- หน้าแรก
- จี้หยวน จอมราชันย์เปลี่ยนชะตา
- บทที่ 46 - ส่งวิญญาณด้วยกำปั้น มังกรสวรรค์ทรงเดช
บทที่ 46 - ส่งวิญญาณด้วยกำปั้น มังกรสวรรค์ทรงเดช
บทที่ 46 - ส่งวิญญาณด้วยกำปั้น มังกรสวรรค์ทรงเดช
บทที่ 46 - ส่งวิญญาณด้วยกำปั้น มังกรสวรรค์ทรงเดช
"ดวงแข็ง?"
จี้หยวนทวนคำสองคำนี้ มุมปากกระตุกเล็กน้อย
ต้องรอดมาได้ถึงจะเรียกว่าดวงแข็ง
พวกที่รอดไม่ได้เขาเรียกว่ารีบไปเกิดใหม่
"เหมือนเผยซื่อหลาง เขามีชะตา [ซวยซับซ้อน] ชัดๆ แค่หาของเก่าก็ยังไปเจอเรื่องผีสางนางไม้เข้าจนได้ แต่ดันมี [เปลี่ยนร้ายกลายเป็นดี] คอยช่วย ทุกครั้งเลยรอดตายมาได้
ถ้าคิดแบบนี้ ชะตาสีเทา [ตายโหง] ของข้า ถ้าไม่มีชะตาสีเขียว [สายตาพญาอินทรี] คอยกดไว้ คงจะซวยหนักกว่านี้
แสดงว่าระหว่างลิขิตชะตาต่างๆ มันมีการข่มและเกื้อหนุนกันอยู่จริงๆ"
จี้หยวนหิ้วกับข้าวและเหล้าที่ห่อกลับมา เดินเข้าบ้านแล้วจุดตะเกียงน้ำมัน
ห้องว่างเปล่าดูเงียบเหงา
แต่เขาไม่ใส่ใจ นั่งลงบนม้านั่งยาว หยิบกล่องไม้แดงออกมา
บนกล่องมียันต์กระดาษเหลืองที่เขียนด้วยเลือดบริสุทธิ์แปะอยู่ พอฉีกออกมาถือไว้ในมือ ก็รู้สึกเหมือนกุมถ่านไฟแดงๆ ร้อนลวกมือ
"นักบู๊ระดับสามขั้นผลัดเปลี่ยนโลหิต เลือดลมร้อนแรงไม่ธรรมดาจริงๆ...
ครูฝึกเว่ยก็น่าจะอยู่ในระดับนี้ พวกนายพันในกองปราบฝ่ายเหนือก็น่าจะพอๆ กัน"
จี้หยวนเก็บยันต์กระดาษเหลืองแผ่นนั้นไว้อย่างดี
ถึงแม้มันจะไม่มีแก่นมรรคาตกค้างอยู่
แต่ตัวมันเองมีผลในการปราบผีวิญญาณร้าย
อาจจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการไปเยือนตลาดผีครั้งหน้าได้
จากนั้น จี้หยวนเปิดกล่อง ค่อยๆ จับตำราหนังมนุษย์ม้วนนั้นขึ้นมา
แผนภาพมรรคาแห่งฟ้าดินส่องแสงวาบ ปรากฏข้อความชัดเจน—
[ตำราหนังมนุษย์]
[แก่นมรรคา 800 แต้มสีขาว]
[จำเป็นต้องสลายไออาถรรพ์]
บนม้วนภาพที่กว้างใหญ่ดุจผืนฟ้าดิน ของสิ่งนี้กลายเป็นกลุ่มแสงสีขาวเจิดจ้า
สีขาวเข้มข้นจนถึงขีดสุด ราวกับจะมีประกายสีอื่นแทรกซึมออกมา
"ถ้าครบหนึ่งพันแต้มสีขาว จะกลายเป็นแก่นมรรคาพสีเขียวหรือเปล่านะ?"
จี้หยวนคาดเดา
"แล้วที่บอกว่าต้องสลายไออาถรรพ์... หมายความว่ายังไง?"
คิ้วเขากระตุก
นิ้วมือสัมผัสตำราหนังมนุษย์
ให้ความรู้สึกเหมือนจับหยกขาวมันแพะ
ละเอียดนุ่มนวล
พอลูบไล้ไปมา
เหมือนกำลังลูบผิวพรรณเนียนนุ่มของหญิงสาว
ให้ความรู้สึกสยองขวัญปนเคลิบเคลิ้มพิลึก
"ข้าอยากจะรู้นักว่ามีลูกเล่นอะไร!"
จี้หยวนหลับตาลง สงบจิตใจ
คลี่ตำราหนังมนุษย์ออก แล้วลูบคลำ
ในภวังค์ ราวกับมีหญิงสาววัยกำดัดมาซบอยู่ในอ้อมอก
ร่างกายเปลือยเปล่า ผิวลื่นมือไปทั้งตัว
ให้ความรู้สึกวาบหวามใจ
ยิ่งลูบยิ่งไม่อยากปล่อยมือ
ลมหายใจของจี้หยวนเริ่มหนักหน่วง เหมือนคนหลงมัวเมาจนถอนตัวไม่ขึ้น
ไม่สนใจสิ่งรอบข้างแม้แต่น้อย
แต่ถ้าเขาลืมตาขึ้นตอนนี้ จะเห็นว่ามีทารกผีตัวบวมอืดหน้าเขียวคล้ำเกาะอยู่เต็มตัว
ที่รองเท้าและขาเกาะอยู่สองตัว
บนหน้าอกหมอบอยู่อีกสาม
บนไหล่ห้อยโหนอยู่อีกหลายตัว
และที่หลังคอยังมีตัวใหญ่ที่สุดนั่งขี่คออยู่ รูปร่างเกือบจะเหมือนคนโตแล้ว
จมูกยุบ แขนขาสั้นป้อม ปากส่งเสียงร้องอ้อแอ้ฟังไม่ได้ศัพท์
ภาพนี้สยดสยองเกินบรรยาย!
เพียงชั่วพริบตา ห้องที่เปิดประตูหน้าต่างทิ้งไว้ก็เต็มไปด้วยไอเย็นยะเยือก
แช่แข็งเลือดลมของจี้หยวนจนตัวแข็งทื่อ
เหมือนศพที่ตายมาสักพัก ค่อยๆ สูญเสียกลิ่นอายคนเป็น
"แอ้... แอ้..."
ทารกผีพวกนี้ยังพูดไม่ได้ ส่งเสียงร้องมั่วซั่วเหมือนหิวโหย
แต่ละตัวอ้าปากกว้าง ใบหน้าบวมอืดฉีกยิ้มไร้เดียงสา เตรียมจะฉีกกินเนื้อจี้หยวน
"เล่นส่วนเล่น จะซนก็ซนไป แต่อย่ามากัดพี่
เนื้อพี่เหนียว กระดูกพี่แข็ง เดี๋ยวฟันน้ำนมจะหักเอา"
จี้หยวนกำตำราหนังมนุษย์แน่น เปลือกตากระตุกวูบ
ดวงตาดั่งดวงดาวสาดประกายเย็นเยียบสองสายออกมา
ความเปลี่ยนแปลงกะทันหันทำให้ฝูงทารกผีกรีดร้องตกใจ
ดึงหู จิ้มตา รัดคอ...
งัดวิชาเด็กตีกันออกมาใช้ทุกกระบวนท่า
ฟังดูเหมือนไม่มีพิษภัย เหมือนเด็กเล่นกัน
แต่ถ้าปล่อยให้ทำจริง หูคงขาด ตาคงบอด และคนคงขาดใจตาย
ระฆังทองคุ้มกายพยัคฆ์คำราม!
จี้หยวนพอจะรู้ระดับของทารกผี และความแปลกประหลาดของตำราหนังมนุษย์แล้ว
ลมปราณอันลึกล้ำพุ่งออกมาจากจุดชีพจรทั่วร่าง ราวกับราดน้ำมันลงกองไฟ กระตุ้นเลือดลมให้ลุกโชน
ทันใดนั้น ร่างกายของจี้หยวนที่นั่งนิ่งเปล่งประกายสีทองแดงจางๆ
ทารกผีตัวดำที่เกาะอยู่บนตัวกรีดร้องโหยหวน
เหมือนกระโดดลงกระทะน้ำมันเดือด ส่งเสียง "ฉ่า" ดังลั่น
"พวกเจ้าก็น่าสงสาร ยังไม่ทันได้เกิดก็ถูกจับกดน้ำตาย ความแค้นฝังแน่น แต่ถึงจะน่าเห็นใจ ก็ให้อภัยไม่ได้ แทนที่จะถูกวิญญาณร้ายบงการให้ไปทำร้ายคน ให้พี่ส่งพวกเจ้าไปสู่สุขคติเสียเถอะ! สลายไออาถรรพ์ซะ!"
จี้หยวนลุกพรวด หมัดขวาแทงออกไปตรงๆ ราวกับหอก
ลมปราณจากระฆังทองคุ้มกายพยัคฆ์คำราม ดูเหมือนจะมีพลังพุทธคุณแฝงอยู่
ทารกผีตัวดำที่กระโดดโลดเต้น ระเบิดกลายเป็นไอเย็นกระจายไปทันที
เห็นว่าการส่งวิญญาณด้วยกำปั้นได้ผล จี้หยวนก็ใช้มือซ้ายฟันลงมาเหมือนดาบ ผ่าทารกผีที่พุ่งเข้ามาขาดเป็นสองท่อน
ผลุ! ผลุ! ผลุ!
ท่ามกลางการออกหมัดและเท้า
กลุ่มก้อนไอวิญญาณลอยตัวรวมกัน กลายเป็นใบหน้าผีที่น่ากลัว
เสียงกรีดร้องทุ้มต่ำเหมือนคลื่นกระแทก ระเบิดตูมออกมา!
จี้หยวนตาเป็นประกาย ยังไม่ทันจะหลบ ก็รู้สึกเวียนหัว คลื่นไส้อาเจียน
แต่ทว่า ในห้วงจิตมีแผนภาพมรรคาแห่งฟ้าดินคอยสะกดจิตใจอยู่
เขาจึงไม่หลงกลหรือหวาดกลัวต่อใบหน้าผีนั้น เท้ากระทืบพื้นอย่างแรง!
ร่างกายที่แกร่งทั้งนอกและใน พุ่งเข้าชนอย่างจังราวกับยอดเขาถล่ม
ผิวหนังเปล่งแสงสีทองแดง ทองคือลมปราณ แดงคือเลือดลม ผสมผสานกันห่อหุ้มร่างกาย เหมือนระฆังทองแดงครอบไว้ แผ่กลิ่นอายความร้อนแรง
ฉ่า ฉ่า ฉ่า!
เหมือนไฟราดน้ำมัน!
เสียงปะทุดังสนั่น!
ไอวิญญาณเข้มข้นที่รวมตัวกัน ถูกกระแทกจนแตกกระจาย!
ใบหน้าผีขนาดมหึมานั้นระเบิดออก บิดเบี้ยวกลายเป็นควันดำหลายสาย
สำหรับภูตผีปีศาจ เลือดลมที่ร้อนแรงของนักบู๊ถือเป็นของแสลง
ยิ่งวิชาระฆังทองคุ้มกายพยัคฆ์คำรามของจี้หยวน มีพลังพุทธคุณปราบมารแฝงอยู่ ยิ่งได้ผลชะงัดกับใบหน้าผีที่เกิดจากตำราหนังมนุษย์
"มังกรสวรรค์ทรงเดช! ข้าแต่พระโพธิสัตว์! ปวงพุทธะปัญญาญาณ..."
จี้หยวนได้ตะโกนประโยคนี้สมใจ อาศัยการระเบิดลมปราณและเลือดลม "ส่งวิญญาณ" ใบหน้าผีนั้นจนราบคาบ
ไอวิญญาณที่เหลือไม่กี่สายรีบหนีหัวซุกหัวซุน กลับเข้าไปซ่อนในตำราหนังมนุษย์
"เฮ้อ เผยซื่อหลางบอกว่าต้องหาคนดวงแข็ง จิตใจห้าวหาญ ถึงจะสลายไออาถรรพ์ได้...
เขายังอ่อนหัดนัก ตราบใดที่ใจข้ามีคุณธรรม เปิดเผยตรงไปตรงมา ภูตผีปีศาจหน้าไหนก็ต้องหลีกทาง!"
จี้หยวนคิดในใจ
จริงๆ แล้วใบหน้าผีที่เกิดจากการรวมตัวของไอวิญญาณนั้นไม่ได้จัดการง่ายๆ
นักบู๊ระดับหนึ่งทั่วไป แค่โดนมันพุ่งเข้าใส่ทีเดียว เลือดลมก็แข็งค้างตายได้เลย
แถมมันยังล่อลวงจิตใจ ปิดกั้นประสาทสัมผัสได้อีก รับมือยากมาก
ถ้าไม่ใช่เพราะจี้หยวนฝึกภายนอกและภายในจนสมบูรณ์แบบ
ร่างกายแข็งแกร่ง เลือดลมเปี่ยมล้น
แถมยังเรียนวิชาระฆังทองคุ้มกายฉบับอัปเกรด และมีแผนภาพมรรคาคอยคุ้มครองจิตใจ
คงรับมือไม่ไหวเหมือนกัน
กวาดล้างทารกผี ฉีกกระชากหน้าผี
จี้หยวนปัดฝุ่นบนชุดคลุมลายเมฆาอินทรี แล้วกลับมานั่งที่โต๊ะ
คราวนี้พอกดมือลงบนตำราหนังมนุษย์
แสงนวลเหมือนหยกขาวมันแพะก็ค่อยๆ จางลง กลับกลายเป็นสมุดธรรมดาๆ
แผนภาพมรรคาแห่งฟ้าดินสั่นไหว ดูดซับแก่นมรรคาที่ตกค้างจนเกลี้ยง
วินาทีนี้ ลิขิตชะตาทั้งหกที่เหมือนดวงดาวลอยเด่นอยู่บนม้วนภาพก็สั่นสะเทือนพร้อมกัน
"แก่นมรรคาแปดร้อยแต้มสีขาว ไม่มีสิ่งใดที่ฉายภาพไม่ได้! ไม่มีชะตาใดที่เปลี่ยนไม่ได้!"
[จบแล้ว]