- หน้าแรก
- ตัวตนของข้า…คือสุราที่แท้จริง
- บทที่ 7 : นักเรียนกู้ระเบิดกับพรสวรรค์ที่ผิดคาด
บทที่ 7 : นักเรียนกู้ระเบิดกับพรสวรรค์ที่ผิดคาด
บทที่ 7 : นักเรียนกู้ระเบิดกับพรสวรรค์ที่ผิดคาด
อาจารย์ที่ปรึกษารู้สึกผิดที่เป็นคนมอบตั๋วใบนั้นให้ จนทำให้โอริคาสะต้องมาเจอกับเหตุการณ์เลวร้าย จึงเสนอให้เขาลาหยุดพักผ่อนเป็นกรณีพิเศษ
โอริคาสะซึ่งเป็นหนึ่งในตัวต้นเหตุของเรื่องวุ่นวาย รับวันหยุดนั้นไว้โดยปราศจากความรู้สึกผิดใดๆ เขาตั้งใจจะใช้เวลานี้เรียนรู้วิธีกู้ระเบิดจากมัตสึดะ
ถึงมือจะได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไร พักสักสองสามวันก็คงหายดี
เพียงแต่เขาคาดไม่ถึงเลยว่า สถานที่ที่มัตสึดะจะใช้สอนวิธีกู้ระเบิดให้เขานั้น กลับกลายเป็น... ภายในกรมตำรวจนครบาล ที่ตั้งของหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด
"ไม่งั้นนายคิดว่าเป็นที่ไหนล่ะ?" มัตสึดะ จิมเปย์สวนกลับทันควัน
ที่ไหนก็ได้ที่ไม่ใช่กรมตำรวจนครบาล!
ในฐานะสมาชิกขององค์กรอาชญากรรม โอริคาสะมีความรู้สึกต่อต้านกรมตำรวจนครบาลโดยสัญชาตญาณ
"ผมไม่อยากไป" โอริคาสะ ฮิโรโยชิเอ่ยปากปฏิเสธ
"อยากไปหรือไม่อยากไป นายก็ต้องไป รับปากแล้วจะมาคืนคำได้ยังไง?" มัตสึดะคว้าคอเสื้อด้านหลังของโอริคาสะ แล้วหิ้วเขาโยนเข้าไปในรถราวกับหิ้วลูกแมว
"ฮางิ ออกรถได้เลย"
การขัดขืนของโอริคาสะไร้ผล เขาจึงทำได้เพียงนั่งสงบเสงี่ยมอยู่ในรถ
เหลือเชื่อจริงๆ นอกจากจะมีเพื่อนบ้านเป็นตำรวจถึงสองคนแล้ว ตอนนี้เขายังต้องไปเผชิญหน้ากับฝูงตำรวจอีกโขยงใหญ่
ฝูงตำรวจจำนวนมาก...
แม้คราวก่อนที่มาให้ปากคำจะเคยเข้ามาในกรมตำรวจแล้ว แต่ตอนนั้นเจอคนแค่ไม่กี่คน ทว่าครั้งนี้เขาต้องไปเจอกับคนทั้งหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด
เป็นสถานการณ์ที่น่าอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก
เมื่อโอริคาสะและสองคู่หูมาถึงอาคารกรมตำรวจนครบาล ก็บังเอิญเจอกับหมวดซาโต้และหมวดทาคางิที่กำลังจะออกไปทำธุระข้างนอกพอดี
มัตสึดะพยักหน้าทักทายทั้งสองคนเล็กน้อย
ซาโต้มองโอริคาสะด้วยความแปลกใจ "นี่ใช่น้องคนที่เจอวันนั้นหรือเปล่าคะ...?"
ฮางิวาระฉีกยิ้มกว้างพร้อมกับยกแขนโอบไหล่โอริคาสะ "ใช่ครับ คนที่ช่วยชีวิตผมกับจิมเปย์จังไว้ พอเราย้ายบ้านถึงเพิ่งรู้ว่าบังเอิญเป็นเพื่อนบ้านกันน่ะครับ"
"บังเอิญจังเลยนะคะ ฉันกับทาคางิคุงต้องรีบไปทำธุระข้างนอก เอาไว้กลับมาแล้วพวกเราขอเลี้ยงข้าวสักมื้อนะคะ คราวก่อนน้องช่วยพวกเราไว้มากจริงๆ" ซาโต้รีบพูดอย่างรวดเร็ว
ฮางิวาระมองตามหลังซาโต้และทาคางิที่เดินจากไป แล้วศอกเข้าที่ไหล่มัตสึดะเบาๆ "นายไม่ลองจีบเธอดูหน่อยเหรอ? สเปกนายเลยไม่ใช่รึไง?"
มัตสึดะหยิบแว่นกันแดดออกมาสวม "ถ้าฉันมีแฟน ฮางิจะแอบไปนั่งร้องไห้ขี้มูกโป่งอยู่มุมห้องรึเปล่าล่ะ?"
"จิมเปย์จังมองฉันเป็นคนยังไงเนี่ย?" ฮางิวาระ เคนจิหัวเราะ "ถึงจะรู้สึกเหงาไปบ้าง แต่ฉันก็ต้องดีใจอยู่แล้วที่เพื่อนรักมีความสุข"
"เฮ้ย พวกนายแอบนินทาอะไรฉันอยู่รึเปล่า? เมื่อกี้เหมือนได้ยินชื่อฉันแว่วๆ นะ" เสียงทุ้มต่ำของผู้ชายดังมาจากด้านหลัง
โอริคาสะหันกลับไปมองแล้วก็ต้องสะดุ้ง—สูงชะมัด!
ถึงจะเคยเห็นในมังงะมาแล้ว แต่ในมังงะกับความจริงมันคนละเรื่องกันเลย การได้เห็นคนตัวสูงขนาดนี้ในชีวิตจริงมันสร้างแรงกดดันได้อย่างน่าประหลาด
"ไม่ได้พูดอะไรสักหน่อย หัวหน้าห้อง ช่วงนี้ความสัมพันธ์ของนายกับนาตาลีเป็นไงบ้าง?"
ดาเตะ วาตารุ เกาหัวแก้เขิน "ฉันกะว่าจะขอแต่งงานแล้วนะ แต่นาตาลีบอกว่าการคบกันกับการแต่งงานมันคนละเรื่องกัน เธออยากจะรออีกสักสองปีค่อยแต่งน่ะ"
ฮางิวาระพยักหน้าเห็นด้วย "ก็จริงนะ ผู้หญิงมักจะมีความกังวลเรื่องการแต่งงานมากกว่าผู้ชายอยู่แล้ว"
"แต่แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน ฉันจะได้มีเวลาเก็บเงินอีกสองปีเพื่อจัดงานแต่งงานสวยๆ ให้เธอ"
ดาเตะ วาตารุเดินเข้ามาใกล้ "แล้วนี่คือเด็กที่พวกนายพามาเรียนกู้ระเบิดเหรอ?"
ฮางิวาระพยักหน้า "ใช่ครับ ถ้าไม่ได้เขา ผมกับจิมเปย์จังคงไม่ได้มายืนอยู่ตรงนี้อย่างปลอดภัยแล้ว"
ดาเตะตบไหล่โอริคาสะเบาๆ "ขอบใจมากนะเจ้าหนู"
...
คือว่า ผมอายุสิบแปดแล้วนะ ไม่ใช่เด็กๆ แล้ว
"ไม่ใช่เด็กคนนั้นหรอกเหรอ ที่นายดูแลอยู่?" มัตสึดะถามดาเตะขณะเดินตามหลัง
"ใคร?" ดาเตะทำหน้างง
"คนที่ยืนอยู่ข้างซาโต้เมื่อกี้ไง"
"อ๋อ นายหมายถึงทาคางิน่ะเหรอ? ฉันเป็นคนดูแลหมอนั่นก็จริง แต่พวกนายบอกว่าจะพาเด็กมาด้วย ฉันเลยฝากซาโต้ช่วยดูแลหมอนั่นสักวันน่ะสิ" ดาเตะเลิกคิ้วมองมัตสึดะ
"ทำไม นายสนใจซาโต้ด้วยเหรอ? เธอเป็นดอกไม้งามประจำแผนกสืบสวนที่หนึ่งเลยนะ ผู้ชายที่อยากเดตกับเธอต่อแถวยาวไปจนสุดหน้ากรมตำรวจโน่น"
มัตสึดะเงียบ ไม่ตอบโต้
ฮางิวาระ เคนจิสมกับฉายาคนเข้าถึงง่ายจริงๆ ตลอดทางที่เดินเข้ากรมตำรวจ มีตำรวจหญิงเข้ามาทักทายเขาไม่ขาดสาย และเขาก็จำชื่อจำหน้าทุกคนได้หมด
ที่น่าทึ่งยิ่งกว่าคือ แม้จะมีสาวๆ เข้ามาแสดงความสนิทสนมมากมายขนาดนี้ แต่เขากลับไม่สร้างความขุ่นเคืองให้ตำรวจชายคนอื่นๆ เลย
"สกิลแบบนี้ ชาตินี้ผมคงทำไม่ได้แน่" โอริคาสะคิดในใจ
หน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิดมีการฝึกซ้อมเป็นประจำ มัตสึดะใช้เส้นสายส่วนตัวพาโอริคาสะเข้ามาในพื้นที่ฝึก
ตอนแรกเบื้องบนก็ไม่เห็นด้วย แต่พอได้ยินอายุและประวัติการศึกษาของโอริคาสะ พวกเขาก็ไฟเขียวทันที "มัตสึดะ นายกับฮางิวาระดูแลเขาดีๆ แล้วลองชักชวนให้อยู่ต่อทีนะ เราต้องการคนเก่งๆ แบบนี้"
ให้อยู่ต่อเหรอ?
ถ้าโอริคาสะสมัครใจ เขาคงไม่ห้าม แต่ก็คงไม่ช่วยเกลี้ยกล่อมเหมือนกัน
เขารู้ดีกว่าใครถึงอันตรายของหน่วยกู้ระเบิด แม้แต่ฝ่ายทฤษฎีที่อยู่แนวหลัง หากกำลังคนไม่พอ ก็อาจถูกส่งออกไปกู้ระเบิดแนวหน้าได้ทุกเมื่อ ยิ่งไปกว่านั้น...
มัตสึดะจุดบุหรี่สูบ พลางนึกย้อนไปถึงตอนที่เขาไปฟังคำสารภาพของคนร้ายที่แผนกสืบสวนที่หนึ่ง
คนร้ายสารภาพว่าเมื่อสี่ปีก่อน เพื่อนร่วมแก๊งของมันตายด้วยอุบัติเหตุรถชนขณะหลบหนี
มันโทษว่าเป็นความผิดของตำรวจทุกอย่าง จึงวางแผนเปิดระบบระเบิดที่หยุดทำงานไปแล้วให้กลับมาทำงานอีกครั้ง โดยหวังจะลากตำรวจไปตายด้วยสักคนก็ยังดี แต่เกิดความผิดพลาดบางอย่าง ระเบิดจึงไม่ทำงาน
ตอนนั้นคนร้ายคลุ้มคลั่งมาก ตะโกนใส่หน้าพวกเขาว่า "เป็นความผิดของพวกแกนั่นแหละ!"
มัตสึดะที่ของขึ้นยิ่งกว่า ไม่ตอบคำถามแต่นวดหมัดใส่หน้าคนร้ายไปเต็มรัก
ศุกร์ที่แล้วเขาเลยกลับบ้านช้าไปสองชั่วโมง ไม่ได้อยู่เคลียร์เอกสารอะไรหรอก แต่โดนลงโทษทางวินัยข้อหาทำร้ายร่างกายผู้ต้องหาต่างหาก
ถึงจะโดนลงโทษ แต่มัตสึดะก็ไม่เสียใจเลยสักนิด
เมื่อสี่ปีก่อน ฮางิวาระออกไปกู้ระเบิดโดยไม่สวมชุดป้องกัน และรอดมาได้เพราะโชคช่วยที่ระเบิดขัดข้อง
ถ้าไม่ใช่เพราะโชคเพียงเล็กน้อยนั่น ฮางิวาระคงกลายเป็นเศษเนื้อไปแล้ว การอยู่ ณ จุดศูนย์กลางการระเบิดโดยไร้ชุดป้องกัน ร่างกายคงไม่เหลือชิ้นดีให้เก็บกู้ด้วยซ้ำ
ยังมีเพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ ในทีมอีก อย่างน้อยก็สิบคนในที่เกิดเหตุ ถ้าระเบิดทำงานขึ้นมาจริงๆ ด้วยระยะประชิดขนาดนั้น ต่อให้ใส่ชุดป้องกัน ก็คงทำได้แค่รักษาศพให้ดูสมบูรณ์ขึ้นเท่านั้นเอง
ดังนั้น พวกเขาจะไม่แทรกแซงการตัดสินใจของโอริคาสะ
แต่จะให้เขาหรือฮางิวาระเป็นคนเอ่ยปากชวนโอริคาสะมาอยู่ที่นี่... มันเป็นไปไม่ได้เด็ดขาด
สำหรับมือใหม่อย่างโอริคาสะ มัตสึดะและฮางิวาระย่อมไม่ปล่อยให้ปฏิบัติจริงกับของจริงอยู่แล้ว แม้แต่ระเบิดจำลองที่ใช้ซ้อมกันในหน่วยก็ยังไม่ให้แตะ
อันดับแรกต้องเป็นภาคทฤษฎี: การจำแนกประเภทระเบิด วิเคราะห์หลักการทำงานของแต่ละชนิด จดจำกลไกที่แตกต่างกัน การผสมผสานกลไกเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ต่างๆ วิธีสังเกตกับดัก และการรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน...
