เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

เทพปีศาจหวนคืน บทที่ 971 เพียงคิดก็รู้สึกตื่นเต้น (อ่านฟรี)

เทพปีศาจหวนคืน บทที่ 971 เพียงคิดก็รู้สึกตื่นเต้น (อ่านฟรี)

เทพปีศาจหวนคืน บทที่ 971 เพียงคิดก็รู้สึกตื่นเต้น (อ่านฟรี)


เทพปีศาจหวนคืน บทที่ 971 เพียงคิดก็รู้สึกตื่นเต้น (อ่านฟรี)

แปลโดย iPAT 

เหตุการณ์แปลกประหลาดในสายธารแห่งกาลเวลาเกิดขึ้นเพียงช่วงเวลาสั้นๆแต่มันกลับฝังลึกอยู่ในหัวใจของฟางหยวน

มันเป็นช่วงเวลาแห่งชีวิตและความตายที่เขาจะจดจำเอาไว้ตลอดไป

ตอนนี้เมื่อฟางหยวนคิดถึงช่วงเวลานั้น เขายังเต็มไปด้วยความสงสัย

‘ใบหน้าภูตผีและดอกบัวสีแดง มันหมายความว่าอย่างไร? ข้าไม่เคยพบสถานการณ์เช่นนี้มาก่อน มันจะเกิดขึ้นเฉพาะเมื่อวิญญาณกาลเวลาล้มเหลวงั้นหรือ?’

ฟางหยวนส่ายศีรษะและปัดเป่าความคิดเหล่านี้ออกไป

เขาบินออกจากบ่อโลหิต

‘อาการบาดเจ็บของข้าค่อนข้างสาหัส ตอนนี้ร่องรอยของพลังงานแห่งเต๋าความสำเร็จถูกทำลายไปแล้วเพราะความล้มเหลวในการหลอมรวมวิญญาณ นี่เป็นเรื่องที่น่าเสียดายจริงๆ’

ฟางหยวนตรวจสอบร่างกายของตนเองและสังเกตเห็นผลลัพธ์ของความล้มเหลวในการหลอมรวมวิญญาณอย่างรวดเร็ว

ร่างกายของฟางหยวนเต็มไปด้วรอยแตกร้าว โดยทั่วไปอาการบาดเจ็บดังกล่าวต้องใช้เวลาหลายเดือนในการฟื้นฟู

ครั้งนี้ฟางหยวนล้มเหลวในการหลอมรวมวิญญาณอมตะเพราะการกำเนิดใหม่

แต่สิ่งที่เขาเสียดายมากที่สุดคือร่องรอยของพลังงานแห่งเต๋าความสำเร็จที่เขาได้รับมาจากความพยายามในการแข่งขันบนเส้นทางแห่งการหลอมรวม

อย่างไรก็ตามมันทำให้ฟางหยวนเกิดความเข้าใจบางอย่าง

‘ก่อนหน้านี้สิ่งที่ทำให้ข้าล้มเหลวในการหลอมรวมวิญญาณอมตะความคิดดาราไม่ใช่เพราะวิธีการหลอมรวมแต่เป็นแง่มุมของการผสานพลังงานแห่งเต๋าหลายชนิดเข้าด้วยกันซึ่งไม่ใช่สิ่งที่ผู้ใดจะสามารถควบคุม นี่เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้อัตราความสำเร็จในการหลอมรวมวิญญาณอมตะต่ำมาก’

‘ดังนั้นเมื่อข้าเริ่มหลอมรวมวิญญาณอมตะ ร่องรอยของพลังงานแห่งเต๋าความสำเร็จจึงกลายเป็นส่วนประกอบพิเศษที่ช่วยในการหลอมรวมวิญญาณ’

‘คราวก่อนข้าประสบความสำเร็จในการหลอมรวมวิญญาณอมตะเปลี่ยนรูปลักษณ์เพราะความช่วยเหลือจากร่องรอยของพลังงานแห่งเต๋าความสำเร็จ แต่การกำเนิดใหม่ของข้าส่งผลให้การหลอมรวมล้มเหลว’ ฟางหยวนคิด

โดยปราศจากร่องรอยของพลังงานแห่งเต๋าความสำเร็จ เขาจะประสบความสำเร็จในการหลอมรวมวิญญาณอมตะได้อย่างไร

แน่นอนว่าหากวิธีการไม่ถูกต้อง แม้จะได้รับความช่วยเหลือจากร่องรอยของพลังงานแห่งเต๋าความสำเร็จ พวกเขาก็จะไม่ประสบความสำเร็จ

