เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

เทพปีศาจหวนคืน บทที่ 130 สมาชิกที่รักใคร่กลมเกลียว (อ่านฟรี)

เทพปีศาจหวนคืน บทที่ 130 สมาชิกที่รักใคร่กลมเกลียว (อ่านฟรี)

เทพปีศาจหวนคืน บทที่ 130 สมาชิกที่รักใคร่กลมเกลียว (อ่านฟรี)


เทพปีศาจหวนคืน บทที่ 130 สมาชิกที่รักใคร่กลมเกลียว

แปลโดย iPAT 

เมฆสีหม่นปกคลุมท้องฟ้าเป็นเหตุให้เงาสีดำทาบทอลงบนภูเขาชิงเหมา ทั้งหมดบ่งชี้ว่าพายุใหญ่กำลังจะมา

ด้านหนึ่งของภูเขา หมาป่าสายฟ้านับสิบแยกเขี้ยวคำรามเสียงต่ำและปิดล้อมฟางหยวนเอาไว้ทุกด้าน

หากเป็นผู้ใช้วิญญาณระดับสองคนอื่นที่เผชิญหน้ากับสถานการณ์นี้เพียงลำพัง พวกเขาอาจรู้สึกสูญสิ้นความหวัง อย่างไรก็ตามมันไม่ใช่กับฟางหยวน

ฟางหยวนยืนอยู่ในตำแหน่งเดิมด้วยการแสดงออกที่สงบนิ่ง ตรงข้ามกับฝูงหมาป่าสายฟ้าที่เผยให้เห็นถึงความกังวลเล็กน้อย

การต่อสู้ดำเนินมาชั่วระยะเวลาหนึ่งแล้ว พื้นดินถูกเปลี่ยนเป็นบ่อเลือด ศพของหมาป่าสายฟ้าหลายตัวนอนอยู่บนพื้น มันบ่งบอกถึงความสำเร็จของฟางหยวนอย่างเงียบๆ

‘ฆ่า!’

ฟางหยวนตะโกนเสียงเย็นอยู่ภายใน เขาเริ่มเปิดฉากโจมตีแม้จะถูกศัตรูรุมล้อม เท้าของเขากดลงไปบนพื้นก่อนจะกระโจนร่างเข้าหาหมาป่าสายฟ้าที่อยู่ด้านซ้าย

หมาป่าสายฟ้าถอยหลังกลับไปครึ่งก้าวด้วยความหวาดกลัวก่อนจะกัดฟันพุ่งเข้าปะทะฟางหยวนด้วยความดุร้าย

มันเปิดปากกลางอากาศและเผยให้เห็นคมเขี้ยวอันแหลมคม

ฟางหยวนหัวเราะเสียงเย็นอยู่ในใจ เขาไม่หลบแต่สะบัดแขนขวาออกไป

"ฟิ้ว..." ดาบแสงจันทร์สีฟ้าพุ่งเข้าไปในปากที่อ้ากว้างของหมาป่าสายฟ้าในแนวนอน

เลือดพุ่งกระฉูดออกมาราวกับสายฝน

ร่างของฟางหยวนเรืองแสงสีขาวเมื่อเลือดที่เต็มไปด้วยกระแสไฟฟ้าสาดกระเซ็นมาที่เขา

ฝูงหมาป่าตอบสนองด้วยการพุ่งเข้าจู่โจมฟางหยวนอย่างพร้อมเพรียงจากทุกทิศทาง พวกมันเปิดปากและใช้เขี้ยวกัดร่างของฟางหยวน แต่เขี้ยวของพวกมันกลับเป็นฝ่ายแตกหักเมื่อเผชิญหน้ากับเกราะหยกขาว

ไม่ว่าจะเป็นเขี้ยวหรือกรงเล็บ พวกมันกลายเป็นไร้ประโยชน์

ฟางหยวนชกและเตะฝูงหมาป่าสายฟ้าให้บินกลับหลังไปด้วยพละกำลังของหมูป่าสองตัว กะโหลกศีรษะของหมาป่าบางตัวระเบิดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยทันทีเป็นเหตุให้ฟางหยวนคว้าชัยชนะในสงครามครั้งนี้มาได้อย่างรวดเร็ว

แต่เรื่องดีๆมักอยู่ไม่นานเมื่อพลังวิญญาณของฟางหยวนลดลงอย่างต่อเนื่อง

พรสวรรค์ของฟางหยวนอยู่ในนภาที่สาม การบ่มเพาะของเขาอยู่ในระดับสองขั้นกลาง ทะเลวิญญาณของเขามีมวลน้ำอยู่ไม่ถึงห้าสิบส่วน

เขามองเข้าไปในทะเลวิญญาณที่ระดับน้ำลดลงไปมากแล้วขณะที่หมาป่าสายฟ้ายังเหลืออยู่อีกหลายตัว ฟางหยวนไม่มีทางเลือกนอกจากต้องกระตุ้นใช้งานวิญญาณเกล็ดลี้ลับ

ร่างกายของเขากระพริบราวกับระลอกคลื่นก่อนจะเลือนหายไปในที่สุด

หมาป่าสายฟ้าที่มีสติปัญญาไม่มากนักคำรามออกมาด้วยความโกรธหลังจากกวาดตามองไปรอบๆแต่ไม่พบสิ่งใด

ฟางหยวนยังไม่ได้ล่าถอยไปไกลนัก เขาเร้นกายและดูดซับพลังงานจากหินวิญญาณเพื่อกู้คืนพลังวิญญาณของตน

หมาป่าสายฟ้ามีดวงตาที่พิเศษ แต่ประสาทรับกลิ่นของพวกมันกลับไม่แหลมคม วิญญาณเกล็ดลี้ลับถือเป็นยาขมสำหรับพวกมัน

เมื่อทะเลวิญญาณของฟางหยวนถูกกู้คืนกลับมาได้สามสิบส่วน ฝูงหมาป่าสายฟ้าตัดสินใจล่าถอยอย่างไม่เต็มใจนัก

ฟางหยวนไม่มีวิญญาณที่ช่วยสนับสนุนการเคลื่อนไหว หากหมาป่าสายฟ้าต้องการหลบหนีจริงๆ ฟางหยวนจะไม่สามารถติดตามความเร็วของพวกมัน ดังนั้นเขาจึงต้องเผยตัวออกมาจากที่ซ่อน

"อะวู้...."

ฝูงหมาป่ามองเห็นศัตรูของพวกมันอีกครั้ง ราวกับฟางหยวนสังหารบุพการีของพวกมัน พวกมันจึงวิ่งเข้ามาหาฟางหยวนด้วยสายตาแห่งความเกลียดชังทันที

ฟางหยวนเผยรอยยิ้มเย้ยหยัน เขารอให้หมาป่าเข้าประชิดตัวก่อนจะส่งหมัดขวาออกไป

กำปั้นที่เคลือบคลุมด้วยเกราะหยกขาวชกไปยังแผ่นหลังของหมาป่าตัวหนึ่ง

"กร๊อบ!" เสียงแตกหักที่คมชัดดังขึ้น หมาป่าที่โชคร้ายบินกลับหลังไปพร้อมกับกระดูกสันหลังที่แตกสลาย

มันร่วงลงบนพื้นและพยายามดิ้นรนแต่กลับไม่สามารถลุกขึ้นมาได้อีก

หลังจากพลังวิญญาณถูกกู้คืน พลังอำนาจที่น่าเกรงขามของฟางหยวนก็กลับคืนมาอีกครั้งทำให้เขาสามารถสังหารหมาป่าสายฟ้าสี่ตัวได้ในเวลาเพียงไม่กี่ลมหายใจ

หมาป่าที่เหลือสูญเสียจิตวิญญาณการต่อสู้ พวกมันคำรามออกมาด้วยความหวาดกลัวก่อนจะสะบัดหางหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว

ฟางหยวนไม่ไล่ล่าพวกมัน

เขาไม่สามารถแข่งขันความเร็วกับหมาป่าสายฟ้า การไล่ล่าไม่มีประโยชน์

พื้นดินเต็มไปด้วยซากศพหมาป่า แต่ฟางหยวนยังระวังตัวและไม่รีบร้อนเข้าไปเก็บรวบรวมดวงตาหมาป่า

วิญญาณหญ้าใบหูปฐพี!

เขาคุกเข่าลงข้างหนึ่งขณะที่รากโสมงอกออกมาจากใบหูข้างขวาและเชื่อมต่อกับพื้น

ความสามารถในการได้ยินของฟางหยวนขยายขอบเขตขึ้น เขาสามารถตรวจสอบทุกสิ่งในรัศมีสามร้อยก้าว

เสียงหลายสายดังเข้ามาในหูของเขา แต่มันไม่มีเสียงการเคลื่อนไหวของฝูงหมาป่าหรือผู้ใช้วิญญาณ

‘มันยังปลอดภัยในช่วงเวลานี้’ ฟางหยวนถอนหายใจก่อนจะหยิบกริชออกมาและเริ่มควักดวงตาของหมาป่าสายฟ้า

ฟางหยวนต้องการป้องกันเหตุการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ให้ได้มากที่สุด ดังนั้นเขาจึงส่งมอบดวงตาหมาป่าเพียงบางส่วนและเก็บซ่อนส่วนที่เหลือเอาไว้

หากเขาส่งมอบทั้งหมด มันจะกลายเป็นการดึงดูดความสนใจและอาจมีการลอบสืบสวนเรื่องนี้อย่างลับๆ

หลังจากกำจัดฝูงหมาป่าอีกสองกลุ่ม ท้องฟ้าก็ถูกปกคลุมไปด้วยชั้นเมฆหมอกสีดำที่หนาทึบ สายลมพัดผ่านเป็นเหตุให้เกิดระลอกคลื่นสีเขียวสั่นไหวขึ้นบนภูเขา

"อะวู้...อะวู้..."

เสียงคำรามของหมาป่าดังสะท้อนอยู่ในสายลม

ใบหน้าของฟางหยวนกลายเป็นเคร่งเครียดเล็กน้อย ตามความทรงจำในชีวิตก่อนหน้า วันนี้เป็นวันที่คลื่นหมาป่าที่แท้จริงเริ่มถาโถมเข้ามา

เขาใช้วิญญาณหญ้าใบหูปฐพีอีกครั้งแต่ยังไม่ได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวของฝูงหมาป่า

เขาไม่แปลกใจและยังสามารถรักษาความสงบ

เพราะมันหมายความว่าระยะห่างระหว่างเขากับฝูงหมาป่าไกลกว่าระยะสามร้อยก้าว ด้วยระยะห่างสามร้อยก้าวรวมถึงความชำนาญภูมิประเทศ มันเพียงพอให้เขาเดินทางกลับไปยังหมู่บ้านได้อย่างปลอดภัย

“หมาป่าสายฟ้าเหล่านี้มีไหวพริบพอที่จะบุกโจมตีในสภาพอากาศเช่นนี้ ด้วยเสียงลมและเสียงต้นไม้ มันจะช่วยปกปิดเสียงการเคลื่อนไหวของพวกมันได้ในระดับหนึ่ง” ฟางหยวนถอนหายใจก่อนจะวิ่งกลับหมู่บ้านด้วยความเร็วสูงสุด

หลังจากวิ่งไปหลายร้อยเมตร เขาก็พบกับกลุ่มผู้ใช้วิญญาณห้าคน

"เจ้าคือฟางหยวน!" ผู้ใช้วิญญาณหนึ่งในห้ายกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งเมื่อเห็นฟางหยวน จากนั้นเขาก็ทักทายด้วยน้ำเสียงที่แปลกประหลาด

ผู้ใช้วิญญาณผู้นี้คือ อวี๋เพิ่ง สหายร่วมชั้นเรียนของฟางหยวน ในช่วงเวลาที่อยู่ในสถานศึกษา เขาได้รับความทุกข์ทรมานจากการกรรโชกทรัพย์ของฟางหยวนมาตลอด

ฟางหยวนชำเลืองมองและพุ่งผ่านพวกเขาไปโดยไม่แม้แต่จะหยุดพูดคุย

"เจ้า!" อวี๋เพิ่งตะลึงก่อนจะกลายเป็นความโกรธ นั่นทำให้การเคลื่อนไหวของเขาช้าลงเล็กน้อย

"เสี่ยวเพิ่ง อย่าช้า พวกเราต้องล่าหมาป่าสายฟ้าอย่างน้อยห้าสิบตัวในวันนี้เพื่อรักษาตำแหน่งของเราบนหอคอยเกียรติยศ" หัวหน้ากลุ่มเปิดปากกล่าว

อวี๋เพิ่งสะกดข่มความโกรธและติดตามกลุ่มของเขาไปอย่างรวดเร็ว

'กลุ่มของข้าอยู่ในอันดับเจ็ดสิบห้าบนหอคอยเกียรติยศ อันดับของฟางหยวนต่ำกว่าสองร้อย ความแตกต่างระหว่างข้ากับเขาเหมือนสวรรค์กับพิภพ โชคดีที่ข้าสามารถติดตามท่านหัวหน้า ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงตอนนี้ ข้าสามารถแลกเปลี่ยนวิญญาณที่ดีมาไว้ในการครอบครองเรียบร้อยแล้ว นี่จะทำให้อนาคตของข้าสดใส แล้วฟางหยวนจะสามารถเปรียบเทียบกับข้าได้อย่างไร?' เมื่อคิดได้เช่นนี้ อวี๋เพิ่งก็สามารถสงบจิตใจและกระทั่งรู้สึกมีความสุข

'ในโลกใบนี้ ผู้ใดจะสามารถต่อสู้เพียงลำพัง? หลายมือย่อมสามารถผ่อนแรง ความสามัคคีคือพลัง ด้วยการหยิบยืมความแข็งแกร่งของสมาชิกตระกูล เด็กใหม่จะสามารถเติบโตขึ้นอย่างปลอดภัย ฟางหยวนเป็นเพียงคนโง่เขลา เขาคิดจริงๆหรือว่าเขาเป็นวีรบุรุษ การขับไล่วิญญาณคางคกกลืนกินแม่น้ำระดับห้าเป็นเพียงความโชคดีเท่านั้น แม้เขาจะเป็นหัวหน้ากลุ่ม แต่เขาไม่มีสมาชิกกลุ่มแม้แต่ผู้เดียวและยังถูกจัดไว้ในอันดับสุดท้าย ฮ่าฮ่า ด้วยบุคลิกที่แปลกประหลาด เขาจะสามารถรวบรวมสมาชิกกลุ่มได้อย่างไร?' อวี๋เพิ่งรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น

แต่สิ่งที่แปลกประหลาดก็คือบนเส้นทางของพวกเขากลับไม่พบฝูงหมาป่า

อวี๋เพิ่งเงยหน้ามองขึ้นไปบนท้องฟ้ายามบ่ายแต่มันมืดมิดราวกับพลบค่ำ

เมฆสีดำปกคลุมท้องฟ้าขณะที่พายุฝนเริ่มโหมกระหน่ำ

อย่างไรก็ตามอวี๋เพิ่งไม่มีความหวาดกลัวและยังเผยรอยยิ้มเยาะ 'ฮ่าฮ่า ฟางหยวนรีบวิ่งกลับหมู่บ้านเพราะเขากลัวพายุฝนเหล่านี้งั้นหรือ? ช่างขลาดเขลานัก'

เป็นเพียงเวลานี้ที่ใบหน้าของหัวหน้ากลุ่มกลายเป็นซีดเผือดและสูดหายใจลึก

"ท่านหัวหน้า เกิดสิ่งใดขึ้น?" สมาชิกอีกสี่คนเร่งถามเมื่อสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติ

สำหรับกลุ่มนี้ หัวหน้ากลุ่มเป็นผู้รับผิดชอบในการตรวจสอบ แม้เขาจะเป็นผู้ใช้วิญญาณระดับสองแต่วิญญาณสายตรวจสอบของเขายังไม่มีประสิทธิภาพเท่ากับวิญญาณหญ้าใบหูปฐพี

ใบหน้าของเขาราวกับซากศพ เขาไม่ต้องการอธิบายสิ่งใดออกมาในเวลานี้

"วิ่ง!" เขาตะโกนด้วยความหวาดกลัวก่อนจะหันหลังกลับและออกวิ่งทันที

"ตามหัวหน้าไป!" สมาชิกกลุ่มของเขาก็ไม่โง่ พวกเขาตอบสนองด้วยการวิ่งตามหัวหน้ากลุ่มไปอย่างรวดเร็ว

"อะวู้...อะวู้..."

เสียงเห่าหอนของหมาป่าดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง เสียงเหล่านี้บ่งบอกได้ว่ามันมีหมาป่าอยู่นับพันตัว

ใบหน้าของทุกคนในกลุ่มกลายเป็นซีดขาวขณะที่พวกเขาวิ่งอย่างสุดกำลัง

"รอข้าด้วย!" อวี๋เพิ่งวิ่งด้วยพลังทั้งหมดแต่ยังรั้งท้าย ในสถานการณ์นี้ช่วยไม่ได้ที่เขาจะสูญเสียความเยือกเย็นและกรีดร้องขอความช่วยเหลือออกมาด้วยความตื่นตระหนกเมื่อรู้สึกถึงลมหายใจของหมาป่าสายฟ้าที่อยู่ด้านหลัง

แต่สิ่งที่ทำให้เขารู้สึกสิ้นหวังที่สุดก็คือหัวหน้ากลุ่มที่เขาเคยเทิดทูนบูชากลับไม่แม้แต่จะหันหลังกลับมามองเขา สมาชิกในกลุ่มที่เคยสาบานเป็นพี่น้องกลับเพิกเฉยต่อเสียงตะโกนของเขาอย่างสิ้นเชิง

"อะวู้..." เป็นเวลานี้ที่อวี๋เพิ่งได้ยินเสียงหมาป่าดังอยู่ด้านขวาของเขา

วินาทีต่อมาเขารู้สึกถึงพละกำลังอันมหาศาลที่กดลงบนแผ่นหลังของเขาและทำให้เขาล้มลงบนพื้น

การล้มลงกระแทกพื้นทำให้เขารู้สึกมึนงง

เขาดิ้นรนหันหน้าไปรอบๆและพยายามต่อต้านขัดขืน

"เปรี้ยง!"

อสรพิษสายฟ้าแล่นผ่านอากาศ

ท่ามกลางความมืดมิด ร่างของหมาป่าสายฟ้าปรากฏขึ้นในมุมมองสายตาของเขา

มันมีร่างกายใหญ่โตเป็นสองเท่าของหมาป่าสายฟ้าทั่วไป ขนบนร่างของมันชูชันขึ้นทั้งหมด มันเปิดปากและเผยให้เห็นคมเขี้ยวสีเงินที่ใหญ่โตและแหลมคม

รูม่านตาของอวี๋เพิ่งหดเล็กลงขณะที่ความคิดหนึ่งดังขึ้นในใจของเขา 'ราชันร้อยอสูร!'

มันเป็นฝูงหมาป่าขนาดใหญ่ นอกจากราชันร้อยอสูรและราชันพันอสูร มันยังมีกระทั่งราชันหมื่นอสูร

หมาป่าสายฟ้าเปิดปากกว้าง วินาทีต่อมา ด้วยเสียง 'กร๊อบ!' ศีรษะของอวี๋เพิ่งก็หลุดออกจากร่างในครั้งเดียว

เลือดสาดกระจาย

หลังจากนั้นหมาป่าสายฟ้าก็ก้มศีรษะลงดื่มเลือดที่พุ่งออกมาจากลำคอของอวี๋เพิงและแทะเล็มเนื้อติดไขมันของมนุษย์ผู้นี้

หมาป่าสายฟ้าจำนวนนับไม่ถ้วนจากด้านหลังวิ่งตรงไปข้างหน้า

เสียงกรีดร้องดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง

สายฝนสาดเทลงมา

คลื่นหมาป่าที่แท้จริงเริ่มขึ้นในที่สุด

จบบทที่ เทพปีศาจหวนคืน บทที่ 130 สมาชิกที่รักใคร่กลมเกลียว (อ่านฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว