เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

เทพปีศาจหวนคืน บทที่ 173 นางพญางูขาว

เทพปีศาจหวนคืน บทที่ 173 นางพญางูขาว

เทพปีศาจหวนคืน บทที่ 173 นางพญางูขาว


เทพปีศาจหวนคืน บทที่ 173 นางพญางูขาว

สายลมเคลื่อนผ่านในยามที่แสงอาทิตย์เลือนหายไปอย่างเงียบเชียบ

ไป่หนิงปิงมองผ่านช่องหน้าต่างออกไปยังท้องฟ้ายามราตรี

แสงดาวส่องประกายระยิบระยับขณะที่เสียงเห่าหอนดังขึ้นเป็นครั้งคราวเพิ่มความเย็นเยียบให้กับแสงจันทร์ที่สาดส่อง

ในห้องโถง ผู้นำตระกูลไป่มองไป่หนิงปิงด้วยความงุนงง

นี่สืบเนื่องมาจากไม่นานมานี้ไป่หนิงปิงพึ่งเล่าเรื่องสุดยอดกายาน้ำแข็งแห่งความมืดให้ผู้นำตระกูลได้รับรู้

"กายาน้ำแข็งแห่งความมืด...สุดยอดพรสวรรค์..." ผู้นำตระกูลไป่ขมวดคิ้วพึมพำ

"ข้ารู้ดีว่าจุดจบของข้ากำลังจะมาถึง ทะเลวิญญาณของข้าแทบจะไม่สามารถแบกรับมันได้อีกต่อไป นั่นเป็นเหตุให้ข้าสร้างปัญหามากมายให้กับท่านในช่วงหลายปีที่ผ่านมา" ไป่หนิงปิงถอนหายใจเบาๆ

การแสดงออกของเขาดูสงบนิ่งและไม่ได้บ้าคลั่งเหมือนเช่นอดีตอีกต่อไป

มันเป็นความเงียบสงบที่เกิดขึ้นในหัวใจที่แท้จริงของเขา

เขาพบเส้นทางของตน เขาไม่ถูกกักขังด้วยชีวิตและความตายอีกต่อไป

"สิ่งนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร มันเห็นได้ชัดว่าเจ้ามีทะเลวิญญาณเก้าสิบเก้าส่วนในการทดสอบ พรสวรรค์ มันไม่ใช่สิ่งที่เรียกว่าสุดยอดกายาน้ำแข็งแห่งความมืด" ผู้นำตระกูลไป่ยังไม่สามารถยอมรับเรื่องนี้

"นั่นเป็นความจริง แต่หลังจากการบ่มเพาะ ข้าได้ก้าวล้ำมันไปแล้ว จากการค้นคว้าของข้า มันมีความเป็นไปได้ที่ทะเลวิญญาณเก้าสิบเก้าส่วนจะกลายเป็นหนึ่งร้อย" ไป่หนิงปิงกล่าว

"บุตรทั้งสิบของมนุษย์คนแรกล้วนมีพรสวรรค์ที่ท้าทายสวรรค์แต่พวกเขายังต้องจบชีวิตลงในที่สุด เห้อ...มันไม่มีทางแก้ไขเลยงั้นหรือ?" ผู้นำตระกูลไป่มองไปยังเด็กหนุ่มด้วยความโศกเศร้า

ไป่หนิงปิงเป็นความภาคภูมิใจและความหวังของตระกูล แต่ชีวิตของเขากลับกำลังจะดับสูญ แม้จะส่องสว่างราวดอกไม้ไฟ แต่มันก็เป็นเวลาเพียงชั่วครู่ชั่วยามเท่านั้น

"ไม่มีทางหลบเลี่ยงโทษที่ข้ากำลังจะได้รับ แต่มีวิธีการบางอย่างที่สามารถชะลอให้ช้าลง อย่างไรก็ตามวิธีการนี้ยังต้องใช้เวลาเตรียมตัวนับสิบปี แต่ข้าไม่มีเวลามากเช่นนั้น" ไป่หนิงปิงกล่าวเสียงเรียบประหนึ่งไม่มีสิ่งใดเกี่ยวข้องกับตัวเขา

"อย่ากังวล มีผู้ใดสามารถหลบหนีจากความตาย กระทั่งผู้อมตะก็ยังไม่สามารถ แต่ตราบเท่าที่สามารถใช้ชีวิตอย่างน่าสนใจ นั่นก็เพียงพอแล้ว" ไป่หนิงปิงปลอบใจผู้นำตระกูล

"ข้าไม่สามารถยอมรับเรื่องนี้! ไม่สามารถ! ตระกูลไป่ของข้าอยู่ใต้ตระกูลแสงจันทร์มานานหลายศตวรรษ แต่ในที่สุดพวกเราก็พบความหวัง แล้วข้าจะให้มันจบลงเช่นนี้ได้อย่างไร?"

เสียงของผู้นำตระกูลไป่ดังขึ้นเรื่อยๆ การแสดงออกของเขาราวกับว่าได้ตัดสินใจบางสิ่งบางอย่าง

"ตามข้ามา! ข้าจะพาเจ้าไปสถานที่แห่งหนึ่ง..." ผู้นำตระกูลไป่ลุกขึ้นยืนอย่างฉับพลัน

หลังจากนั้น...

แสงจันทร์ส่องสะท้อนสระน้ำแห่งหนึ่ง

"นี่คือน้ำพุจิตวิญญาณธรรมชาติงั้นหรือ?" ไป่หนิงปิงถามหลังจากเดินตามผู้นำตระกูลเข้ามายังเส้นทางลับสายหนึ่ง

"ถูกต้อง ที่นี่คือเขตหวงห้ามของตระกูล เจ้าคงรู้ดีว่าหินวิญญาณทั้งหมดที่มอบให้แก่สมาชิกตระกูลเกิดจากน้ำพุจิตวิญญาณธรรมชาติสายนี้ ตระกูลไป่ถือเป็นตระกูลขนาดเล็กถึงปานกลางเท่านั้น แต่ด้วยการผนวกน้ำพุจิตวิญญาณธรรมชาติของทั้งสามหมู่บ้าน มันสามารถทำให้พวกเรากลายเป็นตระกูลใหญ่" ผู้นำตระกูลไป่ถอนหายใจ

"แล้วท่านผู้นำพาข้ามาที่นี่ด้วยเหตุใด?" ไป่หนิงปิงถาม

ใบหน้าของผู้นำตระกูลไป่เผยให้เห็นความซับซ้อนและลังเล "เดิมทีข้าไม่เคยคิดที่จะพาเจ้ามาที่นี่ อย่างไรก็ตามโลกใบนี้เป็นสิ่งที่ยากจะคาดเดา เมื่อเจ้ามีกายาน้ำแข็งแห่งความมืด โอกาสเดียวที่อาจสามารถช่วยเหลือเจ้าได้อยู่ที่นี่"

"ที่นี่?" ไป่หนิงปิงงุนงง

"วิญญาณผู้ยิ่งใหญ่!" ผู้นำตระกูลประกาศออกมาด้วยเสียงทุ้มลึก

"วิญญาณ?" ไป่หนิงปิงประหลาดใจ

"มันคือวิญญาณอสรพิษที่ถูกทิ้งไว้โดยผู้ก่อตั้งตระกูลไป่ของเรา มันชอบความสะอาดและกินดื่มน้ำพุจิตวิญญาณธรรมชาติ ดังนั้นมันจึงอาศัยอยู่ที่นี่ตลอดมา" ผู้นำตระกูลไป่กล่าว

"ก่อนที่บรรพชนรุ่นแรกจะเสียชีวิต ท่านได้ทิ้งมรดกลับเอาไว้เบื้องหลังวิญญาณตนนี้ หากเจ้าได้รับอนุญาตจากมัน เจ้าจะได้รับมรดกี่ล้ำค่า แต่หากไม่ได้รับอนุญาต..." ผู้นำตระกูลไป่หยุดกล่าวอยู่ที่จุดนี้

"แล้วจะเกิดสิ่งใดขึ้น?" ไป่หนิงปิงถาม

การแสดงออกของผู้นำตระกูลไป่กลายเป็นมืดครึ้ม "มันจะฆ่าเจ้า!"

ด้านหมู่บ้านแสงจันทร์บรรพกาล

ภายในห้องพัก ไท่รั่วหนานเก็บวิญญาณของเธอกลับเข้าไปและพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ "สภาพแวดล้อมของที่นี่ค่อนข้างปลอดโปร่ง"

คำว่า ปลอดโปร่ง ของเธอไม่ได้หมายถึงไม่ได้หมายถึงความปลอดโปร่งของห้องพัก แต่มันคือการขาดการเฝ้าระวัง

แต่ด้วยระดับการเฝ้าระวังที่ค่อนข้างต่ำของตระกูลแสงจันทร์มันจึงทำให้เธอรู้สึกสบายใจ นี่ทำให้ไท่รั่วหนานรู้สึกถึงความเอาใจใส่ในการต้อนรับพวกเธอของตระกูลแสงจันทร์

ไท่เซี่ยเล้งพยักหน้า "รั่วหนาน เจ้าติดตามข้ามานานและได้เรียนรู้หลายสิ่งจากข้า อย่างไรก็ตามบางสิ่งสามารถเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ของตนเองเท่านั้น นั่นเป็นเหตุผลที่ข้าให้เจ้ารับผิดชอบภารกิจนี้"

"ท่านพ่อ ข้าจะทำงานอย่างหนัก!"

"ดี เช่นนั้นข้าขอถาม เจ้าจะทำสิ่งใดต่อไป?" ไท่เซี่ยเล้งทดสอบเธอ

ไท่รั่วหนานเผยรอยยิ้มบางก่อนจะมองออกไปนอกหน้าต่าง "เป็นดวงจันทร์ที่งดงาม ท่านพ่อ ให้ข้าพาท่านไปเดินชมรอบๆหมู่บ้านดีหรือไม่?"

เมื่อได้ยินสิ่งนี้ ไท่เซี่ยเล้งจึงเผยรอยยิ้มพึงพอใจ

ในการไขคดี พวกเขาไม่จำเป็นต้องทำความเข้าใจรายละเอียดของคดีอย่างเร่งด่วน แต่พวกเขาจะต้องทำความเข้าใจสภาพแวดล้อมเป็นอันดับแรก

คู่พ่อลูกค่อยๆเดินไปตามท้องถนน หลังจากการบุกโจมตีของฝูงหมาป่า หมู่บ้านแสงจันทร์บรรพกาลจึงตกอยู่ในสภาพที่เลวร้ายอย่างที่สุด

บ้านเรือนพังทลายและมีคราบเลือดอยู่รอบๆ เศษขยะทับถมส่งกลิ่นเน่าเหม็นลอยคละคลุ้งไปทั่วและยังมีเสียงกรีดร้องของผู้ได้รับบาดเจ็บดังขึ้นตลอดเวลา

คู่พ่อลูกเดินสำรวจรอบๆหมู่บ้านโดยไม่กล่าวสิ่งใด

"ฟางหยวน เจ้าสารเลว! ออกไปเดี๋ยวนี้!!" ทันใดนั้นเสียงสายหนึ่งพลันดังขึ้นจากภายในสวนหย่อนแห่งหนึ่ง

บิดาและบุตรสาวหยุดเท้าลงทันที

หลังจากชั่วครู่ ประตูคฤหาสน์จึงถูกเปิดออก ฟางหยวนเดินออกมาพร้อมกับใช้มือถูจมูกด้วยการแสดงออกที่คลุมเครือ

"ว่าไงน้องชายฟางหยวน" ไท่เซี่ยเล้งเริ่มทักทาย

"ผู้น้อยคารวะท่านเทพนักสืบ" ฟางหยวนปั้นรอยยิ้มขึ้นบนใบหน้าพร้อมกับป้องมือคารวะ

"สหายตัวน้อย พวกเราพึ่งมาที่นี่ เป็นไปได้หรือไม่ที่เจ้าจะให้คำแนะนำพวกเราสักสองสามเรื่อง?" ไท่เซี่ยเล้งถามออกมาอย่างกะทันหัน

ไท่รั่วหนานมองหน้าบิดาของเธอแต่ไม่ได้กล่าวสิ่งใด

สายตาของฟางหยวนส่องประกายเย็นเยียบ เวลานี้มาถึงเร็วกว่าที่เขาคิด

"ทั้งสองท่านเดินทางไกลมาอย่างยากลำบากเพื่อช่วยแก้ปัญหาให้กับหมู่บ้านของเรา แน่นอนว่าข้าย่อมต้องให้ความช่วยเหลือพวกท่านอย่างเต็มที่ โปรดตามข้ามา" ฟางหยวนกล่าวอย่างตรงไปตรงมาโดยปราศจากความตั้งใจที่ชั่วร้ายก่อนจะก้าวเท้าออกไป

น้ำพุจิตวิญญาณธรรมชาติกลายเป็นเดือดพล่าน

ไม่นานหลังจากนั้นมวลน้ำจึงถูกยกสูงขึ้นราวกับคลื่นยักษ์

เพียงเมื่อน้ำพุจิตวิญญาณธรรมชาตกระจัดกระจายออกไป มันจึงเผยให้เห็นอสรพิษที่มีร่างกายปกคลุมไปด้วยเกล็ดสีขาวราวหิมะ

ดวงตาของมันไม่ต่างจากหยกสีเขียวที่ส่องประกายเย็นเยียบและไม่แยแส มันมีหนวดสองเส้นที่ยืดยาวลงมาจากใต้คาง

วิญญาณระดับห้า นางพญางูขาว!

"คารวะท่านผู้ยิ่งใหญ่" ผู้นำตระกูลไป่คุกเข่าลงบนพื้นและเร่งเตือนไป่หนิงปิง "ไป่หนิงปิง เหตุใดเจ้าจึงไม่รีบคุกเข่าลง?"

"ข้าจะไม่คุกเข่าให้กับวิญญาณ" ไป่หนิงปิงยืนตัวตรงด้วยความหยิ่งยโส

แม้นางพญางูขาวจะปลดปล่อยกลิ่นอายที่น่าสะพรึงกลัวออกมาด้วยความตั้งใจฆ่าอันเข้มข้น แต่ไป่หนิงปิงกลับไม่แยแส ดวงตาคู่สีฟ้าของเขายังจ้องมองเข้าไปในดวงตาของอสรพิษขาวอย่างไม่เกรงกลัว

เวลาราวกับหยุดเดินอย่างกะทันหัน

น้ำพุจิตวิญญาณธรรมชาติและผู้นำตระกูลไป่ไม่ต่างจากพื้นหลังที่ไร้ความหมาย

ภายใต้แสงจันทร์ เด็กหนุ่มตาฟ้าประสานสายตากับอสรพิษขาว ขณะที่วิญญาณในทะเลวิญญาณของไป่หนิงปิงถูกบังคับให้หลบซ่อนอยู่ที่ขอบด้านข้างด้วยความหวาดกลัว

"นี่..." ผู้นำตระกูลไป่กลายเป็นงุนงง "มันไม่เหมือนสิ่งที่ระบุไว้ในบันทึกลับ"

บันทึกลับของตระกูลกล่าวไว้ว่า หากนางพญางูขาวอนุญาต มันจะบินขึ้นสู่ท้องฟ้าและนำผู้สืบทอดเข้าไปในด่านทดสอบรับสืบทอดมรดก

อย่างไรก็ตามสถานการณ์ในขณะนี้กลับแปลกประหลาดเมื่อนางพญางูขาวพุ่งเข้าไปในทะเลวิญญาณของไป่หนิงปิง มันไม่ได้ฆ่าเขา นี่หมายถึงมันให้การยอมรับเขา แต่เหตุใดมันไม่บินขึ้นสู่ท้องฟ้า?

เป็นไปได้หรือไม่ว่าบันทึกลับจะผิดพลาด

ผู้นำตระกูลไป่ไม่สามารถทำความเข้าใจแม้แต่น้อย...

เวลาผ่านไปอย่างเงียบๆ

"มากน้อยทุกคนก็รู้ว่าหมู่บ้านแสงจันทร์บรรพกาลมีถ้ำใต้พิภพแต่มันเป็นเขตหวงห้ามของตระกูล บุคคลภายนอกไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปเช่นกัน" ฟางหยวนกล่าว

เขาเงยหน้ามองดวงจันทร์ก่อนจะกล่าวต่อ "นี่ก็ดึกมากแล้ว พวกท่านควรกลับไปพักเพื่อเก็บพลังงานไว้สำหรับการตรวจสอบในวันพรุ่งนี้"

"ฮ่าฮ่าฮ่า น้องชายฟางหยวนกล่าวได้ถูกต้อง เจ้าก็ควรพักเช่นกัน" ไท่เซี่ยเล้งกล่าว

"หากเป็นกรณีนี้ เช่นนั้นข้าก็ขอลา" ฟางหยวนป้องมือกล่าว

ไท่เซี่ยเล้งมองฟางหยวนด้วยความสนใจกระทั่งเขาเดินลับตาไป

"รั่วหนาน เจ้าคิดอย่างไรกับฟางหยวนผู้นี้?" ไท่เซี่ยเล้งถาม

"ข้าไม่ชอบเขา สัญชาตญาณของข้าบอกว่าเขาเต็มไปด้วยความลับ" เด็กหญิงขมวดคิ้ว

ไท่เซี่ยเล้งพยักหน้า "ข้ารู้ว่าเจ้ามีวิญญาณสัญชาตญาณซึ่งจะส่งผลกระทบต่อสัญชาตญาณของเจ้า แต่เราต้องหาหลักฐานที่แน่ชัด ในการไขคดี ไม่สามารถอาศัยเพียงสัญชาตญาณ ข้าไม่ต้องการให้เจ้าใช้สัญชาตญาณในการแก้ปัญหา"

"เข้าใจแล้ว ท่านพ่อ"

จบบทที่ เทพปีศาจหวนคืน บทที่ 173 นางพญางูขาว

คัดลอกลิงก์แล้ว