- หน้าแรก
- ยอดทหารชายแดน ไข่ไก่แลกภรรยา
- บทที่ 1 - เริ่มต้นก็แจกภรรยา
บทที่ 1 - เริ่มต้นก็แจกภรรยา
บทที่ 1 - เริ่มต้นก็แจกภรรยา
บทที่ 1 - เริ่มต้นก็แจกภรรยา
"น้องข้า! ประเดี๋ยวตอนรับภรรยา เจ้าต้องเลือกแม่ม่ายสาวที่เคยแต่งงานมาแล้ว อกใหญ่สะโพกผาย"
"พี่ใหญ่ ข้าพอรู้ว่าอกใหญ่สะโพกผายคลอดลูกชายง่าย แต่เหตุใดต้องเลือกแม่ม่ายที่เคยแต่งงานแล้วด้วยเล่า?"
"เฮะๆ! แม่ม่ายเอาอกเอาใจเก่ง ที่สำคัญที่สุดคือ 'ชำนาญ' ยิ่งนัก!"
"'ชำนาญ'? พี่ใหญ่ หมายความว่ากระไรหรือ?"
"น้องข้า! ก่อนหน้านี้เจ้าไม่ได้บอกหรือว่าเข้าร่วมกองทัพเพื่อเป็นบุรุษเต็มตัว? เชื่อพี่เถิด แต่งแม่ม่ายเข้าบ้าน เพียง 'วัน' เดียว เจ้าก็จะกลายเป็นบุรุษเต็มตัว..."
ณ เมืองหน้าด่านเล็กๆ ภายใต้การปกครองของมณฑลเหลียวตง แห่งพรมแดนฝ่ายเหนือของราชวงศ์ต้าเฉียน
วันนี้เป็นวันสำคัญของสองหมู่บ้านที่อยู่ติดกันอย่างซวงสุ่ยและซีวา—ทางการแจกภรรยาฟรี!
บัดนี้ บริเวณรอยต่อของสองหมู่บ้าน เนินดินสูงที่ถูกสร้างขึ้นอย่างเร่งรีบได้ถูกรายล้อมไปด้วยฝูงชนที่แห่กันมาดูความครึกครื้น
บนเนินดินสูงนั้น บุรุษผู้สวมเกราะของนายพัน (เสี้ยวเว่ย) กำลังตะโกนเสียงดัง: "สุดท้าย... พวกเจ้าทั้งหมดจงฟังให้ดี! หลังจากรับภรรยาแล้ว ห้าวันให้หลังต้องไปรายงานตัวที่กองทัพหนิงหยวนให้ตรงเวลา ผู้ใดล่าช้า จะถูกลงโทษตามกฎอัยการศึก!"
"ต่อไป ขึ้นมาจับฉลาก รับภรรยาตามหมายเลข!"
...
"หลินเฟิง ยังจะมัวยืนเหม่ออันใดอยู่? รับภรรยายังไม่กระตือรือร้นอีก!"
ด้านล่างเวที หลินเฟิงที่กำลังตกอยู่ในภวังค์ ถูกคนจากหมู่บ้านเดียวกันเขย่าตัวอย่างแรง จึงได้สติกลับมาจากห้วงความคิด
เมื่อหนึ่งวันก่อน หลินเฟิงกำลังปฏิบัติภารกิจ 'เด็ดหัว' ในประเทศหนึ่งแถบแอฟริกาตะวันออก แต่กลับพลาดท่าถูกกระสุนเจาะเข้ากลางหว่างคิ้วเพราะปกป้องเพื่อนร่วมทีม
เขาคิดว่าตนเองตายไปแล้ว ทว่ากลับไม่คาดคิดว่าจะได้มาเกิดใหม่!
ยิ่งไปกว่านั้น ยังมาเกิดใหม่ในยุคราชวงศ์ที่ไม่เคยปรากฏในประวัติศาสตร์จีน—ราชวงศ์ต้าเฉียน ในร่างของชาวบ้านชายแดนที่ชื่อเดียวกับเขา
ตามความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม ปัจจุบันราชวงศ์ต้าเฉียนที่ปกครองดินแดนนี้มากว่าสามร้อยปี กำลังเสื่อมโทรมลงทุกขณะ
ภายในมีขุนนางกังฉินครองอำนาจ การต่อสู้ระหว่างขั้วอำนาจมิหยุดหย่อน พระราชอำนาจสั่นคลอน
ภายนอกมีเหล่าอนารยชนต่างแคว้นผู้แข็งแกร่งรายล้อม คอยรุกรานด่านอยู่เนืองๆ
สถานการณ์เรียกได้ว่าเข้าขั้นวิกฤตอย่างถึงที่สุด!
สถานที่ที่หลินเฟิงอยู่คือเมืองเล็กๆ ชายแดนทางเหนือของต้าเฉียน นามว่าหนิงหยวน ได้ชื่อนี้มาเพราะตั้งอยู่ใกล้กับด่านหนิงหยวน
ตำแหน่งทางยุทธศาสตร์นับว่าสำคัญอย่างยิ่ง
เนื่องจากตั้งอยู่บริเวณชายแดน ส่วนประกอบของประชากรในเมืองนี้จึงซับซ้อนอย่างมาก นอกจากชาวบ้านดั้งเดิมของเมืองแล้ว ยังมีกองกำลังชายแดนกว่าหนึ่งหมื่นนายที่ประจำการพิทักษ์ด่านหนิงหยวน รวมถึงนักโทษที่ถูกเนรเทศมายังสถานที่แห่งนี้เนื่องจากก่ออาชญากรรมร้ายแรง
กระทั่งบนภูเขาโดยรอบ ยังมีโจรป่าซ่องสุมอยู่
หลายปีมานี้ แคว้นเป่ยหมาน (อนารยชนเหนือ) ที่มีพรมแดนติดกับต้าเฉียนทางตอนเหนือ มักจะส่งกองกำลังมารุกรานอยู่บ่อยครั้ง
สงครามที่ยาวนานทำให้อัตราการบาดเจ็บล้มตายของกองกำลังชายแดนสูงลิ่ว การรอเกณฑ์ทหารจากราชสำนักก็ใช้เวลานานเกินไป จึงเกิดนโยบายการเกณฑ์ทหารในพื้นที่ใกล้เคียงขึ้นมา
เพื่อให้การเกณฑ์ทหารเป็นไปอย่างราบรื่น เมืองชายแดนต่างๆ จะใช้นักโทษหญิงที่ถูกเนรเทศมาเป็นเหยื่อล่อ ดึงดูดให้ชายหนุ่มในท้องถิ่นกระตือรือร้นที่จะเข้าร่วมกองทัพ
เนื่องจากบิดามารดาเสียชีวิตไปนานแล้ว ฐานะทางบ้านยากจน เจ้าของร่างเดิมแม้แต่เรื่องอาหารการกินก็ยังเป็นมื้ออิ่มมื้อหิว นับประสาอะไรกับชายหนุ่มอายุยี่สิบกว่าปีที่ยังไม่เคยลิ้มรสสตรี
หลังจากเขาได้ยินว่าการเข้าร่วมกองทัพ นอกจากจะได้รับเบี้ยหวัดแล้ว ยังได้รับภรรยาอีกด้วย เขาก็หิ้วตะกร้าไข่ไก่ใบเล็กไปลงชื่อทันที
แม้ว่าการเข้าร่วมกองทัพจะแจกภรรยาฟรี แต่ค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนสมรสกลับต้องชำระให้กับทางการท้องถิ่น
เดิมทีค่าใช้จ่ายคือยี่สิบอีแปะ แต่ด้วยฐานะทางบ้านที่ยากจนเกินไป เจ้าของร่างเดิมทำได้เพียงนำไข่ไก่ที่สะสมมาหลายเดือนไปจ่ายแทน
ผลลัพธ์คือ เจ้าของร่างเดิมเพิ่งลงชื่อเสร็จก็สิ้นใจไปเสียแล้ว
ตอนนี้กลับกลายเป็นว่าหลินเฟิงเป็นผู้ฉวยโอกาสนี้ไป
ราวกับสัมผัสได้ถึงความไม่พอใจของวิญญาณเจ้าของร่างเดิมที่ยังหลงเหลืออยู่ หลินเฟิงจึงปลอบโยนในใจทันที: "เจ้าจงไปอย่างสงบเถิด ข้าจะแต่งภรรยาแสนงามแทนเจ้าให้ได้..."
อีกอย่าง หลินเฟิงเองก็เป็นถึง 'ราชาทหารพิเศษ' จากหน่วยรบพิเศษเก่านามกระฉ่อน บัดนี้ได้เกิดใหม่ในยุคแห่งกลียุค การเข้าร่วมกองทัพอีกครั้งจึงนับว่าถูกใจเขายิ่งนัก
ด้วยทักษะการทหารของเขา รอจนถึงวันที่เหมาะสม การเป็นแม่ทัพย่อมเป็นเรื่องง่ายดายมิใช่หรือ?
เมื่อคิดได้ดังนั้น เขาก็เร่งฝีเท้าขึ้นไปบนเวทีเพื่อจับฉลากทันที
จากนั้น เขโชคดีอย่างยิ่งที่จับได้หมายเลขสอง
นั่นหมายความว่าเขาจะได้เป็นคนที่สองในการเลือกภรรยา และโอกาสที่จะได้ภรรยาคนสวยก็มีมากขึ้นตามไปด้วย
หลังจากที่ชายหนุ่มยี่สิบคนที่มาเข้าร่วมจับฉลากเสร็จสิ้น นายพันผู้ดูแลสถานการณ์ก็โบกมือครั้งใหญ่ จากนั้นนักโทษหญิงกว่าสามสิบคนก็ทยอยขึ้นไปบนเวที ยืนเรียงแถว
ในบรรดาสตรีสามสิบกว่าคนนี้ มีอายุตั้งแต่สิบแปดถึงสี่สิบปี รูปร่างหน้าตาแตกต่างกันไป
พวกนางส่วนใหญ่มีสีหน้ากังวล หรือกระทั่งหวาดกลัว สิ้นหวังต่ออนาคต
แน่นอนว่า ก็มีบางคนที่ดวงตาเป็นประกาย คอยสอดส่องมองชายหนุ่มยี่สิบคนที่อยู่ตรงข้าม
พวกนางตัดสินใจแน่วแน่แล้ว ไม่ว่าอีกฝ่ายจะอัปลักษณ์หรือไม่ ขอเพียงมีคนเลือกตน นับแต่นี้ก็จะสามารถหลุดพ้นจากสถานะนักโทษ ได้ใช้ชีวิตอย่างคนธรรมดา...
หลินเฟิงที่อยู่ด้านล่างเวที สังเกตเห็นร่างระหงในอาภรณ์สีขาวที่โดดเด่นแตกต่างจากผู้อื่นในทันที
คิ้วโก่งดั่งคันศร ลำคอระหง ผิวพรรณขาวผ่องดุจหยกเนื้อดี ใบหน้ารูปไข่ที่งดงาม แม้จะเปรอะเปื้อนฝุ่นผงอยู่บ้าง แต่ก็ยังไม่อาจบดบังความงามล่มเมืองนั้นได้
ดวงตารูปเมล็ดซิ่งคู่นั้นชุ่มฉ่ำราวกับน้ำในฤดูใบไม้ผลิ ยิ่งขับเน้นให้นางดูน่าสงสารและน่าทะนุถนอม ทำให้หลินเฟิงอดไม่ได้ที่จะก้าวออกไปโอบกอดนางไว้ในอ้อมแขน ดูแลนางอย่างดี
เขาครุ่นคิดในใจ: หากไม่ได้หญิงงามล่มเมืองเช่นนี้กลับบ้านไป แม้ตื่นขึ้นมากลางดึกก็คงต้องตบหน้าตัวเองสองฉาด!
"เห้! พวกเจ้าฟังให้ดี! ข้าหมายตาแม่นางในชุดขาวนั่นไว้แล้ว พวกเจ้าคนใดก็ห้ามมาแย่งกับข้าเด็ดขาด!"
ในขณะนั้น หวังหู่ นักเลงประจำหมู่บ้านเดียวกันกับหลินเฟิง ก็หันมามองทุกคน พลันเอ่ยปากข่มขู่ขึ้น
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ หลินเฟิงก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย
ชายฉกรรจ์จากหมู่บ้านข้างเคียงคนหนึ่งถึงกับแสดงสีหน้าไม่พอใจ: "ห้ามแย่งกับเจ้า? อาศัยเหตุใดเล่า?!"
คำพูดนี้เพิ่งหลุดออกจากปาก ชายที่อยู่ข้างๆ เขาก็รีบดึงแขนเสื้อไว้ พลางเตือนว่า: "สหาย พี่ชายแท้ๆ ของเขาคือหวังหลง เป็นถึงนายกองร้อย ในกองทัพหนิงหยวน เจ้ากล้าไปมีเรื่องกับเขาหรือ? ไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วหรือไร!"
เมื่อได้ยินเช่นนี้ คนจากหมู่บ้านข้างเคียงอีกสองสามคนที่เดิมทีคิดจะโต้เถียงกับหวังหู่ก็เงียบเสียงลงทันที
เพราะอย่างไรเสีย อีกสิบวันพวกเขาทุกคนก็ต้องไปรายงานตัวที่กองทัพหนิงหยวน หากไปล่วงเกินน้องชายแท้ๆ ของนายกองร้อยเข้า อนาคตคงได้ลำบากเป็นแน่
"เฮอะ! อย่างนี้ค่อยน่าฟังหน่อย!"
หวังหู่แค่นเสียงเย็นชา ใบหน้าเต็มไปด้วยความอิ่มอกอิ่มใจ
ทันใดนั้น เขาก็มองไปยังคนอีกสองสามคนจากหมู่บ้านเดียวกันรวมถึงหลินเฟิง พลางแสยะยิ้มกล่าวว่า: "พวกเจ้าอีกไม่กี่คนก็ฟังให้ชัด ตอนค่ำจงพาภรรยาของพวกเจ้าไปที่บ้านข้า ภรรยาใหม่น่ะต้อง 'อบรมสั่งสอน' กันหน่อย ข้าจะออกแรงช่วยพวกเจ้า 'อบรมสั่งคงสอน' นางเอง"
"วางใจเถิด ไม่คิดเงินพวกเจ้า!"
คำพูดนี้ทำเอาชาวบ้านหมู่บ้านเดียวกันหลายคนได้แต่โกรธแต่ไม่กล้าพูด กล้าแสดงความไม่พอใจออกมาแม้แต่น้อย
เพราะรวมถึงหลินเฟิงด้วย ทุกคนล้วนเคยถูกหวังหู่รังแกมาก่อน ความกลัวที่มีต่อเขานั้นฝังลึกเข้ากระดูกไปแล้ว
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อครึ่งปีก่อนที่เขาซ้อมไอ้ใบ้ขาวจนตายคาที่ เรื่องนั้นยังคงติดตาผู้คนมาจนถึงทุกวันนี้
เพียงเพราะพี่ชายของเขาเป็นนายกองร้อย ยัดเงินเล็กน้อยให้ทางการ เรื่องก็เงียบหายไป
นับแต่นั้นมา ก็ไม่มีใครกล้าเอ่ยถึงเรื่องนี้อีก
"โดยเฉพาะเจ้า... หลินเฟิง ปกติข้า 'เป็นห่วง' เจ้าที่สุดอยู่แล้ว ดังนั้น ภรรยาของเจ้า ข้าจะช่วยเจ้า 'อบรมสั่งสอน' สักสามวันโดยไม่คิดเงิน เจ้าคงไม่รังเกียจใช่หรือไม่?"
พูดถึงตรงนี้ หวังหู่ก็หัวเราะเสียงดังลั่น ดวงตาเต็มไปด้วยความเหยียดหยาม
หลินเฟิงไม่ได้เอ่ยวาจา เพียงแต่แววตาของเขาพลันเย็นเยียบถึงขีดสุด ลึกลงไปในดวงตาปรากฏจิตสังหารอันแรงกล้า!