ก่อนหน้านี้เหตุใดฟางหยวนจึงเลือกแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งดวงดาวเป็นสถานที่หลอมรวมวิญญาณอมตะ? เพราะเขาเกรงว่าการรบกวนจากภายนอกจะทำให้การหลอมรวมวิญญาณอมตะล้มเหลว

ในกรณีที่ล้มเหลว มันไม่เป็นไรหากเขาจะสูญเสียเพียงทรัพยากรและได้รับบาดเจ็บ แต่สิ่งที่น่าเสียดายมากที่สุดก็คือร่องรอยของพลังงานแห่งเต๋าความสำเร็จจะถูกทำลาย

การกำเนิดใหม่ของฟางหยวนรบกวนการหลอมรวมและทำให้เขาพบกับความล้มเหลว

แต่ตอนนี้ไม่มีสิ่งใดที่เขาสามารถทำได้

‘ข้าสามารถกำเนิดใหม่และอาจมีข้อได้เปรียบในเรื่องการหยั่งรู้อนาคต อย่างไรก็ตามมันไม่ได้หมายถึงเส้นทางสู่ความสำเร็จ’

‘แต่การกำเนิดใหม่ครั้งนี้ยังทำให้ข้ามีข้อได้เปรียบ ร่องรอยของพลังงานแห่งเต๋าความสำเร็จไม่ใช่สิ่งสำคัญ!’

ฟางหยวนปรับอารมณ์และความคิดของเขาให้คงที่ก่อนจะกระตุ้นใช้วิญญาณท่องแดนอมตะ!

เขากลับไปยังแดนศักดิ์สิทธิ์ไป่หู

ในอดีตเขาค่อนข้างกังวล แต่ตอนนี้เขารู้แล้วว่ายังมีเวลาอีกพอสมควรก่อนที่ผู้อมตะภาคกลางจะรู้ความจริงเบื้องหลังการล่มสลายของวังแปดสิบแปดเปลวเพลิงที่แท้จริง นี่ทำให้เขารู้สึกสบายใจขึ้น

แม้ฟางหยวนจะรู้อนาคต แต่เขาเป็นคนที่จะพิจารณาทุกการกระทำอย่างรอบคอบ คนใจร้อนจะไม่บรรลุถึงระดับเดียวกับเขาในวันนี้

เขาจะใช้เบาะแสและทรัพยากรทั้งหมดเพื่อให้ได้รับประโยชน์สูงสุด

นี่คือสิ่งที่ฟางหยวนต้องพิจารณา

ผีดิบอมตะคิดได้ช้ามาก ดังนั้นเขาจึงต้องพึ่งพาแสงแห่งปัญญา

ด้วยความสำเร็จระดับปรมาจารย์บนเส้นทางแห่งปัญญาและค่ายกลวิญญาณ ฟางหยวนใช้เวลาเพียงครึ่งวันในการหาคำตอบที่ดีที่สุด

วิญญาณท่องแดนอมตะ!

เขาเดินทางไปยังภาคใต้และลอบเข้าสู่ภูเขาอี้เทียนอย่างลับๆ

ในชีวิตก่อนหน้าฟางหยวนเข้าร่วมในการแข่งขันบนภูเขาอี้เทียน เป็นธรรมดาที่เขาจะสามารถจดจำภูมิประเทศของที่นี่ได้อย่างแม่นยำ

ภูเขาอี้เทียน!

ตอนนี้มันยังเป็นเพียงภูเขาไร้นาม

ฟางหยวนมองทิวทัศน์ของภูเขาอี้เทียนด้วยสายตาคาดหวัง

หากถามว่าสิ่งใดที่ดึงดูดใจฟางหยวนมากที่สุดหลังการกำเนิดใหม่?

ไม่ต้องสงสัยเลยว่ามันก็คือคฤหาสน์วิญญาณอมตะระดับแปดสนามรบแห่งความโกลาหลและร่างผีดิบอมตะสุดยอดกายาเทพยุทธ์ที่แท้จริงระดับแปด!

ความสำคัญของพวกมันไม่จำเป็นต้องกล่าวถึงอีก

‘แม้ผีดิบอมตะสุดยอดกายาเทพยุทธ์ที่แท้จริงระดับแปดจะแข็งแกร่ง แต่ตราบเท่าที่ข้าได้รับคฤหาสน์วิญญาณอมตะสนามรบแห่งความโกลาหล ข้าจะสามารถปราบปรามเขาได้อีกครั้ง’

‘หากข้าได้รับสนามรบแห่งความโกลาหล...’ ฟางหยวนเลียริมฝีปากขณะคิดถึงเรื่องนี้

คฤหาสน์วิญญาณอมตะไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย!

