- หน้าแรก
- ระบบสำรวจโลก เริ่มต้นด้วยการถอดรหัสเชอร์โนบิล
- บทที่ 28 ขอฝากความบริสุทธิ์ไว้ในโลกา! (2/4)
บทที่ 28 ขอฝากความบริสุทธิ์ไว้ในโลกา! (2/4)
บทที่ 28 ขอฝากความบริสุทธิ์ไว้ในโลกา! (2/4)
บทที่ 28 ขอฝากความบริสุทธิ์ไว้ในโลกา! (2/4)
"ถ้าไม่มีเบอร์ก็รีบไปหามาสิ! ติดต่อครอบครัวเขาในประเทศมังกร หรือใครก็ได้ที่รู้จักเขา!"
"รีบส่งข่าวบอกเขาเดี๋ยวนี้!"
หลี่เซียงเจ๋อมีสีหน้าวิตกกังวลอย่างเห็นได้ชัด
แม้แต่หญิงสาวแสนสวยที่ยืนอยู่ข้างกายเขา ก็ยังอดไม่ได้ที่จะเผยแววตาตื่นตระหนกออกมา
"...ครับ!"
อู๋เฟิงพยักหน้ารับคำ
เขาหันหลังเดินออกจากห้องประชุมไปด้วยเหงื่อที่ชุ่มโชก พร้อมกับกดโทรศัพท์มือถือระรัว ใช้เส้นสายทั้งหมดที่มีเพื่อค้นหาช่องทางการติดต่อของอู๋เทียน...
เครื่องบินขับไล่ Su-57!
นี่คือหนึ่งในเครื่องบินรบที่ทันสมัยที่สุดในโลก แต่มันกลับถูกนำมาใช้เพื่อกำจัด 'โฮสต์' เพียงคนเดียว!
นี่แสดงให้เห็นว่ากาติลอฟอำมหิตเพียงใด!
และในขณะเดียวกัน มันก็พิสูจน์ทางอ้อมด้วยว่า... กาติลอฟกำลังจนตรอกแล้ว!
"ดูท่าสิ่งที่ซินิคอฟพูดจะเป็นความจริง กาติลอฟคนนี้คือตัวการของหายนะในครั้งนั้น และเป็นฆาตกรทางอ้อมที่คร่าชีวิตผู้คนมากมายหลังจากนั้นด้วย!"
"ใช่ค่ะ..."
จางเหมิงพยักหน้าเห็นด้วย
"เมื่อก่อนหนูไม่เข้าใจเลยว่าทำไมคุณพ่อถึงยืนกรานที่จะไปยังสถานที่ต้องคำสาปแห่งนั้น"
"ที่แท้..."
"ท่านก็ทำเพื่อตามหาความจริงนี้เหมือนกัน"
"ฮ่าๆ..."
หลี่เซียงเจ๋อชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน
เขาเอื้อมมือไปลูบผมของจางเหมิงเบาๆ
"ให้เรื่องในอดีตผ่านไปเถอะ อย่างน้อยตอนนี้ พ่อหนุ่มที่ชื่ออู๋เทียนคนนี้ก็ได้ค้นพบความจริงในเชอร์โนบิลแล้ว"
"ถือเสียว่า..."
"ได้สานต่อปณิธานของคุณปู่จนสำเร็จ"
"และมอบความจริงให้กับเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายในปีนั้น ไม่ต้องกังวลไปหรอกนะ!"
"อื้อ..."
จางเหมิงยิ้มพร้อมกับพยักหน้า
เธอมองดูอู๋เทียนในจอถ่ายทอดสดด้วยดวงตาที่เป็นประกายระยิบระยับ ความปรารถนาอันแรงกล้าที่จะติดตามอู๋เทียนออกไปผจญภัยเริ่มก่อตัวขึ้นในใจของเธอเงียบๆ!
...
"เจ้าอ้วน!"
"ส่งของมา!"
หลังจากใช้พลั่วตบดินจนแน่น อู๋เทียนก็โบกมือเรียกเจ้าอ้วนที่อยู่ด้านหลังโดยไม่หันไปมอง
"เฮ้ย..."
"เอ่อ... ลูกพี่..."
"รอแป๊บนะ มันหนักเอาเรื่องเลย"
น้ำเสียงของเจ้าอ้วนดูทรมานเล็กน้อย ในขณะนี้เขากำลังใช้สองมือประคองแผ่นพื้นคอนกรีตท่อนยาวที่หักครึ่งท่อนหนึ่ง แล้วค่อยๆ ขยับไปทางหลุมศพของซินิคอฟอย่างทุลักทุเล
ปากบอกว่า 'ประคอง'... แต่จริงๆ แล้วแผ่นพื้นคอนกรีตครึ่งท่อนนี้หนักหลายร้อยชั่ง เจ้าอ้วนทำได้แค่ยกมุมด้านหนึ่งของมันขึ้นมาอย่างยากลำบาก
แล้วลากถูไปหาอู๋เทียนอย่างเชื่องช้า
ครืด...
