000 หยวนเพื่อภรรยา จ้าวชิงเสวี่ย ได้รับเงินคืน 10 เท่า จำนวน 2.2 ล้านหยวน! ระบบได้โอนเข้าบัญชีเรียบร้อยแล้ว โปรดตรวจสอบ!】
เสียงแจ้งเตือนระบบดังขึ้นข้างหู ซูหยวนโอบเอวบางของจ้าวชิงเสวี่ยเดินจากไปอย่างใจเย็น
แต่พอเดินไปถึงประตู เขาก็หยุดชะงักแล้วหันกลับมามองหลินโม่ที่หน้าถอดสี พร้อมพูดทิ้งท้ายว่า “เมื่อกี้ภรรยาผมบอกว่าแหวนราคาห้าหกหมื่นพวกนั้นดีไซน์น่าเกลียด เธอเลยไม่ได้สนใจจะดู แต่ผมว่าในบรรดาแหวนพวกนั้นน่าจะมีสักวงที่เหมาะกับคุณนะ”
หมายความว่ายังไง?
หมายความว่าเธอคู่ควรกับแค่แหวนน่าเกลียดๆ พวกนั้นงั้นเหรอ?
หรือจะบอกว่าเธอขี้เหร่?
หลินโม่โกรธจนตัวสั่นเทิ้ม รู้สึกเหมือนแป้งที่โบกมาหนาเตอะบนหน้ากำลังกะเทาะร่วงกราวลงมาจริงๆ!
แต่เธอกลับเถียงไม่ออกสักคำ!
“ซูหยวน คุณนี่ร้ายจริงๆ! พูดแค่ประโยคเดียวเล่นเอาหล่อนโกรธจนแทบกระอักเลือดเลย ฮึ สมน้ำหน้า ชอบมาแกล้งฉันดีนัก~~”
พอเดินพ้นร้านทิฟฟานี่มาได้ จ้าวชิงเสวี่ยก็ระเบิดหัวเราะออกมาทันที “เห็นไหม? แป้งบนหน้ายัยนั่นร่วงกราวเลยเพราะความโกรธ!”
แม้จะเป็นเพื่อนร่วมรุ่น แต่จ้าวชิงเสวี่ยไม่ชอบหน้าหลินโม่มาแต่ไหนแต่ไร ปกติเธอก็อยู่ของเธอดีๆ แต่หลินโม่ชอบวิ่งแจ้นเข้ามาอวดผัวอวดรวย หรือไม่ก็พูดจาเหน็บแนมให้เจ็บใจ ซึ่งทำให้จ้าวชิงเสวี่ยรำคาญสุดๆ
“คุณนี่มันเก่งแต่ในบ้านจริงๆ ทีกับผมนี่ปากคอเราะร้ายเชียว แต่ทำไมกับคนอื่นถึงได้ยอมเขานักล่ะ?”
ความจริงซูหยวนไม่ใช่คนชอบต่อปากต่อคำ แต่ถ้าใครมาแกล้งภรรยาเขา เขาไม่ยอมปล่อยผ่านง่ายๆ แน่!
วันนี้เขาแค่เหน็บแนมหลินโม่ไปนิดหน่อยถือว่าปรานีมากแล้ว ถ้ามีคราวหน้าอีก เขาไม่ไว้หน้าแน่!