เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 57 ศิษย์น้องมาตอบแทนบุญคุณแล้วนะ~

บทที่ 57 ศิษย์น้องมาตอบแทนบุญคุณแล้วนะ~

บทที่ 57 ศิษย์น้องมาตอบแทนบุญคุณแล้วนะ~


บทที่ 57 ศิษย์น้องมาตอบแทนบุญคุณแล้วนะ~

เพื่อสุ่มดึงคุณสมบัติที่ต้องการ เขาไม่ได้ทำการจำลองมานานแล้ว...

ซูชิงคำนวณในใจ

ตอนนี้เขาได้คุณสมบัติที่ต้องการแล้ว แถมยังทะลวงสู่ระดับสร้างรากฐานสำเร็จอีกด้วย...

มุมปากของเขาโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มที่แทบจะมองไม่เห็น

เครื่องจำลองชีวิตใหม่ เริ่มทำงาน!

….

“หลังจากมู่หยุนจัดการอสรพิษอาทิตย์สีชาดได้แล้ว เขาก็นำถุงน้ำดีกลับมาและตรงเข้าดันตัวท่านติดกับผนังห้องทันที”

ภายในเรือนพักของซูเชี่ยนที่สำนักกระเรียนเมฆา

แสงอาทิตย์ยามเย็นลอดผ่านขอบหน้าต่าง ทอดเงาเลือนรางลงบนพื้นไม้

ร่างสูงใหญ่ของมู่หยุนค่อยๆ คืบคลานเข้าใกล้ ทุกย่างก้าวเปี่ยมด้วยแรงกดดันที่ไม่อาจต่อต้าน

ดวงตาของเขาโชนแสงร้อนแรง หายใจถี่กระชั้นและร่างกายยังคงมีกลิ่นคาวเลือดจากการต่อสู้

ซูเชี่ยนถอยหลังโดยไม่รู้ตัว จนแผ่นหลังบอบบางแนบติดกับผนังที่เย็นเยียบ

นางเงยหน้าเล็กขึ้น ดวงตาฉายแววคาดหวังเล็กน้อย

“ตุบ!”

ฝ่ามือของมู่หยุนกระแทกเข้ากับผนังข้างศีรษะนางเสียงทึบ

เขาค่อยๆ ก้มตัวลง ลมหายใจอุ่นร้อนพ่นรดอยู่ข้างใบหูของซูเชี่ยน แฝงไว้ด้วยความอันตรายเล็กน้อย

“ศิษย์พี่ ในที่สุดท่านก็จะอดใจไม่ไหว ทำเรื่องร้ายกาจกับศิษย์น้องผู้อ่อนแอและน่าสงสารของท่านแล้วใช่ไหมเจ้าคะ?”

เสียงของซูเชี่ยนสั่นเล็กน้อย ทว่ากลับเจือด้วยความยั่วเย้าอย่างเห็นได้ชัด

ปลายนิ้วของนางเผลอจิกเข้าที่สาบเสื้อของมู่หยุนโดยไม่รู้ตัว ริมฝีปากอวบอิ่มสีชมพูแย้มออกเล็กน้อย

“ได้เลยนะเจ้าคะ~”

นางจงใจลากเสียงยาว ดวงตาฉายแววเจ้าเล่ห์

“แต่... ศิษย์พี่ต้องเบาๆ หน่อยนะ ศิษย์น้องกลัวเจ็บ...”

เสียงของนางเบาลงเรื่อยๆ จนแทบจะกลายเป็นเสียงกระซิบ

ท่าทางยั่วยวนแต่เหมือนจะปฏิเสธนั้น ทำให้ลมหายใจของมู่หยุนหนักหน่วงขึ้นในทันใด

วินาทีต่อมา นิ้วของมู่หยุนพลิกเบาๆ แสงเรืองรองวูบหนึ่งก็ปรากฏขึ้น ลูกเนื้อสีแดงเข้มขนาดเท่ากำปั้นก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า ผิวของมันยังส่องประกายด้วยเมือกเหนียวแปลกประหลาด

“กินมันเข้าไป”

เสียงของมู่หยุนหนักแน่น ไม่อนุญาตให้ปฏิเสธ เขายื่นลูกเนื้อนั้นมาตรงหน้านาง

“อย่าเลยเจ้าค่ะศิษย์พี่ มันใหญ่ขนาดนี้ จะติดคอศิษย์น้องได้นะ?”

ซูเชี่ยนเบิกตากว้างอย่างเกินจริง ใช้นิ้วเรียวบางปิดปาก ทำท่าทางหวาดกลัว

ดวงตาของนางกลอกไปมา เปล่งประกายด้วยความเจ้าเล่ห์

“หรือว่า...นี่คือยาเสน่ห์หรือเจ้าคะศิษย์พี่?”

นางรีบยกมือขึ้นกอดหน้าอก เสียงก็สูงขึ้นทันที

“ศิษย์พี่โรคจิตคิดจะข่มเหงศิษย์น้องหรือ?”

พูดไปนางก็แสร้งปาดน้ำตาที่ไม่มีอยู่จริง

“ฮือๆๆ~ น่ากลัวจังเลย ช่วยด้วยเจ้าค่ะ ช่วยด้วย มีใครมาช่วยคนน่าสงสารอย่างข้าที~”

“หุบปาก!”

เส้นเลือดที่หน้าผากของมู่หยุนปูดโปน ทนไม่ไหวอีกต่อไปจึงตะคอกเสียงต่ำ

สายตาของเขาจับจ้องไปยังแขนเสื้อข้างขวาที่ว่างเปล่าของซูเชี่ยน แววตาอ่อนโยนลงในทันที

“นี่คือถุงน้ำดีของอสรพิษอาทิตย์สีชาด มันจะช่วยล้างพิษจากแขนของเจ้า”

เขาสูดหายใจลึก พยายามทำให้เสียงของตนเองฟังดูสงบ

“เมื่อใช้ร่วมกับสมุนไพรสำหรับสร้างแขนขาใหม่ ไม่นานแขนข้างใหม่ของเจ้าก็จะงอกออกมา”

พูดจบเขาก็ยื่นถุงน้ำดีเข้าไปใกล้อีก

“ศิษย์พี่อย่าทำเป็นเล่นไปเลย เชื่อฟังแล้วรีบกินมันเข้าไปซะ”

ซูเชี่ยนย่นจมูกอย่างรังเกียจ จ้องมองถุงน้ำดีขนาดใหญ่

“แต่ว่าศิษย์พี่ ของสิ่งนี้เกือบจะใหญ่กว่าหน้าศิษย์น้องแล้วนะ ศิษย์น้องจะไม่สำลักตายจริงๆ หรือ?”

นางใช้นิ้วชี้แตะเบาๆ อย่างระมัดระวัง และทันทีที่สัมผัสได้ถึงความเหนียวเหนอะหนะก็ตัวสั่นด้วยความขยะแขยง

“ฟู่~”

มู่หยุนหายใจเข้าลึกๆ หลับตาเพื่อสงบสติอารมณ์

เมื่อเขาลืมตาขึ้นอีกครั้ง ดวงตาของเขาก็ฉายแววเด็ดเดี่ยว

“มีเพียงการกินเข้าไปทั้งก้อนเท่านั้นจึงจะได้ผล ในเมื่อท่านไม่กล้าทำเอง ก็อย่าโทษข้าเลย”

ทันทีที่พูดจบ มู่หยุนก็เคลื่อนไหวรวดเร็วราวสายฟ้า!

….

“มู่หยุนจับถุงน้ำดีที่ใหญ่และกลมก้อนนั้น กรอกใส่ปากของท่านทั้งลูก”

“พิษที่แขนของท่านเริ่มสลายไป”

“มือขวาที่หายไปของท่านกำลังเติบโตอย่างช้าๆ”

“ทว่าเพราะเรื่องนี้ เสียงของท่านจึงแหบแห้ง อาจารย์ถามว่าเป็นเพราะอะไร ท่านบอกเพียงว่าเป็นผลข้างเคียง”

“ท่านโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ และไม่ได้ไปหามู่หยุนอยู่หลายวัน”

“จนกระทั่งมือขวาของท่านกลับมางอกใหม่แล้ว”

….

ตอนนี้ภายในเรือนพักของมู่หยุน

มู่หยุนกำลังนั่งขัดสมาธิฝึกฝนอยู่บนเบาะรองนั่ง

ลมหายใจของเขายาวและสม่ำเสมอ พลังปราณรอบกายหมุนเวียนอย่างแผ่วเบา

ทันใดนั้น มือเล็กนุ่มนิ่มข้างหนึ่งก็ยื่นออกมาจากด้านหลังเขาอย่างเงียบเชียบ ปลายนิ้วเรียวบางค่อยๆ ลูบไล้ไปบนแผงอกที่แข็งแกร่งของเขา

“ศิษย์พี่~”

เสียงหวานหยดย้อยของซูเชี่ยนดังขึ้นข้างหู ลมหายใจอุ่นร้อนพ่นรดที่ใบหูของมู่หยุน

การสัมผัสนี้ทำให้ร่างของมู่หยุนสั่นสะท้าน ตื่นจากสมาธิในทันที

เขาลืมตาขึ้นอย่างรวดเร็ว ยังไม่ทันได้ตอบสนองก็รู้สึกว่ามือเล็กๆ ที่ไม่น่าจะอยู่เฉยได้นั้น กำลังเลื่อนลงช้าๆ ตามกล้ามเนื้อหน้าท้องของเขา...

ติ่งหูของมู่หยุนเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำอย่างเห็นได้ชัด เขาคว้าจับมือเล็กซุกซนนั้นด้วยความตื่นตระหนก

เขาสูดหายใจลึก พยายามทำให้เสียงของตนเองฟังดูมั่นคง

“ศิษย์พี่ ข้ากำลังจะฝึกฝน นี่เป็นเรื่องสำคัญมาก”

ลูกกระเดือกของเขาเลื่อนขึ้นลงโดยไม่รู้ตัว

“ดังนั้นขอศิษย์พี่อย่าได้ทำเป็นเล่นอีกเลย ศิษย์พี่อย่าเสียเวลากับตัวข้าเลย รีบไปฝึกฝนเถิด”

ซูเชี่ยนได้ยินดังนั้น ดวงตาเรียวสวยก็คลุมเครือไปด้วยม่านน้ำตาในทันที

นางเบะปากสีแดงเล็กน้อย ใช้นิ้วเรียวเล็กดึงแขนเสื้อของมู่หยุนเบาๆ

“อ๊ะ? ศิษย์น้องเพิ่งมาถึง ศิษย์พี่ก็ไล่กลับแล้วหรือเจ้าคะ~”

เสียงของนางเจือด้วยความสะอื้นเล็กน้อย หางตาแดงก่ำอย่างน่าหลงใหล

“ฮือๆๆ~ ไม่คิดเลยว่าศิษย์พี่จะไม่รับผิดชอบขนาดนี้ ศิษย์น้องคงมองคนผิดไปแล้ว...”

พูดไปก็แสร้งปาดน้ำตาที่ไม่มีอยู่จริง ท่าทางที่เหมือนจะร้องไห้ของนางดูราวกับภรรยาเล็กๆ ที่ถูกสามีใจร้ายทอดทิ้ง

มู่หยุนถึงกับทำตัวไม่ถูก ใบหน้าขาวซีดแดงก่ำไปหมด

“ศิษย์พี่ ท่าน... ท่านอย่าพูดจาเหลวไหล ข้าไม่ได้ทำอะไรเลยสักหน่อย...”

เสียงของเขาเบาลงเรื่อยๆ สายตาเลิ่กลั่ก ไม่กล้าสบตากับดวงตาที่เปื้อนน้ำตาของซูเชี่ยนเลย

ซูเชี่ยนเห็นท่าทางที่ทำอะไรไม่ถูกของมู่หยุน รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ในดวงตาก็ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

นางพลันขยับเข้าไปใกล้ข้างหูของมู่หยุน ลมหายใจอุ่นร้อนพ่นรดไปบนใบหูที่ไวต่อความรู้สึกของเขา

“ก็... ก็ท่านบังคับให้ศิษย์น้องกินไอ้ของที่น่ารังเกียจนั้นนี่~”

เสียงของนางเบาและนุ่มนวล เจือด้วยความออดอ้อนเล็กน้อย

“แถมยังทำให้เสียงของศิษย์น้องแหบไปตั้งนาน ฮือๆๆ ศิษย์น้องน่าสงสารมากเลย...”

ได้ยินดังนั้น มู่หยุนก็รีบอธิบายด้วยความตื่นตระหนก

“ศิษย์พี่อย่าพูดจาที่ทำให้คนอื่นเข้าใจผิด ข้าทำไปก็เพื่อท่านนะ!”

เสียงของเขาสั่นเล็กน้อยด้วยความร้อนรน

“ข้าแค่อยากให้แขนของท่านงอกออกมาเร็วๆ ทำไมถึงพูด... พูดแบบนี้...”

ซูเชี่ยนมองท่าทางที่ทำอะไรไม่ถูกของมู่หยุน รอยยิ้มในดวงตาของนางยิ่งปรากฏชัด

“ข้ารู้แน่นอนว่าศิษย์พี่ทำเพื่อข้า~”

เสียงของนางอ่อนโยนลงทันที ปลายนิ้วค่อยๆ ลูบไล้ไปบนใบหน้าของมู่หยุน

“ดังนั้น... ศิษย์น้องถึงมาตอบแทนบุญคุณแล้วนะเจ้าคะ~”

คำพูดยังไม่ทันขาดคำ แขนข้างใหม่ที่งอกออกมาของนางก็สอดเข้าไปในคอเสื้อของมู่หยุนอย่างคล่องแคล่ว

ปลายนิ้วอุ่นร้อนสัมผัสกับผิวหนังที่กำลังร้อนผ่าวของเขา ทำให้ร่างของมู่หยุนสั่นสะท้านไปทั้งตัว

(จบตอน)


หมายเหตุ: เพื่อลืมกันนะครับ ซูเชี่ยนกับมู่หยุนต่างคนต่างเรียกกันว่าศิษย์พี่ ไม่ใช่ว่าผมแปลผิดนะ

จบบทที่ บทที่ 57 ศิษย์น้องมาตอบแทนบุญคุณแล้วนะ~

คัดลอกลิงก์แล้ว