เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

เทพปีศาจหวนคืน บทที่ 70 ความแข็งแกร่งจากวิญญาณหมูขาว (อ่านฟรี)

เทพปีศาจหวนคืน บทที่ 70 ความแข็งแกร่งจากวิญญาณหมูขาว (อ่านฟรี)

เทพปีศาจหวนคืน บทที่ 70 ความแข็งแกร่งจากวิญญาณหมูขาว (อ่านฟรี)


เทพปีศาจหวนคืน บทที่ 70 ความแข็งแกร่งของหมูขาว  

 แปลโดย iPAT 

ในยามดึกสงัด จันทร์เต็มดวงลอยสูงอยู่บนท้องฟ้า

ท่ามกลางป่าอันรกทึบ ฟางหยวนเดินอยู่บนพื้นหญ้าสีเขียวและลอบเข้าไปใกล้หมู่ป่าตัวหนึ่งอย่างเงียบเชียบ

หมูป่าตัวนี้กำลังก้มศีรษะและใช้จมูกของมันดมกลิ่นที่อยู่บนพื้นดินเพื่อหาอาหาร

หมูป่าสามารถกินหนอน แมลง ไข่นก หนู กระต่าย หรือกระทั่งสิ่งมีชีวิตเช่นงูหรือแมงป่อง

ฟางหยวนค่อยๆก้าวเข้าไปด้านหลังของหมูป่า

ภายใต้แสงจันทร์ คนผู้หนึ่งสามารถมองเห็นผิวสีเทาที่แข็งกระด้างของหมู่ป่าได้อย่างชัดเจน บนแผ่นหลังของมันมีขนที่หยาบหนาราวกับเข็มเย็บผ้ากระจายอยู่ทั่วไป ตอนนี้มันกำลังใช้เท้าหน้าขุดดินเพื่อค้นหาบางสิ่ง แต่ในเวลาต่อมามันกลับกระโดดไปรอบๆราวกับต้องการจับแมลงบางอย่าง

ทันใดนั้นหมูป่าพลันหยุดการล่าอาหารและเงยศีรษะขึ้น หูของมันกระดิกสองสามครั้งก่อนจะหันหลังกลับและคำรามเสียงต่ำ แม้ฟางหยวนจะเคลื่อนไหวอย่างแผ่วเบา แต่หมูป่ายังรับรู้ถึงการคงอยู่ของเขา

ฟางหยวนไม่แปลกใจกับเรื่องนี้ สัตว์ป่าไม่ใช่สัตว์เลี้ยง พวกมันมีสัญชาตญาณและประสาทสัมผัสที่แหลมคม โดยเฉพาะหมูป่าที่มีความชำนาญในการค้นหารังนกที่ถูกซ่อนไว้ตามสถานที่ต่างๆ

ฟางหยวนไม่ได้สร้างเสียงใดๆ แต่ในระยะหนึ่งร้อยเมตร หมูป่ายังสามารถได้กลิ่นมนุษย์

แม้ฟางหยวนจะมีวิญญาณอยู่ในร่างกายถึงห้าดวง แต่ไม่ว่าจะเป็นวิญญาณกาลเวลา วิญญาณแสงจันทร์ วิญญาณสุรา วิญญาณแสงดาว หรือวิญญาณหมูขาว พวกมันไม่มีความสามารถในการปกปิดตัวตน

หากฟางหยวนครอบครองวิญญาณที่สามารถลบกลิ่นอาย เขาจะสามารถเข้าใกล้หมูป่าในระยะสิบก้าวโดยที่มันไม่รู้ตัว

อย่างไรก็ตามหากเขาครอบครองวิญญาณมากกว่านี้ เขาจะประสบปัญหาใหญ่ในการเลี้ยงดูพวกมัน

โดยทั่วไปผู้ใช้วิญญาณจะเลี้ยงวิญญาณเอาไว้เพียงสี่หรือห้าดวงเป็นอย่างมาก ดังนั้นผู้ใช้วิญญาณจึงมักจะสร้างกลุ่มเล็กๆประมาณห้าคนขึ้นมาเพื่อปฏิบัติภารกิจต่างๆ

ในกลุ่มห้าคนมักมีหนึ่งคนที่ทำหน้าที่ตรวจสอบพื้นที่ หนึ่งคนเป็นผู้ใช้วิญญาณสายต่อสู้ หนึ่งคนรับผิดชอบการป้องกัน อีกหนึ่งเป็นผู้ใช้วิญญาณสายรักษา และคนสุดท้ายจะเป็นผู้ใช้วิญญาณสายสนับสนุน

ฟางหยวนยังเดินหน้าต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง

หมูป่าคำรามต่อไปพร้อมกับเส้นขนที่ชูชันขึ้น

หลังจากชั่วครู่ฟางหยวนก็เข้าถึงจุดที่หมูป่าไม่สามารถนิ่งเฉย มันก้มศีรษะลงและใช้เท้าหน้ากระทืบพื้นก่อนจะพุ่งตัวเข้าโจมตีฟางหยวนอย่างรวดเร็ว

เขี้ยวอันแหลมคมในปากที่อ้ากว้างของมันส่องประกายเย็นเยียบ

ฟางหยวนไม่มีวิญญาณที่ใช้ป้องกันตัว หากเขี้ยวหมูป่าฝังเข้าไปในช่องท้องของเขา เขาจะได้รับบาดเจ็บสาหัสหรืออาจจบชีวิตลงที่นี่

"วิญญาณแสงจันทร์" ฟางหยวนยังสามารถรักษาความสงบ เขายกมือขึ้นพร้อมกับแสงสีฟ้าที่ส่องประกาย

หมูป่ากระโดดขึ้นจากพื้นโดยหวังที่จะขย้ำลำคอของฟางหยวน

ด้วยเสียงตัดผ่านอากาศ ดาบแสงจันทร์โบยบินออกไปปะทะกับหมูป่ากลางอากาศเป็นเหตุให้เลือดสาดกระเซ็นไปทั่วบริเวณ

หมูป่าคำรามด้วยความโกรธ หลังจากได้รับบาดเจ็บ มันยิ่งดุร้าย

ฟางหยวนกระโดดม้วนตัวหลบออกไปด้านข้าง

หมูป่าพุ่งชนต้นไม้จนหักโค่น

ฟางหยวนลุกขึ้นก่อนจะเข้าประชิดตัวหมูป่าพร้อมกับส่งดาบแสงจันทร์ออกไปอีกครั้ง

ดาบแสงจันทร์สีฟ้าเปิดชั้นผิวหนังของหมูป่าและฝากบาดแผลลึกไว้บนร่างกายของมันพร้อมกับเลือดที่ไหลทะลัก

ดาบแสงจันทร์ของฟางหยวนสามารถตัดกระดูกของมนุษย์ แต่เผชิญหน้ากับหมูป่า ดาบแสงจันทร์ของเขาทำได้เพียงฝากบาดแผลไว้บนชั้นผิวหนังของมันเท่านั้น

หมูป่าคำรามเสียงต่ำและพุ่งเข้าโจมตีฟางหยวนอีกครั้งด้วยความเร็วสูง

ฟางหยวนใช้กลยุทธ์เดิมโดยการม้วนตัวหลบออกไปด้านข้าง

แม้หมูป่าจะแข็งแกร่งและรวดเร็ว แต่มันก็มีจุดอ่อนที่ความคล่องตัว มันไม่สามารถเปลี่ยนทิศทางได้โดยง่าย ดังนั้นวิธีการโจมตีของมันจึงมีเพียงรูปแบบเดียวคือพุ่งไปข้างหน้าเป็นเส้นตรงเท่านั้น หากผู้ใช้วิญญาณตระหนักถึงเรื่องนี้ พวกเขาจะสามารถหลบออกไปจากเส้นทางการโจมตีของมัน

“ฉัวะ!”

ฟางหยวนใช้ดาบแสงจันทร์โจมตีไปยังบาดแผลเดิมของหมูป่า นั่นจึงทำให้อาการบาดเจ็บของมันรุนแรงขึ้น

หลังจากสองสามครั้ง การเคลื่อนไหวของมันก็เริ่มช้าลง เสียงคำรามของมันแฝงไว้ด้วยความอ่อนล้า

“วิญญาณแสงดาว!”

ครั้งนี้ฟางหยวนไม่ได้ใช้วิญญาณแสงจันทร์เท่านั้นแต่เขายังใช้วิญญาณแสงดาวในเวลาเดียวกัน

จันทร์เสี้ยวส่องแสงสีฟ้าขึ้นกลางฝ่ามือข้างขวาของฟางหยวน ขณะที่ดาวห้าแฉกส่องแสงสีเงินขึ้นเคียงข้างจันทร์เสี้ยว

“ไป!”

แสงสีฟ้ากับแสงสีเงินรวมกันและก่อกำเนิดดาบจันทร์เสี้ยวที่มีขนาดใหญ่เป็นสองเท่าจากก่อนหน้า

ด้วยการสนับสนุนของวิญญาณแสงดาว ดาบแสงจันทร์ที่ทรงพลังขึ้นสองเท่าบินตรงไปยังหมูป่าด้วยความเร็วสูง

‘ฉัวะ!’

ดาบแสงจันทร์แทงเข้าไปยังลำคอของหมูป่าอย่างแม่นยำ มันยังทะลุผ่านออกมาอีกด้านหนึ่งและบินต่อไปกลางอากาศเป็นระยะทางประมาณสี่เมตรก่อนจะเลือนหายไปในที่สุด

“ซู่...”

หมูป่ายืนตัวแข็งอยู่ที่เดิมขณะที่เลือดสีแดงสดพุ่งออกจากบาดแผลของมันราวกับน้ำพุ

ศีรษะของมันห้อยลงมา ลำคอมากกว่าครึ่งหนึ่งของมันถูกตัดออกจากลำตัว

ฟางหยวนสะบัดมือขวาออกไปอีกครั้งขณะที่วิญญาณหมูขาวพุ่งไปที่ซากศพของหมูป่า

ฟางหยวนยืนอยู่ที่เดิมและเฝ้าระวังสิ่งแวดล้อม แม้สถานที่แห่งนี้จะค่อนข้างปลอดภัย แต่กลิ่นคาวเลือดมักดึงดูดสัตว์ร้ายเข้ามาเสมอ

หลังจากชั่วครู่วิญญาณหมูขาวก็บินกลับมาหาเขาและส่งเสียงที่แสดงถึงความพึงพอใจออกมา

ขณะนี้ซากศพของหมูป่าเหลืออยู่ไม่ถึงครึ่ง มีเพียงขาทั้งสี่ ลำไส้ และเศษเนื้ออีกเล็กน้อยเท่านั้นที่ถูกทิ้งไว้ สำหรับส่วนที่หายไป พวกมันอยู่ในท้องของวิญญาณหมูขาว

แต่เรื่องประหลาดก็คือแม้ว่าวิญญาณหมูขาวจะกินเนื้อหมูป่าไปเป็นจำนวนมากแต่ร่างกายของมันกลับไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงใดๆทั้งสิ้น

ไม่มีกระทั่งคราบเลือด ร่างกายของมันยังเป็นหมูสีขาวตัวน้อยที่ดูสะอาดสะอ้านเช่นเดิม

“ห้าวันหลังจากนี้ข้าต้องออกล่าอีกครั้ง” ฟางหยวนเก็บวิญญาณหมูขาวแต่เขายังไม่รีบจากไป เขานำมีดออกมาตัดเขี้ยวหมูป่าและเก็บไว้

ร่างกายของหมูป่ามีค่าเพียงบางส่วน

หนึ่งคือเนื้อหมู สองคือขน สามคือเขี้ยว

แต่ร่างกายส่วนใหญ่ถูกวิญญาณหมูขาวกินไปแล้ว ผิวหนังส่วนที่เหลือของมันกลายเป็นหลุมเป็นบ่อ มันไม่เหลือคุณค่าอยู่อีก สุดท้ายจึงมีเพียงเขี้ยวของมันที่ยังพอมีมูลค่าอยู่บ้าง

ฟางหยวนเก็บเขี้ยวหมูป่าไว้ในถ้ำก่อนจะกลับหมู่บ้าน

เขายังไม่รีบนอนแต่นั่งบ่มเพาะอยู่อย่างเงียบๆ

ฟางหยวนเป็นผู้ใช้วิญญาณระดับหนึ่งขั้นกลาง ด้วยความช่วยเหลือจากวิญญาณสุรา พลังวิญญาณของเขากลายเป็นพลังวิญญาณระดับหนึ่งขั้นสูง

ตอนนี้ทะเลวิญญาณของเขาเหลือพลังวิญญาณอยู่เพียงยี่สิบสามในร้อยส่วน

การฆ่าหมูป่าหนึ่งตัวทำให้เขาสูญเสียพลังวิญญาณไปยี่สิบในร้อยส่วน

‘หมูขาว’

ดวงตาของฟางหยวนปิดสนิทขณะที่เขาเพิ่งจิตไปที่ทะเลวิญญาณ

ละอองน้ำสีครามประกายทองแดงพวยพุ่งเข้าสู่ร่างกายของหมูสีขาวก่อนที่ร่างของมันจะส่องแสงสีขาวนวลออกมา หากบางคนมองมาที่ฟางหยวนในเวลานี้ พวกเขาจะเห็นแสงสีขาวนวลส่องประกายขึ้นบนร่างของเขา

แสงสีขาวทำให้ชั้นผิวหนังและมัดกล้ามเนื้อของเขาแข็งแกร่งขึ้นอย่างช้าๆ

หลังจากผ่านไปชั่วระยะเวลาหนึ่งร่างกายของเขาก็เริ่มเกิดอาการด้านชาก่อนจะกลายเป็นความเจ็บปวด เขารู้สึกราวกับถูกสายฟ้าฟาดและถูกตัดเนื้อเฉือนหนังโดยใบมีดที่แหลมคม

ฟางหยวนหยุดใช้วิญญาณหมูขาว

หลายสิ่งหลายอย่างหากมากเกินไปอาจไม่เป็นผลดี

เขาไม่สามารถกินเนื้อหมูทั้งตัวได้ในหนึ่งมื้อ เช่นเดียวกับกรณีนี้ที่เขาไม่สามารถรับความแข็งแกร่งจำนวนมากจากวิญญาณหมูขาวได้ในครั้งเดียว เขาสามารถรับความแข็งแกร่งจากมันได้ครั้งละสิบห้านาที มิฉะนั้นเขาอาจตายด้วยความตะกละตะกลามของตนเอง

จบบทที่ เทพปีศาจหวนคืน บทที่ 70 ความแข็งแกร่งจากวิญญาณหมูขาว (อ่านฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว