- หน้าแรก
- เพิ่งจะได้เป็นที่หนึ่งในใต้หล้า เจ้ากลับบอกว่านี่คือคอกสัตว์ชั้นต่ำงั้นรึ
- บทที่ 57 - เนตรวิชา: การจ้องมองของหัวหน้า!
บทที่ 57 - เนตรวิชา: การจ้องมองของหัวหน้า!
บทที่ 57 - เนตรวิชา: การจ้องมองของหัวหน้า!
บทที่ 57 - เนตรวิชา: การจ้องมองของหัวหน้า!
☆☆☆☆☆
[คำเตือน! หัวหน้าไป๋ ตรวจพบว่าจำนวนคนงานในโรงงานที่ท่านดูแลลดลงอย่างรวดเร็ว อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานปกติของโรงงาน โปรดดำเนินการจัดสรรกำลังคนโดยด่วน!]
[คำเตือน! หากเกิดความบกพร่องร้ายแรงในหน้าที่ระหว่างการบริหารงานของท่าน โรงงานมีสิทธิ์ที่จะไล่ท่านออก หากเกิดความผิดพลาดร้ายแรงจนสร้างความเสียหายอย่างหนักต่อกิจการของโรงงาน โรงงานมีสิทธิ์ที่จะฟ้องร้องท่าน!]
"?"
เดี๋ยวสิเฮ้ย ยังดูสวัสดิการไม่ทันครบเลย เปิดมาก็แจกใบเตือนสองใบซ้อนเลยเหรอ?
จำนวนคนงานลดฮวบ...
ไป๋เวิ่นหันไปกวาดตามองรอบๆ
แต่ในตอนนั้นเอง ไป๋เวิ่นก็สังเกตเห็นว่าชุดทำงานบนตัวเขากำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างเงียบเชียบ
ดูเหมือนว่าตำแหน่ง หัวหน้าโรงงาน นี้ จะไม่ใช่แค่ตำแหน่งธรรมดาๆ ในโรงงานซะแล้ว
กระบวนการเลื่อนตำแหน่งไม่ต้องถามความสมัครใจของไป๋เวิ่น และหลังจากเลื่อนตำแหน่ง ไป๋เวิ่นก็ดูเหมือนจะได้รับพลังประหลาดบางอย่างมาเสริมแกร่ง
ชุดทำงานของเขาหลังจากเปลี่ยนแปลง ดูเหมือนจะสร้างชั้นป้องกันจางๆ ขึ้นมา นอกจากจะช่วยลดเสียงรบกวนในโรงงานได้มหาศาลแล้ว ยังช่วยกันฝุ่นแร่และกากแร่ไม่ให้มาทำอันตรายร่างกายของไป๋เวิ่นได้เป็นอย่างดีอีกด้วย
ยิ่งไปกว่านั้น สายตาของเขาก็ดูเหมือนจะเฉียบคมขึ้น สามารถมองทะลุสิ่งกีดขวางทางสายตาทุกอย่างในโรงงาน กวาดตามองทั้งโรงงานได้ในปราดเดียว!
"เดี๋ยวสิ ข้าไปตกลงรับตำแหน่งตอนไหนฟะ อยู่ๆ ก็มายัดเยียดให้เป็น หัวหน้าโรงงาน เนี่ยนะ?!"
ไป๋เวิ่นเริ่มร้อนรน
เขายังกะว่าจะทำงานในโรงงานนี้สักสิบปีแปดปี อาศัยสภาพแวดล้อมที่นี่ปั๊ม ค่าสเตตัสรวม ให้พุ่งไปถึงสองสามหมื่น แล้วค่อยถอนตัวกลับบริษัทไปลองของดูว่าจะหลุดพ้นจากการควบคุมของดร. เล่ยเหวินได้ไหม!
แล้วดูตอนนี้สิ พอเลื่อนตำแหน่ง สภาพแวดล้อมอันโหดร้ายในโรงงานดันทำอะไรเขาไม่ได้ซะงั้น!
แบบนี้มันสิ้นเปลืองทรัพยากรชัดๆ!
"ไม่เอาเว้ย ข้าไม่อยากเป็น หัวหน้าโรงงาน!"
$$หัวหน้าไป๋ ท่านแน่ใจหรือไม่ว่าจะลาออก?$$
"ใครจะลาออกฟะ ข้าแค่ไม่อยากเป็น หัวหน้าโรงงาน! ข้าจะเป็นคนงานธรรมดา ข้ารักการทำงาน!"
[คนงานธรรมดาได้รับโอกาสเลื่อนตำแหน่งเนื่องจากความขยันหมั่นเพียร ซึ่งสามารถสร้างแรงบันดาลใจเชิงบวกแก่คนงานอื่นได้ หากคนงานเลื่อนตำแหน่งแล้วกลับเลือกที่จะสละตำแหน่งที่สูงกว่า อาจกลายเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีแก่คนงานคนอื่น
กรณีร้ายแรงอาจทำให้คนงานเกิดความเฉื่อยชาในการทำงาน ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานปกติของโรงงาน สร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวง!
หัวหน้าไป๋ หลังจากสละตำแหน่ง ทางโรงงานจะพิจารณาฟ้องร้องท่านเพื่อเรียกค่าเสียหายตามความเหมาะสม]
"ไอ้เวรเอ๊ย..."
ไป๋เวิ่นพูดไม่ออก
เออดี อนุญาตให้ขึ้นห้ามลงว่างั้น!
ไป๋เวิ่นหงุดหงิด และไม่นานก็ได้รับคำเตือนอีกครั้ง
คนงานที่ยังรอดชีวิตในกะนี้เหลือไม่ถึงหนึ่งส่วนสิบ แถมมาถึงขั้นนี้แล้ว คนงานพวกนี้ต่อให้ยังไม่ตาย ก็ถูกปั่นจนถึงขีดจำกัด ไม่สามารถทำงานหนักต่อเนื่องได้อีกแล้ว ไม่งั้นคงทำงานไม่จบคืนนี้ ได้พากัน 'ไหลตาย' คาเครื่องจักรกันหมดแน่
พอไป๋เวิ่นเลื่อนตำแหน่ง เขาก็หยุดชะงักไปโดยสัญชาตญาณ พอไม่มีคนปั่นงาน แถมตำแหน่งงานว่างเพียบ ปริมาณงานและประสิทธิภาพของกะนี้ก็ดิ่งลงเหว
"เวรกรรม นี่ข้าขุดหลุมฝังตัวเองชัดๆ เลยไม่ใช่เหรอเนี่ย?"
ไป๋เวิ่นเคยคิดว่า ที่เขาได้เลื่อนตำแหน่ง เป็นเพราะเขาขยันปั่นงาน เป็นเพราะเขา 'โดดเด่น'
แต่ราคาที่ต้องจ่ายสำหรับการปั่นงาน คือคนงานจำนวนมหาศาลต้อง 'ไหลตาย' ...
และการที่คนงาน 'ไหลตาย' กันเป็นเบือ ก็ทำให้ตำแหน่งงานว่างลงมหาศาล พอเลื่อนตำแหน่งปุ๊บก็เลยโดนโรงงานแจกใบเตือน ร้ายแรงสุดคือโดนฟ้องร้อง
"นี่มันอะไรกัน? ไม้ใหญ่ต้องลมแรงงั้นเหรอ? ช่างเถอะ มาถึงขั้นนี้แล้วก็ต้องลุยต่อ..."
ไป๋เวิ่นส่ายหัวเบาๆ ทันใดนั้น 'ตรรกะวิถีสวรรค์' ของเขาก็ตอบสนอง แจ้งเตือนไป๋เวิ่นว่าสามารถเชื่อมต่อ 'ตรรกะวิถีสวรรค์' เข้ากับตำแหน่งปัจจุบันของเขาได้โดยตรง เพื่อให้ไป๋เวิ่นบริหารจัดการได้ดียิ่งขึ้น
ไป๋เวิ่นไม่มีเหตุผลให้ปฏิเสธ พอเชื่อมต่อ 'ตรรกะวิถีสวรรค์' เข้ากับตำแหน่ง 'หัวหน้าโรงงาน' ปุ๊บ
ข้อมูลนับสิบแถวก็เด้งขึ้นมาทันที
ข้อมูลพวกนี้ครอบคลุมทุกด้านของโรงงาน ทั้งจำนวนคนงาน สภาพ 'ความเหนื่อยล้า' ของคนงาน ประสิทธิภาพการทำงาน กฎระเบียบโรงงาน ผลผลิตขั้นต่ำของโรงงาน การแก้ไขชั่วโมงงาน การแก้ไขระบบกะ การโยกย้ายคนงาน การแก้ไขรางวัล แต้มผลงาน... และอื่นๆ อีกมากมาย
แถมยังรวมถึงคุณสมบัติพิเศษที่ไป๋เวิ่นได้รับจากตำแหน่งนี้ด้วย
[การจ้องมองของหัวหน้า (เนตรวิชา · เกรดต่ำ): ในฐานะหนึ่งในผู้บริหารโรงงาน สายตาของท่านสามารถมองทะลุสิ่งกีดขวางที่ไม่ใช่โครงสร้างถาวรของสถานที่ได้ มีอำนาจในการมองเห็นความจอมปลอมภายในโรงงาน!
สายตาของท่านจะทำให้พนักงานที่มีตำแหน่งต่ำกว่าท่านที่ถูกจ้องมองเกิดความหวาดกลัว สร้างแรงกดดันทางจิตใจในระดับที่แตกต่างกันไป ทำให้คนงานรู้สึกเหมือนมีหนามตำหลัง หากใช้ให้ถูกจังหวะ จะมีโอกาสเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของคนงานได้
มีผลใช้งานตลอดระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่ง 'หัวหน้าโรงงาน' สามารถอัปเกรดได้ผ่านการใช้งานและการฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง มีโอกาสกลายเป็นเนตรวิชาถาวร
หลังจากกลายเป็นเนตรวิชาถาวรแล้ว สามารถนำไปรีไซเคิลได้ ราคาขายขึ้นอยู่กับระดับของเนตรวิชา]
[เครื่องแบบหัวหน้า (อุปกรณ์สวมใส่ · ระดับทั่วไป): ในฐานะหนึ่งในผู้บริหารโรงงาน เครื่องแบบของท่านคือสัญลักษณ์แห่งสถานะภายในโรงงาน
เมื่อสวมใส่เครื่องแบบ ท่านจะแผ่รังสีแห่งผู้มีอำนาจออกมาโดยอัตโนมัติ ช่วยลดผลกระทบจากสภาพแวดล้อมอันเลวร้ายภายในโรงงานได้อย่างมาก
สามารถข่มขวัญพนักงานที่มีระดับต่ำกว่าท่านได้อย่างมีประสิทธิภาพ
มีผลใช้งานตลอดระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่ง 'หัวหน้าโรงงาน' สามารถครอบครองถาวรได้ผ่าน 'โบนัสปลายปี'
หลังจากครอบครองถาวรแล้ว สามารถนำไปรีไซเคิลได้ ราคาขายขึ้นอยู่กับระดับของอุปกรณ์]
ไป๋เวิ่นอึ้งไปเล็กน้อย
ให้ตายเถอะ มีแจกสกิลกับอุปกรณ์ด้วยเรอะ?!
ถึงชื่อและสรรพคุณมันจะ... ทำให้ไป๋เวิ่นรู้สึกกระอักกระอ่วนใจชอบกลก็เถอะ
โคตรกาว
เขาลองทดสอบ 'การจ้องมองของหัวหน้า' ดู โดยสุ่มเลือก 'ผู้โชคดี' ที่กำลังทำงานอยู่มาคนหนึ่ง
'ผู้โชคดี' คนนั้นเดิมทีก็ดูเหนื่อยล้าเต็มทน การเคลื่อนไหวช้าลงอย่างเห็นได้ชัด แววตาแฝงไปด้วยความสิ้นหวังและความด้านชาจางๆ
แต่พอโดนไป๋เวิ่นจ้องมอง หมอนั่นก็สะดุ้งเฮือก ก่อนจะแสดงอาการตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด
การเคลื่อนไหวที่เคยเชื่องช้าก็เร็วขึ้นทันตาเห็น
ขนาดอยู่ไกลขนาดนี้ ไป๋เวิ่นยังรู้สึกเหมือนได้ยินเสียงหัวใจของหมอนั่นเต้นรัวเหมือนกลองเพล
แล้วจากนั้น... หมอนั่นก็หัวใจวายตายคาที่ทำงาน...
ไป๋เวิ่นชะงักไปแวบหนึ่ง ก่อนจะพุ่งเข้าไป รูทของ ทันที
พร้อมกันนั้นเขาก็ต้องการยืนยันบางอย่าง... ในวินาทีที่ 'ผู้โชคดี' คนนั้นหัวใจวายตาย 'การจ้องมองของหัวหน้า' ทำให้ไป๋เวิ่นมองเห็นแสงสีเทาจางๆ สายหนึ่งลอยออกจากร่างนั้น แล้วพุ่งเข้าไปผสานกับเครื่องจักรที่เขาทำอยู่
"นั่นมันอะไรน่ะ?"
ไป๋เวิ่นดูไม่เข้าใจ และ 'ตรรกะวิถีสวรรค์' ก็ดูเหมือนจะไม่สนใจพวก 'ความจอมปลอม' แบบนี้ เขาเลยถาม 'ดวงตาแห่งความโลภ' ตรงๆ
$$นั่นคือ ปณิธาน ของคนงานที่ตายไงล่ะเจ้านาย เป็นหนึ่งในเงื่อนไขสำคัญที่จะดรอป 'ม้วนคัมภีร์ปณิธาน' ที่เจ้านายต้องการสำหรับทำภารกิจนะ$$
"นั่นคือ ปณิธาน? เงื่อนไขดรอปไอเท็มภารกิจ?" ไป๋เวิ่นงง "แกหมายความว่าของที่จะเปิดได้จาก โบนัสปลายปี ใน เขตโรงงาน นี่สามารถควบคุมได้?"
[จะบอกว่าควบคุมได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ก็ไม่เชิง แต่ก็ควบคุมได้ในระดับนึงแหละ เช่นในโรงงานนี้ ถ้าตั้งแต่ต้นจนจบไม่มีการดูดซับ 'ปณิธานแรงงาน' เลยแม้แต่นิดเดียว ก็แน่นอนว่าจะไม่มีทางดรอป ม้วนคัมภีร์ปณิธาน ออกมาแน่ แต่ถ้า 'ปณิธานแรงงาน' สะสมได้ถึงระดับหนึ่ง ม้วนคัมภีร์ปณิธาน ก็จะปรากฏขึ้นใน 'บ่อสุ่มโบนัสปลายปี' ของโรงงานนี้
ยิ่งสะสม ปณิธาน ได้มากเท่าไหร่ โอกาสสุ่มได้ ม้วนคัมภีร์ปณิธาน ก็ยิ่งสูงขึ้น
คำเตือนด้วยความหวังดี: หากแรงงานเคยใช้ เหรียญชุบชีวิต ของโรงงาน ปริมาณ ปณิธาน ที่ผลิตได้จะเพิ่มขึ้นสองถึงสามเท่า]
ไป๋เวิ่นอ้าปากค้าง
หมายความว่า ถ้าเขาไม่ปั่นงาน ถ้าคนงานในโรงงานนี้ไม่มีใคร 'ไหลตาย' เลยสักคน เขาก็ไม่มีทางได้ไอเท็มภารกิจ 'ม้วนคัมภีร์ปณิธาน' ต่อให้ทำงานที่นี่จนตัวตายงั้นสิ?
[ก็ไม่ถึงขนาดนั้น ไม่ใช่แค่คนตายถึงจะผลิต ปณิธาน ได้ คนเป็นก็ผลิตได้เหมือนกัน เพียงแต่ถ้าตายกะทันหัน ปณิธาน ที่ได้จะชัดเจนและเป็นรูปธรรมกว่า
แถมถ้าคนเรายังมีชีวิตอยู่ ต่อให้มี ปณิธาน แรงกล้าแค่ไหน นานวันเข้าก็อาจสมหวังหรือจางหายไปได้
เมื่อเทียบกันแล้ว การที่คนงานทำงานจนตัวตาย ปณิธาน ที่ได้จะสะสมได้มีประสิทธิภาพกว่าเยอะ]
ได้ยินดังนั้น ไป๋เวิ่นก็เกิดความสงสัยขึ้นมา "งั้นก่อนข้าจะมา โบนัสปลายปี ของโรงงานนี้มีอะไรให้สุ่มบ้าง?"
$$โอกาส 50% แร่เกรดต่ำ, 30% ผลิตภัณฑ์ทั่วไปของโรงงาน, 15% แร่บริสุทธิ์, 4.8% มรดกเจ้าหน้าที่แบบสุ่ม, 0.19% ใบสั่งงานขั้นสูงของโรงงาน, 0.01% ใบรับรองวิชาชีพขั้นสูง · แบบใช้ได้ทั่วเขตโรงงาน$$
"....เจ๋งว่ะ"
ไป๋เวิ่นดูเรตออกของเสร็จ ก็ไม่ได้ถามต่อว่าเรตปัจจุบันเป็นยังไง
เขาเริ่มใช้ 'ตรรกะวิถีสวรรค์' ทำการปรับเปลี่ยนโครงสร้างคนงานในโรงงานทันที...
เริ่มจากจำนวนคนงาน กะนี้คนหายไปเกือบหมดเพราะการปั่นงาน เหลือไม่ถึงหนึ่งในสิบ
โรงงานนี้มีเครื่องจักรทั้งหมดสองพันชุด ปกติขอแค่มีหนึ่งพันห้าร้อยชุดทำงานได้ปกติ ก็เพียงพอต่อความต้องการประจำวันของโรงงานแล้ว
ไป๋เวิ่นดูจำนวนคนงานที่เหลือรอดจากทั้งสองกะรวมกัน มีเกือบสองพันคน
ถ้าจัดสรรใหม่ ให้แต่ละกะมีคนพันกว่าคน เพิ่มงานต่อคนอีกนิดหน่อย ก็พอถูไถไปได้
แต่ไป๋เวิ่นคิดดูแล้ว ตัดสินใจแบ่งเป็นสี่กะ กะละ 6 ชั่วโมง แต่เพิ่มปริมาณงานต่อคนเป็น 5 เท่า แจ้งยอด 6 เท่าแต่จ่ายจริง 5 เท่า ลองระบบนี้ไปก่อนสักพัก
รอให้จำนวนคนงานที่ 'ไหลตาย' เพิ่มขึ้นอีกหน่อย จนยอดรวมเหลือสัก 1,500 คน ค่อยปรับเป็นสามกะ กะละ 8 ชั่วโมง ลดงานเหลือ 3 เท่า แจ้งยอด 4 เท่าจ่ายจริง 3 เท่า...
ในขณะเดียวกัน ที่ด้านนอกโรงงาน
"เฮ้อ เจ้าหมาน้อย พวกเรารู้จักกันมาหลายปี เอ็งพลาดท่าครั้งนี้ถึงจะเจ็บหนัก แต่ก็ไม่น่าทำถึงขนาดนี้นะ เอ็งก็เป็นเจ้าหน้าที่เก่าแก่ น่าจะรู้ดีว่าการรักษาจิตใจให้มั่นคงนั้นสำคัญกว่าอะไรทั้งหมด..."
คนงานหน้าแก่กำลังปลอบใจมนุษย์หมาป่าหนุ่ม เจ้ามนุษย์หมาป่าได้แต่ยิ้มขื่น
คนงานคนอื่นก็คอยพูดเสริมเป็นระยะ
ทันใดนั้น...
มนุษย์หมาป่าก็สังเกตเห็นว่าคนงานตรงหน้าจู่ๆ ก็ชะงักกึก ยืนนิ่งเป็นหินกันไปหมด
กำลังสงสัยอยู่เชียว...
"ไอ้เชี่ยเอ๊ย นี่คือไอเดียของเอ็งเรอะ!"
คนงานหน้าแก่ตาแดงก่ำ พุ่งเข้ามาขยุ้มคอเสื้อของมนุษย์หมาป่า ตวาดลั่น "ไอ้เวรนั่นพอรับตำแหน่งปุ๊บ เรื่องแรกที่ทำคือปรับกะงาน ให้พวกข้ากลับไปเข้ากะเดี๋ยวนี้! แถมให้รับผิดชอบคนละห้าเครื่อง เพิ่มงานห้าเท่า! พ่อเอ็งสิ ข้าเพิ่งจะควงกะมานะโว้ย!"
มนุษย์หมาป่าหน้าเหวอ กำลังจะอ้าปากพูด คนงานคนอื่นที่ตาแดงก่ำเหมือนกันก็กรูกันเข้ามาล้อมกรอบมนุษย์หมาป่า
"ไอ้สัสเอ๊ย! พูดมา! เอ็งฮั้วกับไอ้เวรนั่นไว้ใช่ไหม!"
"ไอ้ชาติชั่ว มันให้อะไรเอ็ง เอ็งถึงมาหลอกพวกข้าแบบนี้!"
โชคดีที่โรงงานมีกฎห้ามคนงานตีกันระหว่างเวลางาน คนงานพวกนั้นเลยทำได้แค่ด่ากราด ไม่ได้ลงไม้ลงมือจริงๆ
"ใจเย็นพี่เถียน! พี่ก็เป็นเจ้าหน้าที่เก่าแก่ พี่รู้นี่ว่าสำหรับพวกเราสภาพจิตใจสำคัญที่สุด! ใจเย็นก่อนพี่เถียน!"
มนุษย์หมาป่ามองดวงตาแดงก่ำแต่ละคู่ เหงื่อกาฬไหลพรากเต็มแผ่นหลัง ปากคอสั่นละล่ำละลักว่า "น้อง... น้องมีช่องทาง สั่งทำสกินราคาต้นทุนในเขตโรงงานได้... ถ้าไม่ไหวจริงๆ พวกเรามาช่วยกันอ่อย..."
"อ่อยพ่องมึงสิ!!!"
[จบแล้ว]