- หน้าแรก
- ระบบฟื้นฟูตระกูลยอดมหาเศรษฐี
- บทที่ 270 ฉันไม่กลัวอะไรทั้งนั้น (ตอนฟรีชดเชย)
บทที่ 270 ฉันไม่กลัวอะไรทั้งนั้น (ตอนฟรีชดเชย)
บทที่ 270 ฉันไม่กลัวอะไรทั้งนั้น (ตอนฟรีชดเชย)
"พ่อ! ดูนั่นสิ!" หญิงวัยกลางคนเหลือบไปเห็นรถคันหนึ่งแล่นเข้ามาในหมู่บ้าน
ตอนแรกเธอก็ไม่ได้สนใจอะไร กำลังจะหันกลับ แต่จู่ๆ ก็เห็นขบวนรถยาวเหยียดแล่นตามกันมาเป็นพรวน อย่างน้อยก็สิบกว่าคัน เธอร้องเรียกพ่อตาด้วยความตกใจ
"ทำไมรถมาเยอะแยะขนาดนี้? หรือจะมางานแซยิดป้าซูฟางเหมือนกัน? ไม่น่าใช่นะ หลินเฉียงกับหลินเย่ไม่น่าจะมีญาติยิ่งใหญ่ขนาดนี้ไม่ใช่เหรอ?"
ชายชราได้ยินลูกสะใภ้ทักก็หันไปมอง เห็นขบวนรถยาวเหยียดก็ลุกขึ้นยืนด้วยความประหลาดใจ
เขาก็เดาว่าคนพวกนี้น่าจะมางานวันเกิดป้าซูฟาง แต่พอลองคิดดูดีๆ สองพี่น้องหลินเฉียงหลินเย่มันไม่มีญาติโกโหติกาที่ไหนจะรวยขนาดนี้ คิดไม่ออกเลยได้แต่ขมวดคิ้วพึมพำกับตัวเอง
"ตาแก่... นี่ไม่ใช่ปีใหม่ แล้วในหมู่บ้านเรานอกจากงานวันเกิดป้าซูฟางก็ไม่มีใครจัดงานเลี้ยง คนพวกนี้น่าจะมางานป้าซูฟางนั่นแหละ อาจจะเป็นญาติห่างๆ ที่คุณไม่รู้จักก็ได้" หญิงชราที่นั่งเงียบมานานเสนอความเห็น
"หลินเฉียงกับหลินเย่มันจัดงานเลี้ยงบ่อยจะตาย ฉันรู้ไส้รู้พุงญาติมันหมดทุกคนแหละว่าใครขับรถอะไร" ชายชราเถียง
"พ่อ... ดูรถพวกนี้สิ แพงๆ ทั้งนั้นเลยนะ หรือว่าจะเป็น..."
หญิงวัยกลางคนเห็นขบวนรถใกล้เข้ามา รถพวกนี้ดูหรูหรากว่ารถเก๋งคันละแสนทั่วไปเยอะ จู่ๆ เธอก็นึกอะไรขึ้นได้
"พ่อหมายถึงพ่อหนุ่มที่มาถามทางเมื่อวันก่อนหรือเปล่า? หรือว่าพวกนี้คือญาติฝ่ายแม่ของป้าซูฟาง?"
พอลูกสะใภ้ทัก ชายชราตาเป็นประกายทันที นึกถึงพ่อหนุ่มวันก่อนขึ้นมาได้ รถที่ขับมาวันนั้นก็หรูหราแบบนี้
"ต้องใช่แน่ๆ ไม่งั้นหลินเฉียงกับหลินเย่ไม่มีทางมีญาติรวยขนาดนี้หรอก" ลูกสะใภ้ยืนยัน
"งั้นก็คงใช่แล้วล่ะ ไม่น่าเชื่อเลยว่าญาติฝ่ายแม่ของพี่สะใภ้ซูฟางจะยิ่งใหญ่ขนาดนี้ รถเยอะขนาดนี้ แถมแต่ละคันดูแพงระยับ คันละหลายแสนแน่ๆ"
ชายชราพยักหน้าเห็นด้วย แล้วเริ่มเดาราคารถหรูที่ไม่คุ้นตาอย่างตื่นเต้น
"น่าจะเกินแสนนะพ่อ คันหน้าสุดนั่น... เรียกว่าอะไรนะ ปอร์... ปอร์เช่ ใช่ๆ ปอร์เช่ ญาติฝั่งแม่หนูมีหลานคนนึงทำธุรกิจรวย ซื้อมาขับคันนึง ได้ยินว่าคันละเป็นล้านเลยนะ" ลูกสะใภ้ร่วมวงเดาอย่างออกรส
"ฮ่าๆ ดี! ดีจริงๆ! ญาติฝ่ายแม่พี่สะใภ้ซูฟางยิ่งใหญ่ขนาดนี้ ต้องไม่กลัวไอ้สองพี่น้องนรกแตกนั่นแน่ๆ พี่สะใภ้ซูฟางรอดตายแล้ว!"
ได้ยินว่ารถคันละเป็นล้าน ชายชราหัวเราะร่าด้วยความสะใจ เขาเกลียดขี้หน้าสองพี่น้องหลินเฉียงกับหลินเย่เข้ากระดูกดำ
เขาเห็นใจพี่สะใภ้ซูฟางที่แสนดีและขยันขันแข็ง แต่ก็จนปัญญาเพราะตัวเองเป็นแค่ตาแก่บ้านนอก ไม่มีอำนาจไปต่อกรกับสัตว์นรกสองตัวนั้น ตอนนี้พอเห็นว่ามีคนจัดการพวกมันได้ เขาก็ดีใจจนเนื้อเต้น
"มาแล้วๆ! รถสวยจริงๆ เลย!" ปอร์เช่คันหน้าสุดแล่นมาใกล้จนเห็นชัดเจน ลูกสะใภ้อดชมไม่ได้
"จุ๊ๆๆ! สุดยอดจริงๆ! รถสวยๆ ทั้งนั้น!" ชายชราจ้องมองขบวนรถตาไม่กะพริบ ส่งเสียงชื่นชมไม่ขาดปาก
"สวัสดีครับคุณน้า คุณปู่ คุณย่า"
ขณะที่พวกเขากำลังดูเพลินๆ รถคันหนึ่งก็จอดเทียบข้างทาง ลดกระจกลง เผยให้เห็นชายหนุ่มหน้าตาดีโผล่หน้าออกมาทักทายด้วยรอยยิ้ม
"สวัสดีจ้ะพ่อหนุ่ม วันนี้มาฉลองวันเกิดย่าทวดสินะ"
หญิงวัยกลางคนจำได้ทันทีว่าเป็นพ่อหนุ่มที่มาถามทางวันก่อน รีบทักทายกลับ
"ใช่ครับ มาฉลองวันเกิดย่าทวดกันทั้งตระกูลเลย... คุณปู่ครับ สูบบุหรี่ไหมครับ"
หลี่เหวินหลงเห็นสองผู้เฒ่าชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะยิ้มทักทาย พอเห็นผู้หญิงตอบรับ เขาเลยหันไปคุยกับเธอก่อน พร้อมกับหยิบบุหรี่ต้าจงฮวา จากเบาะข้างคนขับยื่นให้คุณปู่
"พ่อหนุ่ม เกรงใจแย่เลย" ชายชราเห็นพ่อหนุ่มยื่นบุหรี่ให้อย่างสุภาพ รีบเดินเข้าไปหาที่รถด้วยรอยยิ้ม
"รับไว้เถอะครับคุณปู่ เอาไปสูบเล่นๆ รถข้างหลังติดกันยาว ผมคุยนานไม่ได้ ไปก่อนนะครับ" หลี่เหวินหลงยัดซองบุหรี่ใส่มือชายชรา แล้วรีบตัดบทก่อนแกจะทันปฏิเสธ
"เดี๋ยว... ปู่รับไว้ไม่ได้..." ชายชรายังพูดไม่ทันจบ รถพ่อหนุ่มก็แล่นออกไปแล้ว
"ใจป้ำจริงๆ บุหรี่ซองละร้อยกว่าหยวน ให้มาทั้งซองเลย" ชายชราก้มมองซองบุหรี่ในมือ พึมพำกับตัวเอง
"ไม่ได้การ... ข้าต้องยุ่งเรื่องนี้ซะแล้ว พี่สะใภ้ซูฟางเคยดีกับข้ามาก แถมพ่อหนุ่มคนนี้ก็นิสัยดี ข้าจะปล่อยให้หลินเฉียงกับหลินเย่หลอกพวกมันไม่ได้"
มองรถบรรทุกคันสุดท้ายแล่นผ่านไป ชายชราเก็บบุหรี่ใส่กระเป๋า กำหมัดแน่นเหมือนตัดสินใจเด็ดขาด
"ตาแก่ คิดจะหาเรื่องใส่ตัวเหรอ หลินเฉียงกับหลินเย่มันอันธพาลนะ ลูกๆ มันก็ไม่ใช่คนดี ระวังจะเดือดร้อนเอานะ"
หญิงชราที่เดินเข้ามาได้ยินเสียงพึมพำของสามี เดาได้ทันทีว่าแกคิดจะเอาเรื่องความชั่วของสองพี่น้องนั่นไปฟ้องญาติฝ่ายแม่พี่สะใภ้ซูฟาง ด้วยความที่เป็นห่วง จึงรีบเตือนสติ
"ฮึ! หาเรื่องอะไรกัน พี่สะใภ้ซูฟางเห็นข้ามาตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอย สมัยก่อนยากจนข้นแค้น ข้าวปลาหากินยาก พี่สะใภ้ซูฟางยังอุตส่าห์หาลูกอมมาแบ่งให้ข้ากิน การช่วยผู้มีพระคุณมันเรียกว่าหาเรื่องเหรอ?"
"อีกอย่าง เอ็งไม่เห็นเหรอว่าญาติฝ่ายแม่พี่สะใภ้ซูฟางเขายิ่งใหญ่แค่ไหน หลินเฉียงกับหลินเย่มันจะไปสู้อะไรเขาได้? เมื่อก่อนข้าไม่มีปัญญา อยากช่วยแต่ช่วยไม่ได้ แต่ตอนนี้แค่พูดไม่กี่คำก็ช่วยพี่สะใภ้ซูฟางได้แล้ว ข้าต้องทำ! อายุข้าปาเข้าไป 70 แล้ว จะไปกลัวอะไรอีก!"
ชายชราเถียงเมียเสียงแข็ง ยืดอกอย่างไม่เกรงกลัว