เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

เทพปีศาจหวนคืน บทที่ 9 ค่อยๆห่างกันออกไปบนเส้นทางของแต่ละคน (อ่านฟรี)

เทพปีศาจหวนคืน บทที่ 9 ค่อยๆห่างกันออกไปบนเส้นทางของแต่ละคน (อ่านฟรี)

เทพปีศาจหวนคืน บทที่ 9 ค่อยๆห่างกันออกไปบนเส้นทางของแต่ละคน (อ่านฟรี)


เทพปีศาจหวนคืน บทที่ 9 ค่อยๆห่างกันออกไปบนเส้นทางของแต่ละคน

แปลโดย iPAT 

ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีแดงในยามใกล้จะพลบค่ำ

แม้มันยังคงสว่างไสวแต่บรรยากาศกลับดูมืดมน โดยเฉพาะภายในห้องโถงของครอบครัวสกุลฟาง

ลุงกับป้าของพี่น้องแซ่ฟางนั่งอยู่บนเก้าอี้ขณะที่การแสดงออกของพวกเขายากที่จะคาดเดา

เมื่อเห็นฟางหยวนถือไหสุราไว้ในมือ คิ้วของลุงตงถูก็ขมวดแน่นก่อนที่เขาจะเปิดปากกล่าว “เพียงพริบตาพวกเจ้าก็อายุครบสิบห้าปีแล้ว นอกจากนี้พวกเจ้ายังเป็นผู้ใช้วิญญาณที่มีพรสวรรค์ โดยเฉพาะฟางเจิ้ง ลุงกับป้าภูมิใจในตัวเจ้ามาก และเพื่อเป็นรางวัลให้แก่ผู้มีพรสวรรค์อันโดดเด่น ลุงกับป้าจะมอบหินวิญญาณให้พวกเจ้าคนละหกก้อน การปรับแต่งวิญญาณดวงแรกจำเป็นต้องใช้พลังวิญญาณจากทะเลวิญญาณเป็นจำนวนมาก ดังนั้นพวกเจ้าต้องพึ่งพาหินวิญญาณเหล่านี้”

หลังจากลุงตงถูกล่าวจบประโยค สาวใช้ผู้หนึ่งก็นำถุงบรรจุหินวิญญาณมาส่งมอบให้กับฟางหยวนและฟางเจิ้ง

ฟางหยวนรับมันไว้อย่างเงียบๆ

ขณะที่ฟางเจิ้งรีบเปิดถุงและตรวจสอบหินวิญญาณสีเทาขาวเหล่านั้น สิ่งนี้ทำให้ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความตื่นเต้นและยินดี เขาเร่งโค้งคำนับและกล่าวขอบคุณลุงกับป้าของเขา “ขอบพระคุณท่านลุงท่านป้า ข้าจำเป็นต้องใช้หินวิญญาณเหล่านี้จริงๆ ท่านทั้งสองดูแลข้าเป็นอย่างดี บุญคุณอันใหญ่หลวงนี้ ข้า ฟางเจิ้ง จะไม่มีวันลืมเลือน”

ลุงของเขาเผยรอยยิ้มพึงพอใจพร้อมกับพยักหน้า อีกด้านหนึ่ง ป้าของเขารีบโบกมือและกล่าวด้วยน้ำเสียงอันอ่อนโยน “นั่งลงเถอะ รีบนั่งลง แม้พวกเจ้าทั้งสองจะไม่ใช่บุตรในสายเลือดของพวกเรา แต่พวกเราก็รักและเอ็นดูพวกเจ้าประหนึ่งบุตรที่แท้จริง หากพวกเจ้ามีอนาคตที่สดใส แน่นอนว่าพวกเราจะต้องมีความสุขเป็นอย่างมาก”

คำกล่าวของนางมีความนัยซ่อนอยู่ แต่น่าเสียดายที่ฟางเจิ้งไม่เข้าใจ สำหรับฟางหยวน เขาเพียงหรี่ตาเล็กน้อย

ในจังหวะนี้ลุงตงถูพลันกล่าวแทรก “ลุงกับป้าคิดมาอย่างถี่ถ้วนแล้วว่าพวกเราต้องการรับพวกเจ้าเป็นบุตรบุญธรรม ฟางเจิ้ง เจ้าเต็มใจหรือไม่?”