ครืด...
เจ้าอ้วนหอบหายใจแฮกๆ
"ฟู่ว... ลูกพี่ จะถึงแล้ว อีกเมตรกว่าๆ"
"ขอผมฮึดอีกหน่อย!"
"..."
"ยกไม่ไหวเหรอ?"
อู๋เทียนหันกลับมามองหน้าเจ้าอ้วนที่แดงก่ำ
"ถ้ายกไม่ไหวทำไมไม่บอกแต่แรก? ฉันจะได้เข้าไปช่วย แป๊บเดียวก็เสร็จแล้ว"
พูดจบ
อู๋เทียนก็ยื่นมือออกไปรับแผ่นพื้นคอนกรีตในมือของเจ้าอ้วน
"อ๊ะ ฮ่าๆ..."
"ไม่เป็นไรครับลูกพี่!"
"ไอ้นี่มันหนักเกินไป จะคนเดียวหรือสองคนก็หนักพอกัน อีกอย่างผมก็ลากมาถึงแล้วไม่ใช่เหรอ?"
"มาครับ ช่วยกันจับหน่อย เราจะตั้งมันขึ้น..."
วูบ!
ท่ามกลางสีหน้างุนงงของเจ้าอ้วน อู๋เทียนใช้เพียงมือขวาข้างเดียวคว้าแผ่นพื้นคอนกรีตตันหนักสองสามร้อยชั่งขึ้นมาจากมือเขาอย่างหน้าตาเฉย
แถมยังปักมันลงไปที่หน้าหลุมศพของซินิคอฟอย่างมั่นคง
ตึง!
"ต... ตั้งได้แล้ว?"
"อืม"
อู๋เทียนพยักหน้า
"พวกเรากำลังจะไป แต่เรื่องราวของที่นี่ยังต้องคงอยู่ และจิตวิญญาณของซินิคอฟต้องได้รับการสืบทอด"
"รอเดี๋ยว ฉันจะสลักป้ายหลุมศพให้เขา!"
"..."
"ไม่ได้มั้ง..."
เจ้าอ้วนอ้าปากค้าง
"ลูกพี่ เราจะเอาอะไรไปสลักล่ะ? เครื่องไม้เครื่องมือก็ไม่มี ไฟฟ้าก็ไม่มี เอาแผ่นปูนปักไว้เป็นสัญลักษณ์ก่อนเถอะ เดี๋ยวขากลับเราค่อยมาเขียนคำไว้อาลัยสวยๆ ให้แก ผมจะบอกให้นะ เรื่องแต่งคำไว้อาลัยเนี่ยผมถนัดนัก..."
"ช้าไป..."
แกรก... แกรก แกรก!
เสียงหินแตกดังเปรี้ยะขึ้นตรงหน้าอู๋เทียน
ปากของเจ้าอ้วนอ้ากว้างจนแทบจะยัดไข่ไก่เข้าไปได้
ภาพที่เห็นคือ อู๋เทียนใช้ปลายด้านหนึ่งของเสาโคมไฟกดลงไปบนแผ่นพื้นคอนกรีต แล้วขยับมือช้าๆ รอยสลักลึกครึ่งนิ้วก็ปรากฏขึ้นอย่างง่ายดาย
เศษปูนร่วงกราวลงมาจากแผ่นคอนกรีตตัน!
มันดูง่ายดายและลื่นไหลราวกับเอาลวดไปขูดช็อกโกแลตอย่างไรอย่างนั้น
เจ้าอ้วนขยี้ตาตัวเอง สงสัยว่าแผ่นคอนกรีตนี้แช่น้ำมาจนเปื่อยหรือเปล่า
เขารีบเอานิ้วไปจิ้มๆ แผ่นคอนกรีตตันครึ่งท่อนนั้นดู... แข็งโป๊ก!
เจ้าอ้วนถึงกับไปไม่เป็น
นี่มันแผ่นพื้นคอนกรีตตันของแท้แน่นอน แล้วทำไมลูกพี่ถึงเอาเสาไฟขูดเนื้อปูนออกเป็นชั้นหนาๆ ได้ง่ายขนาดนั้น?
หรือว่า... ดวงตาของเจ้าอ้วนกลอกไปมา
เขาเข้าใจแล้ว!
"ลูกพี่!"
"นี่ต้องเป็นกังฟูของประเทศมังกรแน่ๆ ใช่ไหม?"
"ดูมากี่ทีผมก็ยังทึ่งไม่หาย!"
"เมื่อไหร่ผมจะเก่งได้ถึงระดับลูกพี่บ้างเนี่ย? ผมตั้งตารอเลยนะ!"
"..."
อู๋เทียนเพิ่งจะร่างกรอบขรุขระบนป้ายหินเสร็จ และกำลังครุ่นคิดว่าจะสลักข้อความอะไรลงไป พอได้ยินเจ้าอ้วนพล่ามอยู่ข้างหู เขาจึงตอบส่งๆ ไปว่า
"อืม"
"ง่ายจะตาย!"
"แกก็เอานิ้วจิ้มปูนทุกวันสิ!"
"จิ้มสักสองสามปี เดี๋ยวก็ทำได้เอง!"
"จริงเหรอครับ?"
เจ้าอ้วนตะลึง ก่อนที่ตาจะเป็นประกาย เขารีบเดินต้วมเตี้ยมไปที่ซากปรักหักพังใกล้ๆ หาเสาปูนเหมาะๆ แล้วเริ่มเอานิ้วจิ้มใส่มันอย่างบ้าคลั่ง!
ปึก ปึก!
ปึก!
กร๊อบ... "โอ๊ย!"
...
ซินิคอฟคือผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์เชอร์โนบิล และเป็นเพียงคนเดียวที่ล่วงรู้ความจริง เขามีชีวิตอยู่เพื่อรอวันที่ความจริงนี้จะถูกเปิดเผย
แต่สุดท้าย เขาก็ต้องตายเพื่อมันเช่นกัน
ควรจะนิยามชีวิตของเขาว่าอย่างไรดี?
อู๋เทียนเม้มริมฝีปาก
ทันใดนั้น บทกวีโบราณบทหนึ่งก็แวบเข้ามาในหัว
บางที บทกวีบทนี้ของประเทศมังกรอาจจะเหมาะสมที่สุดที่จะบรรยายชีวิตของซินิคอฟ?
วูบ วูบ...
วูบ!
ผ่านไปไม่ถึงสิบวินาที ตัวอักษรขนาดใหญ่สิบสี่ตัวที่ทรงพลังดุจตะขอเหล็กและลายพู่กันเงิน ก็ปรากฏขึ้นบนป้ายหินขนาดใหญ่ที่ทำจากแผ่นพื้นคอนกรีต!
"แม้นกายหยาบจักแหลกสลาย แต่ขอฝากความบริสุทธิ์ไว้ในโลกา!"
"..."
ผู้ชมทางบ้านหน้าจอไลฟ์สตรีมต่างเห็นตัวอักษรสิบสี่ตัวนี้ที่ดูหนักแน่นและงดงาม ท่ามกลางความตกตะลึง ดูเหมือนพวกเขาทั้งหมดจะมีความคิดเห็นตรงกันโดยไม่ได้นัดหมาย
ทุกคนเริ่มพิมพ์บทกวีนี้ลงในช่องแชทจนเต็มหน้าจอ!
"แม้นกายหยาบจักแหลกสลาย แต่ขอฝากความบริสุทธิ์ไว้ในโลกา!"
"แม้นกายหยาบจักแหลกสลาย แต่ขอฝากความบริสุทธิ์ไว้ในโลกา!"
"แม้นกายหยาบจักแหลกสลาย แต่ขอฝากความบริสุทธิ์ไว้ในโลกา!"
"..."
ตัวอักษรสิบสี่ตัวนี้ อาจจะเป็นบทสรุปที่ยอดเยี่ยมที่สุดสำหรับชีวิตของซินิคอฟ...
...
อู๋เทียนที่เพิ่งตั้งป้ายหลุมศพเสร็จลุกขึ้นยืน รอยยิ้มเย็นชาปรากฏขึ้นที่มุมปาก
เขายังต้องสำรวจต่อ!
ค้นหาต่อไป!
เขาจะค้นให้ทั่วทุกซอกทุกมุมของพริปยัต และแสดงให้ทุกคนในห้องไลฟ์สดได้เห็น!
ว่ามหานครที่เคยรุ่งเรืองในอดีต บัดนี้มันรกร้างว่างเปล่าเพียงใด!
"ลูกพี่..."
ทันใดนั้น เสียงตัดพ้อของเจ้าไรซ์ก็ดังขึ้นจากด้านหลังอู๋เทียน
"เป็นอะไรอีก?"
อู๋เทียนชะงัก
"นิ้วกลางผมเจ็บไปหมดแล้วเนี่ย รู้สึกแย่ชะมัด สงสัยเนื้อเยื่ออ่อนตรงข้อนิ้วจะฟกช้ำแน่เลย!"
"หือ?"
อู๋เทียนทำหน้างงหนักกว่าเดิม
"แล้วแกนิ้วซ้ำมันเกี่ยวอะไรกับฉัน? ฉันไม่ได้เป็นคนทำสักหน่อย?"
"..."
เจ้าอ้วนอ้าปากค้าง
"ก็ลูกพี่บอกให้ผมไปจิ้มปูนไง!"
"ฉันพูดมั่วๆ แกก็เชื่อด้วยเรอะ?"