เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

เทพปีศาจหวนคืน บทที่ 48 น่ารักนิดหน่อย (อ่านฟรี)

เทพปีศาจหวนคืน บทที่ 48 น่ารักนิดหน่อย (อ่านฟรี)

เทพปีศาจหวนคืน บทที่ 48 น่ารักนิดหน่อย (อ่านฟรี)


เทพปีศาจหวนคืน บทที่ 48 น่ารักนิดหน่อย 

แปลโดย iPAT 

ฝนตกตลอดสี่วันก่อนที่ดวงอาทิตย์จะปรากฏขึ้นอีกครั้งพร้อมกับฤดูร้อนที่มาเยือนในที่สุด

มวลอากาศร้อนทำให้อุณหภูมิบนภูเขาชิงเหมาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ในยามค่ำคืนเสียงจิ้งหรีดที่สร้างชีวิตชีวาให้กับฤดูใบไม้ผลิเงียบลงขณะที่พวกมันเริ่มเร้นกายและเตรียมตัววางไข่ ป่าไผ่สีเขียวบนภูเขาชิงเหมาแตกหน่ออ่อนออกมาอย่างบ้าคลั่งและเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว

หญ้าและพฤกษาพันธุ์สีเขียวมรกตกลายเป็นสีเขียวเข้ม

ท้องฟ้าสีครามที่กว้างใหญ่สว่างสดใสไปจนสุดสายตา

“ปัง ปัง ปัง”

สนามฝึกซ้อมของสถานศึกษาเต็มไปด้วยเสียงการปะทะของหมัดและเท้า

หลังจากแลกเปลี่ยนกระบวนท่านับสิบครั้ง ผู้ใช้วิญญาณโม่เป่ยถูกเตะเข้าที่หน้าท้องโดยผู้ใช้วิญญาณฟางหยวนก่อนจะถอยหลังกลับไปห้าหรือหกก้าวและออกนอกสนามประลองทรงกลมที่ถูกวาดเอาไว้บนพื้น

อาจารย์ผู้ฝึกสอนศิลปะการต่อสู้ประเมินสถานการณ์ก่อนประกาศ “ผู้ใช้วิญญาณโม่เป่ยออกนอกสนามประลอง ผู้ใช้วิญญาณฟางหยวนได้รับชัยชนะเป็นครั้งที่สามสิบสามติดต่อกัน”

“ฮืม ข้าแพ้เจ้าอีกหน!” โม่เป่ยกัดฟันมองฟางหยวน “แต่อย่ายโสเกินไป วันหนึ่งข้าจะชนะเจ้า และข้าก็รู้ว่าวันนั้นใกล้เข้ามาแล้ว”

ฟางหยวนมองโม่เป่ยและกล่าวออกมาอย่างไร้อารมณ์ “การโจมตีก่อนหน้าทำให้เจ้าได้รับบาดเจ็บภายใน ข้าขอแนะนำให้เจ้ารักษาอาการบาดเจ็บเป็นอันดับแรก”

“มันเป็นเพียงอาการบาดเจ็บเล็กน้อยเท่านั้น” โม่เป่ยโต้แย้งแต่การแสดงออกของเขากลับเปลี่ยนไปอย่างกะทันหันเมื่อเลือดไหลทะลักขึ้นมาจากลำคอของเขาก่อนที่เขาจะพยายามกลืนมันกลับลงไปอย่างยากลำบาก

ใบหน้าของเขาซีดลง นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้รับบาดเจ็บรุนแรงถึงระดับนี้ มันจึงช่วยไม่ได้ที่ดวงตาของเขาจะเผยความหวาดกลัวออกมา

อาจารย์ผู้ฝึกสอนศิลปะการต่อสู้เร่งเข้ามาดูอาการของโม่เป่ย “อย่ากังวล อาการบาดเจ็บเช่นนี้เพียงพักผ่อนสักสองสามวันก็จะดีขึ้น แต่เจ้าต้องหยุดการฝึกซ้อมทั้งหมดในช่วงเวลานี้”

โม่เป่ยไม่ได้กล่าวสิ่งใดแต่ในหัวใจของเขาเต็มไปด้วยอารมณ์ที่ซับซ้อน ทั้งโกรธ เกลียด ผิดหวัง และชิงชัง

“โม่เป่ยมีทักษะที่ดี แต่เขายังไม่สามารถเอาชนะฟางหยวน”

“ฟางหยวนน่ากลัวเกินไป ไม่มีผู้ใดสามารถเอาชนะเขาได้”

“โม่เป่ยถึงกับอาเจียนออกมาเป็นเลือด ข้าไม่ต้องการต่อสู้กับสัตว์ประหลาดเช่นนี้”

“แต่อาจารย์บอกว่าวันนี้ทุกคนจะต้องฝึกฝนการต่อสู้แบบตัวต่อตัวในสนามประลอง ไม่มีผู้ใดได้รับการยกเว้น”

ศิษย์ทุกคนมองฟางหยวนที่ยืนอยู่กลางสนามประลองด้วยความหวาดกลัว บางคนถอนหายใจ บางคนหน้าซีด บางคนรู้สึกลำบากใจที่จะต่อสู้กับเขา

เมื่อเห็นว่าไม่มีผู้ใดเสนอตัวท้าทาย อาจารย์ผู้ฝึกสอนจึงตะโกน “คนต่อไป!”

แต่ไม่มีเสียงตอบรับ โดยปกติผู้ที่กล้าท้าทายฟางหยวนมีเพียงโม่เป่ย ซื่อเฉิน และฟางเจิ้งเท่านั้น อย่างไรก็ตามเวลานี้ทั้งสามพ่ายแพ้ฟางหยวนไปแล้ว

ความเงียบเข้าปกคลุมสนามฝึกซ้อม อาจารย์ผู้ฝึกสอนขมวดคิ้วขณะที่กวาดตามองศิษย์ที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว

นั่นทำให้อาจารย์ผู้ฝึกสอนคิดถึงคำกล่าวของอาจารย์อาวุโส ‘ฟางหยวนโดดเด่นเกินไป หากพวกเราไม่กำหราบเขาบ้าง ศิษย์คนอื่นๆจะไม่สามารถเงยศีรษะขึ้นภายใต้แรงกดดันนี้ หากยังเป็นเช่นนี้ต่อไป หัวใจของพวกเขาจะถูกกัดกินด้วยความหวาดกลัว แต่สถานศึกษาของเราเป็นสถานที่ที่บ่มเพาะพยัคฆ์และหมาป่าที่กล้าหาญเพื่อต่อสู้กับศัตรู ไม่ใช่ลูกแกะขี้ขลาด!’

“เกิดสิ่งใดขึ้นกับพวกเจ้า!? ไม่ว่าเขาจะแข็งแกร่งเพียงใด ฟางหยวนก็เป็นเพียงเด็กหนุ่มอายุสิบห้า เขาเป็นสหายร่วมชั้นเรียนของพวกเจ้า อายุเท่ากัน กินดื่มร่วมกัน เขาไม่ได้มีสามเศียรสิบกร ไม่ใช่สัตว์ประหลาด ดังนั้นจงแสดงความกล้าหาญของพวกเจ้าออกมาและแสดงให้ข้าเห็นถึงความภาคภูมิใจของตระกูลแสงจันทร์ในตัวของพวกเจ้า!” อาจารย์ผู้ฝึกสอนตะโกนเสียงดังเพื่อกระตุ้นศิษย์

“แต่เขาแข็งแกร่งเกินไป พวกเราไม่สามารถเอาชนะเขา”

“แม้จะเป็นสหายร่วมชั้นเรียน แต่เขาก็ทำร้ายโม่เป่ยจนกระอักเลือด”

“ฟางหยวนโหดร้ายเกินไป พวกเราไม่กล้าต่อสู้กับเขา”

อาจารย์ผู้ฝึกสอนยิ่งโกรธเมื่อได้ยินถ้อยคำเหล่านี้

แม้ฟางหยวนจะชนะสามสิบสามรอบติดต่อกัน แต่อาจารย์ผู้ฝึกสอนตระหนักว่าตอนนี้ฟางหยวนหมดแรงแล้ว

หากบางคนพยายามอย่างหนัก ฟางหยวนจะเผยจุดอ่อนและทำให้ขาพ่ายแพ้ในที่สุด

แต่เวลานี้ศิษย์คนอื่นๆกลับหวาดกลัวและไม่มีผู้ใดกล้าเผชิญหน้ากับเขาอีก

บางครั้งสิ่งที่ทำให้ผู้คนพ่ายแพ้ไม่ใช่ศัตรูที่แข็งแกร่งแต่เป็นหัวใจของพวกเขาเอง

อาจารย์ผู้ฝึกสอนกระตุ้นศิษย์ของเขาต่อไป แต่มันยังไร้ประโยชน์ นี่ทำให้เขารู้สึกหมดหนทางและหันไปทางฟางหหยวนด้วยความไม่สบายใจ “ฟางหยวน เจ้าควรอ่อนโยนต่อสหายบ้าง การโจมตีของเจ้าทำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บถึงขั้นกระอักเลือด เช่นนั้นข้าจะปรับให้เจ้าแพ้ ออกไปจากสนามประลองได้”

“ท่านอาจารย์ ท่านผิดแล้ว”

ฟางหยวนกล่าวเสียงเรียบโดยปราศจากความเกรงกลัว “ในการฝึกฝนการต่อสู้ พวกเราควรพยายามอย่างเต็มที่เพื่อบรรลุเป้าหมายของการฝึกฝนมิใช่หรือ? อย่าบอกข้าว่าในการต่อสู้จริง พวกเราต้องอ่อนโยนต่อศัตรูที่อยู่ตรงหน้า?”

อาจารย์ผู้ฝึกสอนยิ่งโกรธเมื่อได้ยินเช่นนี้ “ฮืม เจ้าโจมตีสหายของเจ้าอย่างรุนแรง แล้วยังกล้าใช้ตรรกะที่บิดเบี้ยวอีกงั้นหรือ?”

“ท่านผิดอีกแล้ว”

ฟางหยวนหัวเราะ “ท่านจัดให้มีการประลองทักษะการต่อสู้โดยมีรางวัลเป็นหินวิญญาณยี่สิบก้อน หากปราศจากการปลุกปั่นจากท่าน พวกเขาจะได้รับบาดเจ็บเช่นนั้นหรือ?”

“เจ้า!” อาจารย์ผู้ฝึกสอนชี้นิ้วที่ยังฟางหยวนด้วยความโกรธและเย้ยหยัน “เจ้ายังต้องการรางวัลหรือไม่? หากเจ้ายังโต้เถียงต่อไป แม้เจ้าจะได้ที่หนึ่ง ข้าก็จะประกาศให้เจ้าแพ้ เจ้าไม่ให้ความร่วมมือและยังกล้าโต้เถียงอาจารย์เพื่ออ้างสิทธิรับรางวัลอีกงั้นหรือ?”

ฟางหยวนหัวเราะเสียงดัง “หินวิญญาณเพียงยี่สิบก้อน ท่านคิดว่าข้าต้องการมันมากงั้นหรือ?”

หลังกล่าวจบคำ ฟางหยวนก็เดินออกจากสนามประลองทันที

แม้ฟางหยวนจะไม่สามารถขายภาพเหตุการณ์ในอดีตของนักบวชปีศาจสุราดอกไม้ เขาก็ยังมีหินวิญญาณเหลืออยู่อีกมาก นอกจากนั้นเป้าหมายในเวลานี้ของเขาไม่ใช่หินวิญญาณ

“เจ้า!” เห็นฟางหยวนเดินออกจากสนามประลอง อาจารย์ผู้ฝึกสอนรู้สึกตกตะลึงและสับสน

เดิมทีอาจารย์ผู้ฝึกสอนตั้งใจยั่วยุให้ฟางหยวนต่อสู้ก่อนที่เขาจะพ่ายแพ้เนื่องจากความเหนื่อยล้า นี่เป็นแผนการกำหราบความมั่นใจของฟางหยวนและสร้างขวัญกำลังใจให้กับศิษย์คนอื่นๆ

แต่ฟางหยวนกลับไม่ตกลงสู่กับดักที่เขาวางไว้ ดังนั้นอาจารย์ผู้ฝึกสอนจึงไม่รู้ว่าควรทำอย่างไร

‘พลังของข้าหมดแล้ว’ ฟางหยวนลอบถอนหายใจ แม้ภายนอกเขาจะแสดงออกราวกับไม่แยแส แต่แท้จริงแล้วร่างกายภายใต้อาภรณ์ของเขากลับสั่นสะท้านด้วยความเหนื่อยล้า

แม้เขาจะมีประสบการณ์มากมายในการต่อสู้จากชีวิตก่อนหน้า แต่ไม่สามารถปฏิเสธว่าร่างกายของเขาในเวลานี้เป็นเด็กหนุ่มอายุสิบห้า นอกจากนั้นความสามารถของเด็กคนอื่นๆก็พัฒนาขึ้นทุกวันและกลายเป็นแรงกดดันต่อฟางหยวน

แรงกดดันนี้เห็นได้ชัดจากการโจมตีที่รุนแรงมากขึ้นของเขา ขณะเดียวกันมันก็ทำให้ร่างกายของเขาเหนื่อยล้าอย่างรวดเร็ว

‘ประสบการณ์ไม่ใช่ทุกสิ่ง ในการต่อสู้ ไม่ว่าทักษะใดล้วนพึ่งพาร่างกายเป็นรากฐานสำคัญ’ ฟางหยวนเข้าใจเรื่องนี้เป็นอย่างดี

ฟางหยวนไม่ประหลาดใจที่อาจารย์อาวุโสกดดันเขา หลังจากทั้งหมดตั้งแต่เขาฆ่าเกาเหวิน เด็กคนอื่นๆก็ไม่กล้าต่อต้านเขาอีก

เมื่อเวลาผ่านไปภาพที่ไม่สามารถเอาชนะได้ของฟางหยวนจะถูกฝังลึกอยู่ในหัวใจของเด็กเหล่านี้ นี่เป็นสิ่งที่อาจารย์อาวุโสไม่ต้องการเห็น เขาเพียงต้องการใช้ฟางหยวนเป็นตัวกระตุ้นให้เด็กคนอื่นๆพัฒนาตนเองเท่านั้น

ด้วยเหตุนี้อาจารย์อาวุโสจึงต้องการให้ฟางหยวนพ่ายแพ้

เมื่อฟางหยวนพ่ายแพ้ ภาพที่ไม่สามารถเอาชนะได้ในใจของศิษย์คนอื่นๆจะถูกทำลายลงทันที ขณะเดียวกันมันจะปลุกจิตวิญญาณการต่อสู้ของพวกเขาขึ้นมาอีกครั้ง

แต่สำหรับฟางหยวน เขาต้องการกดดันเด็กเหล่านี้ต่อไปเพื่อให้เขาสามารถรีดไถหินวิญญาณได้อย่างสะดวกสบาย

หากเขาแพ้ เด็กหนุ่มสาวเหล่านี้จะตระหนักถึงความอ่อนแอของเขาและโจมตีเขาพร้อมกัน นั่นเป็นสิ่งที่เขาไม่ยินดีให้เกิดขึ้น

เหตุผลเป็นเพราะการกรรโชกหินวิญญาณเป็นรายได้หลักของเขาในปัจจุบัน เขาไม่ต้องการสูญเสียแหล่งรายได้นี้ ดังนั้นเขาจึงต้องแสดงความแข็งแกร่งของตนออกมาด้วยการเอาชนะการประลองสามสิบสามครั้งติดต่อกัน แม้สุดท้ายเขาจะไม่ได้รับรางวัลก็ตาม

“พวกเจ้ากำลังรอสิ่งใด หินวิญญาณยี่สิบก้อน ไม่มีผู้ใดต้องการงั้นหรือ?” อาจารย์ผู้ฝึกสอนตะโกนเสียงดัง

เมื่อฟางหยวนออกจากสนามประลอง เด็กหนุ่มสาวก็ถูกล่อลวงด้วยเงินรางวัลอีกครั้ง

“ข้าไป!”

“ข้าเอง!”

เด็กสองคนกระโดดเข้าไปในสนามรประลองอย่างรวดเร็ว

“เห้อ...หากข้ารู้เช่นนี้ ข้าจะไม่รีบเข้าไปในสนามประลองเพื่อต่อสู้กับฟางหยวนแล้วถูกโยนออกมาตั้งแต่แรก”

“น่าเสียดาย”

“ฟางหยวนช่างกล้าหาญนัก กระทั่งอาจารย์ก็ไม่เกรงกลัว”

เมื่อได้ยินเสียงกระซิบเหล่านี้ อาจารย์ผู้ฝึกสอนรู้สึกราวกับชื่อเสียงของเขาพังทลายลง แต่เขาก็รู้ดีว่าฟางหยวนไม่ได้ทำสิ่งใดผิด เขาไม่สามารถทำโทษฟางหยวนและทำได้เพียงจ้องมองฟางหยวนด้วยความโกรธเท่านั้น

ริมฝีปากของฟางหยวนยกตัวขึ้นเป็นรอยยิ้มบาง ‘วิธีการบ้านๆของอาจารย์ผู้นี้ก็น่ารักนิดหน่อย’

จบบทที่ เทพปีศาจหวนคืน บทที่ 48 น่ารักนิดหน่อย (อ่านฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว