เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

เทพปีศาจหวนคืน บทที่ 65 กับดัก (อ่านฟรี)

เทพปีศาจหวนคืน บทที่ 65 กับดัก (อ่านฟรี)

เทพปีศาจหวนคืน บทที่ 65 กับดัก (อ่านฟรี)


เทพปีศาจหวนคืน บทที่ 65 กับดัก 

แปลโดย iPAT 

กลางป่า

แสงแดดลอดผ่านช่องว่างระหว่างต้นไม้ ดอกไม้ป่าเบ่งบานอยู่บนพื้นหญ้าสีเขียว

ฟางหยวนเดินออกจากหมู่บ้านสู่ป่ารอบนอกอย่างระมัดระวัง

ป่าเป็นสถานที่อันตราย โดยปกติแล้วมีเพียงผู้ใช้วิญญาณระดับสามขึ้นไปเท่านั้นที่สามารถเดินทางผ่านสถานที่เช่นนี้ตามลำพัง แต่ถึงกระนั้นผู้ใช้วิญญาณระดับสามก็ยังตกตายอยู่ในป่า ไม่ว่าจะมีสาเหตุมาจากสัตว์อสูร ภัยคุกคามจากมนุษย์ หรือสภาพแวดล้อม

อย่างไรก็ตามฟางหยวนจำเป็นต้องออกมาล่าหมูป่าด้วยตัวเขาเอง

‘ป่ารอบหมู่บ้านไม่อันตรายมากนักแต่ข้ายังต้องระมัดตัวให้มาก’

ฟางหยวนยังไม่พบสิ่งใดหลังจากเดินทางมานาน

‘บัดซบ! ภูเขาชิงเหมากว้างใหญ่เกินไปสำหรับข้าในปัจจุบัน ข้าไม่มีวิญญาณที่ใช้ตรวจสอบและไม่คุ้นเคยพื้นที่ นอกจากนั้นสัตว์น้อยใหญ่รอบๆหมู่บ้านยังถูกกวาดล้างอยู่เป็นระยะ มันเป็นเรื่องยากที่จะพบหมูป่า ข้าต้องลงไปที่ตีนเขา’

ภูเขาชิงเหมามีหมู่บ้านสามแห่งได้แก่หมู่บ้านแสงจันทร์บรรพกาล หมู่บ้านตระกูลซ่ง หมู่บ้านตระกูลไป่ หมู่บ้านตระกูลซ่งตั้งอยู่บนหน้าผาด้านหน้า หมู่บ้านตระกูลไป่อยู่หลังน้ำตก

นอกเหนือจากสามหมู่บ้านใหญ่ ยังมีหมู่บ้านเล็กๆอีกหลายแห่งอยู่ที่ตีนเขา

ในช่วงเวลาที่ขาดแคลนผู้คน หมู่บ้านทั้งสามจะนำคนรับใช้มาจากหมู่บ้านเล็กๆเหล่านี้

คนเหล่านั้นไม่ใช่ผู้ใช้วิญญาณ แม้พวกเขาจะมีพรสวรรค์สูงส่ง พวกเขาก็ไม่สามารถเป็นผู้ใช้วิญญาณของทั้งสามตระกูลใหญ่

โลกใบนี้ผู้คนสว่นใหญ่มักให้ความสำคัญกับสายเลือด เพราะมันคือความมั่นคงของตระกูล หากมีสายเลือดที่หลากหลายเกินไปผสมกัน สุดท้ายมันจะเกิดความขัดแย้งและนำไปสู่ความล่มสลายในที่สุด

ฟางหยวนเดินทางต่อไปอีกประมาณสามสิบนาทีก่อนจะเริ่มมองเห็นควันไฟจากสถานที่ห่างออกไป

ไม่นานหลังจากนั้นเขาก็พบหมู่บ้านเล็กๆที่อยู่ภายใต้การปกครองของหมู่บ้านแสงจันทร์บรรพกาล หากหมู่บ้านแสงจันทร์บรรพกาลไม่ช่วยกวาดล้างสัตว์อสูรที่อยู่รอบๆ หมู่บ้านเล็กๆเหล่านี้จะไม่ปลอดภัย หากต้องการใช้ชีวิตอยู่อย่างสงบสุข พวกเขาต้องพึ่งพาหมู่บ้านใหญ่เท่านั้น

“หือ?” บนเส้นทางภูเขาใกล้กับหมู่บ้านแห่งนี้ ฟางหยวนพบร่องรอยบางอย่างบนพื้น จากประสบการณ์ เขาสามารถบอกได้ทันทีว่ามันคือรอยเท้าหมูป่า

‘ล่า!’ จิตวิญญาณนักล่าของเขาปะทุขึ้นก่อนจะเริ่มติดตามร่องรอยเข้าไปในป่าลึก

มอสสีเขียวกระจายตัวอยู่บนก้อนหินและต้นไม้ นี่บ่งบอกถึงความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่า

ภายใต้แสงแดดอันแรงกล้าและป่าไม้ที่เงียบสงบ พุ่มไม้เล็กๆเกิดการสั่นสะเทือนขึ้นเล็กน้อย

กวางไม่กี่ตัวกำลังกินหญ้าอยู่อย่างเพลิดเพลิน แต่ทันใดนั้นหูของพวกมันกลับกระตุกขึ้นเมื่อพุ่มไม้ในบริเวณใกล้เคียงถูกแยกออกพร้อมกับชายหนุ่มผู้หนึ่งที่เดินออกมา ผิวของเขาซีดขาว ร่างกายผอมบาง ดวงตาดำสนิท เขาสวมชุดผ้าลินินที่ดูธรรมดาทั่วไป แน่นอนว่าเขาก็คือฟางหยวน

เห็นมนุษย์ปรากฏตัว ฝูงกวางรีบวิ่งหนี

‘พวกมันเป็นกวางตัวเมีย ขนของพวกมันสามารถนำไปตัดเย็บเป็นชุดคลุมที่อบอุ่น เนื้อของพวกมันยังสามารนำไปเป็นอาหารให้กับวิญญาณบางชนิด หากเป็นกวางตัวผู้ เขากวางมีค่าที่สุด มันยังมีความสำคัญต่อวิญญาณบางชนิดเป็นอย่างมาก’

ป่าเป็นสถานที่อันตรายแต่มันก็เต็มไปด้วยสมบัติล้ำค่า

ฟางหยวนมองไปยังทิศทางที่กวางหลบหนี อย่างไรก็ตามเป้าหมายของเขามีเพียงหมูป่าเท่านั้น

เขาเดินต่อไปก่อนจะได้ยินเสียงอันแผ่วเบาบางอย่าง

ฟางหยวนหยุดเท้าลง

‘รังผึ้ง’ ฟางหยวนมองรังผึ้งที่แขวนอยู่บนต้นไม้

รังผึ้งรังนี้มีขนาดใหญ่เท่ากับตะกร้าหวาย มันมีสีทองเข้มและมีผึ้งทหารบินอยู่โดยรอบ

‘น้ำผึ้งเป็นอาหารสำหรับวิญญาณความแข็งแกร่งของหมี ด้วยเหตุนี้หมู่บ้านตระกูลซ่งจึงมีความต้องการน้ำผึ้งสูงมาก หากข้ามีวิญญาณกายาทองแดง ข้าอาจเสี่ยงเข้าไปเก็บน้ำผึ้งเหล่านั้น แต่น่าเสียดาย...’ ฟางหยวนคิด

ในโลกใบนี้ ไม่ใช่แมลงทุกตัวที่เป็นวิญญาณ

วิญญาณคือแก่นแท้ของสวรรค์พิภพ พวกมันมีร่างกายและกฎเกณฑ์ของตัวเองที่แตกต่างกันออกไป ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตทุกชนิดที่สามารถเรียกว่าวิญญาณ

ฟางหยวนเดินอ้อมรังผึ้งก่อนจะเดินทางต่อไป

ร่องรอยของหมูป่าชัดเจนขึ้นเรื่อยๆและทำให้ฟางหยวนตระหนักว่าเขาใกล้มันมากไปทุกขณะ ด้วยเหตุนี้เขาจึงต้องระวังตัวให้มากขึ้น ไม่ว่าอย่างไรหมูป่าก็ยังเป็นภัยคุกคามสำหรับเขา

หมูป่าไม่ใช่หมูเลี้ยง เมื่อมันโตเต็มวัย มันสามารถต่อสู้กับเสือ บางทีเสือก็ยังไม่อาจเอาชนะมัน

ในโลกที่ลึกลับใบนี้ หมูป่าไม่ใช่สัตว์ธรรมดา

‘โอ้ นี่มัน...’ เมื่อฟางหยวนเห็นหมูป่า เขาพบว่ามันตกลงไปในหลุมขนาดใหญ่ ไม้ไผ่ที่แหลมคมตั้งตระหง่านอยู่ด้านล่างและกำลังเจาะแทงเข้าไปในร่างกายของหมูป่าตัวนี้

เลือดที่เจิ่งนองอยู่บนพื้นบอกได้ว่ามันตกลงไปนานกว่าสิบห้านาทีแล้ว

แต่หมูป่ายังดิ้นรนต่อสู้

‘กับดักถูกจัดตั้งไว้โดยนักล่าแต่ข้ากำลังจะเก็บเกี่ยวผลประโยชน์’ ฟางหยวนเผยรอยยิ้มชั่วร้าย

อย่างไรก็ตามกับดักนี้อันตรายสำหรับเขาเช่นกัน

หากเขาพลาดพลั้งตกลงไป ภายในเวลาครึ่งชั่วโมง เขาจะตายอย่างแน่นอน

รอบๆหมู่บ้าน กลุ่มนักล่ามักวางกับดักเอาไว้ นอกจากนั้นนักล่าบางคนอาจเฝ้ามองอยู่ห่างๆ หากฟางหยวนไม่ตรวจสอบอย่างละเอียด เขาอาจตกลงสู่หลุมพรางโดยไม่คาดคิด

‘ดูเหมือนข้าจะพบกับดักเก่าที่นักล่าทิ้งไว้ หากไม่มีวิญญาณสายตรวจสอบ มันยากที่จะพบบางสิ่ง’ ฟางหยวนคิด

นี่คือปัญหาสำหรับผู้ใช้วิญญาณที่ไม่มีวิญญาณสายตรวจสอบ เพราะพวกเขาอาจพบภัยอันตรายได้เสมอ นอกจากนี้เมื่อพวกเขาต้องการตามล่าบางอย่าง มันก็เหมือนกับการงมเข็มในมหาสมุทร

แต่วิญญาณสายตรวจสอบที่ดีหาได้ยาก

ฟางหยวนส่งดาบแสงจันทร์พุ่งตรงไปยังหมูป่าตัวนั้น

ดาบแสงจันทร์สองวงทับซ้อนกันตัดผ่านลำคอของหมูป่าและทำให้เลือดที่พุ่งออกมาราวกับน้ำพุ

หมูป่ากรีดร้องเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่การเคลื่อนไหวของมันจะหยุดลง

‘ชีวิตและความตายล้วนเป็นเรื่องธรรมชาติ’ ฟางหยวนถอนหายใจ

เป็นเพียงเวลานี้ที่เสียงมนุษย์ดังขึ้น

“พี่ใหญ่หวัง ในหมู่บ้านของพวกเรา ไม่มีนักล่าคนใดยอดเยี่ยมไปกว่าท่านอีกแล้ว โดยเฉพาะการล่าหมูป่า ครอบครัวหวังของท่านถือเป็นราชาของเขตนี้ ไม่มีผู้ใดไม่รู้จักชื่อเสียงของท่าน”

“ถูกต้อง พี่ใหญ่หวังมีความสามารถในการล่าหมูป่า เป็นเรื่องปกติที่ท่านจะจับมันได้”

“พี่ใหญ่หวัง เหตุใดน้องสาวของท่านจึงไม่มาด้วยในวันนี้?”

เสียงที่เข้มงวดดังขึ้น “ฮืม หมูป่าตัวเดียวจะแสดงให้เห็นถึงความสามารถของข้าได้อย่างไร วันนี้ข้าจะล่าหมูป่าสามตัวให้พวกเจ้าเห็น เอ้อกั่วตัน หยุดไล่ตามน้องสาวของข้า มิฉะนั้นข้าจะทุบตีเจ้า”

เอ้อกั่วตันตอบกลับ “ชายหญิงย่อมต้องแต่งงานกันเมื่อถึงวัยอันสมควร มีสิ่งใดผิดปกติหากข้าชอบน้องสาวของท่าน นอกจากนั้นมันไม่ใช่ข้าเพียงผู้เดียวที่ชอบนาง พี่ใหญ่หวัง ในความคิดเห็นของข้า ท่านก็อายุสิบเก้าแล้ว ท่านควรจะแต่งงานและมีบุตรได้แล้ว”

เสียงเข้มกล่าวขึ้นอีกครั้ง “ฮืม ข้าเป็นบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ แล้วข้าจะหลงมัวเมากับสิ่งเย้ายวนใจเล็กๆน้อยๆเช่นนั้นได้อย่างไร สักวันข้าจะออกจากภูเขาชิงเหมาและสำรวจโลกกว้าง เรียนรู้ทุกสิ่งภายใต้ท้องฟ้า นั่นจึงจะเหมาะสมกับฐานะของข้า”

นักล่าสี่คนเดินออกมาจากป่าลึก

ผู้นำกลุ่มมีรูปร่างสูงใหญ่และดวงตาแหลมคม นอกจากนั้นคนผู้นี้ยังปลดปล่อยกลิ่นอายที่แข็งแกร่งออกมาขณะที่ถือคันธนูเอาไว้ในมือ

อย่างไรก็ตามในเขากลับขมวดคิ้วลึกเมื่อมองเห็นฟางหยวน “ฮืม เด็กน้อยผู้นี้มาจากหมู่บ้านใด? กล้าดีอย่างไรถึงพยายามฉกฉวยผลประโยชน์จากข้า หวังเอ้อ อยากตายงั้นหรือ?”

จบบทที่ เทพปีศาจหวนคืน บทที่ 65 กับดัก (อ่านฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว