- หน้าแรก
- โลกวิบัติเเล้วไง ผมมีระบบข่าวกรองรายวัน
- บทที่ 11 - ก่อตั้งขบวนรถผู้รอดชีวิต และกฎเหล็กสามข้อ
บทที่ 11 - ก่อตั้งขบวนรถผู้รอดชีวิต และกฎเหล็กสามข้อ
บทที่ 11 - ก่อตั้งขบวนรถผู้รอดชีวิต และกฎเหล็กสามข้อ
บทที่ 11 - ก่อตั้งขบวนรถผู้รอดชีวิต และกฎเหล็กสามข้อ
หลงเย่ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า "ฉันมีข้อเสนอ ในเมื่อน้องชายเย่มีเข็มทิศนำทางแถมยังเป็นระดับ 2 น้องชายเย่รับไป 5 ส่วน น้องชายเจี้ยนกั๋ว 3 ส่วน ส่วนฉันเอาแค่ 2 ส่วน เป็นไง?"
เย่ฝานได้ประโยชน์ ย่อมไม่มีปัญหา เขาหันไปมองขงเจี้ยนกั๋ว เห็นว่าอีกฝ่ายสีหน้าเรียบเฉย
ขงเจี้ยนกั๋วมองไปที่ภรรยาและลูกสาวอีกครั้ง แล้วพูดขึ้นว่า "ผมไม่มีปัญหา แต่มีข้อแม้หนึ่งข้อ
ถ้าวันหนึ่งผลข้างเคียงของลำดับพลังทำให้สัญชาตญาณสัตว์ป่าครอบงำสติสัมปชัญญะของผม ผมขอให้พวกคุณช่วยปกป้องลูกเมียผมให้ดีที่สุด
ผมขอแค่คำสัญญานี้ ไม่งั้นผมคงไม่กล้าสู้สุดตัว!"
สีหน้าของขงเจี้ยนกั๋วเคร่งขรึมจริงจัง เย่ฝานดูออกว่าเขารักลูกเมียมากแค่ไหน
หลงเย่รับคำหนักแน่น "ไม่มีปัญหา ฉันสัญญา!"
ขงเจี้ยนกั๋วส่งสายตาขอบคุณกลับไป
จากนั้นเขาหันมามองเย่ฝาน น้ำเสียงเจือแววขอร้อง "น้องชายเย่ แล้วนายล่ะ?"
เย่ฝานนิ่งคิดครู่หนึ่งก่อนตอบ "ฉันไม่รับปากสุ่มสี่สุ่มห้า สิ่งที่รับประกันได้คือ ตราบใดที่ไม่กระทบความปลอดภัยของตัวเอง ฉันจะพยายามปกป้องพวกเธอให้ดีที่สุด แต่ขอบอกไว้ก่อน ที่นี่ไม่เลี้ยงคนไร้ประโยชน์!"
ได้ยินดังนั้น ขงเจี้ยนกั๋วก็ยิ้มกว้างอย่างซื่อๆ "วางใจได้ เมียผมขยันมาก! ลูกสาวผมก็เด็กดี!"
เย่ฝานไม่อยากคุยเรื่องนี้ต่อ
จึงเปลี่ยนเรื่อง หันไปถามหลงเย่ "กัปตัน แล้วชื่อขบวนรถล่ะ คิดไว้หรือยัง? แล้วจะบริหารจัดการยังไง?"
หลงเย่ตอบแบบไม่ใส่ใจ "แค่ชื่อเอง เรียกอะไรก็ได้มั้ง งั้นเอาเป็น 'ขบวนรถผู้รอดชีวิต' ดีไหม?"
เย่ฝานพยักหน้า ขงเจี้ยนกั๋วก็ไม่มีปัญหา
"โอเค งั้นขบวนรถของเรา ต่อไปนี้จะเรียกว่า 'ขบวนรถผู้รอดชีวิต'!"
เป็นอันว่าขบวนรถผู้รอดชีวิตได้ถือกำเนิดขึ้นอย่างเป็นทางการ
หลงเย่พูดต่อ "ส่วนการบริหาร ในเมื่อเป็นวันสิ้นโลกแล้ว ฉันกะว่าจะบริหารแบบหลวมๆ ตามกฎที่คุยกันไว้ เราให้ความคุ้มครองคนธรรมดา แลกกับที่พวกเขาต้องส่งเสบียงที่หาได้ 70% เข้ากองกลาง ส่วนนี้จะแบ่งมาใช้บริหารขบวนรถส่วนหนึ่ง ที่เหลือเราแบ่งกันตามสัดส่วน นอกเหนือจากนี้ฉันจะไม่เข้าไปยุ่ง"
"นอกจากนี้ ฉันมีข้อเรียกร้องแค่อย่างเดียว คือในขบวนรถต้องยึดถือความยุติธรรม!"
"เราสนับสนุนให้แลกเปลี่ยนของกันได้อิสระ ถ้าพอใจทั้งสองฝ่ายก็แลกกันได้ ห้ามบังคับซื้อขาย!"
"ข้อนี้ทั้งสองคนไม่มีปัญหาใช่ไหม?"
พูดถึงตรงนี้ หลงเย่หยุดเพื่อขอความเห็น พอเห็นทั้งคู่พยักหน้า เขาจึงพูดต่อ
"ข้อสุดท้าย ห้ามหลุดขบวน! ไม่ว่าใคร ถ้าหลุดขบวนไป ฉันจะไม่หยุดรอเด็ดขาด เพราะเมื่อขบวนรถออกเดินทาง หมายความว่าข้างหลังต้องมีสิ่งลี้ลับไล่ตามมา ฉันจะไม่อาเสี่ยงพาคนทั้งขบวนไปตาย!"
เมื่อตกลงกันได้ หลงเย่ก็เรียกลุงหลี่ที่ยืนอยู่ด้านหลังมา ลุงหลี่ผมขาวโพลนแต่แววตายังคมกริบ หลงเย่ถ่ายทอดข้อตกลงให้ฟัง ลุงหลี่ก็รีบไปจัดการประกาศให้คนในขบวนรถรับทราบทันที
กฎเหล็กสามข้อของขบวนรถผู้รอดชีวิต จึงฝังลึกอยู่ในใจของทุกคน
กฎข้อที่ 1: ผู้มีพลังพิเศษจะให้ความคุ้มครองคนธรรมดา เพื่อเป็นการตอบแทน คนธรรมดาต้องส่งมอบเสบียงที่หาได้ 70% ให้ขบวนรถ โดยครึ่งหนึ่งใช้บริหารจัดการ อีกครึ่งเป็นของผู้มีพลังพิเศษ
กฎข้อที่ 2: ขบวนรถผู้รอดชีวิตยึดถือความยุติธรรม สนับสนุนการแลกเปลี่ยนเสรี ห้ามบังคับข่มขู่ หากฝ่าฝืน ผู้มีพลังพิเศษจะลงมือสังหารทันที
กฎข้อที่ 3: เป้าหมายของขบวนรถคือการค้นหาดินแดนแห่งบทสรุป ห้ามหลุดขบวนเด็ดขาด การหลุดขบวนหมายถึงความตาย!
ปัจจุบันขบวนรถมีสมาชิก 167 คน หลังประกาศกฎสามข้อ มี 37 คนขอถอนตัว หลงเย่ไม่ได้รั้งไว้ แต่ที่น่าแปลกใจคือมี 13 คนที่ได้ยินกฎแล้วขอเข้าร่วม
สุดท้าย ขบวนรถผู้รอดชีวิตจึงมีสมาชิกทั้งหมด 143 คน
เย่ฝานอดชื่นชม 13 คนนี้ไม่ได้ ต้องยอมรับว่าคนพวกนี้ฉลาดใช้ได้
พื้นที่รวมตัวตอนนี้แบ่งออกเป็นสองฝั่งชัดเจน ฝั่งขวาคือขบวนรถผู้รอดชีวิต 143 คน ภายใต้การจัดการของลุงหลี่ ทรัพยากรถูกจัดสรรอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นขบวนรถขนาดใหญ่จำนวน 32 คัน
ส่วนฝั่งซ้าย เป็นกลุ่มกระจัดกระจายกว่า 300 คน ต่างคนต่างอยู่ จับกลุ่มกันเอง
พวกเขามองมาทางฝั่งขบวนรถผู้รอดชีวิตเป็นระยะ ปากก็พ่นคำเยาะเย้ยถากถาง หาว่าคนฝั่งนั้นโง่ที่ยอมยกเสบียงให้คนอื่นฟรีๆ
"พวกโง่เอ๊ย ให้ของกินคนอื่นฟรีๆ เฉย!"
"นั่นสิ สมองกลับกันหมดแล้วมั้ง?"
"ดินแดนแห่งบทสรุปอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ พวกนั้นก็แค่หลอกเอาของกินชัดๆ!"
"แค่สามคนนั่นจะปกป้องพวกเราได้เหรอ? เหอะ ก็แค่ไอ้ยักษ์นั่นดูพึ่งพาได้หน่อย อีกสองคนตัวแห้งๆ ฉันคนเดียวก็จัดการได้แล้ว ผู้มีพลังพิเศษอะไรกัน ขยะชัดๆ!" ชายกล้ามโตโอบผู้หญิงแต่งตัววับๆ แวมๆ พูดเหยียดหยาม
ผู้หญิงคนนั้นลูบกล้ามอกฝ่ายชาย สายตาเต็มไปด้วยความโลภ พลางออเซาะ "ใช่ค่ะ พี่สงของหนูเก่งที่สุดเลย!"
"ฮ่าๆ เป็นไง อยากโดนอีกแล้วเหรอจ๊ะ?"
หลงเย่ไม่ได้ห้ามปรามบรรยากาศแบบนี้ ขำตายล่ะ นี่มันวันสิ้นโลกนะ พวกเขาไม่ต้องการพวกนกสองหัว!
บรรยากาศแบบนี้แหละดี จะได้คัดพวกโลเลให้ย้ายฝั่งไปซะ จะได้ไม่มาถ่วงแข้งถ่วงขาที่หลัง!
แน่นอนว่ายังมีคนฉลาดที่ไม่หวั่นไหวกับเสียงนกเสียงกา แถมยังช่วยปลอบใจคนรอบข้าง
หญิงสาวหน้าอกตูมคนหนึ่งพูดเสียงดังฟังชัด ราวกับตั้งใจให้พวกหลงเย่ได้ยิน "พวกเธอนี่โง่จริงๆ ที่ท่านผู้มีพลังพิเศษยอมพาเราไปด้วยถือเป็นบุญแค่ไหนแล้ว ไม่งั้นถ้าสัตว์ประหลาดมาจริงๆ จะเอาอะไรไปสู้?"
สิ้นเสียง ฝั่งตรงข้ามก็สวนกลับทันที "โอ้โฮ วันสิ้นโลกยังไม่ถึงสามชั่วโมง ก็มีคนรีบเลียแข้งเลียขาซะแล้ว เป็นไง คืนนี้จะไปมุดมุ้งใครหรือเปล่าจ๊ะ?"
เสียงหัวเราะครื้นเครงดังมาจากฝั่งตรงข้าม พร้อมคำดูถูกสารพัด
"ฉันพนันเลย คืนนี้ต้องมีอีตัวทนไม่ไหวแน่"
"คนเรานี่มันร่านจริงๆ ยอมลดศักดิ์ศรีได้ขนาดนี้!"
"เหอะ ผู้มีพลังพิเศษ บ้าบออะไร ต่อให้มาขอร้องฉันให้ตายฉันก็ไม่ไปหรอก!"
"สาวๆ ฝั่งโน้น ข้ามมาทางนี้สิ ไม่ต้องกลัว พวกเราไปหาดินแดนแห่งบทสรุปเองก็ได้!"
พอเห็นว่าผู้คุมกฎฝั่งขบวนรถผู้รอดชีวิตนิ่งเฉย หลายคนก็เริ่มใจแกว่ง
วัยรุ่นหนุ่มสาวที่อยู่ขอบขบวนรถเริ่มแอบหิ้วกระเป๋าหนีออกจากกลุ่ม
เห็นแบบนั้น หลงเย่ก็ตะโกนบอก "ถ้าใครอยากไปก็ไปเลย ฉันไม่ห้าม จะเอาของคืนไปด้วยก็ได้"
คำพูดนี้เรียกเสียงฮือฮาได้ทันที
พวกนักเลงบางคนถึงกับกล้าไปทวงของคืนจากลุงหลี่ ซึ่งแกก็คืนให้แต่โดยดี พอเห็นแบบนั้น คนก็ยิ่งทยอยออกไปกันอีกเพียบ
เย่ฝานนั่งกินเนื้อกระป๋อง ดูละครฉากใหญ่อย่างเพลิดเพลิน
เถ้าแก่จ้าวที่เคยทำธุรกิจมาก่อนร้อนใจ "ลูกพี่เย่ เราต้องเตือนกัปตันหลงหน่อยไหม? คนจะหนีหมดแล้วนะ เดี๋ยวใจคนแตกแยกจะคุมยากนะ"
ไอ้อ้วนทำท่าทองไม่รู้ร้อน "เถ้าแก่ อย่าไปคิดมากน่า ช่างหัวมันปะไร!"
พูดจบก็ขนของกินมาประเคนเย่ฝานต่อ ตอนนี้เขารู้เรื่องวันสิ้นโลกพอสมควร และรู้ถึงผลข้างเคียงของพลังเย่ฝานด้วย
เขาแค่อยากขุนให้เพื่อนแกร่ง เพื่อนรอด เขาก็รอด
เย่ฝานตอบเถ้าแก่จ้าวเรียบๆ "อย่าคิดมาก รอดูละครสนุกๆ เถอะ เอาเวลาไปช่วยเมียทำกับข้าวดีกว่า หิวจะแย่แล้ว!"
เถ้าแก่จ้าวได้ยินดังนั้นก็รีบกลับไปช่วยงาน แต่ตายังมองไปที่แคมป์ฝั่งตรงข้าม คิ้วขมวดด้วยความกังวล
หลิวอิงพูดปลอบ "พ่อมัน เลิกคิดมากเถอะ นี่มันฮ่องเต้ไม่รีบ ขันทีรีบชัดๆ ทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุดเถอะ พ่อเองก็เคยพูดไม่ใช่เหรอ?"
"ใช่ค่ะพ่อ รีบทำข้าวเถอะ พี่เย่ฝานบ่นหิวแล้ว พี่เขาโคตรกินจุเลย กินมาเป็นชั่วโมงแล้วปากไม่หยุดเลย หนูอิจฉาจัง ทำไมกินเท่าไหร่พุงก็ไม่ป่องนะ?"
เถ้าแก่จ้าวมองอย่างอิจฉา "เขาเป็นผู้มีพลังพิเศษนี่ลูก ได้ยินว่าพี่เย่ฝานยิ่งกินยิ่งเก่ง ถ้าพ่อมีพลังแบบนั้นบ้างคงปกป้องหนูเสวี่ยได้..."
ขณะที่เถ้าแก่จ้าวกำลังเพ้อ ไอ้อ้วนก็เดินหน้าเครียดเข้ามา
บทที่ 12 - หนวดมรณะล้างบาง เย่ฝานออกโรง!
เขากระซิบข้างหูเถ้าแก่จ้าว "ให้เสวี่ยเอ๋อร์ขึ้นไปรอในรถ เก็บของให้เรียบร้อย ถ้าสถานการณ์ไม่ดี ขึ้นรถเตรียมเผ่นได้เลย อ้อ อย่าลืมเอาหม้อไปด้วย"
เถ้าแก่จ้าวงงเป็นไก่ตาแตก เกิดอะไรขึ้น?
ถึงจะไม่เข้าใจ แต่เขาไม่กล้าเอาชีวิตลูกสาวมาล้อเล่น รีบไล่เสวี่ยเอ๋อร์ขึ้นรถ แล้วเร่งหลิวอิงให้ทำกับข้าว ส่วนตัวเองก็แอบเก็บของที่ไม่จำเป็นเงียบๆ
เมื่อนาทีที่แล้ว เย่ฝานที่กำลังดูละคร จู่ๆ ก็เห็นลุงหลี่ข้างรถหลงเย่เริ่มเก็บของ
เขาเลยส่งสายตาเป็นเชิงถามไปหาหลงเย่ อีกฝ่ายส่งสายตารู้กันกลับมา พร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
จากนั้นหลงเย่ก็เดินมาหาเย่ฝาน กระซิบอะไรบางอย่าง แล้วเดินไปคุยกับขงเจี้ยนกั๋วต่อ รายนั้นฟังแล้วคิ้วขมวด สีหน้าดูไม่พอใจ แต่พอหลงเย่พูดอะไรอีกนิดหน่อย ก็ยอมนั่งลงอย่างจำนน
สุดท้าย หลงเย่เดินกลับไปที่รถอย่างพอใจ พยักหน้าให้เย่ฝาน
เมื่อทุกอย่างลงตัว เย่ฝานก็เรียกไอ้อ้วนมาสั่งงาน
ไอ้อ้วนไม่โง่ ดูออกแต่แรกว่าเย่ฝานกับพวกกำลังจะเล่นอะไรแผลงๆ
แต่ก็อดสงสัยไม่ได้ว่ามันคือเรื่องอะไร?
ไม่นานเกินรอ ไอ้อ้วนก็สังเกตเห็นความวุ่นวายที่ท้ายขบวนรถฝั่งตรงข้าม
ความโกลาหลลุกลามอย่างรวดเร็วเหมือนไฟลามทุ่ง ผู้รอดชีวิตเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติ ต่างพากันลุกขึ้นชะเง้อมองอย่างตื่นตระหนก ไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น!
แต่ไม่นาน พวกเขาก็ได้ยินเสียงกรีดร้องชัดเจน "ช่วยด้วย! มีสัตว์ประหลาด!!!"
"ช่วยด้วย!!"
"หนีเร็ว!"
"ที่รัก! ที่รักช่วยฉันด้วย อย่าทิ้งฉัน!"
"แม่ หนูหกล้ม ดึงหนูหน่อย ฮือๆ!"
"ไอ้สารเลว อย่าขวางทางกู ไหนบอกว่ารักกูไง ไปขวางสัตว์ประหลาดสิวะ!"
คนในขบวนรถผู้รอดชีวิตได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือ ต่างสงสัยว่าเจอตัวอะไรเข้า จู่ๆ ก็เห็นผู้หญิงคนหนึ่งตะเกียกตะกายปีนขึ้นไปบนหลังคารถตู้ แต่อึดใจต่อมา หนวดสีดำเทาขนาดมหึมาก็พุ่งเข้ามาพันรอบเอวเธอ
"ช่วยด้วย!"
หญิงสาวกรีดร้องได้คำเดียว หนวดนั้นก็กระชากเธอกลับไปด้านหลังอย่างแรง
รถที่จอดขวางอยู่บังสายตาคนฝั่งนี้ ทำให้ไม่รู้ว่าตัวอะไรโผล่มากันแน่
แต่หนวดน่าเกลียดน่ากลัวนั่น ทำให้ทุกคนนึกย้อนไปถึงยักษ์สยองขวัญก่อนหน้านี้!
ที่แย่กว่านั้นคือ ฝั่งนั้นจอดรถกันมั่วซั่ว ถึงอยากจะขับหนีก็ขยับไม่ได้!
ตัดภาพมาที่ฝั่งขบวนรถผู้รอดชีวิต ภายใต้การนำของลุงหลี่ รถทุกคันจอดเรียงกันเป็นระเบียบ
หลายคนเก็บของเตรียมพร้อมหนี ยืนอยู่ข้างรถอย่างกระวนกระวาย แต่ไม่รู้จะหนีไปทางไหน ได้แต่หันไปมองกัปตันหลงเย่
แต่ทว่า หลงเย่ยังคงนั่งจิบชาชิลๆ เหมือนไม่รู้ร้อนรู้หนาว ทำเอาทุกคนร้อนรนจนแทบบ้า
ไอ้อ้วนกับพวกเถ้าแก่จ้าวเห็นเหตุการณ์ฝั่งตรงข้ามแล้วขนลุกซู่
พอหันมามองเย่ฝาน... พี่แกนั่งกินข้าวฝีมือหลิวอิงอย่างเอร็ดอร่อย!
เงยหน้ามองฝั่งตรงข้ามเป็นระยะ... สภาพเหมือนคนกินข้าวไปดูซีรีส์ไป...
"นี่ ทำไมพวกผู้มีพลังพิเศษไม่ออกไปช่วยล่ะ?"
"ก็พวกนั้นไม่ได้เข้ากลุ่ม ไม่ได้ส่งเสบียง จะไปช่วยทำไม?"
"แต่จะปล่อยให้ตายกันแบบนี้ไม่ได้นะ!"
"งั้นแกก็ไปช่วยสิ?"
"พวกเขารับของกินพวกเราไปตั้งเยอะ รับของก็ต้องทำงานสิ!"
"ไม่ได้ไปรับของพวกฝั่งโน้นมาสักหน่อย สมองแกเพี้ยนไปแล้วเหรอ?"
"ไม่ได้ ยังไงก็ต้องไปช่วย แล้วไปยึดเสบียงฝั่งนั้นมาแบ่งพวกเรา ทำไมมีแค่ไม่กี่คนถึงได้กินดีอยู่ดี ฉันต้องมานั่งแทะบิสกิตแข็งๆ นี่!"
"ใช่ ฉันหิวจะตายอยู่แล้ว รถบรรทุกนั่นมีของกินเพียบ ควรเอามาแบ่งกันสิ!"
เสียงซุบซิบดังมาจากฝูงชน เย่ฝานที่ร่างกายได้รับการอัปเกรดได้ยินทุกคำ
เขาแค่นยิ้มในใจ ดูท่าคงยังมีคนไม่เข้าใจสถานการณ์โลกแตกสินะ ต้องสอนมวยให้พวกนี้หน่อยแล้ว!
พอกินอิ่มหนำสำราญ เขาถึงหยิบมีดฆ่าหมู เดินเรอเอิ๊กอ๊ากไปทางขบวนรถฝั่งตรงข้าม
เจ้าสัตว์ประหลาดหนวดเหมือนรู้ว่ามีคนมาท้าทาย มันสะบัดคนธรรมดาที่ยังไม่ทันยัดเข้าปากทิ้ง แล้วส่งหนวดหนาเตอะ 8 เส้นพุ่งเข้าใส่เย่ฝาน!
พวกที่รอดตายหวุดหวิดรีบวิ่งหนีป่าราบ ในใจนึกเสียใจที่ไม่เข้าร่วมขบวนรถผู้รอดชีวิตแต่แรก ไม่งั้นคงไม่ต้องมาเจอเรื่องสยองแบบนี้!
เห็นหนวดยักษ์พุ่งเข้ามา เย่ฝานหน้าตึง ถึงหลงเย่จะบอกว่าเป็นแค่สัตว์กลายพันธุ์ระดับ 1 แต่ไอ้จิ้งจอกเฒ่านั่นไม่ได้บอกว่าตัวมันใหญ่เบิ้มขนาดนี้! เย่ฝานสบถในใจ "ไอ้แก่เจ้าเล่ห์เอ๊ย!"
ขงเจี้ยนกั๋วมายืนสแตนด์บายอยู่ใกล้ๆ ตะโกนบอก "น้องชายเย่ ถ้าไม่ไหวบอกนะ ฉันอยู่ข้างหลัง!"
เย่ฝานยังไม่ขอความช่วยเหลือ เขาอยากทดสอบฝีมือตัวเอง
ก่อนหน้านี้มีแต่ทฤษฎีบู๊ล้างผลาญจากหนัง ประสบการณ์จริงเป็นศูนย์
เวล 2 รุมเวล 1 แถมมีขงเจี้ยนกั๋วคอยซ้อน นี่คือโอกาสซ้อมมือชั้นดี
เย่ฝานสูดหายใจลึก อาภรณ์โลหิตเคลือบมีดฆ่าหมูทันที แผ่รังสีอำมหิตออกมา
เหมือนเจ้าสัตว์ประหลาดจะสัมผัสได้ มันยืดตัวขึ้นสูงกว่า 4 เมตร เหมือนภูเขาย่อมๆ เย่ฝานรู้สึกเหมือนกำลังเผชิญหน้ากับไคจู
ขงเจี้ยนกั๋วเห็นแล้วใจฝ่อ เริ่มสงสัยว่าตัวเองจะไหวไหม ต่อให้แปลงร่างเป็นหมีมายืนเทียบ ก็คงเหมือนลูกแมวเจอเสือ...
หลงเย่เองก็หน้าเครียด ไม่นึกว่ามันจะตัวใหญ่ขนาดนี้!
เขาเริ่มห่วงเย่ฝาน กลัวจะตายตั้งแต่ยังไม่ทันเริ่มงาน!
หนวด 8 เส้นฟาดลงมาพร้อมกัน ร่างกายเย่ฝานที่ผ่านการอัปเกรดมาหลายรอบตอบสนองฉับไว เขาดีดตัวหลบไปทางขวาในเสี้ยววินาที
จากนั้นกระโดดสวนเข้าไปหาหนวดเส้นหนึ่ง จังหวะที่หนวดพุ่งมา เย่ฝานตวัดมือขวา อาภรณ์โลหิตที่มีความร้อนสูงปะทะกับเนื้อหนวด เสียงฉ่าดังลั่น
ด้วยแรงส่งจากการกระโดดบวกกับความคมของมีดและพลังความร้อน เขาตัดหนวดเส้นนั้นขาดกระจุย กลิ่นเนื้อไหม้โชยเตะจมูก!
"เยี่ยม! น้องชายเย่สุดยอด!" ขงเจี้ยนกั๋วตะโกนเชียร์ ท่าทางเมื่อกี้โคตรเท่!
"ว้าว!" ผู้รอดชีวิตที่มุงดูต่างส่งเสียงฮือฮา นี่สินะผู้มีพลังพิเศษ พริบตาเดียวตัดหนวดปีศาจขาด พวกเขารอดแล้ว!
หลงเย่โล่งอก ยกชาขึ้นจิบต่อ
เจ้าสัตว์ประหลาดกรีดร้องโหยหวน ตัวกระตุกเกร็ง หนวดที่เหลือฟาดงวงฟาดงาใส่รถรอบๆ จนพังยับเยิน
เย่ฝานใช้ความคล่องตัวหลบหลีก อาศัยจังหวะชุลมุนตัดหนวดไปอีก 3 เส้น เลือดสาดกระเซ็นนองพื้น
"สวยงาม!" หลงเย่ยังจิบชาไม่ทันหมด เย่ฝานก็ฟันไปแล้ว 3 เส้น เขาเผลอบีบถ้วยชาแตกคามือ น้ำชาหกรดเป้ากางเกงเปียกชุ่ม...
เสียหนวดไปครึ่งหนึ่ง เจ้าสัตว์ประหลาดเริ่มอ่อนแรง แรงฟาดลดลงชัดเจน
เย่ฝานยิ้มเหี้ยม ไม่รอช้า กระโดดเหยียบหลังคารถตู้ พุ่งตัวเข้าไปฟันขวางใส่หัวยักษ์นั่น!
แต่คาดไม่ถึง... ในหัวมันมีกะโหลกแข็งโป๊ก มีดฆ่าหมูของเย่ฝานติดแหง็ก ดึงไม่ออก! เย่ฝานหน้าถอดสี ซวยแล้วกู!
บทที่ 13 - ระเบิดพลัง เครื่องในพังยับ
"ระวัง!" ขงเจี้ยนกั๋วเห็นมีดเย่ฝานติดอยู่ และหนวดกำลังจะฟาดสวนมา รีบตะโกนเตือน
หนวดเส้นหนึ่งฟาดเข้าใส่เย่ฝานเต็มแรง เร็วเกินกว่าที่มือใหม่อย่างเขาจะหลบพ้น โดนตบปลิวไปหลายเมตร ร่างกระแทกอัดเข้าไปในรถเก๋งจนยุบ!!
"ฉิบหาย!"
ขงเจี้ยนกั๋วหน้าซีดเผือด ไม่รีรออีกต่อไป ร่างกายขยายใหญ่ขึ้นในพริบตา กลายเป็นหมีสีเทาสูงกว่า 3 เมตร พุ่งเข้าใส่สัตว์ประหลาดที่กำลังจะซ้ำเย่ฝาน
แต่เจ้าสัตว์ประหลาดไวกว่า หนวด 4 เส้นง้างขึ้นเตรียมทุบเย่ฝานให้แบนแต๊ดแต๋
"กรี๊ด!"
"จบเห่ จะโดนทุบเละไหมเนี่ย?"
"พระเจ้า ทำไงดี ขนาดผู้มีพลังพิเศษยังแพ้?"
คนดูที่เพิ่งโล่งใจกลับมาลุ้นตัวโก่งอีกรอบ ขนาดเทพยังร่วง แล้วคนธรรมดาจะเหลืออะไร? ไม่กล้าจะคิด...
บางคนถึงกับหลับตาปี๋ไม่กล้าดู
ขณะที่หนวด 4 เส้นกำลังฟาดลงมา จู่ๆ ก็มีแสงสีแดงวาบขึ้นตรงซากรถเก๋ง
"ดูนั่น! แสงอะไรน่ะ!"
"เขายังไม่ตาย! เยี่ยมไปเลย!"
"สุดยอด! โดนขนาดนั้นยังรอด ผู้มีพลังพิเศษนี่มันปีศาจชัดๆ!"
วินาทีต่อมา ร่างมนุษย์สีแดงเพลิงพุ่งออกมา หลบหนวดทั้ง 4 อย่างพลิ้วไหว
เขาดีดตัวเหยียบหนวด พุ่งสวนขึ้นไปหาหัวสัตว์ประหลาด พลิกตัวดึงมีดที่ติดอยู่ออกมา
กลางอากาศ เขาบิดเอวฟันฉับเข้าที่รอยเดิม จนหัวมันแหว่งเป็นรูโบ๋ เจ้าสัตว์ประหลาดชะงักกึก แล้วหงายหลังตึงลงไปนอนแน่นิ่ง!
เย่ฝานลงสู่พื้น เก็บอาภรณ์โลหิต ยืนเกาะประตูรถหอบแฮ่กๆ
เกมพลิกเร็วจนตั้งตัวไม่ติด
ตอนที่หมีขงเจี้ยนกั๋ววิ่งมาถึง ก็จบเกมพอดี
คนดูอึ้งไปสักพัก ก่อนจะเฮลั่น ดีใจที่รอดตายอีกรอบ!
"เชรดเข้! โคตรเอา!"
"เก่งชิบหาย!"
"อ้าว? จบแล้วเหรอ?"
"เหลือจะเชื่อ!"
ไอ้อ้วนวิ่งหน้าตื่นเข้ามา อยากรู้ว่าเย่ฝานเป็นไงบ้าง โดนตบไปเต็มๆ ขนาดนั้น!
ขงเจี้ยนกั๋วในร่างหมียังไม่คืนร่าง ยืนคุมเชิงศพสัตว์ประหลาดอย่างระแวง
"น่าจะตายแล้ว ลุงหมี ไปดูในหัวมันหน่อย มีของแข็งๆ อยู่ ลองแงะออกมาดูซิ!"
เย่ฝานหอบหายใจ การต่อสู้ดุเดือดทำเอาร่างกายล้า โดยเฉพาะดอกที่โดนตบ เจ็บชิบหาย ต่อให้อัปเกรดมาแล้วก็ต้องพักยาว
"ได้เลย!" หมีพูดได้ตอบรับ "น้องชายเย่ พักผ่อนเถอะ เดี๋ยวลุงจัดการเอง!"
ไม่รู้ทำไม เย่ฝานรู้สึกว่าลุงหมีตอนนี้เหมือนตัวการ์ตูนหมีที่เคยดูตอนเด็กๆ เป๊ะ!
"ไอ้ฝาน มึงเป็นไรมั้ย!" ไอ้อ้วนวิ่งเข้ามาถามเสียงสั่น
เย่ฝานยิ้มแห้ง "ไม่เป็นไรว่ะ กูหนังเหนียว แค่หมดแรงเพราะระเบิดพลังไปหน่อย"
ไอ้อ้วนโล่งอก จะประคองเย่ฝานกลับ ปากก็บ่นว่าจะให้หลิวอิงทำแผลให้
เย่ฝานนึกถึงเสียงซุบซิบในขบวนรถเมื่อกี้ หน้าเปลี่ยนเป็นเย็นชา กระซิบ "ไอ้อ้วน มีพวกตาบอดไม่เจียมตัวจ้องจะงาบเสบียงกู เดี๋ยวทำตามนี้นะ สงสัยต้องเชือดไก่ให้ลิงดูซะแล้ว!"
จากนั้นเย่ฝานก็กระซิบแผนการให้ฟัง
เขาเข้าใจดีว่าศึกนี้พิสูจน์ให้คนเห็นความเก่งของเขา คนคงไม่กล้ายุ่งตราบใดที่เขายังอยู่
แต่ถ้าเขาไม่อยู่ หรือหายไปสักพัก เหลือแค่ไอ้อ้วนกับคนธรรมดา... ไม่รับประกันว่าพวกนั้นจะไม่หน้ามืดมาปล้นเสบียง
ไอ้อ้วนเก็ททันที ปรับสีหน้าเป็นเศร้าสลด ปากพึมพำ "ทำไมเป็นงี้วะ มึงจะฝืนทำไม เจ็บหนักขนาดนี้..."
เย่ฝานก้มหน้ารับบทคนเจ็บหนักใกล้ตาย
ยิ่งพอถึงโซนคนเยอะๆ ไอ้อ้วนบีบน้ำตาไหลพราก คร่ำครวญเสียงดัง "มึงนะมึง ทำไมไม่ระวังวะ เครื่องในพังหมดแล้ว แล้วพวกกูจะทำยังไง..."
หลายคนเห็นฉากนี้ ต่อมความโลภเริ่มทำงาน สายตาเหล่ไปที่รถบรรทุกของเย่ฝาน ทุกคนรู้ดีว่าในนั้นมีของกินเพียบ!
ตั้งแต่มาถึงค่าย พวกเย่ฝานกินโชว์ยั่วน้ำลายตลอด ใครมันจะไม่หิว?
ต้องยอมรับว่าเย่ฝานช่วยชีวิตทุกคนไว้ แต่... ชีวิตต้องเดินต่อ จะให้คนทั้งขบวนอดตายเพราะคนเจ็บคนเดียวมันใช่เหรอ? ของกินในรถควรเอามาแบ่งกันสิ!
ความคิดนี้ผุดขึ้นในหัวหลายคน และเริ่มลุกลาม
แต่ตอนนี้ยังไม่มีใครกล้าเปิดปาก บรรยากาศเริ่มมีคลื่นใต้น้ำ
ไอ้อ้วนประคองเย่ฝานเดินช้าๆ กลับไปที่รถ เถ้าแก่จ้าววิ่งมารับ หลิวอิงกับจ้าวเสวี่ยเตรียมที่นอนนุ่มๆ ไว้รอ
ขณะที่หลิวอิงกำลังวุ่นวายหยิบยามาทำแผล ไอ้อ้วนก็ตะโกนห้ามเสียงดัง
"ซ้อ! ไม่ต้องแล้ว! พี่ฝานไม่ไหวแล้ว เครื่องในแหลกหมดแล้ว ยื้อไม่ไหวหรอก ให้แกไปสบายเถอะ!"
พูดเสียงดังฟังชัด กะให้ได้ยินกันทั่วบาง
แล้วผลักคนอื่นออก ไม่ฟังเสียงทัดทาน ยัดเย่ฝานเข้าไปในตู้รถบรรทุก อ้างว่าให้เย่ฝานได้อยู่เงียบๆ คนเดียว
พอประตูปิดลง เย่ฝานสบถเบาๆ "ไอ้อ้วนเวรเอ๊ย ให้แสดงละคร ไม่ได้ให้แช่งกู! คอยดูเถอะ กูจะตัดโควตาสาวมึงทิ้ง!!!"
บทที่ 14 - การแสดงของหลงเย่ และคลื่นใต้น้ำที่กำลังก่อตัว
หลงเย่ที่เดินตามมาดูอาการเย่ฝาน เห็นไอ้อ้วนยัดเพื่อนเข้าตู้รถแบบไม่ดูดำดูดี พร้อมคำคร่ำครวญโอเวอร์แอคติ้ง มุมปากกระตุกยิกๆ
จากที่ห่วงๆ ตอนนี้โล่งใจเลย!
รู้ทันทีว่าไอ้เด็กแสบนี่ไม่ตายหรอก แค่สำออยเล่นละครตบตา!
สมองแล่นปรู๊ด นึกถึงของบนรถตัวเอง กำลังกลุ้มว่าจะหา 'เหยื่อล่อ' ไปหาวัตถุดิบยังไง ได้จังหวะใช้เย่ฝานพอดี หึหึ!
คิดได้ดังนั้น ก็ปั้นหน้าเศร้า สั่งลุงหลี่ "ลุงหลี่ น้องชายเย่เสียสละเพื่อพวกเรามาก ให้เขาจากไปอย่างสงบเถอะ สั่งทุกคนห้ามเข้าใกล้รถคันนี้เด็ดขาด!"
"ครับ!" ลุงหลี่มองตู้รถด้วยแววตาซับซ้อน ผ่านร้อนผ่านหนาวในวงการราชการมาเยอะ รู้สึกทะแม่งๆ กับสีหน้าคนพวกนี้
แต่คิดอีกที โดนหนวดยักษ์ตบปลิวขนาดนั้น ไม่ตายคาที่ก็บุญโขแล้ว เครื่องในพังก็สมเหตุสมผล
ลุงหลี่ไปจัดการตามสั่ง และให้คนไปเก็บกวาดสนามรบ รวบรวมของและศพตามที่หลงเย่บอก
ขงเจี้ยนกั๋วเดินหิ้วกระดูกท่อนโตกลับมา ร่างสูง 3 เมตร กรงเล็บคมกริบ ใครเห็นก็เกรงขาม ทั้งคนในและนอกขบวนรถมองหมีสีเทาด้วยความยำเกรง
พอกลับมาถึงค่าย ขงเจี้ยนกั๋วคืนร่าง วางกระดูกยาวครึ่งเมตรลงพื้น ถามหา "น้องชายเย่ล่ะ?"
ไอ้อ้วนกำลังจะบอกว่าใกล้ตาย แต่โดนสายตาหลงเย่เบรกไว้
ขงเจี้ยนกั๋วดูซื่อๆ หลงเย่กลัวพี่แกจะทำอะไรบุ่มบ่ามจนเสียแผน!
หลงเย่กระซิบ "ไม่เป็นไรหรอก แอบกินของกินอยู่ในรถนู่น ที่เห็นนี่แสดงละครตบตาพวกนั้นอยู่! เราต้องเล่นตามน้ำ!"
มีแค่สามคนที่ได้ยิน ไอ้อ้วนถามงงๆ "รู้ได้ไง? ผมแสดงเนียนจะตาย!"
หลงเย่หัวเราะ "ไอ้อ้วน ฉันเป็นผู้มีพลังพิเศษนะเว้ย หมอนั่นกินอย่างเอร็ดอร่อยเลยตอนนี้ ที่ฉันสั่งกั้นพื้นที่ก็เพราะกลัวคนได้กลิ่นของกินต่างหาก!"
ขงเจี้ยนกั๋วเกาหัว "น้องชายเย่ปลอดภัยก็ดีแล้ว แต่ทำแบบนี้ทำไม?"
หลงเย่ตบไหล่ "ไม่ต้องคิดมาก บอกไปว่าแปลงร่างแล้วเหนื่อย ขอพักผ่อน พาเมียลูกไปหลบในรถ มีอะไรเดี๋ยวเรียก!"
ขงเจี้ยนกั๋วมองทั้งคู่แบบงงๆ อยากถามต่อ แต่คิดว่าตัวเองไม่ต้องเล่นละครก็แล้วไป
หลงเย่หันมาบอกไอ้อ้วน "ไหนๆ จะเล่นใหญ่ พวกนายต้องแข็งข้อหน่อย ไม่งั้นละครจะไม่สมจริง!"
"พวกเรามือเปื้อนเลือดมาแล้ว!"
หลงเย่มองตาไอ้อ้วนสื่อความหมาย "ถ้าจะเล่น ก็เล่นให้ใหญ่ ให้พวกมันจำใส่สมอง ไม่งั้นจะมีพวกขี้ขโมยมาลองของเรื่อยๆ!"
ไอ้อ้วนมองตามหลังหลงเย่ที่เดินจากไป รู้สึกกดดันชิบหาย รู้ว่าหลงเย่อนุญาตให้จัดหนักได้!
ในฐานะกัปตัน หลงเย่คงไม่ลงมือเอง อย่างมากก็มาไกล่เกลี่ยตอนจบ
ศึกนี้เป็นของเขากับเถ้าแก่จ้าว ส่วนเย่ฝาน... เป็นไพ่ตายไว้ปิดเกม!
เย่ฝานจะเฝ้าของตลอดไปไม่ได้ ถ้าเย่ฝานไม่อยู่ อาจมีพวกบ้าเลือดมาปล้น ถ้ามารอเชือดไก่ตอนนั้นคงสายไป
เขาต้องทำให้พวกนี้กลัวจนขี้ขึ้นสมอง ให้เห็นหน้าพวกเขาก็สยอง แบบนี้เย่ฝานถึงจะวางใจทิ้งรถไปได้!
ไอ้อ้วนกำมือแน่น กดดันสุดๆ!
เขาหน้าเครียด อธิบายสถานการณ์ให้เถ้าแก่จ้าวฟัง แต่ไม่ได้บอกความจริงเรื่องเย่ฝาน แค่บอกสถานการณ์ที่ต้องเจอ
เถ้าแก่จ้าวกับลูกเมียเงียบกริบ เก็บของที่ไม่จำเป็น วางอาวุธไว้ใกล้มือ ทำหน้าขึงขังเฝ้ารถเย่ฝาน
ไอ้อ้วนเห็นท่าทีนั้นก็โล่งอก กลัวเหมือนกันว่าพวกนี้จะทรยศ...
โชคดีที่ไม่ทำให้เขาผิดหวัง!
ไอ้อ้วนกลับไปที่รถฮัมเมอร์ หยิบหน้าไม้กลกับซองลูกดอกมาวางข้างตัว นั่งเงียบๆ
ไม่นาน สนามรบก็เคลียร์เสร็จ
ผู้คนจับกลุ่มคุยกันเรื่องเมื่อกี้
หลายคนดีใจที่อยู่ทีมนี้เลยรอดมาได้
แต่ไม่นาน บทสนทนาก็ถูกชักนำไปเรื่องผู้มีพลังพิเศษสองคน
ข่าวลือแพร่สะพัดว่า เย่ฝานเจ็บหนักปางตาย กำลังสั่งลาโลก
ส่วนหมีสีเทา ก็ใช้พลังจนหมดสภาพ ยืนแทบไม่ไหว
หลายคนเริ่มกังวลอนาคต ตอนนี้รู้ซึ้งแล้วว่าต้องพึ่งพาผู้มีพลังพิเศษ!
แต่สภาพทีมตอนนี้... คนนึงจะตาย อีกคนหมดสภาพ กัปตันก็แค่สายซัพพอร์ต
มองไม่เห็นอนาคตเลย สู้เอาเสบียงไปหาทีมใหม่ที่เก่งกว่าดีกว่าไหม?
ความคิดนี้เริ่มลุกลาม เกิดความวุ่นวายระลอกใหม่!
"เฮ้ยพวกเรา สภาพทีมเป็นแบบนี้ จะอยู่ต่อเหรอวะ?"
"ไม่อยู่แล้วจะทำไง? เจอสัตว์ประหลาดจะเอาอะไรไปสู้?"
"ก็ในทีมไม่มีคนเก่งเหลือแล้วนี่หว่า!"
"ก็มีกัปตันไง?"
"กัปตันแค่นำทาง สู้รบปรบมืออะไรได้ จะไปถึงดินแดนแห่งบทสรุปได้ไง!"
"แล้วจะเอายังไง? ไม่อยู่ที่นี่จะไปไหน?"
"เอาเสบียงไปเข้าแก๊งอื่นดิ!"
"ตลกละ เสบียงแค่นี้จะไปได้ไกลแค่ไหน?"
"กลัวอะไร? รถบรรทุกสองคันนั่นไง เสบียงของพวกเราทั้งนั้น!"
"??????"
"เย่ฝานจะตายอยู่แล้ว คนธรรมดา 4 คนมีสิทธิ์อะไรครอบครองของกินเยอะขนาดนั้น ไม่คู่ควร!"
"หา?" คนฟังตกใจ "จะปล้นเหรอ? บ้าไปแล้ว!"
"โลกแตกแล้วนะเว้ย แกดูไม่ออกเหรอ? ของในรถแกเหลือเท่าไหร่? จะทนดูพวกมันกินหรูอยู่สบาย ส่วนตัวเองอดตายเหรอ?"
"อย่าลังเล ลูกพี่ 'เฮยเกอ' รวบรวมคนได้ 30 กว่าคนแล้ว คนเยอะขนาดนี้ ไอ้แซ่หลงไม่กล้าหือหรอก เดี๋ยวแบ่งของให้มันหน่อยก็จบ!"
"เออ คนตายเพื่อเงิน นกตายเพื่ออาหาร เอาด้วย! ใครป๊อดก็ไปใส่กระโปรงไป!"
"เยี่ยม ยินดีต้อนรับสู่ทีม!" ชายหน้าตาเจ้าเล่ห์โผล่มาทัก ทำเอาสะดุ้ง
คนปลุกระดมรีบถามอย่างตื่นเต้น "เฮยเกอ ลงมือเมื่อไหร่?"
บทที่ 15 - กระสุนยังไม่ตกถึงพื้น... ปัง!
"ไม่ต้องรีบ ปล่อยให้สถานการณ์มันสุกงอมก่อน!" เฮยเกอมั่นใจ "วางใจเถอะ ชนะใสๆ!"
"ได้ครับ เฮยเกอ!"
……
ฟ้าเริ่มมืด หลายคนเริ่มเตรียมมื้อเย็น
หลงเย่กับลุงหลี่กินเบคอนในหม้ออย่างเอร็ดอร่อย กลิ่นหอมยั่วน้ำลายคนทั้งค่าย คนที่ถือบิสกิตในมือรู้สึกฝืดคอขึ้นมาทันที
กลุ่มเฮยเกอมองหน้ากัน แววตาอำมหิตวาวโรจน์
พอพวกหลงเย่ขึ้นรถไป เฮยเกอก็ส่งสัญญาณ "ได้กลิ่นใช่ไหม? ทำงานนี้สำเร็จ อยากกินเท่าไหร่ก็ได้กิน ในรถนั่นมีแต่ของดี กินได้เป็นชาติ!"
"ลุย! บิสกิตหมาไม่แดกนี่ กูไม่ทนแล้ว!"
"ปล้นแม่ม ใครป๊อดเป็นตุ๊ด!"
"ใช่ แค่ผู้ชายสองคน กลัวห่าอะไร ไอ้ผู้มีพลังพิเศษนั่นป่านนี้ตายห่าไปแล้วมั้ง!"
ชั่วพริบตา ชายหญิงจำนวนมากถืออาวุธหน้าตาถมึงทึงเดินตรงไปหาพวกไอ้อ้วน ตาลุกวาวจ้องรถบรรทุก!
ไอ้อ้วนถอนหายใจยาว พูดเสียงเย็น "เถ้าแก่จ้าว ลุยงาน!"
ครอบครัวเถ้าแก่จ้าวหยิบอาวุธมายืนขวางหน้าไอ้อ้วนทันที แม้แต่หนูเสวี่ยก็ถือมีดทำตาโตพยายามขู่
ไอ้อ้วนสะพายลูกดอก กระโดดขึ้นหลังคารถฮัมเมอร์อย่างคล่องแคล่ว มองลงมาที่ฝูงชนด้วยสายตาเย็นชา ตะโกนลั่น "พวกมึงจะทำอะไร?"
ฝ่ายตรงข้ามเห็นอาวุธครบมือของทั้งสี่ เทียบกับไม้หน้าสามในมือตัวเอง ก็เริ่มใจฝ่อ
ดูท่าจะไม่หมู แต่ถอยไม่ได้แล้ว
คนเยอะย่อมใจกล้า นักศึกษาแว่นหนาคนหนึ่งโดนแฟนสาวยุจนหน้ามืด กลั้นใจตะโกนจากกลางวง "พวกเราต้องการอาหาร! พวกแกมีสิทธิ์อะไรมางกของกินไว้คนเดียว ไม่แบ่งพวกเรา?"
สิ้นเสียงตะโกน เหมือนเขื่อนแตก คนอื่นๆ เริ่มผสมโรง "ใช่! เอาของกินมา!"
"หิวจะตายอยู่แล้ว แบ่งมาซะดีๆ!"
"ทำไมพวกแกมีของกินเยอะแยะแต่ไม่แบ่ง? ยังเป็นคนอยู่ไหม?"
"อยู่ทีมเดียวกัน ทำไมแกมีฉันไม่มี?"
แถวหน้าเริ่มขยับรุกคืบ ยกอาวุธขู่ กดดันเข้ามาทีละก้าว
พวกไอ้อ้วนโกรธจนขำ ไอ้พวกหน้าด้านเอ๊ย
ไอ้อ้วนยิ้มเหี้ยม ตะโกนสวน "ฮึ! ไอ้พวกเศษสวะ ถ้าก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียว ฆ่าไม่เลี้ยง!!"
ฝูงชนชะงักไปครู่หนึ่ง
แต่คนข้างหลังตะโกนยุ "กลัวอะไร? ผู้มีพลังพิเศษตายแล้ว เหลือแค่คนธรรมดา 4 คน!"
คนตะโกนคือ 'หลิวเฉวียน' ลูกชายป้าจางเฟินที่โดนเก็บไปก่อนหน้านี้
ไอ้อ้วนอยู่สูงมองเห็นชัด จำหน้ามันได้แม่น มึงไม่รอดแน่ พระเจ้าก็ช่วยมึงไม่ได้!
เสียงยุยงทำให้ฝูงชนฮึกเหิมอีกครั้ง
"ใช่ กลัวไร คนตั้งเยอะ!"
"มันจะกล้าฆ่าคนเรอะ?"
"กฎหมายไม่เอาผิดคนหมู่มากหรอก อย่าไปกลัว!"
คนข้างหลังดันคนข้างหน้า คนข้างหน้าก็ไหลตามน้ำเข้ามา
วินาทีถัดมา ไอ้อ้วนยกหน้าไม้ขึ้น
ฟุ่บ!
ฟุ่บ!
ฟุ่บ!
ฟุ่บ!
ฟุ่บ!
5 ดอกรวด!
แถวหน้า 4 คนหงายหลังตึง ลูกดอกปักอก ส่วนอีกดอก... ปักคอหลิวเฉวียน!
หลิวเฉวียนตาถลน ไม่เชื่อสายตาตัวเอง ล้มลงอย่างไม่ยินยอม... กูแอบอยู่ข้างหลังนะเว้ย ยิงโดนได้ไง??
แรงดีดของหน้าไม้ทำมือไอ้อ้วนสั่น แต่ที่สั่นกว่าคือใจที่ยังไม่ชินกับการฆ่าคน...
แต่เขากัดฟัน หยิบลูกดอกชุดใหม่มาบรรจุ
ความแม่นยำของไอ้อ้วนสยบทุกคนอยู่หมัด
เสียงกรีดร้องดังระงม "พ่อ! พ่อตายแล้ว! ไอ้สารเลว กูจะฆ่ามึง!"
"อาเฟย! กล้าฆ่าลูกกู กูจะฆ่ามึง!"
"อ๊าก! เมียกู! ไอ้ชาติชั่ว!!"
"ลุย! มันมีลูกดอกไม่กี่ดอกหรอก ฆ่าไอ้อ้วนแม่มเลย!"
"สาด! สมัยกูเป็นนักเลง ไอ้อ้วนนี่ยังเล่นขี้อยู่เลย ฆ่ามัน!"
"สัตว์ประหลาดสู้ไม่ได้ แต่ไอ้อ้วนคนเดียวกูสู้ได้เว้ย!"
ความโกรธแค้นปะทุขึ้น ฝูงชนบ้าคลั่งพุ่งเข้ามาอีกครั้ง
เถ้าแก่จ้าวก้าวออกไปข้างหน้า เหวี่ยงขวานจามคอคนนำหน้า ไม้หน้าสามในมือฝ่ายตรงข้ามหักสะบั้น คอขาดกระเด็น
เถ้าแก่จ้าวดึงขวานกลับ เลือดท่วมตัว ยืนจังก้าไม่พูดสักคำ สายตาบอกชัด... เข้ามาก็ตาย!
ไอ้อ้วนไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม บรรจุลูกดอกเสร็จ สูดหายใจลึก ทิ้งความกลัวไว้ข้างหลัง นี่แค่น้ำจิ้ม!
ต้องฆ่าให้กลัว!
ไอ้อ้วนเหนี่ยวไกไม่ยั้ง ฟุ่บๆๆๆๆๆๆๆ! 7 ดอก 7 ศพ!
เขากระโดดลงจากรถ เดินหน้ากดดัน!
เถ้าแก่จ้าวเข้าโหมดบ้าเลือด ฟันดะไม่เลือกหน้า หลิวอิงกับหนูเสวี่ยก็หลับหูหลับตาฟันมั่วซั่วอยู่ข้างหลัง
ฝ่ายตรงข้ามก็บ้าเลือดไม่แพ้กัน ดาหน้าเข้ามาไม่หยุด เถ้าแก่จ้าวโดนฟันไปหลายแผล แต่ศัตรูถ้าไม่โดนขวานจาม ก็โดนลูกดอกไอ้อ้วนสอยร่วง!
ไม่นาน คนที่ยืนอยู่เหลือแค่ 8 คน มองดูศพเพื่อนเกลื่อนพื้น สมองขาวโพลน
"ปัง!"
เสียงปืนดังสนั่น!