- หน้าแรก
- ระบบฟื้นฟูตระกูลยอดมหาเศรษฐี
- บทที่ 14 ทุนการศึกษาตระกูล
บทที่ 14 ทุนการศึกษาตระกูล
บทที่ 14 ทุนการศึกษาตระกูล
นับตั้งแต่สามีจากไป ลูกสาวที่เพิ่งอายุ 8 ขวบของเธอก็กลายเป็นเด็กที่รู้ความเกินวัยอย่างน่าประหลาด
แกตั้งใจเรียนมาก มักจะคอยปลอบใจเธอเสมอว่าจะขยันเรียน โตขึ้นจะซื้อบ้านหลังใหญ่ จะซื้อเสื้อผ้าสวยๆ ให้แม่ใส่
ช่วงตรุษจีนที่เด็กคนอื่นได้ใส่เสื้อผ้าใหม่ ลูกสาวเธอกลับบอกว่าเสื้อผ้าเก่ายังใส่ได้ ไม่ยอมซื้อใหม่ พอตัวเก่ามันขาดจนใส่ไม่ได้จริงๆ แกก็ไปหาชุดจากที่ไหนมาใส่ก็ไม่รู้
ลูกสาวมักบอกว่าซื้อมาด้วยเงินที่ได้จากการเก็บของเก่าขาย แต่ดูจากสภาพเสื้อผ้าที่หลวมโครกและสีซีดจาง เธอก็รู้ดีว่าเป็นเสื้อผ้าเก่าที่เพื่อนร่วมชั้นไม่ใช้แล้ว
เธอไม่รู้หรอกว่าลูกสาวต้องทนรับคำล้อเลียน หรือต้องเจ็บช้ำน้ำใจแค่ไหนที่โรงเรียน แต่เธอจนปัญญา ลำพังแค่หาเงินมาจ่ายค่าเทอมก็แทบกระอักเลือดแล้ว ครั้งนี้เธอไม่มีปัญญาหาค่าเล่าเรียนมหาวิทยาลัยให้ลูกได้จริงๆ
ผลการเรียนของลูกสาวดีเยี่ยมมาตลอด ครั้งล่าสุดที่กลับบ้าน แกบอกเป้าหมายว่าจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยชั้นนำในโครงการ 985 ให้ได้ แม้เธอจะไม่รู้ว่า 985 คืออะไรก็เถอะ
เหลือเวลาอีกไม่ถึงเดือนลูกสาวก็จะสอบเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว การที่หาค่าเล่าเรียนไม่ได้ทำให้เธอกินไม่ได้นอนไม่หลับ เคยคิดจะบากหน้าไปขอความช่วยเหลือจากญาติพี่น้อง แต่ก็รู้ดีว่าแต่ละบ้านก็มีภาระ
ค่าเทอมมหาวิทยาลัยไม่เหมือนค่าเทอมประถมมัธยม หรือแม้แต่ม.ปลายในอำเภอ มหาวิทยาลัยอยู่ในเมืองใหญ่ ค่ากินอยู่เดือนละพันกว่าหยวนเป็นอย่างต่ำ
เคยคิดจะกลับไปพึ่งบ้านเดิมพ่อแม่ตัวเอง แต่สิบกว่าปีมานี้เธอไม่เคยส่งเสียเลี้ยงดูพ่อแม่เลย จะเอาหน้าที่ไหนไปขอความช่วยเหลือ
ที่เธอถามเรื่องรางวัลด้วยความกระตือรือร้น ก็เพื่อหวังว่ารางวัลจากกองทุนการศึกษาตระกูล จะช่วยให้ลูกสาวได้เรียนต่อสมใจ
หลี่รุ่ยเคยได้ยินมาบ้างว่าน้องสาวคนนี้เรียนเก่ง แต่ไม่คิดว่าจะมั่นใจถึงขั้นตั้งเป้าเข้า 985 ด้วยนิสัยของน้องสาว ถ้าไม่มั่นใจจริงๆ คงไม่กล้าพูดให้แม่ฟัง
"อาสะใภ้เจ็ดครับ ขอแค่เสี่ยวหรูสอบติด 985 ได้ ก็ถือว่าสร้างเกียรติประวัติให้ตระกูลเราแล้ว ทุนการศึกษาที่ตระกูลจะมอบให้ อย่างน้อยก็..." หลี่รุ่ยเว้นจังหวะ มองดูสีหน้าลุ้นระทึกของทุกคน แล้วแอบยิ้มในใจ ก่อนจะชูนิ้วชี้ขึ้นมาหนึ่งนิ้ว
ทุกคนมองนิ้วชี้ของหลี่รุ่ยแล้วหันมองหน้ากัน
มีคนถามอย่างไม่แน่ใจ "หนึ่งแสนเหรอ?"
หลี่รุ่ยส่ายหน้า
"หนึ่งล้าน!?" คนถามอ้าปากค้าง
หลี่รุ่ยยังคงส่ายหน้า
"คงไม่ใช่สิบล้านหรอกนะ?"
"สิบล้าน? นี่ฉันกลับไปเรียนตอนนี้ทันไหมวะ?"
"คนอย่างแกกลับไปเรียน? สมองหมูอย่างแกเรียนใหม่ชาตินี้ก็ได้ศูนย์อยู่ดี ไม่ดูสารรูปตัวเองบ้างเลย"
"ไปหาเมียมีลูกซะ ถ้าปีหน้าฉันยังไม่ได้อุ้มหลาน ฉันจะตีขาแกให้หัก!" หลี่หย่งเต๋อพูดแทรกขึ้นมา การเร่งรัดลูกชายเรื่องแต่งงานคือกิจวัตรประจำวันของแก พูดจบก็เตะก้นหลี่เหว่ยกวงไปทีนึง
เห็นบรรยากาศเริ่มวุ่นวาย หลี่รุ่ยยกมือปรามแล้วประกาศเสียงดัง "ถูกต้องครับ ใครในตระกูลเราสอบติด 985 ได้ รับไปเลย 10 ล้านหยวน! ส่วนใครสอบติด 211 รับ 5 ล้านหยวน!"
"ถ้าสอบติดชิงหวาหรือเป่ยต้า รับไปเลย 15 ล้านหยวน! และถ้าสอบติดมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีป้องกันประเทศแห่งชาติ รับไปเลย 20 ล้านหยวน!" ประโยคท้าย หลี่รุ่ยเน้นเสียงหนักแน่น การปกป้องและพัฒนาชาติสมควรได้รับรางวัลสูงสุด
ได้ยินตัวเลขรางวัลมหาศาล ทุกคนถึงกับทุบอกชกตัวด้วยความเสียดาย ถ้าสมัยพวกเขาเรียนมีรางวัลแบบนี้ คงไม่มัวแต่ไปขุดปลาไหลหรือสอยรังนกกันหรอก ป่านนี้คงตั้งใจเรียนจนเป็นจอหงวนไปแล้ว
พอคิดได้ว่าตัวเองเลยวัยเรียนมาแล้ว แต่ยังมีพวกเด็กๆ อยู่ แววตาของพวกเขาก็ลุกวาว จ้องมองลูกหลานตัวเองราวกับเห็นก้อนทองคำเดินได้
แม้จะไม่ได้พูดออกมา แต่สายตานั้นสื่อความหมายชัดเจนจนเด็ก 5 ขวบยังเข้าใจ 'ถ้าพวกแกไม่ตั้งใจเรียนเอาเงินรางวัลมาให้ฉัน พ่อจะลบไอดีพวกแกทิ้งแล้วปั้นตัวละครใหม่!'
คนที่ดีใจที่สุดในตอนนี้ นอกจากอาสะใภ้เจ็ดแล้ว ก็คืออาแปดและอาสะใภ้แปด ลูกๆ ของพวกเขา 'หลี่ไท่' และ 'หลี่หรู' เรียนอยู่ ม.6 โรงเรียนเดียวกัน แม้ผลการเรียนจะสู้หลี่หรูไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่ นั่นหมายความว่าลูกๆ ของพวกเขาก็มีสิทธิ์คว้าเงินรางวัล 5 ล้าน หรือ 10 ล้านได้เหมือนกัน
ความภาคภูมิใจในตระกูลเอ่อล้นในใจทุกคน พวกเขารู้สึกขอบคุณที่ได้เกิดมาในตระกูลหลี่ ความสามัคคีกลมเกลียวเกิดขึ้นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
และในวินาทีนั้นเอง หลี่รุ่ยก็ได้รับรางวัลแรกจากระบบ
"ติ๊ง ตรวจพบความสามัคคีในตระกูลโฮสต์เพิ่มขึ้น ระบบขอมอบรางวัล: 'ทักษะการต่อสู้ขั้นสูง' กรุณาทำการผสานโดยด่วน" ขณะที่หลี่รุ่ยกำลังมองทุกคนที่ตื่นเต้นกับทุนการศึกษา เสียงระบบก็ดังขึ้นในหัว
ทักษะการต่อสู้ขั้นสูง? รางวัลแรกดันเป็นทักษะซะงั้น ถ้าเป็นเทคโนโลยีจะดีมาก เขาซื้อที่ดินรอไว้แล้ว แค่รอเทคโนโลยีมาลงก็เริ่มงานได้เลย
แต่ทักษะการต่อสู้ก็ไม่เลว ลูกผู้ชายคนไหนบ้างไม่มีความฝันอยากเป็นจอมยุทธ์? ตอนเด็กๆ เขาฝันอยากเป็นยอดฝีมือ ผดุงคุณธรรมปราบคนพาล ตอนนี้ฝันจะเป็นจริงแล้ว
"ระบบ ทักษะการต่อสู้ขั้นสูงนี่เก่งแค่ไหน?" หลี่รุ่ยถามอย่างคาดหวัง
"โฮสต์ ทักษะการต่อสู้ขั้นสูงเทียบเท่ากับทักษะการต่อสู้ของบอดี้การ์ดระดับสูง คุณสามารถต่อสู้กับชายฉกรรจ์ 30 คนได้ด้วยตัวคนเดียว"
ได้ยินว่าจะเก่งขนาดสู้ 30 คนได้สบายๆ หลี่รุ่ยยิ้มมุมปาก ความฝันที่จะเป็นยอดฝีมือเป็นจริงแล้ววันนี้
"ระบบ ถ้าผสานทักษะนี้แล้ว ฉันก็เป็นบอดี้การ์ดระดับสูงได้เลยใช่ไหม?"
"โฮสต์ บอดี้การ์ดระดับสูงที่ผ่านเกณฑ์ ไม่เพียงต้องมีทักษะการต่อสู้มือเปล่า แต่ยังต้องชำนาญการใช้อาวุธทุกชนิดรวมถึงปืน ทักษะการสังเกตภัยคุกคาม ระบุอันตรายต่อผู้รับการคุ้มกันได้อย่างรวดเร็ว และความสามารถในการรวบรวมข่าวกรอง"
"รวมถึงทักษะภาษา บอดี้การ์ดระดับสูงต้องรู้ภาษา 3-4 ภาษา เพื่อสื่อสารกับลูกค้าจากชาติต่างๆ ดังนั้นโฮสต์ยังห่างไกลจากการเป็นบอดี้การ์ดระดับสูงที่แท้จริงครับ"
ได้ยินคำอธิบายของระบบ หลี่รุ่ยอึ้งไปเลย ไม่คิดว่าพวกหลี่หนึ่งถึงหลี่สี่ที่ดูเหมือนยักษ์ปักหลั่น จะมีความสามารถรอบด้านขนาดนี้
แต่ละคนพูดได้ 3-4 ภาษา เทียบกันแล้ว เขาดูเหมือนคนปัญญาอ่อนไปเลยแฮะ คิดแล้วหลี่รุ่ยก็ส่ายหัวขำๆ แต่เก่งแค่ไหนก็ลูกน้องเขานั่นแหละ ลูกน้องเก่ง ลูกพี่ก็ย่อมเก่งด้วย จริงไหม?
คิดได้ดังนั้น เขาก็เลิกฟุ้งซ่าน สั่งระบบในใจทันที "ผสานทักษะการต่อสู้ขั้นสูง"
"ติ๊ง กำลังผสานทักษะการต่อสู้ขั้นสูงให้โฮสต์"
สิ้นเสียงระบบ หลี่รุ่ยรู้สึกถึงกระแสความร้อนไหลเวียนไปทั่วร่าง ตามด้วยความรู้สึกชาหนึบที่สบายตัวอย่างบอกไม่ถูก ราวกับมีมือนุ่มๆ ของสาวสวยมานวดเฟ้นให้ ถ้าไม่ติดว่าอยู่ต่อหน้าผู้หลักผู้ใหญ่ เขาคงเผลอครางออกมาแล้ว
หลี่รุ่ยรู้ดีว่าระบบกำลังปรับสภาพร่างกายเขา เพราะการจะรองรับทักษะการต่อสู้ขั้นสูง ร่างกายต้องแข็งแกร่งพอ ไม่อย่างนั้นก็ใช้ทักษะไม่ได้
ความรู้สึกชาหนึบดำเนินไปหลายสิบวินาที หลี่รุ่ยรู้สึกว่าร่างกายเปี่ยมไปด้วยพลัง จนเผลอคิดไปว่าต่อยควายตายได้ด้วยหมัดเดียว
เขาลูบหน้าท้องที่เคยมีพุงพลุ้ยหน่อยๆ ตอนนี้กลับตึงเปรี๊ยะ กล้ามเนื้อเป็นลอนสวยเหมือนช็อกโกแลตบาร์ ซิกแพ็กแปดลูก! สิ่งที่หลายคนใฝ่ฝัน เขาได้มาครอบครองง่ายๆ แบบนี้เลย ขอบคุณลูกพี่ระบบจริงๆ
ขณะที่กำลังดีใจ ความทรงจำแปลกใหม่ก็หลั่งไหลเข้ามาในสมอง ทักษะการต่อสู้สารพัดรูปแบบ ทั้งมวยปล้ำ มวยสากล ซานต่า ศิลปะการป้องกันตัวแบบทหาร จุดตายบนร่างกายมนุษย์ ฯลฯ ผุดขึ้นมาเพียบ ราวกับเขาฝึกฝนมานานหลายสิบปี ทุกท่วงท่าสามารถเรียกใช้ได้ดั่งใจนึก
รอยยิ้มแห่งความปิติปรากฏชัดบนใบหน้า ความฝันวัยเด็กเป็นจริงแล้ว
ขณะที่หลี่รุ่ยกำลังจะปิดการประชุมตระกูล เพื่อไปลองวิชาใหม่กับพวกหลี่หนึ่ง...
โทรศัพท์ของอาสะใภ้แปดก็ดังขึ้น รับสายปุ๊บ สีหน้าเธอก็เปลี่ยนเป็นตื่นตระหนก ก่อนจะตะโกนใส่โทรศัพท์เสียงดัง "คุณครูคะ เข้าใจผิดหรือเปล่า? อาไท่ของบ้านเราเป็นเด็กดี ตั้งแต่เล็กจนโตไม่เคยมีเรื่องชกต่อยกับใคร แกจะไปทำร้ายคนอื่นได้ยังไงคะ?"