เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 371 - สิ้นศรัทธามหาชน!

บทที่ 371 - สิ้นศรัทธามหาชน!

บทที่ 371 - สิ้นศรัทธามหาชน!


บทที่ 371 - สิ้นศรัทธามหาชน!

โจวตั้นเกิดความเคลือบแคลงสงสัยในใจ กองทัพเป่ยหมานกำลังโจมตีเมืองหลวงมิใช่หรือ? การป้องกันของตัวอำเภอนี้ก็นับว่าแข็งแกร่งไม่น้อย หรือว่าเป่ยหมานจะส่งกองกำลังขนาดใหญ่มาโจมตีอำเภอเล็กๆ นี้? ไม่น่าจะเป็นไปได้

"มะ... ไม่ใช่ทหารเป่ยหมานขอรับ" บ่าวรับใช้ตอบตะกุกตะกัก "ดูเหมือนจะเป็นกองทัพช่วยราชการขอรับ"

กองทัพช่วยราชการ?

โจวตั้นกลอกตาไปมา พลันร้องอุทานในใจว่าแย่แล้ว "พินาศกันพอดี! ไอ้พวกทหารนั่นคงหิวจนคลั่งไปแล้ว รีบไปเรียกองครักษ์ทั้งหมดออกมา เฝ้าประตูหน้าและประตูหลังให้แน่นหนา! เร็วเข้า!"

โจวตั้นเคยเห็นโจรผู้ร้ายปล้นชิงเมือง แต่ทหารที่บ้าคลั่งลุกขึ้นมาปล้นเมืองนั้น อำมหิตยิ่งกว่าโจรเสียอีก

ภายในเมืองเกิดความโกลาหลวุ่นวาย โจวตั้นสั่งให้ปิดประตูใหญ่ลงกลอนแน่นหนา ตัวเขาเองถือดาบนำองครักษ์ไปเฝ้าที่ประตูใหญ่

สองเค่อต่อมา คนที่โจวตั้นส่งออกไปสืบข่าวก็กลับมา

"คุณชาย ทหารพวกนั้นดูเหมือนจะมาจากตงไห่และหลิ่งหนานขอรับ พวกมันปล้นบ้านเศรษฐีไปสองหลังแล้ว ปล้นทั้งเสบียง ทั้งเงินทอง"

"แต่พวกมันไม่ได้ฆ่าคน ข้าเห็นพวกมันกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้ คุณชาย เราจะทำอย่างไรดีขอรับ?"

โจวตั้นได้ยินดังนั้นก็เบาใจลงเล็กน้อย "ไม่ฆ่าคน แสดงว่าพวกมันยังมีสติอยู่บ้าง พวกเจ้าอย่าเพิ่งวู่วาม เดี๋ยวพอพวกมันมาถึง ข้าจะรับมือเอง!"

จากนั้น โจวตั้นสั่งให้คนนำบันไดมาพาดกำแพง เขาปีนขึ้นไปบนที่สูงเพื่อมองออกไปนอกกำแพง

เสียงฝีเท้าบนถนนดังระงม แสงคบเพลิงนับร้อยนับพันเคลื่อนที่ไปมา บัดนี้ได้มารวมตัวกันที่หน้าจวนตระกูลโจวแล้ว

แย่แล้ว!

พวกมันมากันจริงๆ!

เป็นดังคาด หลังจากล้อมจวนตระกูลโจวไว้แล้ว เสียงตะโกนเรียกประตูก็ดังขึ้นจากด้านนอก

"ตึง! ตึง! ตึง!"

"คนข้างในฟังให้ดี ใต้เท้าของข้าจะนำกองทัพช่วยราชการกลับบ้านเกิด ขอยืมเสบียงและเงินทองสักหน่อย หากรู้ความก็จงเปิดประตู พวกเราได้ของแล้วจะไปทันที!"

โจวตั้นชะโงกศีรษะออกไปแอบดูแวบหนึ่ง ด้านนอกมีคนอย่างน้อยสองถึงสามพันคน

เขาร้องโอดโอยในใจ ก่อนจะกลอกตาหาอุบาย

"ที่แท้ก็พี่น้องกองทัพช่วยราชการนี่เอง พี่ชาย จวนตระกูลโจวของเราไม่มีเสบียงและเงินทองเท่าไหร่หรอก เสบียงและเงินทองของเราบริจาคให้เมืองหลวงไปหมดแล้ว..."

วาจาของโจวตั้นยังไม่ทันจบ สวีเมี่ยวก็ตะโกนสวนกลับมา "อย่ามาพูดพล่อยๆ! พวกเราสืบมาแล้ว ในอำเภอต้าซิงนี้ ตระกูลโจวของพวกเจ้ารวยที่สุด เสบียงเยอะที่สุด! ถ้าไม่เปิดประตูพวกเราจะบุกเข้าไป!"

โจวตั้นกัดฟันแน่น ไม่ยอมอ่อนข้อ

เขารู้จักนิสัยของโจวหรง พ่อบุญธรรมของเขาดีที่สุด นั่นมันปีศาจขี้งก จอมขูดรีด แม้แต่ฮ่องเต้ขอเรี่ยไรเงิน เขายังไม่ยอมควักกระเป๋าสักแดง

หากคืนนี้ทรัพย์สินและเสบียงในจวนตระกูลโจวถูกปล้นจนเกลี้ยง โจวตั้นคงหมดวาสนาจะเป็นลูกบุญธรรมอีกต่อไป

"ท่านแม่ทัพ ท่านรู้หรือไม่ว่าจวนตระกูลโจวคือสถานที่ใด? ที่นี่คือจวนของราชพ่อตา เป็นบ้านเดิมของฮองเฮา!"

โจวตั้นยกฮองเฮาและราชพ่อตามาข่ม "หากพวกเจ้ากล้าบุกเข้ามาแม้แต่ก้าวเดียว ก็เท่ากับกบฏ! เท่ากับก่อการร้าย!"

"ถ้ารู้ความก็รีบไสหัวไป พวกเจ้าจะไปปล้นใครข้าไม่สน แต่ถ้ามาปล้นจวนตระกูลโจว ข้าโจวตั้นไม่ยอมแน่!"

สวีเมี่ยวชะงักไปชั่วขณะ หันไปมองเมิ่งหวาย

เมิ่งหวายชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง ที่พวกเขาเข้าเมืองมาแล้วยังยั้งมือไว้ ก็เพื่อเหลือทางรอดให้ตัวเอง

การปล้นจวนตระกูลโจว ดูจะไม่ใช่ความคิดที่ฉลาดนัก

เมิ่งหวายโบกมือให้สวีเมี่ยว กำลังจะเอ่ยปาก ทันใดนั้นก็เห็นเปลวเพลิงลุกโชนขึ้นทางเรือนหลังของจวน พร้อมกับเสียงโห่ร้องฆ่าฟันดังขึ้น

ภายในจวน สีหน้าของโจวตั้นเปลี่ยนไปทันที สบถด่า "บัดซบ! ไอ้พวกโจรทหารนี่บุกขนาบหน้าหลัง รีบไปต้านพวกมันไว้!"

คลังเก็บของอยู่ที่เรือนหลัง หากเสบียงและเงินทองถูกปล้นหมด วันเวลาเสวยสุขของเขาโจวตั้นก็คงจบสิ้น

เมิ่งหวายเองก็ตกใจกับเปลวเพลิงนั้น ถามว่า "ใต้เท้าสวี เกิดอะไรขึ้น? ทำไมข้างหลังถึงเริ่มโจมตีแล้ว?"

สวีเมี่ยวก็แปลกใจ เขาจำได้แม่นว่าสั่งให้คนไปเฝ้าประตูหลัง ห้ามบุกก่อนไม่ใช่หรือ

"ข้า... ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน!"

สวีเมี่ยวเกาหัวแกรกๆ เมื่อเห็นสถานการณ์เป็นเช่นนี้ เมิ่งหวายจึงตัดสินใจเด็ดขาด โบกมือสั่งการ

"พังประตู! จำไว้ ห้ามทำร้ายคน!"

เมิ่งหวายคิดการณ์ไว้สวยหรู พังประตู ปล้นเงิน ปล้นเสบียง

แต่การป้องกันของจวนตระกูลโจวนั้นเข้มแข็ง ประตูหลังเกิดเพลิงไหม้ ประตูหน้าถูกโจมตี ภายในจวนเกิดความโกลาหลวุ่นวาย

เมิ่งหวายควบคุมคนรอบข้างได้ แต่ควบคุมในจุดที่เขามองไม่เห็นไม่ได้

องครักษ์ของจวนตระกูลโจวต่อต้านอย่างดุเดือด ไม่นานก็เริ่มมีคนบาดเจ็บล้มตาย เมื่อเห็นเลือดเห็นคนตาย ความขัดแย้งของทั้งสองฝ่ายก็ยกระดับขึ้น

การฆ่าฟัน... จึงเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

...

สองชั่วยามต่อมา หน้าคลังสมบัติจวนตระกูลโจว

ทหารกองทัพช่วยราชการเดินเข้าออกเป็นแถวยาวเพื่อรับเงินและเสบียง

สวีเมี่ยวถ่มน้ำลายลงพื้น ด่าทอ "ไอ้พวกเศรษฐีหน้าเลือด ในคลังมีเงินมีเสบียงกองเป็นภูเขา แต่ไม่ยอมแบ่งออกมาสักนิด"

"มีเสบียงพวกนี้ พี่น้องเราก็กลับบ้านเกิดได้แล้ว ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า! เอ๊ะ? ใต้เท้าเมิ่ง ท่านมองอะไรอยู่?"

สวีเมี่ยวเห็นเมิ่งหวายนิ่งเงียบไม่พูดจา จึงเดินเข้าไปตบไหล่เขา

"แปะ!"

เมิ่งหวายสะดุ้งตื่นจากภวังค์ เขามองซ้ายมองขวา แล้วลากสวีเมี่ยวไปที่มุมเงียบสงบ

"ใต้เท้าสวี พวกเราก่อเรื่องใหญ่เข้าแล้ว!"

สวีเมี่ยวเห็นสีหน้าเคร่งเครียดของเมิ่งหวาย ก็หัวเราะแห้งๆ "ก็แหงสิ? คืนนี้เราปล้นบ้านเศรษฐีในอำเภอต้าซิงไปทั่ว พวกเศรษฐีคงอกแตกตายกันหมดแล้ว ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!"

เมิ่งหวายส่ายหน้า กล่าวว่า "จวนตระกูลโจวมีคนตายและบาดเจ็บไม่น้อย ในจำนวนนั้นมีคนชื่อโจวตั้น พี่น้องที่ไปสืบข่าวมาบอกว่า คนผู้นี้เป็นลูกบุญธรรมของราชพ่อตา!"

ลูกบุญธรรมราชพ่อตา?

สวีเมี่ยวครุ่นคิดครู่หนึ่ง กล่าวว่า "ใต้เท้าเมิ่ง เราปล้นก็ปล้นไปแล้ว จะกลัวอะไรกับการฆ่าลูกบุญธรรมราชพ่อตาสักคน?"

เมิ่งหวายถอนหายใจ "ปล้นเงินทองกับฆ่าคนนั้นต่างกัน ข้าเกรงว่าราชสำนักจะเอาผิดพวกเรา..."

สวีเมี่ยวเกาหัว ยักไหล่อย่างจนปัญญา "ใต้เท้าเมิ่ง ท่านกับข้าเป็นแกนนำปล้นเศรษฐีในอำเภอ ราชสำนักจะปล่อยเราไปหรือ? เหามากก็ไม่คัน หนี้มากก็ไม่กลุ้ม"

"อย่างไรเสียทำก็ทำไปแล้ว กลับไปถึงบ้านเกิดพร้อมของพวกนี้ ใครจะกล้าแตะต้องเรา?"

สวีเมี่ยวคิดตกแล้ว มองทะลุปรุโปร่งแล้ว

ต้าเฉียนกำลังง่อนแง่น พวกเขาเสี่ยงชีวิตมาช่วยราชการ แต่กลับไม่มีแม้แต่ข้าวกิน ราชสำนักเน่าเฟะ บ้านเมืองวุ่นวาย

มาถึงขั้นนี้แล้ว ราชสำนักจะตัดสินโทษอย่างไรก็ช่างหัวมันปะไร?

สวีเมี่ยวปลงตก แต่เมิ่งหวายไม่อยากเป็นกบฏ ดวงตาของเขากลอกไปมา

"มาถึงขั้นนี้แล้ว ก็คงต้องเดินไปทีละก้าวแล้วล่ะ เฮ้อ..."

...

รัชศกจิ่งไท่ปีที่สี่ เดือนหก เกิดเหตุการณ์ "กองทัพช่วยราชการตีแตกอำเภอต้าซิง" ที่สะเทือนเลือนลั่นไปทั่วราชสำนัก

เศรษฐีในอำเภอต้าซิงหกถึงเจ็ดส่วนถูกกองทัพช่วยราชการปล้นชิง เงินทองและเสบียงถูกกวาดไปเกือบหมด

เมิ่งหวายยังนำเสบียงและเงินทองมาแจกจ่ายให้ทหารและชาวบ้าน ที่เลวร้ายยิ่งกว่านั้นคือ กองทัพช่วยราชการไม่ละเว้นแม้แต่บ้านราชพ่อตา!

ปลายเดือนหก ณ เมืองหลวง

พระราชวัง ท้องพระโรงเฟิ่งเทียน

ราชพ่อตาแห่งราชวงศ์ ผู้บัญชาการทหารรักษาเมืองฝ่ายใต้ โจวหรง กำลังหลั่งน้ำตาฟ้องร้องความป่าเถื่อนของกองทัพช่วยราชการ

"ฝ่าบาท! เมิ่งหวายและสวีเมี่ยว สองคนถ่อยบุกเข้าอำเภอต้าซิง ปล้นชิงชาวบ้านในเมือง"

"แม้แต่จวนของกระหม่อมก็ถูกพวกมันปล้นจนเกลี้ยง! บุตรบุญธรรมที่กระหม่อมเลี้ยงดูมาแต่เล็กแต่น้อย ก็ถูกพวกมันสังหาร!"

"กระหม่อมกับโจวตั้นรักใคร่ผูกพันดั่งพ่อลูก โจวตั้นกับฮองเฮาก็รักกันดั่งพี่น้อง ขอฝ่าบาทลงทัณฑ์คนถ่อยพวกนี้ให้หนักพะยะค่ะ!"

โจวหรงโศกเศร้าเสียใจ น้ำตาไหลพราก

เขาเจ็บปวดที่โจวตั้นต้องมาตายตั้งแต่ยังหนุ่มในเหตุจลาจล แต่ที่เจ็บปวดกว่าคือทรัพย์สมบัติของเขาถูกปล้นไปจนหมดเกลี้ยง!

เงินแสนกว่าตำลึง และเสบียงอีกมหาศาล หายวับไปกับตา!

ใจของโจวหรงเจ็บปวดราวกับถูกมีดกรีด ร้องไห้คร่ำครวญเสียงดัง

จูฮวนขมวดคิ้วแน่น ปวดหัวกับสถานการณ์ในขณะนี้

กองทัพช่วยราชการปล้นอำเภอ แย่งชิงเงินทอง เรื่องพรรค์นี้ช่างน่าตกใจยิ่งนัก

"ท่านราชพ่อตาหักห้ามใจด้วย โจวตั้นตายในเหตุจลาจล เจิ้นเองก็เสียใจ เมิ่งหวายและสวีเมี่ยวบังอาจนัก เจิ้นจะไม่ละเว้น..."

ขณะที่จูฮวนกำลังตรัส หลางกวนกรมกลาโหม ซ่งเหลียน ก็ก้าวออกมา "ฝ่าบาท กระหม่อมมีคำกราบทูล!"

จบบทที่ บทที่ 371 - สิ้นศรัทธามหาชน!

คัดลอกลิงก์แล้ว