เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

เทพปีศาจหวนคืน บทที่ 55 คำที่ข้าต้องการได้ยิน (อ่านฟรี)

เทพปีศาจหวนคืน บทที่ 55 คำที่ข้าต้องการได้ยิน (อ่านฟรี)

เทพปีศาจหวนคืน บทที่ 55 คำที่ข้าต้องการได้ยิน (อ่านฟรี)


เทพปีศาจหวนคืน บทที่ 55 คำที่ข้าต้องการได้ยิน 

แปลโดย iPAT 

ดวงจันทร์ถูกบดบังด้วยเมฆหมอกอันหนาทึบ

อาจารย์อาวุโสรีบเดินไปตามเส้นทางหมู่บ้านด้วยใบหน้าที่มืดมิด

การใช้ชีวิตอยู่บนโลกใบนี้เป็นเรื่องที่ยากลำบาก การหายตัวไปของผู้ใช้วิญญาณถือเป็นเรื่องปกติ ในสถานการณ์ทั่วไปมันหมายถึงความตาย

อย่างไรก็ตามทุกคนสามารถตายแต่เจียชิงเฉิงไม่สามารถ! โดยเฉพาะอย่างยิ่งเขาไม่สามารถมาตายที่หมู่บ้านแสงจันทร์บรรพกาลแห่งนี้

ตัวตนของเขาไม่ธรรมดา บิดาของเขาคือผู้นำตระกูลเจีย พี่ชายของเขาเจียฟู่เป็นผู้ใช้วิญญาณระดับสี่

ขณะที่ตระกูลแสงจันทร์มีผู้นำตระกูลเพียงผู้เดียวที่เป็นผู้ใช้วิญญาณระดับสี่ที่สามารถรับมือเจียฟู่ สำหรับผู้อาวุโสทั้งหมดของตระกูลแสงจันทร์ พวกเขาเป็นเพียงผู้ใช้วิญญาณระดับสาม

กล่าวถึงหัวหน้าตระกูลเจีย เขายิ่งน่ากลัวเพราะเขาเป็นผู้ใช้วิญญาณระดับห้า ตระกูลถือเป็นตระกูลใหญ่ที่พรั่งพร้อมไปด้วยเกียรติยศและความมั่งคั่ง ตระกูลแสงจันทร์เป็นตระกูลเล็กๆที่อยู่ห่างไกลและไม่สามารถเปรียบเทียบกับตระกูลเจีย

หากเกิดการต่อสู้ ตระกูลแสงจันทร์จะเสียเปรียบมาก

สิ่งสำคัญที่สุดของเรื่องนี้คือชื่อเสียงของตระกูลแสงจันทร์จะเสียหาย พ่อค้าคนอื่นๆจะระวังตัวและหลีกเลี่ยงการเดินทางมายังหมู่บ้านแสงจันทร์บรรพกาล ขณะที่ทรัพยกรของหมู่บ้านจะไม่สามารถขายออก นอกจากนั้นพวกเขาก็จะไม่สามารถซื้อสินค้าที่พวกเขาต้องการ เมื่อเวลาผ่านไปตระกูลจะอ่อนแอลง

‘นี่เป็นเรื่องร้ายแรง หากไม่สามารถจัดการได้อย่างเหมาะสม ภัยพิบัติจะมาเยือน!’ อาจารย์อาวุโสเดินทางไปยังห้องโถงหลักของตระกูลด้วยความร้อนรน

เมื่ออาจารย์อาวุโสมาถึง บรรยากาศในห้องโถงเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด

ที่นั่งหลักถูกครอบครองโดยผู้นำตระกูลแสงจันทร์อวี๋โป้ ชายร่างอ้วนเจียฟู่และผู้คนอีกห้าหรือหกคนยืนอยู่กลางห้องโถง

ภายใต้แสงที่ส่องสว่างจากโคมไฟ ใบหน้าที่เคร่งขรึมของผู้อาวุโสของตระกูลแสงจันทร์สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน

เจียฟู่เป็นผู้ใช้วิญญาณระดับสี่ เมื่อเขาไม่ได้นั่ง กลุ่มผู้อาวุโสของตระกูลแสงจันทร์ก็ไม่มีผู้ใดกล้านั่ง พวกเขายืนอยู่ด้านข้างอย่างสงบ

นี่คือพลังอำนาจของผู้ใช้วิญญาณระดับสี่

“คารวะ....” อาจารย์อาวุโสกำลังจะทำความเคารพแต่เขากลับถูกหยุดเอาไว้โดยผู้นำตระกูลแสงจันทร์

อวี๋โป้กำลังใช้มือบีบขมับของตนพร้อมกับใบหน้าที่เต็มไปด้วยความทุกข์ “ข้าจะไม่พูดมาก สถานศึกษาอยู่ภายใต้การดูแลของเจ้า ข้าขอถาม ตอนนี้ฟางหยวนอยู่ที่ใด?”

อาจารย์อาวุโสตกใจมาก เรื่องนี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับฟางหยวนได้อย่างไร?

เขาตอบอย่างสุภาพ “เวลานี้เขาควรจะบ่มเพาะอยู่ในหอพัก”

หัวหน้าตระกูลถอนหายใจ “น้องเจียสงสัยว่าการหายตัวไปของน้องชายเจียชิงเฉิงมีส่วนเกี่ยวข้องกับฟางหยวน จงนำตัวเขามาที่นี่ทันที”

หัวใจของอาจารย์อาวุโสสั่นสะท้านขึ้น เขาเร่งตอบ “ทราบแล้ว”

เขาเข้าใจถึงความรุนแรงของปัญหานี้และรีบจากไปทันที

“น้องเจีย ฟางหยวนกำลังจะถูกนำตัวมาที่นี่ ตอนนี้เชิญนั่งลงก่อน” อวี๋โป้ผายมือไปยังเก้าอี้

เจียฟู่หัวเราะขมขื่นเล็กน้อยก่อนกล่าว “ข้าต้องขออภัยด้วย ข้ากำลังร้อนใจมาก ข้าไม่เห็นน้องชายของข้ามาหลายวัน ข้าหวาดกลัวจริงๆว่าจะมีบางสิ่งที่เลวร้ายเกิดขึ้นกับเขา ดังนั้นข้าจึงไม่สามารถรอคอยอยู่สงบสุข”

มีบางสิ่งที่เขาพึ่งเข้าใจหลังจากการหายตัวไปของเจียชิงเฉิง

เจียฟู่พึ่งตระหนักว่าเหตุใดบิดาของเขาถึงส่งเจียชิงเฉิงมาอยู่กับเขา

มันเป็นการทดสอบว่าเจียฟู่สามารถแข่งขันกับพี่ชายของเขาได้หรือไม่ในขณะที่เขาต้องดูแลน้องชายตัวปัญหาไปพร้อมกัน

หากเจียชิงเฉิงตาย บิดาจะมองเขาอย่างไร?

เมื่อเขาตระหนักถึงจุดนี้เขาจึงรีบสืบสวนและเร่งเดินทางกลับมายังหมู่บ้านแสงจันทร์บรรพกาล

เขารีบเดินทางโดยไม่หยุดพักและตอนนี้เขาก็มายืนอยู่ที่นี่โดยไม่เต็มใจที่จะนั่งลงเพื่อกดดันตระกูลแสงจันทร์ให้เป็นผู้รับผิดชอบ เมื่อเขากลับไปเผชิญหน้ากับบิดาอีกครั้ง มันจะแสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบของเขา

“รายงานท่านผู้นำ ฟางหยวนถูกนำตัวมาแล้ว” อาจารย์อาวุโสนำตัวฟางหยวนเข้ามายังห้องโถงอย่างรวดเร็ว

“ผู้เยาว์ฟางหยวนคารวะท่านผู้นำ ผู้อาวุโสเจียฟู่ และผู้อาวุโสทุกท่าน” ฟางหยวนกล่าวด้วยใบหน้าที่ไร้ความรู้สึก

“นั่นคือเขางั้นหรือ?” เจียฟู่สังเกตฟางหยวนก่อนจะเปิดปากถามผู้ใช้วิญญาณหญิงที่ยืนอยู่ด้านข้าง

“ถูกต้อง นั่นคือเขา ไม่ผิดแน่นอน” ผู้ใช้วิญญาณหญิงตอบด้วยความมั่นใจ

เจียฟู่พยักหน้าและมองไปที่ฟางหยวน แต่เขาไม่สามารถสอบปากคำอย่างเปิดเผย ที่นี่คือหมู่บ้านแสงจันทร์บรรพกาล เขาต้องให้เกียรติผู้นำตระกูลแสงจันทร์

เขาหันหน้าไปทางอวี๋โป้อีกครั้ง

การแสดงออกของอวี๋โป้กลายเป็นยิ่งเคร่งเครียด เขารู้ว่าคำถามของเจียฟู่ไม่ได้เป็นเพียงการยืนยันตัวตนของฟางหยวนแต่มีความนัยซ่อนอยู่

เจียฟู่ต้องการกล่าว่า “ข้ามั่นใจ ดังนั้นท่านผู้นำตระกูลแสงจันทร์อย่าปกป้องเขามากเกินไป”

นี่ทำให้เกิดความไม่พอใจขึ้นในหัวใจของผู้นำตระกูลแสงจันทร์ เขาคิด ‘เจียฟู่ เจ้าสูญเสียน้องชาย นั่นเป็นความผิดพลาดของเจ้า แต่เจ้ากลับมาที่นี่เพื่อกล่าวหาพวกเรา คิดว่าตระกูลแสงจันทร์สามารถรังแกได้โดยง่ายงั้นหรือ? ตระกูลของข้ามีคุณธรรม พวกเราทำงานบนพื้นฐานของความถูกต้องและจริงใจ แต่อย่าคิดว่านี่คือความอ่อนแอ’

ผู้นำตระกูลยังไม่สอบสวนฟางหยวนแต่เขาถามผู้ใช้วิญญาณหญิงผู้นั้น “เจ้าเห็นเขาอย่างชัดเจนหรือไม่? ข้าคงต้องบอกเจ้าบางอย่าง ฟางหยวนมีพี่น้องฝาแฝดที่มีรูปลักษณ์คล้ายคลึงกับเขาเป็นอย่างมาก เจ้าแน่ใจได้อย่างไรว่าเป็นเขา?”

ผู้ใช้วิญญาณหญิงเป็นเพียงผู้ใช้วิญญาณระดับหนึ่ง ภายใต้แรงกดดันจากผู้ใช้วิญญาณระดับสี่ นางกลายเป็นตื่นตระหนกและแสดงออกด้วยความลังเล

เจียฟู่ไม่พอใจ เขาเดินออกไปข้างหน้าผู้ใช้วิญญาณหญิงก่อนกล่าว “พี่อวี๋ ข้าให้เกียรติและเคารพตระกูลแสงจันทร์มาตลอดโดยเฉพาะผู้นำตระกูลรุ่นที่หนึ่งและผู้นำตระกูลรุ่นที่สี่ซึ่งเป็นผู้ใช้วิญญาณระดับห้า ผู้นำตระกูลรุ่นที่หนึ่งเป็นผู้ยิ่งใหญ่ที่สามารถก่อตั้งตระกูลขึ้นมาด้วยตัวเขาเอง สำหรับผู้นำตระกูลรุ่นที่สี่ เขาเป็นวีรบุรุษที่อุทิศชีวิตของตนเองเพื่อตระกูล พี่อวี๋เป็นผู้นำตระกูลรุ่นปัจจุบัน ข้าเชื่อว่าท่านจะทำตัวเป็นกลางและโปรดสอบสวนฟางหยวน”

เมื่อได้ยินถ้อยคำเหล่านี้ อวี๋โป้แสดงท่าทีอ่อนลงแต่ภายในเขาตัดสินใจแล้ว

หากฟางหยวนเป็นผู้ร้าย เขาจะส่งฟางหยวนให้เจียฟู่ทันที ไม่ว่าอย่างไรฟางหยวนก็มีพรสวรรค์เพียงนภาที่สามเท่านั้น มันไม่ถือว่าเป็นการสูญเสียสำหรับเขา ตราบเท่าที่สามารถยุติปัญหานี้

แต่หากเป็นฟางเจิ้งที่ทำผิด ฟางหยวนจะต้องรับผิดแทน เพราะฟางเจิ้งเป็นผู้มีพรสวรรค์นภาที่หนึ่ง ตระกูลไม่สามารถสูญเสียเขา

“ฟางหยวนอย่ากังวล” ผู้นำตระกูลแสงจันทร์ถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน “ข้าขอถาม เจ้ารู้ข้อมูลใดๆเกี่ยวกับเจียชิงเฉิงหรือไม่?”

“ผู้ใดคือเจียชิงเฉิง?” ฟางหยวนเงยหน้าและกล่าวออกมาอย่างสงบ

“เขาโกหก!” ผู้ใช้วิญญาณหญิงแห่งกระโจมโชคลาภตะโกนเสียงแหลมขึ้นมาทันที

ทุกคนต่างมองไปที่นางและขมวดคิ้วลึก

ผู้ใช้วิญญาณหญิงชี้นิ้วไปที่ฟางหยวน “ที่กระโจมโชคลาภเขาซื้อผลึกหินสีทองม่วงหกก้อน หนึ่งในห้ามีคางคกปฐพีอยู่ภายใน เมื่อนายน้อยเจียเห็น เขาใช้หินวิญญาณห้าร้อยก้อนเพื่อซื้อมัน เหตุการณ์นี้ยังทิ้งความประทับใจครั้งใหญ่ไว้กับข้า แม้จะหนึ่งปีหรือสองปีต่อจากนี้ข้าก็ยังไม่สามารถลืมเลือนมันได้ นอกจากข้ายังมีผู้ใช้วิญญาณอีกหลายคนในกระโจมโชคลาภที่เห็นเหตุการณ์นี้”

“ว่าอย่างไร...” ผู้นำตระกูลแสงจันทร์หันไปถามฟางหยวน

ฟางหยวนพยักหน้าและแสร้งแสดงออกว่าพึ่งรู้ความจริง “โอ้ มันเป็นเขา เอาล่ะ หากเขาคือเจียชิงเฉิง ข้าก็รู้จักเขาจริงๆ แต่หลังจากเหตุการณ์ที่กระโจมโชคลาภ ข้าก็ไม่เคยพบเขาอีก”

“โกหก!” ครั้งนี้ไม่ใช่ผู้ใช้วิญญาณหญิงแต่เป็นชายหนุ่ม

ฟางหยวนมองชายผู้นั้นและแสดงออกด้วยความตกใจก่อนจะพยายามซ่อนมันเอาไว้ภายใน แต่ทุกการแสดงออกของเขาอยู่ในสายตาของผู้อาวุโส

“เรียนนายท่าน ข้าเป็นพนักงานที่ร้านสุรา” ผู้ใช้วิญญาณหนุ่มชี้นิ้วไปที่ฟางหยวน “คืนนั้นข้าเห็นอย่างชัดเจนว่าเขานั่งอยู่กับนายน้อยเจียชิงเฉิงและกระทั่งลอบพูดคุยกันอยู่เป็นเวลานาน”

เมื่อถึงจุดนี้ผู้คนภายในห้องโถงก็เริ่มพูดคุย

อาจารย์อาวุโสมองฟางหยวนด้วยสายตาเย็นชา

ผู้นำตระกูลเอนกายพิงเก้าอี้

“มันจะเป็นไปได้อย่างไร!?” ฟางหยวนตะโกนเสียงดังด้วยความโกรธ “ร้านสุรามีผู้คนมากมาย เจ้าสามารถระบุตัวข้าได้อย่างไร เจ้าเข้าใจผิดไปเองหรือไม่?”

“ฮ่าฮ่าฮ่า ข้าไม่มีทางจำคนผิด” ผู้ใช้วิญญาณหนุ่มมองฟางหยวนด้วยความมั่นใจ

“ยังไม่ต้องกล่าวว่าเมื่อนายน้อยเจียชิงเฉิงเข้ามาในร้านของเรา พวกเราย่อมต้องดูแลอย่างระมัดระวัง อย่างไรก็ตามแม้จะไม่ใช่นายน้อย พวกเรายังต้องต้อนรับอย่างดีโดยเฉพาะผู้ใช้วิญญาณที่น่าประทับใจเช่นเจ้า”

ผู้ใช้วิญญาณหนุ่มยกคิ้วขึ้นก่อนกล่าวต่อ “เจ้ายังจำได้หรือไม่ วันนั้นเจ้ามาที่ร้านของข้าและสั่งสุราวานร แต่เจ้ากลับจิบเพียงเล็กน้อยก่อนจะให้วิญญาณสุราดูดซับมันเข้าไปทั้งหมด เมื่อข้าเห็นวิญญาณสุรา ข้ารู้สึกตื่นเต้นมากและต้องการซื้อมันจากเจ้า แต่เจ้ากลับปฏิเสธที่จะขายมันให้ข้าและเดินจากไปทันที”

‘ดีมาก นี่คือคำที่ข้าต้องการได้ยิน’ ฟางหยวนลอบหัวเราะอยู่ภายใน แต่ภายนอกเขาแสดงออกราวกับกำลังตกใจและก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว

“วิญญาณสุรา!?” ดวงตาของอาจารย์อาวุโสส่องประกายขึ้นทันที

แต่หลังจากนั้นเขากลับขมวดคิ้วก่อนจะเปิดปากถาม “ฟางหยวน เจ้าได้วิญญาณสุรามาจากที่ใด?”

ฟางหยวนกำหมัดและกัดฟันแน่นแต่ปฏิเสธที่จะตอบ

ผู้อาวุโสของตระกูลที่ยืนอยู่รอบๆเริ่มโกรธ

“ฟางหยวน เจ้ารู้ปัญหาที่เจ้าก่อขึ้นหรือไม่?”

“พูดมาว่าเกิดสิ่งใดขึ้น?”

“บอกทุกสิ่งที่เจ้ารู้ออกมา วิญญาณสุราตัวนี้เป็นของเจียชิงเฉิงหรือไม่?”

“มันจะเป็นเช่นนั้นได้อย่างไร? วิญญาณสุราเป็นของข้าอย่างแน่นอน ข้าพบมันในผลึกหินสีทองม่วง!” ฟางหยวนเงยศีรษะขึ้นและตะโกนออกมาราวกับไม่สามารถอดทนต่อการถูกใส่ร้าย

จบบทที่ เทพปีศาจหวนคืน บทที่ 55 คำที่ข้าต้องการได้ยิน (อ่านฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว