เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

เทพปีศาจหวนคืน บทที่ 144 การเสียสละเป็นเรื่องธรรมดา ศรัทธาไม่มีวันตาย

เทพปีศาจหวนคืน บทที่ 144 การเสียสละเป็นเรื่องธรรมดา ศรัทธาไม่มีวันตาย

เทพปีศาจหวนคืน บทที่ 144 การเสียสละเป็นเรื่องธรรมดา ศรัทธาไม่มีวันตาย


เทพปีศาจหวนคืน บทที่ 144 การเสียสละเป็นเรื่องธรรมดา ศรัทธาไม่มีวันตาย

"ข้าบอกเขาว่าผู้คนมีนับพันนับหมื่นแล้วมันจะมีเหตุผลเพียงหนึ่งเดียวได้อย่างไร เจ้ามีชีวิตอยู่เพื่อสิ่งใด? ข้าไม่สามารถตอบคำถามนี้ มีเพียงตัวเจ้าเองเท่านั้นที่สามารถตอบมัน ดังนั้นจงค้นหามันด้วยตัวเจ้าเอง" อวี๋โป้กล่าว

"ท่านผู้นำ แล้วคำตอบของท่านคือสิ่งใด?" ฟางเจิ้งถาม

อวี๋โป้หัวเราะ นี่เป็นคำถามที่ฉิงซูเคยถามเขาเช่นกัน

ผู้นำตระกูลคิดถึงอดีตและตอบคำถามด้วยคำตอบเดิม "องค์กรต้องมีผู้เสียสละ ตั้งแต่มนุษย์ถือกำเนิด พวกเขาล้วนมุ่งหน้าสู่ความตาย ชีวิตของมนุษย์มีความเปราะบาง แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของพวกเราอบอุ่นและทำให้จิตวิญญาณส่องประกาย นั่นก็คือ ความรัก นี่คือคำตอบของข้า"

การเสียสละเป็นเรื่องธรรมดา

ฉิงซูเป็นบุตรบุญธรรมของเขามานานหลายปี การเสียสละของเขาในครั้งนี้จึงทำให้อวี๋โป้รู้สึกเจ็บปวดหัวใจเป็นอย่างมาก

แต่ในฐานะผู้นำตระกูล เขาเห็นการเสียสละมามากเกินไป

ความเจ็บปวดและความเศร้าโศกจึงกลายเป็นบางสิ่งที่สามารถยอมรับได้

ฟางเจิ้งก้มศีรษะลงและครุ่นคิดกับตนเองอยู่อย่างเงียบๆ

ผู้นำตระกูลหัวเราะก่อนจะหยิบจดหมายจากลิ้นชักโต๊ะส่งให้กับฟางเจิ้ง

"นี่คือจดหมายของฉิงซู มันคือคำตอบที่เขาค้นหามานานหลายปี ข้าจะให้เจ้าได้อ่านมัน"

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าตอนนี้หัวใจของฟางเจิ้งย่อมปรารถนาจดหมายฉบับนี้เป็นอย่างมาก

เขาเร่งเปิดจดหมายและต้องหลั่งน้ำตาทันทีเพียงเมื่ออ่านประโยคแรก

มันเป็นลายมือที่คุ้นเคยของฉิงซู ถ้อยคำของเขายังเต็มไปด้วยความเป็นมิตร

ย่อหน้าแรกกล่าวถึงความเจ็บปวดและความสงสัยของเขา ต่อมาคือสถานการณ์ที่ผ่านมาหลายปีและทำให้เขาเกิดความคิดบางอย่าง

ฟางเจิ้งอ่านจดหมายและตระหนักถึงประสบการณ์ตลอดชีวิตของฉิงซู

สุดท้ายมันยังเขียนไว้ว่า

"ตระกูลเปรียบได้กับป่าไม้ พวกเรา สมาชิกของตระกูลก็เหมือนต้นไม้ในป่าใหญ่ ต้นไม้แก่จะแผ่ขยายกิ่งก้านสาขาออกไปและช่วยบังลมบังฝนให้กับต้นไม้วัยเยาว์ เมื่อต้นไม้แก่ตาย พวกมันยังกลายเป็นปุ๋ยให้กับต้นไม้ที่เกิดใหม่ กล่าวได้ว่าต้นไม้ต้นใหม่ก็คือหลักฐานของการคงอยู่ของต้นไม้ต้นเก่า มนุษย์ก็เช่นเดียวกัน ทุกคนล้วนต้องตาย ในสถานการณ์เดียวกัน ตระกูลจะขยายใหญ่ขึ้นและมุ่งหน้าสู่ความรุ่งโรจน์"

"ไม่มีผู้ใดสามารถหลีกหนีจากความตาย ผู้ใช้วิญญาณก็เช่นกัน กระทั่งผู้ใช้วิญญาณระดับเจ็ดหรือแปดยังมีโอกาสตาย ต่อหน้าความตาย แน่นอนว่าข้ารู้สึกหวาดกลัว แต่ข้าก็เข้าใจเช่นกัน วันหนึ่งข้าอาจตายเพราะความชรา เจ็บป่วย หรือตายในสนามรบ แต่เมื่อเวลานั้นมาถึง ข้าสามารถจากไปอย่างสงบและจะไม่เสียใจแม้แต่น้อย"

ประโยคสุดท้ายในจดหมายยังระบุไว้ว่า

"ท่านพ่อบุญธรรม คำถามที่ข้าเคยถามท่าน ข้าคิดว่าข้าพบมันแล้ว"

ฟางเจิ้งหลั่งน้ำตาออกมาอย่างเงียบๆหลังจากอ่านจดหมายฉบับนี้

ในใจของเขาเต็มไปด้วยความทรงจำของฉิงซู แม้เขาจะทำผิด ฉิงซูก็ไม่เคยตำหนิแต่กลับปลอบโยนเขา เมื่อเผชิญหน้ากับปัญหา ฉิงซูจะให้กำลังใจและยกมือขึ้นลูบศีรษะเขาเสมอ

อวี๋โป้เก็บจดหมายก่อนกล่าวต่อ "ในอนาคต เมื่อใดที่เจ้ารู้คำตอบของตนก็จงเขียนจดหมายทิ้งไว้ เอาล่ะ กลับไปพักผ่อนเถอะ ภัยพิบัติจากคลื่นหมาป่ายังไม่จบสิ้น พวกเรายังต้องพึ่งพาความสามารถของเจ้า"

"ไม่" ฟางเจิ้งยกศีรษะขึ้นและกำหมัดแน่น

"หือ?" อวี๋โป้งุนงง

"ข้าพบคำตอบของข้าแล้ว" ดวงตาของฟางเจิ้งเต็มไปด้วยการตัดสินใจที่แน่วแน่ "ข้าต้องแข็งแกร่ง ข้าต้องปกป้องครอบครัว ต้องปกป้องตระกูล ข้าต้องการเห็นรอยยิ้มของสหายและไม่ต้องการสัมผัสกับความเจ็บปวดซ้ำแล้วซ้ำอีก ด้วยมือทั้งสองข้างของข้า ร่างกายของข้า ข้าจะปกป้องทุกคนที่อยู่รอบตัวข้า!"

อวี๋โป้ประหลาดใจและรู้สึกราวกับเห็นภาพของฉิงซูซ้อนทับอยู่บนร่างของฟางเจิ้ง

'ฉิงซู เจ้าไม่ได้ตายอย่างเปล่าประโยชน์...' เห็นสายตาที่มุ่งมั่นของฟางเจิ้ง อวี๋โป้ทำได้เพียงถอนหายใจ

ต้นไม้ต้นเก่าล้มลง แต่เมื่อมันสลายตัวลงไปในพื้นดิน ต้นไม้ต้นใหม่ก็จะเติบโตขึ้นแทนที่

มนุษย์คนแรกไม่สามารถทนต่อความโดดเดี่ยว ดังนั้นเขาจึงควักลูกตาของตนเองออกมาและเปลี่ยนพวกมันให้เป็นบุตรและธิดาของเขาเพื่อช่วยบรรเทาความเดี่ยวดาย

แต่สิ่งที่ดีมักอยู่ไม่นานเมื่อลูกๆของเขาต้องการออกเดินทางสำรวจโลกกว้าง พวกเขาผจญภัยอยู่ในโลกภายนอกกระทั่งลืมเลือนบิดาของตนเอง

มนุษย์คนแรกไม่สามารถมองเห็นสิ่งใด เขาอยู่ในโลกอันมืดมิดตลอดเวลา

แต่ในช่วงเวลานั้นเขากลับสัมผัสได้ถึงแสงสว่างดวงเล็กๆดวงหนึ่ง

เขารู้สึกประหลาดใจและเอ่ยถามวิญญาณทัศนคติ

วิญญาณทัศนคติตอบว่า "มันคือแสงแห่งนิรันดร์ที่เกิดจากวิญญาณศรัทธา"

"ศรัทธา?" ไป่หนิงปิงมองเห็นสิ่งนี้ เขาหัวเราะและโยนบันทึกโบราณทิ้งไป

ประตูห้องเปิดออกอย่างกระทันหันเป็นเหตุให้หนังสือเล่มหนากระแทบใบหน้าของบุคคลที่พึ่งเดินเข้ามาอย่างแม่นยำ

"หนิงปิง เจ้ากำลังทำสิ่งใด?" บุคคลที่เดินเข้ามาก็คือผู้นำตระกูลไป่

"ข้ารู้ว่าเจ้าอยู่ในอารมณ์ที่ไม่ดีนัก แต่การสูญเสียแขนขวาไม่ใช่เรื่องใหญ่ ในโลกวิญญาณใบนี้ มีวิญญาณหลายชนิดที่สามารถรักษามัน"

"ในอดีตข้าให้ผู้อาวุโสบางคนอยู่ข้างกายเจ้าเพื่อปกป้องเจ้า แต่เจ้ามักปฏิเสธและกระทั่งโจมตีพวกเขา สุดท้ายเจ้าก็ได้รับบาดเจ็บเช่นนี้"

"แต่นี่ถือเป็นเรื่องดี เพราะตั้งแต่เด็ก เจ้าเดินอยู่บนเส้นทางที่ราบเรียบเกินไป ตราบเท่าที่เจ้ายังไม่ตาย การสูญเสียเล็กๆน้อยๆไม่ใช่ปัญหาใหญ่ อาการบาดเจ็บของเจ้าสามารถรักษาได้ แต่คลื่นหมาป่ากำลังทวีความรุนแรงมากขึ้น พวกเราต้องการความแข็งแกร่งของเจ้า"

"ฝูงลูกหมาป่าเหล่านั้นจะสักเท่าใด?" ไป่หนิงปิงที่นอนปิดเปลือกตาอยู่บนเตียงกล่าวออกมาอย่างไร้อารมณ์

ใบหน้าของผู้นำตระกูลเริ่มจริงจังมากขึ้น "สถานการณ์ไม่ดีนัก จากการตรวจสอบ มีฝูงหมาป่าสายฟ้าคลั่งสามฝูงอยู่รอบๆหมู่บ้านของเรา อาการบาดเจ็บของเจ้าส่งผลกระทบอย่างมากต่อสมาชิกตระกูล ดังนั้นข้าหวังว่าคืนนี้เจ้าจะออกมาปรากฏตัวให้ทุกคนได้เห็น ตราบเท่าที่เจ้าสามารถยืดหยัดอย่างมั่นคง มันจะผลักดันจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ของทุกคน เจ้าเข้าใจหรือไม่?"

"เอาล่ะ เอาล่ะ ข้าจะทำมัน ก็แค่เรื่องเล็กน้อย" ไป่หนิงปิงตอบอย่างหมดความอดทน

หากเป็นผู้อื่นที่แสดงออกเช่นนี้กับผู้นำตระกูล พวกเขาอาจถูกลงโทษอย่างหนัก แต่แน่นอนว่าไป่หนิงปิงต่างออกไป

ผู้นำตระกูลถอนหายใจก่อนจะเดินออกไปจากห้อง

เมื่อเขาอยู่เพียงลำพังในห้องที่ว่างเปล่า เขาเปิดเปลือกตาขึ้นเผชิญหน้ากับความเหงาและความรู้สึกสับสน

เขาไม่เคยบอกผู้ใดเกี่ยวกับปัญหาของเขาและสัญญาณแห่งความตายที่เขารู้สึกถึง

จากบันทึกโบราณ เขาพบชื่อกายาน้ำแข็งแห่งความมืด แม้มันจะมีข้อมูลอยู่อย่างจำกัด แต่มันยังระบุถึงงสุดยอดกายาทั้งสิบ พรสวรรค์ที่นำไปสู่ความตาย เขายังรู้ว่าเมื่อใดที่กำแพงวิญญาณไม่สามารถรองรับทะเลวิญญาณของเขา มันจะเกิดการระเบิดครั้งใหญ่ขึ้นในที่สุด

มันเป็นความจริงที่ผู้นำตระกูลชุบเลี้ยงเขามาหลายปี แต่เขาก็มั่นใจว่าเมื่อเวลานั้นมาถึง ไม่ต้องสงสัยเลยว่าผู้นำตระกูลผู้นี้ย่อมเป็นคนแรกที่จะลงมือสังหารเขา

"มนุษย์มีชีวิตอยู่เพื่อสิ่งใด?"

ในอดีตเมื่อเขาคิดถึงคำถามนี้ เขาจะรู้สึกหงุดหงิดและเบื่อหน่าย มันเป็นความรู้สึกด้านลบอย่างสิ้นเชิง

แต่เวลานี้หัวใจของเขากลับสงบนิ่ง

ผู้คนจะเติบโตขึ้นโดยยังไม่ต้องกล่าวถึงพรสวรรค์ของเขา

ก่อนหน้าเขารู้ตัวว่ากำลังจะตาย ดังนั้นภายใต้ความสิ้นหวัง เขาปรารถนาที่จะมีชีวิตอยู่และรู้สึกหวาดกลัวอยู่ในส่วนลึกของหัวใจ

แต่หลังจากสถานการณ์เฉียดตายที่พึ่งผ่านมา เขาได้รับบางสิ่งที่ทำให้เขาไม่รู้สึกเกรงกลัวต่อความตายอีกต่อไป

แม้เขายังไม่รู้ความหมายของชีวิต แต่เขาก็รู้ว่าคำตอบอยู่ที่ใด

คำตอบนี้อยู่ในหัวใจของฟางหยวนอย่างแน่นอน

ความรู้สึกนี้ไม่สามารถอธิบาย มันเป็นสัญชาตญาณและเขาก็มั่นใจกับสัญชาตญาณครั้งนี้

นอกจากนั้นวิญญาณกำแพงหินยังอยู่ในมือของฟางหยวน

"ฟางหยวน เราจะพบกันอีกครั้ง..." เขาพึมพำพร้อมกับดวงตาที่ส่องประกาย

"วิญญาณกำแพงหิน..." ในห้องเช่า วิญญาณกำแพงหินลอยอยู่ในมือของฟางหยวน

มันอยู่ในรูปลักษณ์ของลูกเต๋าหินสีเทาที่ดูแข็งแกร่ง

นี่เป็นวิญญาณที่ใช้ได้ครั้งเดียว มันจะเปลี่ยนกำแพงวิญญาณที่ห่อหุ้มทะเลวิญญาณให้กลายเป็นกำแพงหิน

ด้วยวิธีการนี้มันจะช่วยบีบคั่นศักยภาพของทะเลวิญญาณและทำให้มันยกระดับขึ้นทันที

ตัวอย่างเช่นเวลานี้ฟางหยวนอยู่ในระดับสองขั้นกลาง หลังจากใช้งานวิญญาณกำแพงหิน มันจะบีบบังคับให้ทะเลวิญญาณของเขาก้าวเข้าสู่ระดับสองขั้นสูงในพริบตา

แต่ราคาของมันก็คือ เขาจะไม่สามารถทะลวงเข้าสู่ระดับสาม

ดังนั้นวิญญาณชนิดนี้จึงมักถูกใช้งานโดยผู้ใช้วิญญาณที่ทะเลวิญญาณได้รับบาดเจ็บและไม่สามารถรักษาได้หรืออาจเป็นผู้คนจำพวกที่สูญสิ้นความหวังบนเส้นทางการบ่อเพาะแล้วเท่านั้น

"ค่าใช้จ่ายของวิญญาณกำแพงหินสูงมาก ไป่หนิงปิงอาจต้องการใช้มันเพื่อหลีกเลี่ยงความตายที่ใกล้เข้ามา แต่วิธีนี้มันทำได้เพียงยืดเวลาตายของเขาออกไปแต่ไม่สามารถหยุดยั้งการระเบิดของกายาน้ำแข็งแห่งความมืด มิฉะนั้นมันจะถูกเรียกว่าสุดยอดกายาทั้งสิบได้อย่างไร?"

ชัดเจนว่าวิญญาณกำแพงหินไม่มีประโยชน์สำหรับฟางหยวน มีเพียงวิญญาณรากพฤกษาทองแดงและวิญญาณเกราะวารีเท่านั้นที่เขาสามารถใช้ประโยชน์

สำหรับวิญญาณของกลุ่มม่านซื่อ พวกมันไม่มีความโดดเด่น ดังนั้นฟางหยวนจึงนำไปแลกกับคะแนนผลงานมากมายนานแล้ว

เนื่องจากสถานการณ์คลื่นหมาป่ายังเป็นปัญหาใหญ่ ดังนั้นปัญหาความขัดแย้งระหว่างฉิงซูกับไป่หนิงปิงจึงถูกเก็บไว้ชั่วคราว นี่ทำให้ทั้งสามตระกูลยังสามารถร่วมมือกันต่อต้านภัยพิบัติครั้งนี้

จากรายงานของซ่งหลิน มันทำให้ทุกคนรู้ว่าฟางหยวนครอบครองวิญญาณหยกขาว แต่ฟางหยวนอ้างว่าเขาซื้อมันมาจากขบวนสินค้าครั้งก่อนหน้า

จบบทที่ เทพปีศาจหวนคืน บทที่ 144 การเสียสละเป็นเรื่องธรรมดา ศรัทธาไม่มีวันตาย

คัดลอกลิงก์แล้ว