- หน้าแรก
- ระบบดัดนิสัยนางร้าย 7 บาป ของท่านประธาน
- บทที่ 11 - การจับคู่ที่ยอดเยี่ยมของชาดำนิทราและเข็มฉีดยา
บทที่ 11 - การจับคู่ที่ยอดเยี่ยมของชาดำนิทราและเข็มฉีดยา
บทที่ 11 - การจับคู่ที่ยอดเยี่ยมของชาดำนิทราและเข็มฉีดยา
บทที่ 11 - การจับคู่ที่ยอดเยี่ยมของชาดำนิทราและเข็มฉีดยา
ทันทีที่เห็นใบหน้าของกลุ่มไซโตะทั้งสามคน ความคิดแรกของทาคิซาวะ ยูยะ คือการปิดประตูใส่หน้าพวกเขาเสียเดี๋ยวนั้น
ช่วงเวลาที่กำลังจะทานมื้อเย็นกลับถูกคนพวกนี้มารบกวน ช่างทำให้เสียรสชาติอาหารเสียจริง
ทว่าการทำเช่นนั้นคงไร้ประโยชน์ หากไม่จัดการปัญหาให้สิ้นซาก เรื่องวุ่นวายพรรค์นี้คงตามรังควานไม่จบไม่สิ้น
ปัญหาคือจะจัดการอย่างไรดี?
เมื่อวานเขาเพียงแค่ให้พวกนั้นดื่มชาดำนิทรา แล้วลากไปทิ้งไว้นอกห้อง เห็นได้ชัดว่ามาตรการนั้นยังเบาเกินไป
"คุณชายทาคิซาวะดูเหมือนจะไม่ค่อยต้อนรับพวกเราเลยนะครับ!" ไซโตะที่ยืนอยู่หน้าประตูเอ่ยทักทายด้วยรอยยิ้ม ตีสนิทอย่างน่ารำคาญ
ทาคิซาวะ ยูยะปรายตามองพวกเขา "มีธุระอะไรอีก?"
"คุณชายทาคิซาวะลืมไปแล้วหรือครับ? ที่ตกลงกันว่าจะคืนเงินไง วันนี้พวกเรามาเพื่อปรึกษาแผนการชำระหนี้อย่างละเอียดกับคุณชายครับ"
ทาคิซาวะ ยูยะไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ เพียงแค่เบี่ยงตัวหลบ "งั้นก็เข้ามาคุยกัน"
"เดี๋ยวก่อน" ไซโตะเอ่ยขัด
วันนี้เขามองทาคิซาวะ ยูยะด้วยสายตาหวาดระแวงเล็กน้อย รวมถึงมองเข้าไปในห้องด้านหลังที่ดูน่าขนลุกชอบกลในความรู้สึกของเขา
เมื่อวานพวกเขาทั้งสามคน หลังจากเข้าไปในห้องนี้ได้ไม่นาน ก็สูญเสียการรับรู้ ความทรงจำขาดหาย รู้ตัวอีกทีก็ไปนอนกองอยู่ตรงทางเดิน เนื้อตัวปวดระบม มีรอยฟกช้ำหลายแห่ง
แถมตอนนั้นท้องฟ้ามืดมิด ลมเย็นยะเยือกพัดผ่าน บรรยากาศเหมือนหนังสยองขวัญ ชวนให้รู้สึกไม่ปลอดภัยเอาเสียเลย
จู่ๆ ก็กลายเป็นสภาพนั้นโดยจำเหตุการณ์ไม่ได้เลยแม้แต่น้อย ทำให้ไซโตะเริ่มมีปมในใจกับห้องห้องนี้
"คุณชายทาคิซาวะช่วยอธิบายก่อนได้ไหมครับ ว่าเมื่อวานเกิดอะไรขึ้นกันแน่?"
"เกิดอะไรขึ้นงั้นเหรอ?" ทาคิซาวะ ยูยะยิ้มบาง ทำทีเป็นไม่รู้เรื่อง
ไซโตะจ้องมองเขา พยายามจะจับพิรุธ "พวกเราหลับไปได้ยังไง? ทำไมถึงจำอะไรไม่ได้เลย?"
หรือว่าจะโดนวางยา?
แต่ถ้าโดนวางยาจริง ก็น่าจะพอมีความทรงจำหลงเหลืออยู่บ้างไม่ใช่หรือ?
คิดเท่าไรก็ไม่เข้าใจ ไซโตะไม่รู้เรื่องพวกนี้ เพราะเขาลาออกตั้งแต่ชั้นมัธยมปลาย!
แน่นอนว่าถ้าจะพูดให้ถูก สมัยมัธยมต้นเขาก็แทบไม่ได้เข้าเรียนอยู่แล้ว
ในความรับรู้ที่แสนจำกัดของเขา โลกใบนี้บางครั้งก็เต็มไปด้วยเรื่องลี้ลับพิศวง
"พวกนายเป็นลมล้มพับไปเอง แล้วฉันจะไปรู้ได้ยังไง?" ทาคิซาวะ ยูยะไม่มีทางอธิบายความจริงอยู่แล้ว
"คุณจะไม่รู้ได้ยังไง?"
ทาคิซาวะ ยูยะทำท่าทางหมดความสนใจ มองเข้าไปในพื้นที่ห้องของตนเอง แล้วข้ามหัวข้อสนทนานั้นไปดื้อๆ "สรุปว่าจะเข้าหรือไม่เข้า? ถ้าไม่อยากคุยก็รีบกลับไป ฉันจะกินข้าวเย็น"
"..."
เมื่อเห็นท่าทีของทาคิซาวะ ยูยะ ไซโตะก็รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา แต่กลับทำอะไรไม่ได้มากนัก
ในเมื่อทาคิซาวะ ยูยะไม่พูด เขาจะไปคาดคั้นเอาความได้หรือ?
การทวงหนี้ของยากูซ่ามีอยู่สองแบบ หนึ่งคือข่มขู่ สองคือตื๊อไม่เลิก
การข่มขู่ใช้ได้ผลกับคนธรรมดา แต่กับทาคิซาวะ ยูยะ... อย่างที่เขาว่ากัน อูฐผอมก็ยังตัวใหญ่กว่าม้า สถานะของชายหนุ่มคนนี้ไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาจะข่มขู่ได้ง่ายๆ
ดังนั้นหนทางเดียวที่จะจัดการเขาได้ คือการตามตื๊อ ตามรังควานไม่เลิก จนกว่าอีกฝ่ายจะรำคาญและยอมจ่าย!
เพื่อยอดการทวงหนี้
ไซโตะข่มความโกรธในใจ มองข้ามรายละเอียดเล็กน้อยเหล่านั้น แล้วหันไปส่งสัญญาณให้ลูกน้องสองคน
จากนั้นทั้งสามคนก็เดินตามทาคิซาวะ ยูยะเข้าไปในห้องอีกครั้ง
ทาคิซาวะ ยูยะนั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้นเสื่อทาทามิเช่นเดิม มองดูพวกไซโตะที่นั่งลงฝั่งตรงข้ามด้วยท่าทีระแวดระวัง
ต่างฝ่ายต่างตกอยู่ในห้วงความคิด
ทาคิซาวะ ยูยะกำลังคิดว่าจะจัดการสามคนนี้ให้สิ้นซากได้อย่างไร
ส่วนไซโตะกำลังคิดว่าจะทำอย่างไรถึงจะทวงหนี้ได้สำเร็จ
ความเงียบปกคลุมอยู่ครู่ใหญ่ ในที่สุดไซโตะก็ทนไม่ไหว "คุณชายทาคิซาวะ มาคุยเรื่องกำหนดการจ่ายเงินกันเถอะครับ! คุณรับปากเมื่อวานแล้ว คงไม่กลับคำใช่ไหม?"
ความเงียบถูกทำลาย ทาคิซาวะ ยูยะจึงเงยหน้าขึ้นมองเขา พยักหน้าเบาๆ "ในเมื่อรับปากแล้ว... ก็มาคุยกัน แต่ว่า..."
จู่ๆ เขาก็เปลี่ยนน้ำเสียง
"แต่ว่าอะไร?" พอเห็นทาคิซาวะ ยูยะเปลี่ยนท่าที ไซโตะก็หรี่ตาลงทันที แผ่รังสีข่มขู่แบบที่ใช้กับคนทั่วไปออกมา
แต่รังสีนั้นไร้ผลกับทาคิซาวะ ยูยะโดยสิ้นเชิง เขาหัวเราะเบาๆ "อย่าเครียดไปสิ ฉันหมายถึง... ดื่มชาหน่อยไหม? จะให้นั่งคุยกันคอแห้งหรือไง?"
"..."
"..."
บรรยากาศเงียบกริบไปชั่วขณะ
จากนั้น ทาคิซาวะ ยูยะก็ไม่สนใจปฏิกิริยาของทั้งสามคน คว้ากาน้ำชาที่วางอยู่ข้างๆ กับแก้วกระดาษแบบใช้แล้วทิ้งมารินชาจนเต็ม 4 แก้ว แล้ววางลงตรงหน้าพวกเขา
ใช่แล้ว แผนเดิม
ชาดำนิทรา... พวกนั้นความจำขาดหายไป ย่อมจำเรื่องนี้ไม่ได้แน่นอน
"เอาล่ะ เชิญ ว่ามาสิ นายจะให้ฉันชำระหนี้ก้อนนี้ยังไง?"
รินชาเสร็จ ทาคิซาวะ ยูยะก็ไม่ปรายตามองชาบนพื้นแม้แต่น้อย จ้องมองไปที่ไซโตะเพียงอย่างเดียว
เขาทำเหมือนว่านี่เป็นแค่ชาธรรมดาๆ แก้วหนึ่ง
ไซโตะเหลือบมองน้ำชาในแก้ว
ผิวน้ำสีน้ำตาลเข้มสะท้อนเงาเลือนราง... นี่มันแค่ชาธรรมดาจริงหรือ?
สัญชาตญาณเตือนเขาในทันทีว่าชานี้อาจมีอะไรไม่ชอบมาพากล
แม้เขาจะจำไม่ได้ว่าเมื่อวานเกิดอะไรขึ้น แต่คนที่มีสมอง หากเชื่อมโยงกับเรื่องที่สลบไปเมื่อวาน ก็คงไม่มีใครกล้าแตะต้องชานี้หรอกจริงไหม?
ดีไม่ดีในชาอาจจะมียาสลบผสมอยู่!
คนโง่เท่านั้นแหละที่จะเสี่ยงดื่ม!
อีกอย่าง ก็ไม่ใช่ว่าจำเป็นต้องดื่มนี่นา?
ไซโตะเลิกสนใจแก้วชา หันกลับมาจ้องทาคิซาวะ ยูยะที่ดูสงบนิ่งไม่ทุกข์ร้อน "ในเมื่อคุณชายทาคิซาวะถาม ผมก็จะพูดตรงๆ เลย เราให้เวลาคุณชายสามเดือน เป็นไงครับ?"
"สามเดือนกับหนี้สี่ล้านเยน?"
"ด้วยความสามารถระดับคุณชายทาคิซาวะ เรื่องแค่นี้คงไม่มีปัญหาใช่ไหมครับ?"
ทาคิซาวะ ยูยะทำท่าครุ่นคิด ราวกับกำลังพิจารณาข้อเสนออย่างจริงจัง
ไซโตะใจชื้นขึ้นมาทันที ตบหน้าอกรับประกัน "คุณชายทาคิซาวะวางใจได้เลยครับ อีกสามเดือนข้างหน้า ขอแค่เงินถึงมือ พวกเราจะไม่มารบกวนคุณชายอีกเด็ดขาด จะเดินอ้อมให้ไกล ไม่ให้เห็นหน้ามารกหูรกตาเลยครับ!"
พอเห็นว่ามีหวัง ไซโตะก็เริ่มใช้คำสุภาพขึ้นมา ใครจะไปมีเรื่องกับเงินทองล่ะ? พูดจาดีๆ หน่อยจะเป็นไรไป
ครู่ต่อมา ทาคิซาวะ ยูยะดูเหมือนจะตัดสินใจได้ พยักหน้าอย่างง่ายดาย "ตกลง"
"คุณชายทาคิซาวะตกลงแล้วนะ?"
"สามเดือนสี่ล้านเยน ฉันพอรับไหว" เขาพูดด้วยท่าทีสุขุม ไม่เหมือนคนที่ถูกบีบให้ใช้หนี้เลยสักนิด
"สมกับเป็นคุณชายทาคิซาวะ! ใจป้ำจริงๆ!" ไซโตะรีบเยินยอ "มีคุณชายอยู่ ตระกูลทาคิซาวะต้องกลับมารุ่งเรืองได้ในไม่ช้าแน่ งั้น...
"โยชิดะ! เอาสัญญาออกมา!"
ไม่คิดว่าจะจัดการเรื่องนี้ได้ง่ายดายขนาดนี้ ไซโตะเผลอลืมตัวตะโกนสั่งลูกน้องด้านหลังให้เอาสัญญาออกมา
ทว่า เขายื่นมือรออยู่นาน กลับไม่มีใครตอบรับ ไม่มีกระดาษแผ่นใดถูกส่งมาใส่มือ
ตรงข้ามเขา ทาคิซาวะ ยูยะกำลังจ้องมองเขาด้วยรอยยิ้ม
บรรยากาศเริ่มแปร่งปร่าแปลกประหลาด
ไม่ชอบมาพากล!
ไซโตะมองรอยยิ้มบนใบหน้าของทาคิซาวะ ยูยะ หัวใจกระตุกวูบ
รอยยิ้มของเขาแข็งค้าง เขาหันขวับกลับไปมอง แล้วสิ่งที่เห็นคือ...
ลูกน้องสองคนของเขา ตอนนี้นอนแผ่หลาอยู่บนพื้น หลับสนิทกรนสนั่น และตรงหน้าของทั้งคู่ แก้วกระดาษที่ว่างเปล่ากลิ้งโคลงเคลงไปมา
"..."
"..."
ไซโตะเลือดขึ้นหน้า ทั้งโกรธทั้งขำ อยากจะลุกขึ้นไปเตะเจ้าสองคนนี้สักป้าบ "ไอ้เวร! พวกแกสองคน สมองนิ่มหรือไง! เรื่องเมื่อวานเพิ่งเกิดแท้ๆ พวกแกจำใส่กะลาหัวกันไม่ได้เลยรึ!"
เมื่อกี้เขายังคิดในใจอยู่เลยว่า หลังจากเกิดเรื่องเมื่อวาน มีแต่คนโง่เท่านั้นแหละที่จะดื่มชาแก้วนี้โดยไม่ระวังตัว
แต่เขาลืมไปว่า ลูกน้องสองคนนี้ของเขา มันโง่บัดซบจริงๆ!
ทำไมเขาต้องพาไอ้สองตัวนี้มาด้วยนะ?
ไซโตะรู้สึกเจ็บใจที่ลูกน้องไม่ได้ดั่งใจ แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาโมโหพวกมัน
เขาหันขวับกลับมา ใบหน้าเคร่งเครียดมืดมนลงทันตา จ้องเขม็งไปที่ทาคิซาวะ ยูยะ "คุณชายทาคิซาวะ นี่มันหมายความว่ายังไง?"
"จะหมายความว่ายังไงได้ล่ะ?" ทาคิซาวะ ยูยะยังคงยิ้มอยู่
"คุณวางยาในชา? คุณคิดจะทำเหมือนเมื่อวานงั้นเหรอ?" ไซโตะโน้มตัวไปข้างหน้า กัดฟันกรอด พยายามข่มขู่กดดัน
ตอนนี้เขาโกรธจนแทบระเบิด
ทาคิซาวะ ยูยะพยักหน้า "ฉันก็แค่อยากลองดู แต่ก็ไม่นึกเหมือนกันว่าเจ้าโง่สองคนนี้จะเป็นได้ถึงขนาดนี้"
น้ำเสียงของเขาเจือแววเยาะเย้ยอย่างปิดไม่มิด
ไซโตะเถียงไม่ออก ก็ไอ้สองตัวนี้มันโง่จริง!
แต่ถึงจะโง่ ก็ยังเป็นลูกน้องเขา คิดได้ดังนั้น ไซโตะก็จ้องทาคิซาวะ ยูยะเขม็ง ถามเสียงแข็ง "งั้นคุณชายทาคิซาวะ สรุปคือคุณจะไม่ร่วมมือแล้วใช่ไหม? จะเบี้ยวสัญญา?"
ทาคิซาวะ ยูยะย้อนถาม "ฉันพูดแบบนั้นเหรอ?"
ไซโตะชะงัก จ้องมองแววตาของทาคิซาวะ ยูยะ ตอนนี้เขาเดาใจอีกฝ่ายไม่ถูกแล้วจริงๆ "แล้วคุณหมายความว่ายังไง?"
"ไม่มีความหมายอะไรทั้งนั้น" ทาคิซาวะ ยูยะพูดอย่างไม่ยี่หระ แล้วลุกขึ้นยืน
"คุณจะทำอะไร?" ไซโตะมองตามตาไม่กะพริบ รีบลุกขึ้นยืนตามทันที
"ฉันจะออกไปข้างนอกสักหน่อย" ทาคิซาวะ ยูยะเอ่ยขึ้นดื้อๆ
"? ออกไปข้างนอก? ไปไหน?" ไซโตะไม่เข้าใจความคิดของทาคิซาวะ ยูยะเลยสักนิด
"หิว จะไปซื้อข้าวเย็น"
"..."
"..."
ตอนนี้ความสงสัยของไซโตะมีมากกว่าความโกรธเสียอีก สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความงุนงง
ทาคิซาวะ ยูยะอธิบายอย่างลวกๆ "วางใจเถอะ ในเมื่อนายยังตื่นอยู่ ฉันก็คงโยนพวกนายออกไปเหมือนเมื่อวานไม่ได้แล้ว เรื่องมาถึงขนาดนี้ ฉันก็คงต้องคุยกับนายดีๆ
"กว่าพวกนั้นจะตื่นก็อีกสองชั่วโมง นายคงแบกสองคนนั้นออกไปจากที่นี่ไม่ไหวหรอกมั้ง? สู้หาข้าวกินรอดีกว่า ฉันไม่อยากคุยเรื่องนี้ตอนท้องหิว"
"..."
ไซโตะไม่เข้าใจ
เขาหันไปมองลูกน้องที่นอนกองกับพื้น แล้วหันกลับมามองทาคิซาวะ ยูยะที่ดูเหมือนจะออกไปซื้อข้าวเย็นจริงๆ ก็ยืนลังเลอยู่กับที่ ทำตัวไม่ถูก
ทาคิซาวะ ยูยะพูดแทรกขึ้นมาประโยคหนึ่ง "ที่นี่บ้านฉัน นายกลัวฉันหนีหรือไง?"
"..."
ประโยคนี้เองที่ทำให้ไซโตะชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนความระแวงจะมลายหายไปเกินครึ่ง
พูดถูก นี่มันบ้านเขา เขาจะหนีไปไหนได้?
เฝ้าอยู่ที่บ้านเขา พร้อมกับลูกน้องโง่เง่าสองคนนี้ รอเขากลับมาก็พอ
ทาคิซาวะ ยูยะหยิบเสื้อคลุมมาสวม แล้วเดินตรงไปยังโถงทางเข้า
มีอยู่อย่างหนึ่งที่เขาไม่ได้โกหก คือเขาหิวจริงๆ
แน่นอน นั่นไม่ใช่เหตุผลหลักที่เขาออกจากที่นี่
เขาหันกลับไปมองไซโตะที่ยังยืนเฝ้าระวังอยู่ที่เดิมด้วยสายตาระแวดระวัง
จากนั้น ในมุมอับสายตาของไซโตะ ในมือของทาคิซาวะ ยูยะพลันปรากฏเข็มฉีดยาแท่งหนึ่งขึ้นมา
'เข็มฉีดยาหรรษา (3/3)'
อันที่จริง หลังจากเจอหน้าพวกไซโตะได้ไม่นาน ทาคิซาวะ ยูยะก็คิดแผนรับมือไว้แล้ว
เหมือนอย่างตอนนี้...
ถือเข็มฉีดยาในมือ เล็งไปที่ไซโตะผู้ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ แล้วทาคิซาวะ ยูยะก็ค่อยๆ กดปุ่มฉีด
เดินออกจากประตู เก็บเข็มฉีดยาที่ใช้จำนวนครั้งไปแล้วหนึ่งครั้ง ทาคิซาวะ ยูยะมุ่งหน้าไปยังบ้านของเพื่อนบ้าน นิชิโนะ โยริโกะ
ตอนนี้ ไซโตะที่ถูกอัดฉีดด้วยความราคะจนเต็มเปี่ยม เมื่อต้องเผชิญหน้ากับชายฉกรรจ์สองคนที่ดื่มชาดำนิทราจนสลบไสลไม่ได้สติ จะเกิดอะไรขึ้น...
ทาคิซาวะ ยูยะมีจิตวิญญาณแห่งการทดลองอย่างเปี่ยมล้น
ให้ไซโตะช่วยเขาทดสอบประสิทธิภาพของไอเทมที่เพิ่งได้มาเมื่อวานหน่อยก็แล้วกัน
ถึงตอนนั้น เขาแค่เปิดกล้องมือถือ แล้วกลับเข้าไปในบ้าน
ภาพที่ถ่ายได้ก็น่าจะเพียงพอทำให้ไซโตะเสียผู้เสียคนจนไม่มีจุดยืนในสังคม
แล้วมาดูกันว่า เงิน 4 ล้านเยนนั่น เขายังจะกล้าทวงอีกไหม
คิดพลาง ทาคิซาวะ ยูยะก็เคาะประตูห้องตระกูลนิชิโนะ
ตอนนี้ ขอหลบภัยที่บ้านคุณนายนิชิโนะก่อนก็แล้วกัน
(จบแล้ว)