เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

เทพปีศาจหวนคืน บทที่ 19 วิญญาณกาลเวลา (อ่านฟรี)

เทพปีศาจหวนคืน บทที่ 19 วิญญาณกาลเวลา (อ่านฟรี)

เทพปีศาจหวนคืน บทที่ 19 วิญญาณกาลเวลา (อ่านฟรี)


เทพปีศาจหวนคืน บทที่ 19 วิญญาณกาลเวลา 

แปลโดย iPAT 

ระหว่างการปรับแต่งวิญญาณสุราของฟางหยวน หนอนสุราได้ทำการโต้ตอบ

วิญญาณสุราที่แบกรับเจตจำนงของนักบวชปีศาจสุราดอกไม้เอาไว้ส่งเจตจำนงบุกเข้าสู่ทะเลวิญญาณของฟางหยวนโดยตรง

ลำแสงสีขาวที่เต็มไปด้วยเจตนามุ่งร้ายพุ่งจากท้องฟ้าลงไปยังท้องทะเลสีครามประกายทองแดงเบื้องล่าง ขณะเดียวกันฟางหยวนก็กระตุ้นเจตจำนงแห่งการต่อสู้ของเขาและปลุกปั่นทะเลวิญญาณของตนเพื่อเผชิญหน้ากับศัตรูที่รุกล้ำเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต ทะเลวิญญาณของฟางหยวนเกิดความปั่นป่วนขึ้นอย่างรุนแรง วังน้ำวนอันเชี่ยวกรากดูดกลืนทุกสิ่งลงไปเบื้องล่างขณะที่คลื่นยักษ์ก่อตัวและหมุนวนขึ้นสู่ท้องฟ้าราวกับสัตว์อสูรที่ดุร้ายทะยานร่างพุ่งเข้าขย้ำเหยื่อของมันอย่างไร้ปรานี

ในจังหวะที่ทั้งสองฝ่ายกำลังจะปะทะกัน วิญญาณดวงหนึ่งกลับปรากฏตัวขึ้นตรงกลางระหว่างพลังงานสองสายโดยไม่คาดคิด

มันเป็นจั๊กจั่น!

ร่างกายของมันไม่ใหญ่นัก หากเปรียบเทียบกับวิญญาณแสงจันทร์ที่เป็นผลึกคริสตัลสีฟ้าอ่อนรูปจันทร์เสี้ยวที่งดงาม จั๊กจั่นตัวนี้ก็เป็นบางสิ่งที่ดูราวกับงานไม้แกะสลักอันประณีตบรรจงที่ถูกสร้างขึ้นมาจากช่างศิลป์ระดับตำนาน

ร่างกายของมันเป็นสีน้ำตาลอ่อน ปรากฏลายวงปีของต้นไม้ที่เป็นตัวแทนแห่งวันเวลาอยู่บนหน้าท้องของมัน นอกจากนั้นมันยังมีปีกที่โปร่งใสสองคู่อยู่บนแผ่นหลังอีกด้วย

นี่คือวิญญาณกาลเวลา!

มันกำลังโกรธจัด

ราวกับสัตว์อสูรแห่งบรรพกาลที่หลับไหลอยู่ในถ้ำถูกปลุกให้ตื่นขึ้นอย่างกะทันหันด้วยการบุกรุกของแขกที่ไม่ได้รับเชิญ

ผู้ใดกล้าบุกเข้ามาในสวนหลังบ้านของข้าและยังเหิมเกริมแสดงความก้าวร้าวออกมาเช่นนี้!

เมื่อศักดิ์ศรีถูกดูหมิ่น วิญญาณกาลเวลาจึงปลดปล่อยกลิ่นอายแห่งความขุนเคืองออกมาอย่างเต็มที่ ประกายดาราแห่งทางช้างเผือกอันไพศาลเข้าคลี่คลุมแผ่นฟ้าเบื้องบนเอาไว้ทั้งหมด

หากเปรียบเทียบกับเจตจำนงของวิญญาณดวงนี้ วิญญาณสุราก็เป็นเพียงมดปลวกที่กำลังเผชิญหน้าอยู่กับพญาคชสารผู้ยิ่งใหญ่เท่านั้น

ต่อหน้าเจตจำนงอันยิ่งใหญ่ที่ปกคลุมท้องฟ้า เจตนาร้ายอันเล็กจ้อยของวิญญาณสุราไม่สามารถต้านทานได้และถูกกลืนกินเข้าไปในพริบตา

ปัง!

ฟางหยวนรู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อยเมื่อคลื่นยักษ์ที่เขาปลุกปั่นปะทะเข้ากับวิญญาณดวงนี้ อย่างไรก็ตามมันเหมือนกับคลื่นน้ำที่พุ่งเข้าปะทะหน้าผาหินและแตกกระจายกลายเป็นละอองฝนร่วงหล่นลงสู่ทะเลอีกครั้ง

เมื่อละอองฝนค่อยๆเลือนหาย วิญญาณกาลเวลาก็เผยตัวขึ้นอีกหน

ด้วยแรงกดดันจากวิญญาณกาลเวลา ห้วงสมุทรสีฟ้าครามประกายทองแดงจึงค่อยๆสงบลง

ปราศจากคลื่น ปราศจากการสั่นไหว ผิวน้ำกระจ่างใสราวกับกระจกที่สามารถส่องเข้าไปได้ถึงหัวใจของผู้คน

นี่คือพลังอำนาจที่เหนือกว่าอย่างสมบูรณ์!

ฟางหยวนรู้สึกราวกับถูกกดทับด้วยภูเขาขนาดใหญ่ที่มองไม่เห็น เขาไม่สามารถควบคุมทะเลวิญญาณและกระแสพลังใดๆในร่างกายของเขาได้เลย

อย่างไรก็ตามแม้เขาจะตกใจ แต่เขาไม่มีความหวาดกลัว ในความเป็นจริงหัวใจของเขากระทั่งเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข

‘ผู้ใดจะคิดว่าวิญญาณกาลเวลาจะตามมาเกิดใหม่พร้อมกันกับข้า มันกลายเป็นว่าวิญญาณกาลเวลาไม่ใช่วิญญาณที่ใช้งานได้ครั้งเดียวแต่สามารถใช้ได้ซ้ำๆ!’

วิญญาณกาลเวลาเป็นวิญญาณระดับหก ในชีวิตก่อนหน้ามันเป็นวิญญาณระดับหกดวงแรกและดวงสุดท้ายของฟางหยวน เพื่อให้ได้รับมันมา เขาทุ่มเทความพยายามทั้งหมดในการหลอมรวมมันเป็นเวลาสามสิบปีก่อนจะประสบความสำเร็จ

แต่ไม่นานหลังจากนั้น เมื่อข่าวเกี่ยวกับวิญญาณกาลเวลาแพร่กระจายออกไป ผู้คนของฝ่ายธรรมะเริ่มรู้สึกถึงภัยคุกคามรวมถึงความปรารถนาที่มีต่อวิญญาณกาลเวลา พวกเขาจึงรวมตัวกันบุกโจมตีและพยายามสังหารฟางหยวนเพื่อฉกชิงมัน

อย่างไรก็ตามการเดินทางย้อนเวลากลับมาในอดีตห้าร้อยปีเผาผลาญพลังงานของมันไปมาก ดังนั้นมันจึงอ่อนแอลงกระทั่งฟางหยวนก็ยังไม่สามารถสัมผัสได้ถึงการคงอยู่ของมัน

หลังจากย้อนเวลามาเกิดใหม่ วิญญาณกาลเวลาเข้าสู่การจำศีลเพื่อฟื้นฟูตัวมันเอง แต่เมื่อมันสัมผัสได้ถึงอันตรายที่จู่โจมเข้ามาอย่างกะทันหัน มันจึงปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง กล่าวได้ว่าวิญญาณสุราเป็นสิ่งที่ปลุกมันให้ตื่นขึ้นอย่างแท้จริง

แต่มันยังอ่อนแอมาก

จากความทรงจำของฟางหยวน วิญญาณกาลเวลาเต็มไปด้วยพลังงาน ร่างกายของมันงดงามวิจิตรและส่องประกายเจิดจ้าราวกับดวงตะวัน

แต่ตอนนี้มันดูเหมือนคนที่กำลังจะหมดลมหายใจและอาจเสียชีวิตได้ทุกเมื่อ ร่างกายของมันปลดปล่อยรัศมีแสงอันแผ่วเบาออกมาเท่านั้น ร่างไม้ของมันดูแห้งและหยาบกร้านราวกับต้นไม้ที่กำลังจะตาย ปีกของมันชำรุดเสียหายราวกับสามารถปลิวหลุดไปตามแรงลมได้ตลอดเวลา

ฟางหยวนรู้สึกทั้งโชคดีและเจ็บปวดในเวลาเดียวกัน

เขารู้สึกเจ็บปวดเมื่อเห็นวิญญาณกาลเวลาที่เขาบ่มเลี้ยงมาอย่างยาวนานอ่อนแอถึงจุดที่พร้อมจะร่วงหล่นลงสู่หุบเหวแห่งความตายได้อย่างง่ายดาย

อย่างไรก็ตามความอ่อนแอของมันกลับกลายเป็นความโชคดีของฟางหยวน มิเช่นนั้นเขาอาจประสบปัญหาใหญ่จริงๆ

ต้องรู้ว่าผู้ใช้วิญญาณและวิญญาณต่างพึ่งพาซึ่งกันและกัน ดังนั้นพวกเขาควรจะมีพลังอยู่ในระดับเดียวกัน

ผู้ใช้วิญญาณระดับหนึ่งก็ควรใช้วิญญาณระดับหนึ่ง นี่คือแนวทางที่เหมาะสมที่สุด หากวิญญาณมีระดับต่ำกว่าผู้ใช้ มันก็เหมือนกับนักรบที่ถือไม้จิ้มฟันเอาไว้ในมือ พลังโจมตีของมันมีเพียงเล็กน้อย หากวิญญาณมีระดับสูงกว่าผู้ใช้วิญญาณ มันก็เหมือนเด็กน้อยที่ถือขวานขนาดใหญ่โตเอาไว้ในมือ นอกจากจะไม่สามารถใช้งาน พวกเขายังจะได้รับผลกระทบในแง่ร้ายจากมันอีกด้วย

วิญญาณกาลเวลาเป็นวิญญาณระดับหก แต่เวลานี้ฟางหยวนเป็นเพียงผู้ใช้วิญญาณระดับหนึ่ง อาจกล่าวได้ว่าวิญญาณกาลเวลาคือภูเขาขณะที่ฟางหยวนเป็นกระรอกตัวเล็กตัวน้อย หากกระรอกน้อยต้องการยกภูเขาทั้งลูกเพื่อโจมตีศัตรู นอกจากมันจะไม่สามารถทำได้ กระรอกน้อยยังจะถูกภูเขากดทับและตกตายอย่างน่าอนาถ

หากวิญญาณกาลเวลาอยู่ในสภาพสมบูรณ์พร้อม ทะเลวิญญาณระดับหนึ่งของฟางหยวนจะไม่สามารถรองรับพลังอันยิ่งใหญ่ของมันและจะถูกระเบิดทำลายในพริบตา

แต่โชคดีที่มันอยู่ในสภาพที่อ่อนแอที่สุด ด้วยวิธีนี้ทะเลวิญญาณของฟางหยวนจึงสามารถเป็นที่พักชั่วคราวให้กับมัน

‘ข้าปฏิเสธวิญญาณแสงจันทร์และออกตามหาวิญญาณสุราเพื่อปรับแต่งมันให้เป็นวิญญาณหลักของข้า แต่ผู้ใดจะคิดว่าแท้จริงแล้วข้ามีวิญญญาณหลักเรียบร้อยแล้ว และวิญญาณหลักของข้าก็คือวิญญาณกาลเวลา!’ หัวใจของฟางหยวนเต็มไปด้วยความรู้สึกอันหลากหลาย อย่างไรก็ตามตั้งแต่วิญญาณกาลเวลาปรากฏตัว ฟางหยวนก็สัมผัสได้ถึงความใกล้ชิดและความผูกพันระหว่างมันกับเขาในทันที

วิญญาณหลักคือวิญญาณดวงแรกของผู้ใช้วิญญาณ วิญญาณดวงนี้จะส่งผลกระทบอย่างมากต่อเส้นทางแห่งการบ่มเพาะในอนาคตของพวกเขา

หากวิญญาณหลักเป็นวิญญาณที่มีประสิทธิภาพ มันจะช่วยให้ผู้ใช้วิญญาณก้าวเดินไปบนเส้นทางแห่งการบ่มเพาะได้อย่างราบรื่น ในทางตรงข้ามหากวิญญาณหลักอ่อนแอเกินไป ผู้ใช้วิญญาณจะมีปัญหาและอาจพบทางตันที่ไม่สามารถก้าวข้ามได้ในที่สุด

แต่สิ่งสำคัญที่สุดก็คือมันจะส่งอิทธิพลต่อการต่อสู้แห่งชีวิตและความตายของพวกเขา

ฟางหยวนเข้าใจประเด็นนี้อย่างชัดเจน ดังนั้นเขาจึงไม่พอใจกับเพียงวิญญาณแสงจันทร์และเค้นสมองคิดอย่างสุดความสามารถเพื่อค้นหาวิญญาณสุรา

ด้วยภูมิความรู้ของเขา วิญญาณสุราถูกพิจารณาว่าเป็นวิญญาณที่มีประสิทธิภาพสูงและเหมาะสมกับผู้ใช้วิญญาณฝึกหัด ผู้ใช้วิญญาณที่มีวิญญาณสุราเป็นวิญญาณหลักจะมีความได้เปรียบเป็นอย่างมาก สำหรับวิญญาณแสงจันทร์ มันถือเป็นวิญญาณระดับต่ำกว่ามาตรฐาน หากใช้มันเป็นวิญญาณหลัก สุดท้ายมันจะทำให้ผู้ใช้วิญญาณพบกับความยากลำบากในการบ่มเพาะ

อย่างไรก็ตามสถานการณ์ที่ไม่มีผู้ใดรู้ว่าจะเกิดสิ่งใดขึ้นในอนาคตก็คือเสน่ห์ของชีวิตมิใช่หรือ?

ฟางหยวนหลอมรวมวิญญาณกาลเวลาในชีวิตก่อนหน้า หลังจากเกิดใหม่ วิญญาณกาลเวลาเข้าสู่การจำศีล แต่สายสัมพันธ์ระหว่างมันกับเขายังคงอยู่ ในความเป็นจริงฟางหยวนรู้สึกว่าหลังจากเดินทางข้ามสายธารแห่งกาลเวลา ความสัมพันธ์ระหว่างมันกับเขายิ่งแน่นแฟ้นกันมากขึ้น

สุดท้ายด้วยการทำงานหนักตลอดห้าร้อยปีในชีวิตก่อนหน้า วิญญาณกาลเวลากลายเป็นวิญญาณหลักของเขาในชีวิตนี้

ผู้ใช้วิญญาณระดับหนึ่งครอบครองวิญญาณระดับหก!

หากบางคนได้ยินเรื่องนี้ พวกเขาอาจหัวเราะออกมาด้วยความขบขัน เพราะนี่เป็นสิ่งที่ขัดต่อกฎแห่งการบ่มเพาะของผู้คนบนโลกใบนี้

แต่ถึงกระนั้นมันก็เกิดขึ้นแล้วและเป็นเรื่องจริงที่ไม่สามารถปฏิเสธ!

‘วิญญาณสุราถือเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดในการเป็นวิญญาณหลักของข้า แต่เปรียบเทียบกับวิญญาณกาลเวลา มันไม่ต่างจากสวรรค์กับพื้นพิภพ! อย่างไรก็ตามในชีวิตนี้ ข้า ฟางหยวน กลับสามารถมีวิญญาณกาลเวลาเป็นวิญญาณหลักได้จริงๆ นี่มันช่าง...ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า’

จบบทที่ เทพปีศาจหวนคืน บทที่ 19 วิญญาณกาลเวลา (อ่านฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว