เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 35 ภรรยาหาย จุดจบของนักขุดเหมือง

บทที่ 35 ภรรยาหาย จุดจบของนักขุดเหมือง

บทที่ 35 ภรรยาหาย จุดจบของนักขุดเหมือง


บทที่ 35 ภรรยาหาย จุดจบของนักขุดเหมือง

“ท่านจากสำนักกระเรียนเมฆาและมุ่งหน้าสู่บ้านเกิดของตนเองที่กูซู”

“สัตว์อสูรตัวนั้นมีวิถีทางที่แปลกประหลาด รู้เพียงว่ามันกำลังจะเข้าใกล้กูซู แต่ไม่รู้ว่าตอนนี้มันไปถึงส่วนไหนแล้ว”

“ในใจของท่านรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย เพราะต้องใช้เวลาในการบำเพ็ญ ทำให้ท่านไม่ได้กลับบ้านมาเป็นเวลานับสิบปีแล้ว ท่านจินตนาการถึงรูปลักษณ์ของบิดามารดาที่อยู่ในความทรงจำ”

“ชาติก่อนท่านเป็นเด็กกำพร้า ดังนั้นในชาตินี้ท่านจึงให้ความสำคัญกับสายสัมพันธ์ในครอบครัวเป็นอย่างมาก”

“ท่านสาบานว่าจะไม่ยอมให้สัตว์อสูรเข้าใกล้กูซูโดยเด็ดขาด”

“แม้เส้นทางจะยาวไกล แต่สำหรับท่านแล้วนับว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่ ภายใต้การเร่งความเร็วอย่างเต็มกำลัง ท่านใช้เวลาสามวันก็มาถึงกูซูและกลับไปยังบ้านของตนเอง”

….

ซูเชี่ยนใช้เคล็ดวิชาเร้นกายกลับมาถึงบ้านของตนเอง

เพราะเวลาล่วงเลยไปกว่าสิบปีแล้ว จึงไม่มีใครจำได้ว่านางเป็นใคร

ผังบ้านของตระกูลซูยังคงเหมือนเดิม ซูเชี่ยนจึงเดินตามเส้นทางในความทรงจำและมาถึงเรือนพักของบิดามารดาอย่างรวดเร็ว

นางได้ยินเสียงพลิกหน้ากระดาษดังมาจากห้องหนังสือ

ดังนั้น นางจึงย่องไปที่หน้าประตูห้องหนังสือ จากนั้นก็ใช้เคล็ดวิชาทะลุกำแพงเพื่อเตรียมเข้าไปสร้างความตกใจให้แก่ท่านทั้งสอง!

ทว่า หลังจากที่นางเข้าไปแล้ว กลับต้องตกตะลึงไปชั่วขณะ

เห็นเพียงชายวัยกลางคนกำลังนั่งอยู่หน้าโต๊ะหนังสือ ใบหน้าเต็มไปด้วยความอ่อนล้า

บิดาที่เคยผ่าเผยและเปี่ยมไปด้วยความองอาจในความทรงจำของนาง ตอนนี้กลับมีผมขาวแซมขึ้นมาแล้ว บนใบหน้าก็มีรอยเหี่ยวย่นเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ส่วนแผ่นหลังที่เคยตรงก็โค้งงอลงเพราะความเหนื่อยล้า

เมื่อเห็นฉากนี้ ซูเชี่ยนก็ไม่มีความคิดที่จะแกล้งบิดาอีกต่อไปแล้ว

นางเผยร่างของตนออกมา จากนั้นก็เคาะประตู

ได้ยินเสียงเคาะประตู บิดาของซูเชี่ยนก็เอ่ยปากอนุญาตตามสัญชาตญาณ

“เข้าได้”

“ข้าเข้ามาแล้ว”

ได้ยินเสียงที่ไม่คุ้นเคย บิดาของซูเชี่ยนพลันเงยหน้าขึ้นอย่างรวดเร็ว

“เจ้าคือ!”

เขามองซูเชี่ยนด้วยความประหลาดใจ

ใบหน้าที่ไม่คุ้นเคยนี้มองเท่าไหร่ก็ยิ่งคุ้นเคย และสุดท้ายก็หลอมรวมเข้ากับเงาร่างเล็กๆ นั้น

“เสี่ยวเชี่ยน!”

ความประหลาดใจในดวงตาของบิดาซูค่อยๆ เปลี่ยนเป็นความตื่นเต้น เขารีบลุกขึ้นและเดินตรงไปหาซูเชี่ยน

เมื่อเห็นดังนั้น บนใบหน้าของนางก็เผยรอยยิ้มกว้างออกมา

“ว้าว~ เวลาผ่านไปนานขนาดนี้ยังจำข้าได้อีก รักที่สุดเลย!”

กล่าวพลาง นางก็กางแขนออก แล้วเข้าไปสวมกอดบิดาซูอย่างแรง เหมือนอย่างที่เคยทำในวัยเด็ก

….

“ท่านกลับถึงบ้าน บิดามารดาก็ตื่นเต้นเป็นอย่างมาก พวกเขาถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ พูดถึงเรื่องการบำเพ็ญว่ายากหรือไม่ ถูกผู้ใดรังแกหรือเปล่าและคำถามอื่นๆ อีกมากมาย”

“แน่นอนว่าท่านตอบกลับไปทีละคำถาม”

“และยังหลอมโอสถอายุวัฒนะให้บิดามารดาทันที”

“เรื่องนี้สำหรับท่านที่มีผู้ช่วยอย่างปรมาจารย์โอสถ ถือว่าไม่ใช่เรื่องสลักสำคัญเลย”

“คุณสมบัติ: ความกตัญญู (ชื่อเสียง +10, คุณสมบัติพิเศษ โชควาสนา +3)”

“หลังจากที่บิดามารดาทานโอสถอายุวัฒนะเข้าไป รูปลักษณ์ก็กลับมาดูอ่อนเยาว์อีกครั้ง อายุขัยเพิ่มขึ้นสามสิบปี”

“พวกเขายินดีเป็นอย่างยิ่ง ต้องการให้ท่านพักอยู่ที่บ้านต่ออีกสองสามวัน”

“ท่านปฏิเสธ เพราะท่านรู้ว่าการกลับมาครั้งนี้ไม่ได้มาเพื่อพักอยู่ที่บ้านสองสามวัน”

“ท่านไม่สามารถเสียเวลาที่บ้านได้มากนัก ดังนั้นในคืนนั้นเอง ท่านก็ได้กล่าวคำอำลาบิดามารดาและออกจากตระกูลซูไป”

“ท่านเริ่มเดินเล่นไปรอบๆ กูซู”

“ท่านกำลังตามหาร่องรอยของสัตว์อสูร”

“ภายในเมืองไม่มีร่องรอยของมันอยู่เลย ท่านคาดว่าสัตว์อสูรยังมาไม่ถึงกูซู”

“เรื่องนี้ทำให้ท่านถอนหายใจโล่งอก”

“ท่านออกจากกูซู จากนั้นก็เริ่มค้นหาโดยรอบกูซูเป็นวงกลมราวกับกำลังไถพรวนดิน ต่อให้สัตว์อสูรซ่อนตัวอยู่ใต้ดิน ท่านก็สามารถค้นพบมันได้”

“ทว่า ในขณะที่ท่านคิดว่าสัตว์อสูรยังคงอยู่ในสถานที่ที่ไกลออกไป จู่ๆ พื้นดินก็ปรากฏความผิดปกติขึ้น”

….

“ที่นี่ก็ไม่มี ดูเหมือนมันยังไปได้ไม่เร็วขนาดนั้น”

ซูเชี่ยนบินลงมาจากฟากฟ้า จากนั้นก็ร่ายนิ้วคำนวณ เพื่อหาตำแหน่งของสัตว์อสูร

มันอยู่ที่...

ใต้เท้าของข้า!

ซูเชี่ยนกระโดดขึ้นอย่างรวดเร็วและในขณะที่เท้าของนางออกจากพื้นดินนั้น ปากขนาดใหญ่ก็ผุดขึ้นมาจากพื้นดินทันที!

ถ้านางกระโดดขึ้นช้าไปแม้แต่วินาทีเดียว คงถูกมันตัวนี้กลืนกินเข้าไปทั้งตัว!

ซูเชี่ยนลงมายืนบนพื้นอย่างมั่นคง จากนั้นก็มองไปยังสัตว์อสูรที่กำลังโผล่ออกมาจากพื้นดินที่อยู่ห่างออกไป

สัตว์อสูรตัวนี้มีรูปลักษณ์แปลกประหลาด นางไม่เคยเห็นมาก่อนและจากพลังอสูรที่แผ่ออกมา สัตว์อสูรตัวนี้มีพลังบำเพ็ญอยู่ในระดับเดียวกับนาง นั่นคือ ระดับแก่นทองคำ!

ห้ามประมาทเด็ดขาด!

ซูเชี่ยนยื่นมือออกไป ปรากฏกระบี่ระดับแก่นทองคำขึ้นในมือของนาง จากนั้นก็พุ่งเข้าใส่สัตว์อสูรเพื่อต่อสู้!

….

“แม้ว่าพลังบำเพ็ญของสัตว์อสูรจะเทียบเท่ากับท่าน แต่ก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของท่านเลย”

“แต่ท่านลืมไปแล้วว่า สัตว์อสูรทุกตัวต่างก็มีพลังวิเศษติดตัวมาตั้งแต่กำเนิด”

“และพลังวิเศษติดตัวของสัตว์อสูรตัวนี้ก็คือ พิษ”

“เมื่อรู้ว่าสู้ท่านไม่ได้ สัตว์อสูรตัวนี้ก็เริ่มพ่นพิษ”

“หมอกพิษแผ่ซ่านอยู่รอบตัวท่าน แต่ท่านได้สร้างชั้นฟิล์มน้ำห่อหุ้มร่างกายเอาไว้ หมอกพิษจึงไม่สามารถกัดกร่อนฟิล์มน้ำของท่านได้”

“แต่ในขณะที่ท่านกำลังจะสังหารสัตว์อสูรก็เกิดลมพัดขึ้น”

“หมอกพิษถูกลมพัดพาไปทางกูซู!”

“พิษชนิดนี้สำหรับมนุษย์ธรรมดาแล้วมันราวกับไวรัสร้ายแรง ขอเพียงสัมผัสก็จะเปลี่ยนเป็นน้ำหนองทันที!”

“ท่านจำเป็นต้องละทิ้งการต่อสู้กับสัตว์อสูรและรีบเหาะไปยังด้านหน้าของหมอกพิษ จากนั้นก็ใช้พลังน้ำของตนเองห่อหุ้มหมอกพิษเอาไว้”

“ทว่าหมอกพิษปกคลุมเป็นบริเวณกว้างเกินไป การที่จะห่อหุ้มทั้งหมดได้นั้นต้องใช้พลังปราณในปริมาณมหาศาล”

“พลังปราณของท่านเริ่มลดลงอย่างรวดเร็ว”

“สัตว์อสูรสังเกตเห็นสถานการณ์ของท่าน จึงพุ่งเข้าใส่เพื่อต่อสู้กับท่าน”

“ท่านต้องรับมือกับหมอกพิษไปพร้อมๆ กับสัตว์อสูร จึงเริ่มตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ”

“พลังปราณของท่านใกล้จะหมดลงเรื่อยๆ ร่างกายก็เริ่มอ่อนล้า และสมองก็เริ่มมึนงง”

“สภาพของท่านถึงขีดจำกัดแล้ว”

“สัตว์อสูรพุ่งเข้ามา แต่ท่านกลับไม่มีเรี่ยวแรงที่จะต้านทานการโจมตีของสัตว์อสูรได้”

“แขนของท่านถูกสัตว์อสูรกัดจนขาด เลือดไหลย้อมผืนดินเป็นสีแดงฉาน”

“แต่ท่านก็ถือโอกาสนี้แทงดวงตาของสัตว์อสูรจนบอด ทำให้สัตว์อสูรบาดเจ็บสาหัส”

“สัตว์อสูรรู้สึกถึงภัยคุกคามแห่งความตายจึงหนีออกจากที่นี่ไปอย่างสุดชีวิต”

“ส่วนท่าน หลังจากที่จัดการหมอกพิษทั้งหมดเสร็จสิ้นแล้วก็หมดสติไปเพราะร่างกายอ่อนล้าและเสียเลือดมาก”

“ซ่งเหล่ารู้สึกกังวลใจ และใช้โอสถรักษาท่านอย่างต่อเนื่อง”

“ท่านรอดชีวิตมาได้”

“แต่แขนของท่านไม่อาจต่อกลับคืนได้แล้ว”

“เนื่องจากบริเวณที่แขนขาดยังคงมีพิษของสัตว์อสูรหลงเหลืออยู่ ซึ่งพิษนี้ได้ขัดขวางการฟื้นตัวของบาดแผล”

“หลังจากที่ท่านฟื้นขึ้นมาก็ได้ทำพิธีฝังแขนของตนเองอย่างสมเกียรติ พร้อมตั้งป้ายหลุมศพ เขียนว่า สุสานภรรยาที่รัก”

“คุณสมบัติ: แขนเดียว (พลัง -5)”

เมื่อเห็นคุณสมบัติที่ปรากฏนี้ ซูชิงก็ถอนหายใจ

นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเจอคุณสมบัติที่ลดคุณสมบัติ

และเมื่อมองดูพฤติกรรมของซูเชี่ยน ก็รู้สึกถึงความเศร้าที่ปนความตลกขบขัน

ในใจของเขารู้สึกไม่สบายเล็กน้อย

การจำลองยังคงดำเนินต่อไป

“ท่านไม่กล้ากลับบ้าน เพราะกลัวบิดามารดาจะกังวล”

“ดังนั้น หลังจากที่ท่านแจ้งข่าวไปยังสำนักแล้วก็ลากสังขารที่เต็มไปด้วยบาดแผลกลับไปยังสำนัก และขังตัวเองอยู่ในถ้ำบำเพ็ญเพื่อรักษาบาดแผลอย่างเงียบๆ”

“มู่หยุนได้ยินข่าวการกลับมาของท่าน แต่ท่านก็ไม่ยอมพบหน้าใครเลย เขาเป็นห่วงท่านจึงมาที่หน้าถ้ำบำเพ็ญของท่าน”

(จบตอน)

จบบทที่ บทที่ 35 ภรรยาหาย จุดจบของนักขุดเหมือง

คัดลอกลิงก์แล้ว