เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

เทพปีศาจหวนคืน บทที่ 33 ข่มขู่ (อ่านฟรี)

เทพปีศาจหวนคืน บทที่ 33 ข่มขู่ (อ่านฟรี)

เทพปีศาจหวนคืน บทที่ 33 ข่มขู่ (อ่านฟรี)


เทพปีศาจหวนคืน บทที่ 33 ข่มขู่ 

แปลโดย iPAT 

“หือ?” โม่เยี่ยนโกรธมากเมื่อพบว่านางหลงกลฟางหยวน

“เจ้ากล้ามากที่หลอกลวงข้าเช่นนี้” นางยื่นมือออกไปโดยหวังจะคว้าตัวฟางหยวนเอาไว้

แต่ฟางหยวนกลับหัวเราะ “โม่เยี่ยน เจ้าควรใช้ความคิดให้มากกว่านี้”

โม่เยี่ยนหยุดมืออย่างกะทันหันขณะที่นางยังยืนอยู่หน้าประตูห้องของฟางหยวน การแสดงออกของนางเปลี่ยนไปเล็กน้อย นางเริ่มลังเล

ตระกูลมีกฎระเบียบที่เข้มงวด ศิษย์ทุกคนในหอพักล้วนอยู่ภายใต้การคุ้มครองของตระกูล เดิมทีคนนอกไม่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาที่นี่ แม้โม่เยี่ยนจะต้องการมอบบทเรียนให้กับฟางหยวน แต่นางก็ไม่กล้าฝ่าฝืนกฎ

“หากข้าทำลายกฎ มันจะไม่ส่งผลกระทบถึงผู้ใด แต่หากเป็นเจ้า มันจะส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของครอบครัวและปู่ของเจ้า” คำกล่าวของฟางหยวนทำให้ดวงตาของโม่เยี่ยนแทบลุกเป็นไฟ

“ข้าไม่เคยโกหกเจ้า เจ้าให้ข้านำทางมายังสถานที่ที่ฟางหยวนอยู่ ตอนนี้ข้าก็พาเจ้ามาที่นี่แล้ว ไม่ใช่ว่าเจ้ามีเรื่องต้องการพูดคุยกับข้างั้นหรือ?” ฟางหยวนเผยรอยยิ้มไร้กังวลและเพิกเฉยต่อแรงกดดันของผู้ใช้วิญญาณระดับสองอย่างสิ้นเชิง นอกจากนี้เขายังมองเข้าไปในดวงตาของโม่เยี่ยนโดยปราศจากความเกรงกลัวใดๆทั้งสิ้น

เขายืนอยู่ในห้องขณะที่โม่เยี่ยนยืนอยู่หน้าประตู แม้ทั้งสองจะยืนอยู่ใกล้กันมาก แต่มันกลับให้ความรู้สึกห่างไกลกันราวกับทิศตะวันตกและทิศตะวันออก

“ฮ่าฮ่าฮ่า ฟางหยวน เจ้าแน่ใจแล้วหรือว่าเจ้าศึกษากฎระเบียบของตระกูลมาดีแล้ว” โม่เยี่ยนระงับความโกรธของนางก่อนจะเผยรอยยิ้มอัปลักษณ์ออกมา “แม้เจ้าจะใช้กฎของหอพักเพื่อคุ้มครองตนเอง แต่เจ้าจะหลบอยู่ในหอพักแห่งนี้ได้ตลอดไปหรือไม่? ไม่มีทาง! แล้วข้าจะรอดูว่าเจ้าจะซุกหัวอยู่ที่นี่ได้นานเพียงใด?”

ฟางหยวนหัวเราะและมองโม่เยี่ยนอย่างเกียจคร้าน “อืม ข้าก็อยากรู้ว่าเจ้าจะรบกวนข้าได้นานเพียงใดเช่นกัน อา...นี่ก็เริ่มดึกแล้ว แต่ข้ายังมีเตียงให้นอน โอ้ แล้วเจ้าล่ะ? นอกจากนั้นหากพรุ่งนี้ข้าไม่ปรากฏตัวในชั้นเรียน อาจารย์ผู้อาวุโสจะมาที่นี่ เจ้าคิดว่าข้าควรบอกเขาว่าอย่างไร?”

“เจ้า!” โม่เยี่ยนชี้นิ้วไปที่ฟางหยวนด้วยความโกรธ “เจ้าคิดจริงๆงั้นหรือว่าข้าไม่กล้าเข้าไปลากตัวเจ้าออกมา!”

“เอี๊ยด...”

ฟางหยวนเปิดประตูห้องจนสุดก่อนจะเผยรอยยิ้มชั่วร้ายและกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความท้าทาย “เช่นนั้นก็เข้ามา”

“ฮ่าฮ่าฮ่า...” โม่เยี่ยนสงบจิตใจลงก่อนกล่าว “เจ้าคิดว่าข้าจะถูกล่อลวงงั้นหรือ?”

ฟางหยวนยักไหล่ เขามองทะลุบุคลิกของโม่เยี่ยนได้อย่างชัดเจน

หากเขาปิดประตู มีโอกาสห้าในสิบส่วนที่โม่เยี่ยนจะพยายามบุกเข้ามา ในทางตรงข้ามหากเขาเปิดประตูกว้าง โม่เยี่ยนจะระวังตัวมากขึ้น นี่คือจุดอ่อนในจิตใจของมนุษย์ที่ฟางหยวนเข้าใจเป็นอย่างดี

ตอนนี้ฟางหยวนสามารถหันหลังให้กับโม่เยี่ยนได้อย่างสบายใจ แม้เขาจะขึ้นไปนั่งอยู่บนเตียงแล้วแต่โม่เยี่ยนก็ยังยืนอยู่ที่เดิม

‘นี่เป็นเรื่องที่น่าเศร้าของมนุษย์’ ฟางหยวนมองโม่เยี่ยนที่ยืนอยู่หน้าประตูอย่างโง่งมและคิด ‘บางครั้งสิ่งที่ขัดขวางไม่ให้บางคนกระทำการบางอย่างไม่ใช่ผู้คนหรือวัตถุแต่เป็นจิตใจของพวกเขาเอง’

หากเปรียบเทียบระดับการบ่มเพาะ ฟางหยวนไม่ใช่คู่ต่อสู้ของนางในเวลานี้ แต่กระทั่งนางจะมีระดับการบ่มเพาะที่สูงกว่าฟางหยวน นางก็ยังไม่มีความกล้าที่จะทำร้ายเขา ไม่แม้แต่จะกล้าเคลื่อนไหวไปที่ใดตามใจปรารถนา นางยืนห่างจากเขาเพียงไม่กี่ก้าวแต่หัวใจของนางกลับกีดขวางตัวนางเอาไว้

‘มนุษย์แสวงหาความรู้อย่างไม่หยุดยั้งเพื่อทำความเข้าใจธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ เมื่อพวกเขาเข้าใจกฎเกณฑ์ของธรรมชาติ พวกเขาจึงสามารถใช้ประโยชน์จากมัน หากคนผู้หนึ่งยึดติดกับกฎเกณฑ์มากเกินไป มันจะกลายเป็นอุปสรรคในความก้าวหน้าของพวกเขาและเป็นเพียงเรื่องน่าเศร้าเท่านั้น’ ฟางหยวนมองโม่เยี่ยนก่อนจะปิดเปลือกตาลงและเพ่งจิตเข้าไปในทะเลวิญญาณของเขา

‘ฟางหยวนผู้นี้ถึงกับกล้าบ่มเพาะต่อหน้าข้าเลยงั้นหรือ?’ โม่เยี่ยนมองฟางหยวนด้วยความหงุดหงิดและแทบกระอักเลือดด้วยความโกรธ

นางต้องการเดินเข้าไปและปล่อยหมัดของนางออกไป

แต่นางไม่สามารถทำได้

นางรู้สึกอึดอัดเพราะนางไม่สามารถเดินหน้าขณะเดียวกันนางก็ไม่สามารถถอยกลับ

นางไม่พอใจและไม่เต็มใจที่จะยอมแพ้ ก่อนหน้านี้นางระดมบ่าวไพร่จำนวนมากออกมาเพื่อสั่งสอนฟางหยวน แต่สุดท้ายมันอาจเป็นนางที่ถูกหัวเราะเยาะ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีคนรับใช้ยืนมองนางอยู่ในขณะนี้

“บัดซบ! ฟางหยวนผู้นี้เจ้าเล่ห์เกินไป น่ารังเกียจเกินไปแล้ว!” โม่เยี่ยนสบถสาปแช่งโดยหวังว่าฟางหยวนจะเดินออกมาจากห้อง

“ฟางหยวน เจ้ายังเป็นผู้ชายอยู่หรือไม่?”

“ฟางหยวน ผู้ชายต้องรับผิดชอบการกระทำของตนเอง ตอนนี้เจ้าเป็นเพียงคนขี้ขลาดที่ซุกหัวอยู่ในห้องเท่านั้น ไม่รู้สึกละอายใจบ้างเลยงั้นหรือ?”

“หยุดแสร้งทำเป็นไม่สนใจข้าแล้วออกมาเดี๋ยวนี้!”

“คนขี้ขลาด ขยะเน่าเหม็น!”

ฟางหยวนปิดหูและไม่โต้ตอบแม้เพียงครึ่งคำ

หลังจากตะโกนสาปแช่งอยู่เป็นเวลานาน มันกลับไม่ได้ระบายความโกรธที่อยู่ในหัวใจของนางออกมาได้เลย ตรงข้าม นางยิ่งหงุดหงิดมากขึ้นและมากขึ้น นางเริ่มรู้สึกว่าตนเองเหมือนตัวตลกที่โง่เขลา การปิดกั้นประตูทางเข้าออกเป็นสิ่งที่น่าละอายใจเกินไปสำหรับนาง

“อา...สารเลว เจ้าจะต้องตายในมือข้า!” โม่เยี่ยนโกรธจนแทบคลั่งแต่นางก็หยุดยั่วยุฟางหยวนในที่สุด

“ฟางหยวน วันนี้เจ้าสามารถหลบหนี แต่มันไม่ใช่ตลอดไป!” นางกระทืบเท้าก่อนจะเดินจากไป อย่างไรก็ตามนางยังไม่ลืมออกคำสั่งสุดท้าย “เกาเหวิน ยืนเฝ้าเขาอยู่ที่นี่ ข้าไม่เชื่อว่าเขาจะไม่ออกมา!”

“รับทราบ” เกาเหวินตอบรับอย่างรวดเร็วแต่เขากลับลอบโอดครวญอยู่ภายใน แน่นอนว่างานเฝ้ายามไม่ใช่งานเบาๆ

“ฟิ้ว ฟิ้ว”

ภายในทะเลวิญญาณของฟางหยวน

ระลอกคลื่นกระจายออกไปรอบๆ เมื่อเวลาผ่านไประดับน้ำทะเลค่อยๆลดลงอย่างช้าๆ

จากสี่สิบสี่ในหนึ่งร้อยส่วนลดลงเหลือสิบสองในหนึ่งร้อยส่วน

‘หากผู้ใช้วิญญาณต้องการยกระดับการบ่มเพาะของตน นอกจากความเข้มข้นของพลังวิญญาณ พวกเขายังต้องสร้างความแข็งแกร่งให้กับทะเลวิญญาณอีกด้วย การบ่มเพาะขั้นต้น วิญญาณแห่งความหวังที่ห่อหุ้มทะเลวิญญาณเอาไว้จะเป็นแสงสีขาวนวล เมื่อผู้ใช้วิญญาณก้าวเข้าสู่ขั้นกลาง กำแพงแสงจะเปลี่ยนเป็นกำแพงวารี เมื่อก้าวเข้าสู่ขั้นสูง กำแพงวารีจะเปลี่ยนเป็นกำแพงหิน’

ความรู้ในการบ่มเพาะทั้งหมดยังแจ่มชัดอยู่ในความทรงจำของเขา

เขาค่อยๆเปิดเปลือกตาขึ้นอีกครั้งและพบว่ามันดึกมากแล้ว

จันทร์เสี้ยวแขวนตัวอยู่บนท้องฟ้าท่ามกลางความมืดมิด

ประตูยังเปิดกว้างขณะที่แสงจันทร์เล็ดลอดเข้ามาในห้องพร้อมกับสายลมที่โชยผ่าน

ฟางหยวนไม่มีวิญญาณที่สามารถมอบความอบอุ่นให้กับตนเอง ด้วยร่างกายของเด็กหนุ่มอายุสิบห้า ช่วยไม่ได้ที่มันจะสั่นด้วยความหนาว

คืนนี้ลมภูเขาค่อนข้างหนาวเย็นเป็นพิเศษ

“เจ้าคนโกง ในที่สุดเจ้าก็เปิดเปลือกตาขึ้นมาได้ เจ้าคิดจะบ่มเพาะไปถึงเมื่อใด? ไม่ว่าเจ้าจะซ่อนตัวอย่างไร สุดท้ายเจ้าก็ต้องได้รับบทเรียนและพ่ายแพ้ให้แก่คุณชายโม่เป่ยในที่สุด” เห็นฟางหยวนเปิดเปลือกตา เกาเหวินรีบลุกขึ้นยืนและแสดงบทบาทของเขาทันที

ฟางหยวนคิด ‘ผู้ใช้วิญญาณหญิงระดับสองผู้นั้นจากไปแล้วงั้นหรือ?’

“เจ้าได้ยินข้าหรือไม่? ออกมาเดี๋ยวนี้! หากเจ้ายังอยู่บนเตียง ข้าก็ยังต้องอยู่ตรงนี้ต่อไป หากเจ้าไม่ออกมาเร็วๆนี้ เจ้าคิดว่าข้าจะไม่กล้าพุ่งเข้าไปงั้นหรือ?” เมื่อเห็นฟางหยวนไม่ตอบสนอง เกาเหวินจึงเริ่มข่มขู่

แต่ฟางหยวนไม่สะทกสะท้าน

“สารเลว! ออกมา! ยอมจำนนซะ เจ้ายั่วยุครอบครัวสกุลโม่ เจ้าจะไม่ได้อยู่อย่างเป็นสุข รีบออกมาขอโทษคุณหนูของข้า บางทีน่งอาจให้อภัยเจ้า” เกาเหวินเต็มไปด้วยความหงุดหงิด

อย่างไรก็ตามฟางหยวนไม่ได้ฟังคนผู้นี้แม้เพียงคำเดียว เขาหยิบหินวิญญาณออกมากำไว้ในมือก่อนจะปิดเปลือกตาลงอีกครั้ง

เมื่อเห็นฟางหยวนเริ่มบ่มเพาะอีกหน เกาเหวินโกรธมาก “เจ้ามีพรสวรรค์เพียงนภาที่สาม เจ้าเป็นได้มากที่สุดก็แค่ผู้ใช้วิญญาณระดับสอง เจ้าจะบ่มเพาะไปเพื่อสิ่งใด? เจ้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของสมาชิกครอบครัวสกุลโม่ เจ้าเด็กบ้า! เจ้าหูหนวกหรืออย่างไร? เจ้าไม่เข้าใจภาษามนุษย์เช่นนั้นหรือ? เจ้าไม่ได้ยินข้าพูดงั้นหรือ!?”

จบบทที่ เทพปีศาจหวนคืน บทที่ 33 ข่มขู่ (อ่านฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว