เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

เทพปีศาจหวนกลับ บทที่ 15 ประวัติศาสตร์จะถูกเขียนขึ้นโดยผู้เหลือรอด (อ่านฟรี)

เทพปีศาจหวนกลับ บทที่ 15 ประวัติศาสตร์จะถูกเขียนขึ้นโดยผู้เหลือรอด (อ่านฟรี)

เทพปีศาจหวนกลับ บทที่ 15 ประวัติศาสตร์จะถูกเขียนขึ้นโดยผู้เหลือรอด (อ่านฟรี)


เทพปีศาจหวนกลับ บทที่ 15 ประวัติศาสตร์จะถูกเขียนขึ้นโดยผู้เหลือรอด 

แปลโดย iPAT 

เสียงสายหนึ่งดังขึ้นในถ้ำโดยไม่คาดคิด

มันทำให้เส้นขนบนแผ่นหลังของฟางหยวนลุกชันขึ้นทันที

เขาถูกสะกดรอยตามงั้นหรือ?

เป็นไปได้หรือไม่ว่าการออกมานอกหมู่บ้านบ่อยๆของเขาจะดึงดูดความสนใจของบางคน?

คนผู้นี้เป็นคนของลุงกับป้าหรือไม่?

ทันใดนั้นภาพของผู้ใช้วิญญาณเจียงหยาที่ฟางหยวนบังเอิญพบที่โรงเตี้ยมพลันปรากฏขึ้นในใจของเขา

ระยะเวลาเพียงสั้นๆ แต่ความคิดมากมายกลับพุ่งผ่านสมองของฟางหยวน ทั้งความน่าจะเป็นและวิธีการแก้ปัญหาต่างๆ

ฟางหยวนสัมผัสได้ถึงจิตสังหารที่แฝงมากับถ้อยคำเหล่านั้นและมันก็ทำให้เขาลอบโอดครวญอยู่ในใจ เขาพึ่งกลายเป็นผู้ใช้วิญญาณระดับหนึ่ง เขายังไม่มีวิญญาณแม้แต่ดวงเดียวที่สามารถใช้งาน ความสามารถของเขาในเวลานี้เป็นศูนย์อย่างสมบูรณ์ แล้วเขาจะต่อสู้ได้อย่างไร?

‘อ่อนแอเกินไป! ข้ายังอ่อนแอเกินไป!’ เขาตะโกนอยู่ในใจ

“เจ้าถูกโจมตีด้วยวิญญาณพิษไร้พ่ายของข้า โดยปราศจากยาถอนพิษ ภายในเจ็ดวันเจ้าจะกลายเป็นบ่อเลือดและตกตายไปในที่สุด”

ฟางหยวนก้มหน้าตั้งใจฟังก่อนกล่าวเสียงต่ำ “เจ้าต้องการวิญญาณสุราเช่นนั้นหรือ? ข้าสามารถมอบให้เจ้า”

เขาค่อยๆลุกขึ้นยืนอย่างระมัดระวัง แต่ในจังหวะนี้กลับมีอีกเสียงหนึ่งดังขึ้น มันเป็นเสียงที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว “ข้าจะมอบให้เจ้า ข้าสามารถมอบให้เจ้า แต่ข้าขอร้อง โปรดไว้ชีวิตข้า ท่านนักบวชผู้สูงส่ง”

“หือ?” ฟางหยวนขมวดคิ้วก่อนที่เขาจะหันหลังกลับและพบกับภาพเคลื่อนไหวอันเลือนรางที่ปรากฏอยู่บนกำแพงด้านหนึ่งอย่างไม่คาดคิด

บนกำแพงหินปรากฏภาพของผู้ใช้วิญญาณที่ปลดปล่อยกลิ่นอายทรงพลังออกมายืนอยู่บนยอดเขา ที่เท้าของเขามีผู้ใช้วิญญาณอีกคนหนึ่งกำลังหมอบกราบอยู่ที่นั่น พื้นดินในบริเวณนั้นเต็มไปด้วยหลุมบ่อ ก้อนหินน้อยใหญ่กระจัดกระจายออกไปด้วยพลังอำนาจบางอย่าง ชัดเจนว่าการสู้รบพึ่งจะจบลง

ไม่ไกลจากพวกเขามีกลุ่มผู้สูงอายุยืนมองฉากที่น่าอนาถเหล่านี้อยู่อย่างเงียบๆ

ผู้ใช้วิญญาณที่ได้รับชัยชนะยืนอยู่กลางฉากละครและเงยศีรษะหัวเราะขึ้นสู่ท้องฟ้า “ฮ่าฮ่าฮ่า ผู้ใช้วิญญาณระดับห้าที่เยาว์วัย เดิมทีข้าคิดว่าเจ้าต้องเป็นวีรบุรุษที่ยิ่งใหญ่ แต่ข้าไม่เคยคิดเลยว่าเจ้าจะน่าสมเพชถึงเพียงนี้ ฮืม...”

ผู้ใช้วิญญาณที่หัวเราะเสียงดังมีดวงตาเรียวเล็ก เขาสวมเสื้อคลุมสีแดงตัวใหญ่และเผยให้เห็นหน้าอกที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อ แต่สิ่งที่สะดุดตาที่สุดของคนผู้นี้ก็คือศีรษะล้านเตียนที่สามารถสะท้อนแสง

“นักบวชปีศาจสุราดอกไม้!” ฟางหยวนตระหนักถึงตัวตนของคนผู้นี้ทันที

“เมื่อเปรียบเทียบกับท่านนักบวชผู้สูงส่ง ข้าก็เป็นได้เพียงผายลมเท่านั้น ข้ารู้เท่าไม่ถึงการณ์และพลั้งมือกับท่านผู้มีเมตตาไปก่อนหน้าราวกับคนตาบอด แต่เพื่อเห็นแก่หมู่บ้านที่ต้อนรับท่านเป็นอย่างดี โปรดไว้ชีวิตข้าด้วย” ร่างกายของผู้ใช้วิญญาณที่กำลังหมอบกราบอยู่บนพื้นสั่นเทาอย่างต่อเนื่องขณะที่น้ำตาที่ไหลลงมาอาบย้อมใบหน้าทั้งหมดของเขา ขณะเดียวกันเขาก็พยายามร้องขอความเมตตาจากอีกฝ่ายอย่างไร้เกียรติใดๆทั้งสิ้น

ฟางหยวนหรี่ตามองและตระหนักได้ว่าชุดของชายผู้นั้นเป็นเครื่องแบบของหัวหน้าหมู่บ้านแสงจันทร์บรรพกาล ชัดเจนว่าเขาก็คือผู้นำตระกูลแสงจันทร์รุ่นที่สี่!

สำหรับกลุ่มชายชราที่ยืนอยู่ห่างออกไป พวกเขาไม่ใช่ผู้ใดนอกจากผู้อาวุโสของตระกูลแสงจันทร์ในยุคนั้น

“ฮ่าฮ่าฮ่า ต้อนรับข้าอย่างดีงั้นหรือ? เจ้ากล้าพูดเช่นนี้ได้อย่างไร? เจ้าไม่ละอายใจบ้างเลยหรือ? เดิมทีข้าตั้งใจมาทำการค้าขายอย่างตรงไปตรงมาโดยใช้หินวิญญาณแลกซื้อกล้วยไม้จันทราของพวกเจ้าอย่างยุติธรรม แต่เป็นพวกเจ้าที่เก็บงำความคิดชั่วร้ายเอาไว้และแสร้งต้อนรับข้าอย่างอบอุ่นก่อนจะลอบวางยาพิษในสุราของข้า แต่พวกเจ้าประเมินข้าต่ำเกินไป ข้าเดินทางไปทั่วโลก ข้ายังได้รับสมญานามว่านักบวชปีศาจสุราดอกไม้ แล้วข้าจะได้รับผลกระทบจากพิษระดับต่ำของพวกเจ้าได้อย่างไร?”

นักบวชปีศาจสุราดอกไม้ยังเย้ยหยันต่อไป “หากพวกเจ้าให้ความร่วมมือกับข้าอย่างตรงไปตรงมาตั้งแต่แรก สิ่งเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้น แต่พวกเจ้ากลับละโมบและต้องการสร้างชื่อเสียงโดยการกำจัดข้า ดังนั้นนี่จึงถือเป็นเคราะห์กรรมที่พวกเจ้าก่อขึ้นด้วยตัวของพวกเจ้าเอง หากจะโทษ พวกเจ้าก็โทษได้เพียงตัวพวกเจ้าเองเท่านั้น!”

“นายท่าน โปรดไว้ชีวิตที่ไร้ค่าของข้าด้วย” ผู้นำตระกูลแสงจันทร์รุ่นที่สี่ยังร้องขอชีวิตต่อไปด้วยความตื่นตระหนกและคลานเข้าไปกอดเท้าทั้งสองข้างของนักบวชปีศาจสุราดอกไม้เอาไว้

“นายท่าน ครอบครัวของข้ามีวิญญาณใบไม้ผลิที่สามารถสร้างหินวิญญาณจำนวนมาก นอกจากนั้นภายในถ้ำใต้ดินพวกเราก็ยังมีกล้วยไม้จันทราอยู่มากมาย ข้าจะมอบให้นายท่านทั้งหมด ข้ายินดีใช้วิญญาณทาสเพื่อกลายเป็นทาสรับใช้ผู้ซื่อสัตย์และอุทิศชีวิตทั้งหมดเพื่อนายท่านตลอดไป ดังนั้นได้โปรดไว้ชีวิตข้าด้วย”

ฟางหยวนมองฉากเหตุการณ์ที่น่าเวทนานี้อยู่อย่างเงียบๆ มันเป็นบางสิ่งที่ต่างไปจากเรื่องเล่าที่เขาเคยได้ยินมาอย่างสิ้นเชิง

นักบวชปีศาจสุราดอกไม้มองชายที่หมอบคลานอยู่บนพื้นก่อนที่เพลิงโทสะในดวงตาของเขาจะค่อยๆจางหายไป “ฮืม...วิญญาณทาสเป็นสิ่งมีค่า พวกมันเป็นวิญญาณระดับห้า แล้วเจ้าคิดว่าข้าจะมีมันเช่นนั้นหรือ? แต่เอาล่ะ เมื่อเจ้าถูกพิษของข้าไปแล้ว หากเจ้าไม่ได้รับยาถอนพิษจากข้า เจ้าก็ต้องตายอย่างแน่นอน ดังนั้นในกรณีนี้ตระกูลของเจ้าต้องมอบกล้วยไม้จันทราให้ข้าสามพันต้นพร้อมกับหินวิญญาณอีกสามพันก้อนเพื่อแลกกับยาถอนพิษชั่วคราวทุกครั้งที่ข้ามาที่นี่!”

“ขอบพระคุณนายท่าน ขอบพระคุณนายท่าน” ผู้นำตระกูลแสงจันทร์รุ่นที่สี่ตะโกนเสียงดังพร้อมกับโขกศีรษะลงบนพื้นอย่างไม่หยุดยั้ง

“หยุดทำตัวงี่เง่าได้แล้ว คนที่ทำตัวน่ารังเกียจเช่นนี้ข้าเกลียดชังที่สุด! เจ้าไม่คู่ควรที่จะถูกเรียกว่าอัจฉริยะผู้ใช้วิญญาณระดับห้า การดูแลข้าให้ดีเป็นวิธีเดียวที่จะทำให้เจ้ารอดชีวิต...อา.....” ทันใดนั้นนักบวชปีศาจสุราดอกไม้กลับกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดพร้อมกับใบหน้าที่กลายเป็นบิดเบี้ยว

เขาใช้เท้าเตะร่างของผู้นำตระกูลแสงจันทร์รุ่นที่สี่ออกไปและก้าวไปข้างหน้าสองสามก้าวอย่างยากลำบาก “เจ้ายังมีวิญญาณซ่อนอยู่เช่นนั้นหรือ?”

ผู้นำตระกูลแสงจันทร์รุ่นที่สี่พ่นเลือดออกมาจากปากหลังจากถูกเตะที่หน้าอก อย่างไรก็ตามรอยยิ้มชั่วร้ายกลับปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา “ฮ่าฮ่าฮ่า ทุกคนมีสิทธิลงโทษปีศาจเช่นเจ้าทั้งสิ้น ความสามารถพิเศษของวิญญาณแสงจันทร์คือการซ่อนตัว แม้มันจะเป็นวิญญาณระดับสี่ แต่มันก็ยังสามารถทำลายทะเลวิญญาณของเจ้าได้อย่างไม่มีปัญหา หลังจากต่อสู้กันมาอย่างยาวนาน วิญญาณของเจ้าก็คงเหลืออยู่ไม่มากเช่นกัน แล้วเจ้าจะสามารถต่อต้านวิญญาณแสงจันทร์ของข้าได้อย่างไร? เพียงยอมจำนนและกลายเป็นทาสของข้า ตราบเท่าที่เจ้าดูแลข้าอย่างดี เจ้าจะสามารถมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า”

นักบวชปีศาจสุราดอกไม้เต็มไปด้วยความโกรธ เขาคำรามเสียงดัง “ไปลงนรกซะ!”

โดยยังไม่ทันกล่าวจบประโยค นักบวชปีศาจสุราดอกไม้ก็พุ่งเข้าไปหาผู้นำตระกูลแสงจันทร์รุ่นที่สี่ด้วยความเร็วราวกับสายฟ้าฟาดก่อนจะใช้หมัดชกไปยังหน้าอกข้างซ้ายของผู้นำตระกูลแสงจันทร์รุ่นที่สี่

ผู้นำตระกูลแสงจันทร์รุ่นที่สี่ไม่คาดคิดว่านักบวชปีศาจสุราดอกไม้จะใช้วิธีรุนแรงเช่นนี้ แม้ทะเลวิญญาณของนักบวชปีศาจสุราดอกไม้จะถูกทำลายแต่เขาก็ไม่ยินดีที่จะประนีประนอมงั้นหรือ?

ภายใต้พลังอำนาจอันป่าเถื่อน หัวใจของผู้นำตระกูลแสงจันทร์รุ่นที่สี่ถูกทำลายลงอย่างง่ายดาย ขณะเดียวกันร่างกายของเขาก็ถูกส่งบินกลับหลังไปราวกับว่าวสายป่านขาดก่อนจะล้มลงกระแทกพื้นในที่สุด

เลือดจำนวนมากพุ่งออกมาจากปากของเขาพร้อมกับเศษชิ้นส่วนอวัยวะภายในที่ปะปนออกมาเป็นจำนวนมาก

“เจ้ามันบ้า! พวกเราสามารถพูดคุย.....” ผู้นำตระกูลแสงจันทร์รุ่นที่สี่มองนักบวชปีศาจสุราดอกไม้และพยายามกล่าวบางคำออกมาอย่างยากลำบาก แต่เขากลับไม่สามารถกล่าวได้จนจบประโยคก่อนที่จะแน่นิ่งไปพร้อมกับศีรษะที่พับลง

เขาตายแล้ว!

“ท่านผู้นำ!”

“ผู้คนบนเส้นทางสายปีศาจล้วนเป็นคนบ้าทั้งสิ้น!”

“ฆ่าเขา! แก้แค้นให้ผู้นำตระกูลของพวกเรา!”

“เขาถูกโจมตีโดยวิญญาณแสงจันทร์ของท่านผู้นำ นั่นทำให้เขาไม่สามารถใช้ทะเลวิญญาณได้อีกต่อไป ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ต้องตายเร็วๆนี้!”

กลุ่มผู้อาวุโสกรีดร้องด้วยความโกรธแค้นแต่กลับไม่มีผู้ใดเคลื่อนไหว

“ฮ่าฮ่าฮ่า ต้องการตายงั้นหรือ?” นักบวชปีศาจสุราดอกไม้เงยศีรษะหัวเราะขึ้นสู่ท้องฟ้าอีกครั้ง จากนั้นเขาก็ทะยานร่างตรงเข้าไปหากลุ่มชายชรา แต่ก่อนที่เขาจะสามารถโจมตี ใบหน้าของเขากลับเปลี่ยนสีขณะที่เขาใช้มือจับท้องน้อยของตนเอาไว้ “บัดซบ!”

“ข้าจะกลับมาคิดบัญชีกับพวกเจ้าในภายหลัง!” นักบวชปีศาจสุราดอกไม้คำรามออกมาพร้อมกับจ้องมองกลุ่มชายชราด้วยดวงตาแห่งความอาฆาตแค้นก่อนจะเคลื่อนที่ด้วยความเร็วปานสายฟ้าหายเข้าไปในป่าอย่างไร้ร่องรอย

จบบทที่ เทพปีศาจหวนกลับ บทที่ 15 ประวัติศาสตร์จะถูกเขียนขึ้นโดยผู้เหลือรอด (อ่านฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว