เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 7 : นักเรียนกู้ระเบิดกับพรสวรรค์ที่ผิดคาด

บทที่ 7 : นักเรียนกู้ระเบิดกับพรสวรรค์ที่ผิดคาด

บทที่ 7 : นักเรียนกู้ระเบิดกับพรสวรรค์ที่ผิดคาด


อาจารย์ที่ปรึกษารู้สึกผิดที่เป็นคนมอบตั๋วใบนั้นให้ จนทำให้โอริคาสะต้องมาเจอกับเหตุการณ์เลวร้าย จึงเสนอให้เขาลาหยุดพักผ่อนเป็นกรณีพิเศษ

โอริคาสะซึ่งเป็นหนึ่งในตัวต้นเหตุของเรื่องวุ่นวาย รับวันหยุดนั้นไว้โดยปราศจากความรู้สึกผิดใดๆ เขาตั้งใจจะใช้เวลานี้เรียนรู้วิธีกู้ระเบิดจากมัตสึดะ

ถึงมือจะได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไร พักสักสองสามวันก็คงหายดี

เพียงแต่เขาคาดไม่ถึงเลยว่า สถานที่ที่มัตสึดะจะใช้สอนวิธีกู้ระเบิดให้เขานั้น กลับกลายเป็น... ภายในกรมตำรวจนครบาล ที่ตั้งของหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด

"ไม่งั้นนายคิดว่าเป็นที่ไหนล่ะ?" มัตสึดะ จิมเปย์สวนกลับทันควัน

ที่ไหนก็ได้ที่ไม่ใช่กรมตำรวจนครบาล!

ในฐานะสมาชิกขององค์กรอาชญากรรม โอริคาสะมีความรู้สึกต่อต้านกรมตำรวจนครบาลโดยสัญชาตญาณ

"ผมไม่อยากไป" โอริคาสะ ฮิโรโยชิเอ่ยปากปฏิเสธ

"อยากไปหรือไม่อยากไป นายก็ต้องไป รับปากแล้วจะมาคืนคำได้ยังไง?" มัตสึดะคว้าคอเสื้อด้านหลังของโอริคาสะ แล้วหิ้วเขาโยนเข้าไปในรถราวกับหิ้วลูกแมว

"ฮางิ ออกรถได้เลย"

การขัดขืนของโอริคาสะไร้ผล เขาจึงทำได้เพียงนั่งสงบเสงี่ยมอยู่ในรถ

เหลือเชื่อจริงๆ นอกจากจะมีเพื่อนบ้านเป็นตำรวจถึงสองคนแล้ว ตอนนี้เขายังต้องไปเผชิญหน้ากับฝูงตำรวจอีกโขยงใหญ่

ฝูงตำรวจจำนวนมาก...

แม้คราวก่อนที่มาให้ปากคำจะเคยเข้ามาในกรมตำรวจแล้ว แต่ตอนนั้นเจอคนแค่ไม่กี่คน ทว่าครั้งนี้เขาต้องไปเจอกับคนทั้งหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด

เป็นสถานการณ์ที่น่าอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก

เมื่อโอริคาสะและสองคู่หูมาถึงอาคารกรมตำรวจนครบาล ก็บังเอิญเจอกับหมวดซาโต้และหมวดทาคางิที่กำลังจะออกไปทำธุระข้างนอกพอดี

มัตสึดะพยักหน้าทักทายทั้งสองคนเล็กน้อย

ซาโต้มองโอริคาสะด้วยความแปลกใจ "นี่ใช่น้องคนที่เจอวันนั้นหรือเปล่าคะ...?"

ฮางิวาระฉีกยิ้มกว้างพร้อมกับยกแขนโอบไหล่โอริคาสะ "ใช่ครับ คนที่ช่วยชีวิตผมกับจิมเปย์จังไว้ พอเราย้ายบ้านถึงเพิ่งรู้ว่าบังเอิญเป็นเพื่อนบ้านกันน่ะครับ"

"บังเอิญจังเลยนะคะ ฉันกับทาคางิคุงต้องรีบไปทำธุระข้างนอก เอาไว้กลับมาแล้วพวกเราขอเลี้ยงข้าวสักมื้อนะคะ คราวก่อนน้องช่วยพวกเราไว้มากจริงๆ" ซาโต้รีบพูดอย่างรวดเร็ว

ฮางิวาระมองตามหลังซาโต้และทาคางิที่เดินจากไป แล้วศอกเข้าที่ไหล่มัตสึดะเบาๆ "นายไม่ลองจีบเธอดูหน่อยเหรอ? สเปกนายเลยไม่ใช่รึไง?"

มัตสึดะหยิบแว่นกันแดดออกมาสวม "ถ้าฉันมีแฟน ฮางิจะแอบไปนั่งร้องไห้ขี้มูกโป่งอยู่มุมห้องรึเปล่าล่ะ?"

"จิมเปย์จังมองฉันเป็นคนยังไงเนี่ย?" ฮางิวาระ เคนจิหัวเราะ "ถึงจะรู้สึกเหงาไปบ้าง แต่ฉันก็ต้องดีใจอยู่แล้วที่เพื่อนรักมีความสุข"

"เฮ้ย พวกนายแอบนินทาอะไรฉันอยู่รึเปล่า? เมื่อกี้เหมือนได้ยินชื่อฉันแว่วๆ นะ" เสียงทุ้มต่ำของผู้ชายดังมาจากด้านหลัง

โอริคาสะหันกลับไปมองแล้วก็ต้องสะดุ้ง—สูงชะมัด!

ถึงจะเคยเห็นในมังงะมาแล้ว แต่ในมังงะกับความจริงมันคนละเรื่องกันเลย การได้เห็นคนตัวสูงขนาดนี้ในชีวิตจริงมันสร้างแรงกดดันได้อย่างน่าประหลาด

"ไม่ได้พูดอะไรสักหน่อย หัวหน้าห้อง ช่วงนี้ความสัมพันธ์ของนายกับนาตาลีเป็นไงบ้าง?"

ดาเตะ วาตารุ เกาหัวแก้เขิน "ฉันกะว่าจะขอแต่งงานแล้วนะ แต่นาตาลีบอกว่าการคบกันกับการแต่งงานมันคนละเรื่องกัน เธออยากจะรออีกสักสองปีค่อยแต่งน่ะ"

ฮางิวาระพยักหน้าเห็นด้วย "ก็จริงนะ ผู้หญิงมักจะมีความกังวลเรื่องการแต่งงานมากกว่าผู้ชายอยู่แล้ว"

"แต่แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน ฉันจะได้มีเวลาเก็บเงินอีกสองปีเพื่อจัดงานแต่งงานสวยๆ ให้เธอ"

ดาเตะ วาตารุเดินเข้ามาใกล้ "แล้วนี่คือเด็กที่พวกนายพามาเรียนกู้ระเบิดเหรอ?"

ฮางิวาระพยักหน้า "ใช่ครับ ถ้าไม่ได้เขา ผมกับจิมเปย์จังคงไม่ได้มายืนอยู่ตรงนี้อย่างปลอดภัยแล้ว"

ดาเตะตบไหล่โอริคาสะเบาๆ "ขอบใจมากนะเจ้าหนู"

...

คือว่า ผมอายุสิบแปดแล้วนะ ไม่ใช่เด็กๆ แล้ว

"ไม่ใช่เด็กคนนั้นหรอกเหรอ ที่นายดูแลอยู่?" มัตสึดะถามดาเตะขณะเดินตามหลัง

"ใคร?" ดาเตะทำหน้างง

"คนที่ยืนอยู่ข้างซาโต้เมื่อกี้ไง"

"อ๋อ นายหมายถึงทาคางิน่ะเหรอ? ฉันเป็นคนดูแลหมอนั่นก็จริง แต่พวกนายบอกว่าจะพาเด็กมาด้วย ฉันเลยฝากซาโต้ช่วยดูแลหมอนั่นสักวันน่ะสิ" ดาเตะเลิกคิ้วมองมัตสึดะ

"ทำไม นายสนใจซาโต้ด้วยเหรอ? เธอเป็นดอกไม้งามประจำแผนกสืบสวนที่หนึ่งเลยนะ ผู้ชายที่อยากเดตกับเธอต่อแถวยาวไปจนสุดหน้ากรมตำรวจโน่น"

มัตสึดะเงียบ ไม่ตอบโต้

ฮางิวาระ เคนจิสมกับฉายาคนเข้าถึงง่ายจริงๆ ตลอดทางที่เดินเข้ากรมตำรวจ มีตำรวจหญิงเข้ามาทักทายเขาไม่ขาดสาย และเขาก็จำชื่อจำหน้าทุกคนได้หมด

ที่น่าทึ่งยิ่งกว่าคือ แม้จะมีสาวๆ เข้ามาแสดงความสนิทสนมมากมายขนาดนี้ แต่เขากลับไม่สร้างความขุ่นเคืองให้ตำรวจชายคนอื่นๆ เลย

"สกิลแบบนี้ ชาตินี้ผมคงทำไม่ได้แน่" โอริคาสะคิดในใจ

หน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิดมีการฝึกซ้อมเป็นประจำ มัตสึดะใช้เส้นสายส่วนตัวพาโอริคาสะเข้ามาในพื้นที่ฝึก

ตอนแรกเบื้องบนก็ไม่เห็นด้วย แต่พอได้ยินอายุและประวัติการศึกษาของโอริคาสะ พวกเขาก็ไฟเขียวทันที "มัตสึดะ นายกับฮางิวาระดูแลเขาดีๆ แล้วลองชักชวนให้อยู่ต่อทีนะ เราต้องการคนเก่งๆ แบบนี้"

ให้อยู่ต่อเหรอ?

ถ้าโอริคาสะสมัครใจ เขาคงไม่ห้าม แต่ก็คงไม่ช่วยเกลี้ยกล่อมเหมือนกัน

เขารู้ดีกว่าใครถึงอันตรายของหน่วยกู้ระเบิด แม้แต่ฝ่ายทฤษฎีที่อยู่แนวหลัง หากกำลังคนไม่พอ ก็อาจถูกส่งออกไปกู้ระเบิดแนวหน้าได้ทุกเมื่อ ยิ่งไปกว่านั้น...

มัตสึดะจุดบุหรี่สูบ พลางนึกย้อนไปถึงตอนที่เขาไปฟังคำสารภาพของคนร้ายที่แผนกสืบสวนที่หนึ่ง

คนร้ายสารภาพว่าเมื่อสี่ปีก่อน เพื่อนร่วมแก๊งของมันตายด้วยอุบัติเหตุรถชนขณะหลบหนี

มันโทษว่าเป็นความผิดของตำรวจทุกอย่าง จึงวางแผนเปิดระบบระเบิดที่หยุดทำงานไปแล้วให้กลับมาทำงานอีกครั้ง โดยหวังจะลากตำรวจไปตายด้วยสักคนก็ยังดี แต่เกิดความผิดพลาดบางอย่าง ระเบิดจึงไม่ทำงาน

ตอนนั้นคนร้ายคลุ้มคลั่งมาก ตะโกนใส่หน้าพวกเขาว่า "เป็นความผิดของพวกแกนั่นแหละ!"

มัตสึดะที่ของขึ้นยิ่งกว่า ไม่ตอบคำถามแต่นวดหมัดใส่หน้าคนร้ายไปเต็มรัก

ศุกร์ที่แล้วเขาเลยกลับบ้านช้าไปสองชั่วโมง ไม่ได้อยู่เคลียร์เอกสารอะไรหรอก แต่โดนลงโทษทางวินัยข้อหาทำร้ายร่างกายผู้ต้องหาต่างหาก

ถึงจะโดนลงโทษ แต่มัตสึดะก็ไม่เสียใจเลยสักนิด

เมื่อสี่ปีก่อน ฮางิวาระออกไปกู้ระเบิดโดยไม่สวมชุดป้องกัน และรอดมาได้เพราะโชคช่วยที่ระเบิดขัดข้อง

ถ้าไม่ใช่เพราะโชคเพียงเล็กน้อยนั่น ฮางิวาระคงกลายเป็นเศษเนื้อไปแล้ว การอยู่ ณ จุดศูนย์กลางการระเบิดโดยไร้ชุดป้องกัน ร่างกายคงไม่เหลือชิ้นดีให้เก็บกู้ด้วยซ้ำ

ยังมีเพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ ในทีมอีก อย่างน้อยก็สิบคนในที่เกิดเหตุ ถ้าระเบิดทำงานขึ้นมาจริงๆ ด้วยระยะประชิดขนาดนั้น ต่อให้ใส่ชุดป้องกัน ก็คงทำได้แค่รักษาศพให้ดูสมบูรณ์ขึ้นเท่านั้นเอง

ดังนั้น พวกเขาจะไม่แทรกแซงการตัดสินใจของโอริคาสะ

แต่จะให้เขาหรือฮางิวาระเป็นคนเอ่ยปากชวนโอริคาสะมาอยู่ที่นี่... มันเป็นไปไม่ได้เด็ดขาด

สำหรับมือใหม่อย่างโอริคาสะ มัตสึดะและฮางิวาระย่อมไม่ปล่อยให้ปฏิบัติจริงกับของจริงอยู่แล้ว แม้แต่ระเบิดจำลองที่ใช้ซ้อมกันในหน่วยก็ยังไม่ให้แตะ

อันดับแรกต้องเป็นภาคทฤษฎี: การจำแนกประเภทระเบิด วิเคราะห์หลักการทำงานของแต่ละชนิด จดจำกลไกที่แตกต่างกัน การผสมผสานกลไกเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ต่างๆ วิธีสังเกตกับดัก และการรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน...

สรุปสั้นๆ คือ ข้อมูลมหาศาลและซับซ้อนจนน่าปวดหัว

แต่ที่น่าตกใจคือ โอริคาสะ ฮิโรโยชิ เรียนรู้ทั้งหมดนั้นได้ภายในเวลาไม่กี่วัน

"พวกคุณ... ไม่สิ มันเป็นแบบนี้เหรอครับ?" โอริคาสะถามพลางมองนายตำรวจสองคนที่กำลังทำหน้าตกตะลึง

"เอ่อ... กรณีของพวกฉันมันต่างออกไปน่ะ"

จริงอยู่ที่พวกเขาก็เรียนรู้ทฤษฎีได้ไวมากในตอนนั้น แต่นั่นเป็นเพราะพื้นฐานจากการเป็นเด็กชอบสร้างเรื่องและรื้อของเล่นมาตั้งแต่เด็ก ผสมผสานกับการปฏิบัติจริง

แต่โอริคาสะ... ดูไม่ใช่เด็กดื้อแบบพวกเขา ซึ่งหมายความว่าหมอนี่เรียนรู้ได้แตกฉานขนาดนี้จากทฤษฎีล้วนๆ

บางทีเบื้องบนอาจจะคิดถูก หมอนี่เหมาะกับหน่วยกู้ระเบิดจริงๆ

ถึงจะคิดแบบนั้น แต่ทั้งคู่ก็ไม่ได้พูดออกไป

"ผมรู้วิธีประกอบระเบิดแล้ว" โอริคาสะเดินไปที่ลานฝึกของหน่วยกู้ระเบิด แล้วหยิบเศษชิ้นส่วนที่ถูกสมาชิกคนอื่นถอดแยกชิ้นส่วนทิ้งไว้ขึ้นมา

แน่นอนว่าการประกอบระเบิดให้กลับมาเหมือนเดิมเป็นไปไม่ได้ แต่การนำชิ้นส่วนจำนวนมากมาประกอบเข้าด้วยกันใหม่—

"ระเบิดชนิดใหม่ครับ" โอริคาสะโชว์ระเบิดที่ประกอบขึ้นจากเศษซากให้มัตสึดะและฮางิวาระดู แม้น้ำเสียงจะราบเรียบ แต่แฝงแววอวดภูมิอยู่นัยๆ

...

ทฤษฎีการกู้ระเบิดกับการประกอบระเบิดย่อมมีความเชื่อมโยงกัน และพวกเขาก็มีหลักสูตรสอนโครงสร้างและการสร้างระเบิดจริงๆ แต่พวกเขาไม่ได้ตั้งใจจะสอนให้โอริคาสะสร้างระเบิดสักหน่อย

ก่อนหน้านี้ไม่เคยมีใครนำความรู้เรื่องกู้ระเบิดไปประยุกต์ใช้ได้รวดเร็วขนาดนี้... หรือจะพูดให้ถูกคือ แทบไม่มีใครคิดจะเอาความรู้กู้ระเบิดไปใช้สร้างระเบิดเลยมากกว่า เพราะคนที่มาเรียนที่นี่ถ้าไม่ใช่ตำรวจก็เป็นนักเรียนเตรียมตำรวจ

ฮางิวาระและมัตสึดะหันมามองหน้ากัน การสอนโอริคาสะกู้ระเบิดนี่มันเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องจริงๆ หรือเปล่านะ?

ทำไมรู้สึกเหมือนกำลังหาเรื่องปวดหัวใส่ตัวมากขึ้นเรื่อยๆ เลยล่ะเนี่ย

จบบทที่ บทที่ 7 : นักเรียนกู้ระเบิดกับพรสวรรค์ที่ผิดคาด

คัดลอกลิงก์แล้ว