ฟางเจิ้งรู้สึกมีความสุขมากและเร่งตอบรับทันที “แท้จริงแล้วตั้งแต่ที่ท่านพ่อท่านแม่ของข้าเสียชีวิต ข้าก็อยากมีครอบครัวของตนอีกครั้ง หากสามารถเป็นครอบครัวเดียวกันกับท่านลุงท่านป้า ข้าคงจะมีความสุขเป็นอย่างมาก”

ป้าของเขาหัวเราะด้วยความยินดี “เจ้าเป็นลูกของพวกเราแล้ว อย่าเรียกท่านลุงท่านป้าอีก”

“ท่านพ่อ ท่านแม่” ฟางเจิ้งเร่งแก้คำพูดของตนเองอย่างรวดเร็ว

ลุงกับป้าหัวเราะเสียงดัง “ลูกชายที่ดี ไม่เสียแรงที่พวกเราสามีภรรยาดูแลเจ้ามาถึงสิบปี ฮ่าฮ่าฮ่า”

ลุงตงถูหันหน้าไปทางฟางหยวนและถาม “ฟางหยวน แล้วเจ้าคิดอย่างไร?”

ฟางหยวนส่ายศีรษะแต่ไม่ได้กล่าวสิ่งใดออกไป

“พี่ใหญ่!” ฟางเจิ้งกำลังจะกล่าวบางคำแต่ถูกลุงของเขาหยุดไว้

“หากเป็นกรณีนี้ ฟางหยวนหลานของข้า พวกเราจะไม่บังคับเจ้า ตอนนี้เจ้าอายุสิบห้าแล้ว เจ้าโตพอที่จะแยกตัวออกไปใช้ชีวิตของเจ้าเองแล้วและมันก็เป็นวิธีที่ดีที่จะรักษาสายเลือดแซ่ฟางเอาไว้ แต่เจ้าอย่าได้กังวล ลุงเตรียมหินวิญญาณสองร้อยก้อนไว้ให้เจ้าเป็นทุนสำหรับการตั้งตัวแล้ว”

“สองร้อยก้อน?” ดวงตาของฟางเจิ้งเบิกกว้างขึ้นด้วยความตื่นตะลึง เขาไม่เคยเห็นหินวิญญาณจำนวนมากมายเช่นนี้มาก่อนในชีวิต มันจึงช่วยไม่ได้ที่เขาจะรู้สึกอิจฉา

แต่ฟางหยวนยังคงส่ายศีรษะ

ฟางเจิ้งงุนงงกับท่าทีของฟางหยวนขณะที่การแสดงออกของลุงเปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย ด้านป้าของเขา ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความเย็นชา

“ท่านลุงท่านป้า หากไม่มีสิ่งใดแล้ว ข้าขอตัว” ฟางหยวนไม่เปิดโอกาสให้พวกเขากล่าวสิ่งใดก่อนจะเดินถือไหสุราจากไปทันที

ฟางเจิ้งผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้และเร่งกล่าว “ท่านพ่อท่านแม่ พี่ใหญ่ไม่ได้คิดเช่นนั้นจริงๆ ข้าจะไปคุยกับเขา”

ลุงของเขาโบกมือก่อนจะถอนหายใจออกมา “อนิจจา เรื่องเช่นนี้ไม่สามารถบังคับจิตใจกันได้ พ่อของเจ้าผู้นี้เข้าใจดี เอาล่ะ เด็กๆ ดูแลคุณชายฟางเจิ้งให้ดี”

“หากเป็นเช่นนั้น บุตรขอตัวลา” ฟางเจิ้งทำความเคารพก่อนจะจากไปอย่างเงียบๆ

เมื่อดวงอาทิตย์ตกดิน ภายในห้องโถงที่มืดสลัวก็ยิ่งมืนมนลงเรื่อยๆ เป็นเพียงเวลานี้ที่เสียงอันเย็นชาของตงถูดังขึ้นอีกครั้ง “ดูเหมือนเจ้าเด็กเลวฟางหยวนจะมองเห็นแผนการของเรา!”

ตามกฎของหมู่บ้านแสงจันทร์บรรพกาล เมื่อบุตรชายคนโตอายุครบสิบหกปี พวกเขาจะมีสิทธิในการรับสืบทอดมรดกของครอบครัว บิดามารดาของฟางหยวนเสียชีวิตไปแล้ว แต่พวกเขาทิ้งมรดกเอาไว้ อย่างไรก็ตามลุงกับป้าของเขาเป็นคนจัดการมรดกเหล่านั้นมาตลอด และมันก็ไม่ใช่บางสิ่งที่หินวิญญาณเพียงสองร้อยก้อนจะสามารถเปรียบเทียบได้ หากฟางหยวนตกลงเป็นบุตรบุญธรรมของลุงกับป้า เขาจะหมดสิทธิรับมรดกทันที แต่ในกรณีที่ฟางหยวนตัดสินใจที่จะแยกตัวออกไป มันจะไม่ขัดต่อกฎของหมู่บ้าน

“โชคดีที่พวกเราสามารถจัดการฟางเจิ้ง ส่วนฟางหยวน เขามีพรสวรรค์เพียงนภาที่สาม หึ” ตงถูยิ้มเยาะ

“สามี เมื่อฟางหยวนอายุครบสิบหกปี พวกเราจะทำอย่างไร?” ภรรยาของตงถูถามด้วยความกังวล

“ฮืม ตั้งแต่เขาทำตัวเสเพล เขาก็ไม่สามารถตำหนิพวกเราได้ ตราบเท่าที่พวกเราสามารถจับผิดเขาและไล่เขาออกจากครอบครัว พวกเราจะสามารถอ้างความชอบธรรมในการดูแลมรดกต่อไป” ตงถูกล่าวเสียงเย็น

“แต่เด็กนั่นฉลาดมาก เขาจะพลาดได้อย่างไร?” ภรรยาของตงถูไม่แน่ใจ

ตงถูกลอกตาก่อนจะกระซิบบางอย่างกับภรรยาของเขา “เจ้านี่โง่จริงๆ หากเขาไม่ได้ทำผิด พวกเราก็ต้องทำให้เขาผิด เพียงให้เฉินซุ้ยพะเน้าพะนอฟางหยวนและกรีดร้องออกมา ในจังหวะนั้นพวกเราจะเข้าไปจับตัวเขาและทำราวกับว่าเขาพยายามจะข่มเหงเฉินซุ้ยหลังจากที่เขาดื่มเหล้าจนเมามาย เมื่อถึงเวลานั้นพวกเราจะสามารถไล่เขาออกไปได้ทันที!”

“สามี ท่านฉลาดมาก นั่นเป็นแผนการที่ยอดเยี่ยม!”

ม่านรัตติกาลคลี่คลุมผืนฟ้าขณะที่ดวงดาวถูกบดบังด้วยกลุ่มเมฆหมอก

โคมไฟในหมู่บ้านค่อยๆสว่างไสวขึ้นเพื่อทำลายความมืดมิดที่เข้ามาเยี่ยมเยือน

ฟางเจิ้งถูกชักดึงเข้าไปในห้อง

“คุณชายฟางเจิ้ง ข้าเตรียมห้องนี้ไว้เป็นพิเศษสำหรับท่าน” แม่บ้านเฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงประจบประแจง

ฟางเจิ้งกวาดตามองไปรอบๆก่อนที่ดวงตาของเขาจะส่องประกายขึ้น ห้องนี้ใหญ่โตกว่าห้องเดิมของเขาอย่างน้อยสองเท่า มันมีเตียงขนาดใหญ่ ข้างหน้าต่างมีโต๊ะไม้ที่งดงาม ผนังห้องถูกตกแต่งอย่างประณีตบรรจง ขณะที่ใต้เท้าของเขาไม่ใช่พื้นไม้แต่เป็นพรมขนสัตว์ที่อ่อนนุ่ม

ตั้งแต่จำความได้ ฟางเจิ้งไม่เคยอาศัยอยู่ในห้องเช่นนี้มาก่อน ดังนั้นเมื่อเห็นภาพเบื้องหน้า เขาจึงพยักหน้าซ้ำๆด้วยความพึงพอใจ “นี่เป็นสิ่งที่ดี ขอบคุณมากแม่บ้านเฉิน”

แม่บ้านเฉินหัวเราะ “ไม่จำเป็นต้องขอบคุณ เพราะมันเป็นหน้าที่ของข้าอยู่แล้ว คุณชายสามารถทำสิ่งใดก็ได้ที่ท่านปรารถนาและหากท่านต้องการสิ่งใดเพียงลั่นระฆังที่อยู่ข้างเตียงของท่าน คนรับใช้จะเข้ามาทันที นายท่านสั่งพวกเราไว้แล้วว่าให้ดูแลคุณชายเป็นอย่างดี คุณชายเพียงให้ความสนใจกับการบ่มเพาะของท่านเท่านั้น ปล่อยสิ่งอื่นไว้เป็นหน้าที่ของพวกเรา”

ฟางเจิ้งรู้สึกมีความสุขมาก แม้เขาจะไม่ได้กล่าวสิ่งใดแต่เขาได้ตัดสินใจแล้ว ‘ครั้งนี้ข้าต้องได้ที่หนึ่งเพื่อไม่ให้ท่านลุงท่านป้าผิดหวัง’

เมฆหมอกบนท้องฟ้าเริ่มหนาทึบมากขึ้นเรื่อยๆ มีเพียงแสงอันเลือนรางของดาวบางดวงเท่านั้นที่สามารถเล็ดลอดลงมาได้

‘ลุงกับป้าต้องวางแผนไล่ข้าออกจากบ้านอย่างแน่นอน ในชีวิตก่อนหน้าพวกเขาให้สาวใช้เข้ามายั่วยวนข้าและจัดฉากให้ข้ากระทำความผิด จากนั้นพวกเขาก็ไล่ข้าออกจากบ้าน ข้าสงสัยนักว่าชีวิตนี้จะมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่?’ ฟางหยวนหัวเราะขบขันอยู่ภายในใจขณะที่เดินไปตามเส้นทางหมู่บ้าน

เขามองเห็นตัวตนที่แท้จริงของลุงกับป้า แต่เขาเข้าใจและคิดว่ามันเป็นเพียงเรื่องตลกเท่านั้น

สัตว์ป่ายอมตายเพื่ออาหาร มนุษย์ยอมตายเพื่อความมั่งคั่ง ไม่ว่าโลกมนุษย์ใบเดิมของฟางหยวนหรือโลกวิญญาณใบนี้ ผู้คนมักจะเหยียบย่ำมิตรภาพและความรักเพื่อผลประโยชน์ของตนเองเสมอ

ในความเป็นจริงมันไม่เคยมีความผูกพันใดๆ เหตุผลที่ลุงกับป้านำเขาและน้องชายมาดูแลก็เป็นเพราะคนทั้งสองต้องการยึดครองมรดกของครอบครัวแซ่ฟางนั่นเอง

‘ก้าวแรกมักยากลำบากที่สุดเสมอ เช่นเดียวกับข้า ประการแรก ข้าไม่มีพรสวรรค์ที่โดดเด่น ประการที่สอง ข้าไม่มีอาจารย์อบรมสั่งสอน ข้าเริ่มต้นจากศูนย์ แต่ด้วยมรดกของท่านพ่อท่านแม่ มันจะเป็นประโยชน์สำหรับข้า ในชีวิตก่อนหน้า ลุงกับป้าขโมยมรดกเหล่านั้นไป นั่นทำให้ข้าเสียเวลาไปถึงสองปีโดยปราศจากความก้าวหน้า ดังนั้นในชีวิตนี้ข้าจะไม่ทำผิดพลาดเช่นเดิมอีก’

ฟางหยวนตัดสินใจขณะที่เดินออกไปนอกหมู่บ้าน

ในคืนที่มืดมิดและไร้แสงดาว สายลมที่พัดผ่านภูเขาค่อยๆทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ

เมฆฝนกำลังเคลื่อนตัวเข้ามาแต่เขายังคงมุ่งมั่น หลังจากทั้งหมดมีเพียงมรดกของนักบวชปีศาจสุราดอกไม้เท่านั้นที่จะทำให้เขาเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว

นอกหมู่บ้าน สายลมที่กรรโชกแรงหอบเอาชุดผ้าบางๆของฟางหยวนลอยขึ้นสู่อากาศ ท่ามกลางความหนาวเย็น สุราทำให้เขารู้สึกอบอุ่นขึ้นเล็กน้อย

นี่เป็นครั้งแรกในช่วงหลายวันที่ฟางหยวนดื่มสุราเข้าไปจริงๆ

แม้จะมีเพียงความมืดมิดที่รออยู่ แต่ฟางหยวนก็ไม่ลังเลที่จะเดินต่อไปข้างหน้า

อีกด้านหนึ่งน้องชายของเขาฟางเจิ้งกำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะตัวใหญ่เพื่อทบทวนบทเรียนอยู่ท่ามกลางแสงสว่าง ไม่มีลม ไม่มีความหนาวเย็น บนโต๊ะยังมีน้ำโสมอุ่นๆเตรียมไว้ให้เขาจิบได้ตลอดเวลา

“คุณชายเจ้าคะ ข้าได้เตรียมน้ำอุ่นเอาไว้ให้ท่านอาบแล้วเจ้าค่ะ”

นอกห้อง เฉินซุ้ยกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ทรงเสน่ห์ของนาง

หัวใจของฟางเจิ้งเต้นแรงขึ้นอย่างกะทันหัน “นำมันเข้ามา”

เฉินซุ้ยเดินเข้าไปในห้องก่อนจะโค้งคำนับอย่างงดงามต่อหน้าฟางเจิ้ง

“สาวใช้ผู้ต่ำต้อยคารวะคุณชายเจ้าค่ะ” เฉินซุ้ยมองฟางเจิ้งด้วยด้วยสายตายั่วยวน

ฟางหยวนมีพรสวรรค์เพียงนภาที่สามขณะที่ฟางเจิ้งมีพรสวรรค์นภาที่หนึ่ง ชัดเจนว่าผู้ใดมีอนาคตที่สดใสหรือผู้ใดไม่มี หากเฉินซุ้ยได้รับการสนับสนุนจากฟางเจิ้ง มันจะเป็นโชคลาภครั้งใหญ่ของนางอย่างไม่ต้องสงสัย

จบบทที่ เทพปีศาจหวนคืน บทที่ 9 ค่อยๆห่างกันออกไปบนเส้นทางของแต่ละคน (อ่านฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว