- หน้าแรก
- ระบบจำลอง ข้าเกิดเป็นผู้หญิง
- บทที่ 57 ศิษย์น้องมาตอบแทนบุญคุณแล้วนะ~
บทที่ 57 ศิษย์น้องมาตอบแทนบุญคุณแล้วนะ~
บทที่ 57 ศิษย์น้องมาตอบแทนบุญคุณแล้วนะ~
บทที่ 57 ศิษย์น้องมาตอบแทนบุญคุณแล้วนะ~
เพื่อสุ่มดึงคุณสมบัติที่ต้องการ เขาไม่ได้ทำการจำลองมานานแล้ว...
ซูชิงคำนวณในใจ
ตอนนี้เขาได้คุณสมบัติที่ต้องการแล้ว แถมยังทะลวงสู่ระดับสร้างรากฐานสำเร็จอีกด้วย...
มุมปากของเขาโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มที่แทบจะมองไม่เห็น
เครื่องจำลองชีวิตใหม่ เริ่มทำงาน!
….
“หลังจากมู่หยุนจัดการอสรพิษอาทิตย์สีชาดได้แล้ว เขาก็นำถุงน้ำดีกลับมาและตรงเข้าดันตัวท่านติดกับผนังห้องทันที”
ภายในเรือนพักของซูเชี่ยนที่สำนักกระเรียนเมฆา
แสงอาทิตย์ยามเย็นลอดผ่านขอบหน้าต่าง ทอดเงาเลือนรางลงบนพื้นไม้
ร่างสูงใหญ่ของมู่หยุนค่อยๆ คืบคลานเข้าใกล้ ทุกย่างก้าวเปี่ยมด้วยแรงกดดันที่ไม่อาจต่อต้าน
ดวงตาของเขาโชนแสงร้อนแรง หายใจถี่กระชั้นและร่างกายยังคงมีกลิ่นคาวเลือดจากการต่อสู้
ซูเชี่ยนถอยหลังโดยไม่รู้ตัว จนแผ่นหลังบอบบางแนบติดกับผนังที่เย็นเยียบ
นางเงยหน้าเล็กขึ้น ดวงตาฉายแววคาดหวังเล็กน้อย
“ตุบ!”
ฝ่ามือของมู่หยุนกระแทกเข้ากับผนังข้างศีรษะนางเสียงทึบ
เขาค่อยๆ ก้มตัวลง ลมหายใจอุ่นร้อนพ่นรดอยู่ข้างใบหูของซูเชี่ยน แฝงไว้ด้วยความอันตรายเล็กน้อย
“ศิษย์พี่ ในที่สุดท่านก็จะอดใจไม่ไหว ทำเรื่องร้ายกาจกับศิษย์น้องผู้อ่อนแอและน่าสงสารของท่านแล้วใช่ไหมเจ้าคะ?”
เสียงของซูเชี่ยนสั่นเล็กน้อย ทว่ากลับเจือด้วยความยั่วเย้าอย่างเห็นได้ชัด
ปลายนิ้วของนางเผลอจิกเข้าที่สาบเสื้อของมู่หยุนโดยไม่รู้ตัว ริมฝีปากอวบอิ่มสีชมพูแย้มออกเล็กน้อย
“ได้เลยนะเจ้าคะ~”
นางจงใจลากเสียงยาว ดวงตาฉายแววเจ้าเล่ห์
“แต่... ศิษย์พี่ต้องเบาๆ หน่อยนะ ศิษย์น้องกลัวเจ็บ...”
เสียงของนางเบาลงเรื่อยๆ จนแทบจะกลายเป็นเสียงกระซิบ
ท่าทางยั่วยวนแต่เหมือนจะปฏิเสธนั้น ทำให้ลมหายใจของมู่หยุนหนักหน่วงขึ้นในทันใด
วินาทีต่อมา นิ้วของมู่หยุนพลิกเบาๆ แสงเรืองรองวูบหนึ่งก็ปรากฏขึ้น ลูกเนื้อสีแดงเข้มขนาดเท่ากำปั้นก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า ผิวของมันยังส่องประกายด้วยเมือกเหนียวแปลกประหลาด
“กินมันเข้าไป”
เสียงของมู่หยุนหนักแน่น ไม่อนุญาตให้ปฏิเสธ เขายื่นลูกเนื้อนั้นมาตรงหน้านาง
“อย่าเลยเจ้าค่ะศิษย์พี่ มันใหญ่ขนาดนี้ จะติดคอศิษย์น้องได้นะ?”
ซูเชี่ยนเบิกตากว้างอย่างเกินจริง ใช้นิ้วเรียวบางปิดปาก ทำท่าทางหวาดกลัว
ดวงตาของนางกลอกไปมา เปล่งประกายด้วยความเจ้าเล่ห์
“หรือว่า...นี่คือยาเสน่ห์หรือเจ้าคะศิษย์พี่?”
นางรีบยกมือขึ้นกอดหน้าอก เสียงก็สูงขึ้นทันที
“ศิษย์พี่โรคจิตคิดจะข่มเหงศิษย์น้องหรือ?”
พูดไปนางก็แสร้งปาดน้ำตาที่ไม่มีอยู่จริง
“ฮือๆๆ~ น่ากลัวจังเลย ช่วยด้วยเจ้าค่ะ ช่วยด้วย มีใครมาช่วยคนน่าสงสารอย่างข้าที~”
“หุบปาก!”
เส้นเลือดที่หน้าผากของมู่หยุนปูดโปน ทนไม่ไหวอีกต่อไปจึงตะคอกเสียงต่ำ
สายตาของเขาจับจ้องไปยังแขนเสื้อข้างขวาที่ว่างเปล่าของซูเชี่ยน แววตาอ่อนโยนลงในทันที
“นี่คือถุงน้ำดีของอสรพิษอาทิตย์สีชาด มันจะช่วยล้างพิษจากแขนของเจ้า”
เขาสูดหายใจลึก พยายามทำให้เสียงของตนเองฟังดูสงบ
“เมื่อใช้ร่วมกับสมุนไพรสำหรับสร้างแขนขาใหม่ ไม่นานแขนข้างใหม่ของเจ้าก็จะงอกออกมา”
พูดจบเขาก็ยื่นถุงน้ำดีเข้าไปใกล้อีก
“ศิษย์พี่อย่าทำเป็นเล่นไปเลย เชื่อฟังแล้วรีบกินมันเข้าไปซะ”
ซูเชี่ยนย่นจมูกอย่างรังเกียจ จ้องมองถุงน้ำดีขนาดใหญ่
“แต่ว่าศิษย์พี่ ของสิ่งนี้เกือบจะใหญ่กว่าหน้าศิษย์น้องแล้วนะ ศิษย์น้องจะไม่สำลักตายจริงๆ หรือ?”
นางใช้นิ้วชี้แตะเบาๆ อย่างระมัดระวัง และทันทีที่สัมผัสได้ถึงความเหนียวเหนอะหนะก็ตัวสั่นด้วยความขยะแขยง
“ฟู่~”
มู่หยุนหายใจเข้าลึกๆ หลับตาเพื่อสงบสติอารมณ์
เมื่อเขาลืมตาขึ้นอีกครั้ง ดวงตาของเขาก็ฉายแววเด็ดเดี่ยว
“มีเพียงการกินเข้าไปทั้งก้อนเท่านั้นจึงจะได้ผล ในเมื่อท่านไม่กล้าทำเอง ก็อย่าโทษข้าเลย”
ทันทีที่พูดจบ มู่หยุนก็เคลื่อนไหวรวดเร็วราวสายฟ้า!
….
“มู่หยุนจับถุงน้ำดีที่ใหญ่และกลมก้อนนั้น กรอกใส่ปากของท่านทั้งลูก”
“พิษที่แขนของท่านเริ่มสลายไป”
“มือขวาที่หายไปของท่านกำลังเติบโตอย่างช้าๆ”
“ทว่าเพราะเรื่องนี้ เสียงของท่านจึงแหบแห้ง อาจารย์ถามว่าเป็นเพราะอะไร ท่านบอกเพียงว่าเป็นผลข้างเคียง”
“ท่านโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ และไม่ได้ไปหามู่หยุนอยู่หลายวัน”
“จนกระทั่งมือขวาของท่านกลับมางอกใหม่แล้ว”
….
ตอนนี้ภายในเรือนพักของมู่หยุน
มู่หยุนกำลังนั่งขัดสมาธิฝึกฝนอยู่บนเบาะรองนั่ง
ลมหายใจของเขายาวและสม่ำเสมอ พลังปราณรอบกายหมุนเวียนอย่างแผ่วเบา
ทันใดนั้น มือเล็กนุ่มนิ่มข้างหนึ่งก็ยื่นออกมาจากด้านหลังเขาอย่างเงียบเชียบ ปลายนิ้วเรียวบางค่อยๆ ลูบไล้ไปบนแผงอกที่แข็งแกร่งของเขา
“ศิษย์พี่~”
เสียงหวานหยดย้อยของซูเชี่ยนดังขึ้นข้างหู ลมหายใจอุ่นร้อนพ่นรดที่ใบหูของมู่หยุน
การสัมผัสนี้ทำให้ร่างของมู่หยุนสั่นสะท้าน ตื่นจากสมาธิในทันที
เขาลืมตาขึ้นอย่างรวดเร็ว ยังไม่ทันได้ตอบสนองก็รู้สึกว่ามือเล็กๆ ที่ไม่น่าจะอยู่เฉยได้นั้น กำลังเลื่อนลงช้าๆ ตามกล้ามเนื้อหน้าท้องของเขา...
ติ่งหูของมู่หยุนเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำอย่างเห็นได้ชัด เขาคว้าจับมือเล็กซุกซนนั้นด้วยความตื่นตระหนก
เขาสูดหายใจลึก พยายามทำให้เสียงของตนเองฟังดูมั่นคง
“ศิษย์พี่ ข้ากำลังจะฝึกฝน นี่เป็นเรื่องสำคัญมาก”
ลูกกระเดือกของเขาเลื่อนขึ้นลงโดยไม่รู้ตัว
“ดังนั้นขอศิษย์พี่อย่าได้ทำเป็นเล่นอีกเลย ศิษย์พี่อย่าเสียเวลากับตัวข้าเลย รีบไปฝึกฝนเถิด”
ซูเชี่ยนได้ยินดังนั้น ดวงตาเรียวสวยก็คลุมเครือไปด้วยม่านน้ำตาในทันที
นางเบะปากสีแดงเล็กน้อย ใช้นิ้วเรียวเล็กดึงแขนเสื้อของมู่หยุนเบาๆ
“อ๊ะ? ศิษย์น้องเพิ่งมาถึง ศิษย์พี่ก็ไล่กลับแล้วหรือเจ้าคะ~”
เสียงของนางเจือด้วยความสะอื้นเล็กน้อย หางตาแดงก่ำอย่างน่าหลงใหล
“ฮือๆๆ~ ไม่คิดเลยว่าศิษย์พี่จะไม่รับผิดชอบขนาดนี้ ศิษย์น้องคงมองคนผิดไปแล้ว...”
พูดไปก็แสร้งปาดน้ำตาที่ไม่มีอยู่จริง ท่าทางที่เหมือนจะร้องไห้ของนางดูราวกับภรรยาเล็กๆ ที่ถูกสามีใจร้ายทอดทิ้ง
มู่หยุนถึงกับทำตัวไม่ถูก ใบหน้าขาวซีดแดงก่ำไปหมด
“ศิษย์พี่ ท่าน... ท่านอย่าพูดจาเหลวไหล ข้าไม่ได้ทำอะไรเลยสักหน่อย...”
เสียงของเขาเบาลงเรื่อยๆ สายตาเลิ่กลั่ก ไม่กล้าสบตากับดวงตาที่เปื้อนน้ำตาของซูเชี่ยนเลย
ซูเชี่ยนเห็นท่าทางที่ทำอะไรไม่ถูกของมู่หยุน รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ในดวงตาก็ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
นางพลันขยับเข้าไปใกล้ข้างหูของมู่หยุน ลมหายใจอุ่นร้อนพ่นรดไปบนใบหูที่ไวต่อความรู้สึกของเขา
“ก็... ก็ท่านบังคับให้ศิษย์น้องกินไอ้ของที่น่ารังเกียจนั้นนี่~”
เสียงของนางเบาและนุ่มนวล เจือด้วยความออดอ้อนเล็กน้อย
“แถมยังทำให้เสียงของศิษย์น้องแหบไปตั้งนาน ฮือๆๆ ศิษย์น้องน่าสงสารมากเลย...”
ได้ยินดังนั้น มู่หยุนก็รีบอธิบายด้วยความตื่นตระหนก
“ศิษย์พี่อย่าพูดจาที่ทำให้คนอื่นเข้าใจผิด ข้าทำไปก็เพื่อท่านนะ!”
เสียงของเขาสั่นเล็กน้อยด้วยความร้อนรน
“ข้าแค่อยากให้แขนของท่านงอกออกมาเร็วๆ ทำไมถึงพูด... พูดแบบนี้...”
ซูเชี่ยนมองท่าทางที่ทำอะไรไม่ถูกของมู่หยุน รอยยิ้มในดวงตาของนางยิ่งปรากฏชัด
“ข้ารู้แน่นอนว่าศิษย์พี่ทำเพื่อข้า~”
เสียงของนางอ่อนโยนลงทันที ปลายนิ้วค่อยๆ ลูบไล้ไปบนใบหน้าของมู่หยุน
“ดังนั้น... ศิษย์น้องถึงมาตอบแทนบุญคุณแล้วนะเจ้าคะ~”
คำพูดยังไม่ทันขาดคำ แขนข้างใหม่ที่งอกออกมาของนางก็สอดเข้าไปในคอเสื้อของมู่หยุนอย่างคล่องแคล่ว
ปลายนิ้วอุ่นร้อนสัมผัสกับผิวหนังที่กำลังร้อนผ่าวของเขา ทำให้ร่างของมู่หยุนสั่นสะท้านไปทั้งตัว
(จบตอน)
หมายเหตุ: เพื่อลืมกันนะครับ ซูเชี่ยนกับมู่หยุนต่างคนต่างเรียกกันว่าศิษย์พี่ ไม่ใช่ว่าผมแปลผิดนะ