- หน้าแรก
- ข้าคือนักเล่าเรื่องผู้ท้าตาย
- บทที่ 270 - ไร้ที่ไป มีเพียงท่านที่ข้าพึ่งได้!
บทที่ 270 - ไร้ที่ไป มีเพียงท่านที่ข้าพึ่งได้!
บทที่ 270 - ไร้ที่ไป มีเพียงท่านที่ข้าพึ่งได้!
บทที่ 270 - ไร้ที่ไป มีเพียงท่านที่ข้าพึ่งได้!
"เรือนรับรองหรือ?"
เฉิงฉู่มั่วชะงัก "รัชทายาททรงตกอยู่ในสภาพนั้นแล้ว ยังจะก่อเรื่องอะไรได้อีกเล่า?"
เฉิงเหยาจินตวัดสายตามองบุตรชาย "เรื่องทำนองนี้ ใครเล่าจะรู้ได้แน่ชัด? หากเกิดเขานึกจะทำขึ้นมาจริงๆ เล่า?"
หากพิจารณาเพียงองค์รัชทายาท อาจจะไม่ได้มีพิษสงร้ายแรงอันใดนัก แต่เฉิงเหยาจินรู้ดีว่าในช่วงนี้ทางฝั่งรัชทายาทนั้นคึกคักเป็นพิเศษ
จ่างซุนชง, โหวจวินจี๋, แม้แต่จางเลี่ยงก็ยังแวะเวียนไปมา
หากจะให้บอกว่าไม่มีอะไรในกอไผ่ ถึงตายเขาก็ไม่เชื่อเป็นอันขาด
สิ่งเดียวที่ทำให้เฉิงเหยาจินพอใจคือ การที่เฉิงฉู่มั่วรับราชการเป็นนายกองในวัง ทำให้เรื่องราวหลายอย่างที่เกิดขึ้นนั้นไม่ต้องรอให้เขาเตือน ก็พอจะรู้ความเป็นไปได้
แม้บุตรชายผู้นี้สมองจะไม่ค่อยแล่นเท่าใดนัก แต่ก็ไม่ถึงกับโง่ดักดานจนตามไม่ทัน
"ท่านพ่อ ท่านรู้อะไรบางอย่างมาใช่หรือไม่ขอรับ?"
เฉิงฉู่มั่วทำท่าเหมือนนึกอะไรได้ขึ้นมาทันที จึงทำหน้าสงสัยพร้อมกับถามเฉิงเหยาจิน
เฉิงเหยาจินค้อนขวับ "อย่ามาถามข้า ข้าไม่รู้อะไรทั้งนั้น หากอยากรู้ก็ไปสืบเอาเองเถอะ!"
คำพูดนี้เป็นการบอกใบ้ที่ชัดเจนแจ่มแจ้งถึงเพียงนี้แล้ว หากเฉิงฉู่มั่วยังไม่เข้าใจอีก ก็คงโง่บรมโง่แล้ว
"ข้ารู้แล้วว่าจะต้องทำอย่างไรขอรับ ท่านพ่อ"
แววตาของเฉิงฉู่มั่วฉายแววตื่นเต้น
ถ้าเป็นอย่างที่เขาคาดคิด งานนี้คงจะมีละครสนุก ๆ ให้ได้ดูชมเป็นแน่
แต่นี่ก็ถือว่าสมเหตุสมผลอยู่แล้ว
องค์รัชทายาทเริ่มช่วยว่าราชการมาตั้งแต่เนิ่น ๆ แต่ฝ่าบาทยังทรงหนุ่มแน่น แข็งแรงปานนั้น ต่อให้หลี่เฉิงเฉียนไม่ทำผิด ฝ่าบาทก็คงไม่มีทางสละราชสมบัติให้เขาเร็ว ๆ นี้เป็นแน่
ยิ่งในตอนนี้รัชทายาทมีชนักติดหลังอยู่ด้วย
ฝ่าบาทจะยังให้เขารักษาตำแหน่งรัชทายาทไว้ได้หรือไม่ ก็ยังเป็นเรื่องที่ไม่อาจแน่ใจได้
ส่วนเรื่องอื่น ๆ นั้น ยิ่งเดายากขึ้นไปอีก
แต่ท่าทีของหลี่ซื่อหมินนั้นชัดเจนยิ่งนัก พระองค์ไม่ได้ทรงปลดรัชทายาท ทว่าให้รัชทายาทไปอยู่ที่เรือนรับรอง ก็เท่ากับการกักบริเวณโดยปริยาย
ส่วนจะได้ออกมาเมื่อไหร่ ก็ต้องขึ้นอยู่กับพฤติกรรมขององค์รัชทายาทแต่เพียงผู้เดียว
แต่พิจารณาจากรูปการณ์ องค์รัชทายาทคงมีพฤติกรรมที่ไม่สู้ดีนัก
"ในเมื่อรู้แล้วก็ดี จะยืนโง่เง่าอยู่ทำไม ไม่รีบไปอีกเล่า!"
เฉิงเหยาจินเตะเข้าที่ก้นเขาไปหนึ่งที
เฉิงฉู่มั่วทำสีหน้าเบื่อหน่าย
"พ่อ ท่านแน่ใจหรือว่าข้าเป็นลูกแท้ ๆ ของท่าน? ท่านเตะข้าจนโง่เง่าไปหมดแล้ว จะให้ทำอย่างไร?"
"หึ พูดราวกับว่าตอนนี้เจ้าไม่ได้โง่เง่าเช่นนั้นแหละ"
เฉิงฉู่มั่ว "..."
ช่างเถอะ
ลูกที่ดีจะไม่ทะเลาะกับพ่อ!
ประเด็นคือ ทะเลาะไปก็ไม่ชนะ สู้ยอมแพ้ตั้งแต่แรกจะดีกว่า
พอเฉิงฉู่มั่วลุกขึ้นได้ เขาก็รีบวิ่งออกไปทันที มุ่งหน้าตรงไปยังเรือนรับรองซึ่งองค์รัชทายาทประทับอยู่
แน่นอนว่าเขามาเพื่อซุ่มดู จึงไม่ได้เดินเข้าไปในเรือนรับรอง แต่เลือกหาต้นไม้ใหญ่ที่สามารถพรางสายตาผู้คนใกล้ ๆ ปีนขึ้นไป และซ่อนตัวสังเกตการณ์อยู่บนนั้น
รอจนกระทั่งค่ำมืด ก็ยังไม่มีใครมาปรากฏตัว
ทำให้เฉิงฉู่มั่วรู้สึกเบื่อหน่ายถึงขีดสุด
ในอีกด้านหนึ่ง จ่างซุนชงก็รู้สึกเบื่อหน่ายถึงขีดสุดเช่นกัน
ตู้เหอบอกให้เขารอเพื่อจะกลับไปเอาป้ายผ่านทางมาให้ แต่เขารอมาเกือบครึ่งวันเต็มแล้ว กลับยังไม่มีวี่แววใด ๆ ของอีกฝ่าย
จ่างซุนชงตกที่นั่งลำบาก จะรอต่อไปก็ไม่เหมาะสม จะไม่รอก็ไม่ได้
เขาไม่คิดเลยว่าตู้เหอจะพึ่งพาไม่ได้ถึงขนาดนี้ เรื่องเล็กน้อยเพียงเท่านี้ก็ยังจัดการไม่ได้
หากเป็นเฉิงฉู่มั่วหรือฟางอี้จื๋อ ป่านนี้คงเรียบร้อยไปนานแล้ว
น่าเสียดายที่คนทั้งสองไม่ยอมช่วยเหลือเขา
จ่างซุนชงถอนหายใจยาวอย่างหมดหนทาง
ชั่วพริบตาเดียวฟ้าก็มืดสนิทลง จ่างซุนชงแม้จะไม่พอใจนัก แต่ก็จำต้องยอมแพ้ต่อสถานการณ์
ในเวลานี้ เขาไม่สามารถออกจากเมืองได้แล้ว มีเพียงทางเดียวคือต้องไปหาหลี่เฉิงเฉียนที่เรือนรับรองเพื่อขอพำนักอาศัย
เฉิงฉู่มั่วที่ซ่อนตัวอยู่บนต้นไม้ คิดว่าวันนี้คงจะเสียเที่ยวแล้ว ไม่คาดคิดเลยว่าจ่างซุนชงจะโผล่มาในเวลานี้ แถมยังเดินดุ่ม ๆ เข้าไปในเรือนรับรองอย่างเปิดเผย
"ลูกพี่ลูกน้อง ดึกดื่นป่านนี้แล้ว ท่านมาด้วยเรื่องใด?"
หลี่เฉิงเฉียนเห็นจ่างซุนชงก็รู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างยิ่ง
จ่างซุนชงถอนหายใจ "องค์รัชทายาท ข้าไม่มีทางไปอื่นแล้ว! มีเพียงท่านเท่านั้นที่ข้าจะพึ่งพาได้!"
(จบแล้ว)