สรุปสั้นๆ คือ ข้อมูลมหาศาลและซับซ้อนจนน่าปวดหัว
แต่ที่น่าตกใจคือ โอริคาสะ ฮิโรโยชิ เรียนรู้ทั้งหมดนั้นได้ภายในเวลาไม่กี่วัน
"พวกคุณ... ไม่สิ มันเป็นแบบนี้เหรอครับ?" โอริคาสะถามพลางมองนายตำรวจสองคนที่กำลังทำหน้าตกตะลึง
"เอ่อ... กรณีของพวกฉันมันต่างออกไปน่ะ"
จริงอยู่ที่พวกเขาก็เรียนรู้ทฤษฎีได้ไวมากในตอนนั้น แต่นั่นเป็นเพราะพื้นฐานจากการเป็นเด็กชอบสร้างเรื่องและรื้อของเล่นมาตั้งแต่เด็ก ผสมผสานกับการปฏิบัติจริง
แต่โอริคาสะ... ดูไม่ใช่เด็กดื้อแบบพวกเขา ซึ่งหมายความว่าหมอนี่เรียนรู้ได้แตกฉานขนาดนี้จากทฤษฎีล้วนๆ
บางทีเบื้องบนอาจจะคิดถูก หมอนี่เหมาะกับหน่วยกู้ระเบิดจริงๆ
ถึงจะคิดแบบนั้น แต่ทั้งคู่ก็ไม่ได้พูดออกไป
"ผมรู้วิธีประกอบระเบิดแล้ว" โอริคาสะเดินไปที่ลานฝึกของหน่วยกู้ระเบิด แล้วหยิบเศษชิ้นส่วนที่ถูกสมาชิกคนอื่นถอดแยกชิ้นส่วนทิ้งไว้ขึ้นมา
แน่นอนว่าการประกอบระเบิดให้กลับมาเหมือนเดิมเป็นไปไม่ได้ แต่การนำชิ้นส่วนจำนวนมากมาประกอบเข้าด้วยกันใหม่—
"ระเบิดชนิดใหม่ครับ" โอริคาสะโชว์ระเบิดที่ประกอบขึ้นจากเศษซากให้มัตสึดะและฮางิวาระดู แม้น้ำเสียงจะราบเรียบ แต่แฝงแววอวดภูมิอยู่นัยๆ
...
ทฤษฎีการกู้ระเบิดกับการประกอบระเบิดย่อมมีความเชื่อมโยงกัน และพวกเขาก็มีหลักสูตรสอนโครงสร้างและการสร้างระเบิดจริงๆ แต่พวกเขาไม่ได้ตั้งใจจะสอนให้โอริคาสะสร้างระเบิดสักหน่อย
ก่อนหน้านี้ไม่เคยมีใครนำความรู้เรื่องกู้ระเบิดไปประยุกต์ใช้ได้รวดเร็วขนาดนี้... หรือจะพูดให้ถูกคือ แทบไม่มีใครคิดจะเอาความรู้กู้ระเบิดไปใช้สร้างระเบิดเลยมากกว่า เพราะคนที่มาเรียนที่นี่ถ้าไม่ใช่ตำรวจก็เป็นนักเรียนเตรียมตำรวจ
ฮางิวาระและมัตสึดะหันมามองหน้ากัน การสอนโอริคาสะกู้ระเบิดนี่มันเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องจริงๆ หรือเปล่านะ?
ทำไมรู้สึกเหมือนกำลังหาเรื่องปวดหัวใส่ตัวมากขึ้นเรื่อยๆ เลยล่ะเนี่ย