คฤหาสน์วิญญาณอมตะและค่ายกลวิญญาณรูปแบบการต่อสู้โบราณเป็นสองสิ่งที่อยู่บนจุดสูงสุดของโลกใบนี้

สำหรับค่ายกลวิญญาณรูปแบบการต่อสู้โบราณ มันสูญหายไปในประวัติศาสตร์ ขณะที่คฤหาสน์วิญญาณอมตะได้รับความนิยมมาถึงปัจจุบัน

ไม่ว่าจะเป็นกองกำลังขนาดใหญ่ของภูมิภาคใด พวกเขาล้วนต้องครอบครองคฤหาสน์วิญญาณอมตะอย่างน้อยที่สุดหนึ่งหลัง ตัวอย่างเช่น เผ่าไหมีคฤหาสน์วิญญาณอมตะคุกทมิฬ

ในชีวิตก่อนหน้าเมื่อคฤหาสน์วิญญาณอมตะคุกทมิฬสูญหาย ผู้อาวุโสสูงสุดทั้งสี่ของเผ่าไห่ยังต้องออกมาตามหาด้วยตนเอง

ความสำคัญของคฤหาสน์วิญญาณอมตะสามารถเห็นได้จากเหตุการณ์นี้

สนามรบแห่งความโกลาหลไม่เพียงอยู่ในระดับที่สูงกว่าคุกทมิฬ แต่ผู้อมตะลึกลับระดับเจ็ดยังสามารถใช้มันเอาชนะและผนึกผู้อมตะสุดยอดกายาเทพยุทธ์ที่แท้จริงระดับแปดเอาไว้ภายใน

ด้วยเหตุนี้คุณค่าของสนามรบแห่งความโกลาหลจึงเหนือกว่าคุกทมิฬหลายเท่า

‘คิดย้อนกลับไป คฤหาสน์น้ำแข็งของฉลามปีศาจเป็นเพียงคฤหาสน์วิญญาณอมตะที่ไม่สมบูรณ์แต่มันยังสามารถหลบหนีจากท่าไม้ตายเขตแดนที่ทรงพลัง หากข้าได้รับสนามรบแห่งความโกลาหล แม้ผู้อมตะทั้งโลกจะไล่ล่าข้า แต่ข้าก็ยังสามารถปกป้องตนเองหรือกระทั่งข่มขู่ศัตรู’

คฤหาสน์วิญญาณอมตะคือป้อมปราการเคลื่อนที่ที่ใช้ในการต่อสู้และปราศจากข้อบกพร่องไม่ว่าจะเป็นในด้านของการโจมตี ป้องกัน หรือกระทั่งสามารถสนับสนุนการบ่มเพาะของผู้อมตะ

มันมีโครงสร้างที่มั่นคงและควบคุมง่าย

คฤหาสน์วิญญาณอมตะระดับเจ็ดสามารถควบคุมได้โดยผู้อมตะระดับหก

อย่างไรก็ตามคฤหาสน์วิญญาณอมตะยังมีจุดอ่อนสองข้อ หนึ่ง การให้อาหารวิญญาณ สอง พลังงานอมตะที่ต้องใช้

คฤหาสน์วิญญาณอมตะประกอบขึ้นมาจากวิญญาณอมตะและวิญญาณระดับมนุษย์จำนวนนับไม่ถ้วน พวกมันถือเป็นภาระที่ยิ่งใหญ่

แต่ฟางหยวนรู้ว่าสนามรบแห่งความโกลาหลมีความเกี่ยวข้องกับเส้นทางแห่งอาหาร ดังนั้นจุดอ่อนนี้จึงถูกลบออกไป

ต่อมาคือพลังงานอมตะ

การกระตุ้นใช้งานคฤหาสน์วิญญาณอมตะต้องพึ่งพาพลังงานอมตะจำนวนมหาศาล ฟางหยวนเพียงลำพังไม่สามารถเติมเต็มจุดนี้

ย้อนกลับไปการกระตุ้นใช้งานคฤหาสน์น้ำแข็งของฉลามปีศาจทำให้พวกเขารู้สึกปวดใจเป็นอย่างมากกับการสูญเสียพลังงานอมตะ

กล่าวได้ว่าราคาของมันสูงมาก

ตอนนี้ฟางหยวนอยู่ในสถานการณ์ที่ค่อนข้างลำบาก เขาไม่แม้แต่จะสามารถรวบรวมทรัพยากรในการหลอมรวมวิญญาณอมตะเปลี่ยนรูปลักษณ์ได้อีกครั้ง

แม้เขาจะมีหลายแหล่งรายได้ แต่มันยังไม่เพียงพอให้เขาใช้กระตุ้นการทำงานของสนามรบแห่งความโกลาหล

อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหา!

แม้ฟางหยวนจะมีพลังงานอมตะเพียงเล็กน้อย แต่เขามีพลังงานอมตะของเทพอมตะตะวันเดือด!

เรื่องนี้ต้องย้อนกลับไปถึงช่วงเวลาในแดนศักดิ์สิทธิ์เมืองหลวงของภาคเหนือ

เทพอมตะตะวันเดือดทิ้งพลังงานอมตะระดับเก้าของเขาเอาไว้มากมาย พลังงานอมตะระดับเก้าเหนือกว่าพลังงานอมตะระดับหกอย่างไม่สามารถเปรียบเทียบ

ฟางหยวนไม่สามารถใช้พลังงานอมตะระดับเก้าของเทพอมตะตะวันเดือดได้โดยตรง แต่คฤหาสน์วิญญาณอมตะสามารถดูดซับพวกมันเข้าไป

คฤหาสน์วิญญาณอมตะสามารถดูดซับพลังงานอมตะของผู้อื่น มิฉะนั้นฉลามปีศาจกับคนอื่นๆจะไม่สามารถร่วมมือกันกระตุ้นการทำงานของคฤหาสน์น้ำแข็ง

นี่คือคุณสมบัติพื้นฐานของคฤหาสน์วิญญาณอมตะ หลอมรวมพลังงานอมตะ!

ฟางหยวนเคยคิดถึงประเด็นนี้ในชีวิตก่อนหน้า

แต่พลังงานอมตะของเทพอมตะตะวันเดือดไม่ต่างจากต้นไม้ที่ไร้ราก มันเป็นสิ่งที่ใช้ได้ครั้งเดียวและไม่สามารถเติมเต็ม

ดังนั้นวิธีที่ประหยัดกว่าก็คือรวบรวมผู้อมตะและใช้พลังงานอมตะของพวกเขากระตุ้นการทำงานของคฤหาสน์วิญญาณอมตะ

น่าเสียดายที่ผู้อมตะภาคใต้เสียชีวิตเร็วเกินไป

หรืออาจกล่าวได้ว่าฟางหยวนไม่สามารถทำได้ทันเวลา

สนามรบแห่งความโกลาหลยังไม่ได้รับการปรับแต่งอย่างสมบูรณ์ขณะที่การต่อสู้บรรลุถึงจุดสุดท้าย

‘หากข้ามีสนามรบแห่งความโกลาหล ข้าจะสามารถต่อต้านได้กระทั่งลำแสงที่สังหารข้า’ ฟางหยวนเต็มไปด้วยความมั่นใจ

ในความเป็นจริงสนามรบแห่งความโกลาหลไม่ใช่คู่แข่งของหอคอยดวงตาสวรรค์ แต่พลังอำนาจของเสาแสงลดน้อยลงหลังจากทะลุผ่านค่ายกลวิญญาณสุดยอดกายาทั้งสิบ

ด้วยสนามรบแห่งความโกลาหล แม้เขาจะไม่สามารถเอาชนะ แต่เขายังสามารถต่อต้านและหลบหนี

กล่าวได้ว่าสนามรบแห่งความโกลาหลสามารถเทียบเคียงกับวังแปดสิบแปดเปลวเพลิงที่แท้จริงของภาคเหนือหรือหม้อหลอมรวมของแดนศักดิ์สิทธิ์หลางหยา

เปรียบเทียบกับสนามรบแห่งความโกลาหล วิญญาณอมตะความแข็งแกร่งของตนเอง วิญญาณอมตะระเบิดพลัง วิญญาณอมตะความคิดารา และอื่นๆยังถือว่าไม่สำคัญ

ตราบเท่าที่เขามีคฤหาสน์วิญญาณอมตะและพลังงานอมตะของเทพอมตะตะวันเดือด ฟางหยวนสามารถใช้มันยึดครองร่างผีดิบอมตะสุดยอดกายาเทพยุทธ์ที่แท้จริงระดับแปดเพื่อสร้างมิติช่องว่างแห่งชีวิตและความตายระดับสูงสุด

‘เพียงคิดก็ทำให้ข้าตื่นเต้นขึ้นมาเล็กน้อย’ ฟางหยวนตรวจสอบสภาพแวดล้อมอย่างระมัดระวังก่อนจะเข้าสู่ส่วนลึกของภูเขาอี้เทียน

จบบทที่ เทพปีศาจหวนคืน บทที่ 971 เพียงคิดก็รู้สึกตื่นเต้น (อ่านฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว