- หน้าแรก
- เพิ่งจะได้เป็นที่หนึ่งในใต้หล้า เจ้ากลับบอกว่านี่คือคอกสัตว์ชั้นต่ำงั้นรึ
- บทที่ 40 - ตายคาเบาะจริงๆ ดิ?
บทที่ 40 - ตายคาเบาะจริงๆ ดิ?
บทที่ 40 - ตายคาเบาะจริงๆ ดิ?
บทที่ 40 - ตายคาเบาะจริงๆ ดิ?
☆☆☆☆☆
ไป๋เวิ่นเห็นว่ามีคนคุยด้วย กำลังจะหลอกถามข้อมูลเพิ่ม
กระเป๋ารถเมล์คนนั้นเหมือนจะกลัวเขาตายบนรถจริงๆ รีบกดปุ่มบางอย่างตรงที่นั่งของตัวเอง ทันใดนั้น—
【พฤติกรรมควักเนื้อตัวเองของคุณทำให้คนขับรถบัสและพนักงานเก็บค่าโดยสารตกใจ พวกเขากลัวว่าคุณจะตายบนรถและต้องรับผิดชอบ จึงปฏิเสธที่จะสื่อสารกับคุณ และเปิดใช้งาน 'เหนื่อยล้าจากการเดินทาง'】
【คุณถูกโจมตีด้วยความแค้นของแรงงานทุกคนที่เคยนั่งรถคันนี้มาตั้งแต่อดีต คุณรู้สึกเหนื่อยล้าอย่างบอกไม่ถูก ร่างกายหนักอึ้งสะลึมสะลือ ราวกับเพิ่งผ่านการเดินทางอันยาวนานและน่าเบื่อหน่ายมาจริงๆ】
แววตาของไป๋เวิ่นเคร่งขรึมลงเล็กน้อย 'วิถีสวรรค์ตรรกะ' บันทึกทุกอย่างตามความเป็นจริง — นี่เป็นฟังก์ชันพื้นฐานหลังจากเปิดแพ็กเกจรายเดือนและติดตั้งปลั๊กอินข้ามมิติเวลา มันสามารถบันทึกเหตุการณ์ทั้งหมดเป็นตัวอักษรโดยอิงจากประสาทสัมผัสของผู้ใช้ ในโลกห้วงลึกบางแห่ง
แบบนี้ต่อให้เจ้าหน้าที่เกิดตายในภารกิจจนดรอปคัมภีร์แห่งความลับ ร่างต้นก็ยังสามารถได้รับบันทึกส่วนนี้ ต่อให้เสียความทรงจำในห้วงลึกนี้ไป ก็ยังพอจะรู้เรื่องราวคร่าวๆ ได้
แน่นอน เงื่อนไขคือตัวเจ้าหน้าที่ต้องยัง 'มีชีวิต' อยู่
ตอนนี้ ตามคำบรรยายของ 'วิถีสวรรค์ตรรกะ' รถบัสเก่าๆ คันนี้อบอวลไปด้วยความแค้นของแรงงานที่เคยโดยสารมาตลอดอายุการใช้งานของมัน
ไป๋เวิ่นสัมผัสได้ไวว่องว่า นี่ดูเหมือนจะเป็นพลังงานทางจิตรูปแบบหนึ่ง!
เขาจึงไม่สนความเหนื่อยล้าทางกาย ลองใช้สมองเป็น 'สถานีฐาน' ปล่อยหนวดพลังจิตของร่างต้นออกมาเงียบๆ ลองจับและกลั่น 'ความแค้นของแรงงาน' พวกนี้ดู
ผลปรากฏว่าทำได้จริง หนวดพลังจิตของร่างต้นเริ่มเติบโตขึ้น
ถ้าตีเป็นค่าข้อมูลรวม ก็ประมาณ... เพิ่มขึ้น 1 แต้ม/นาที!
ไป๋เวิ่นเงยหน้ามอง ในรถเงียบกริบ นอกจากคนขับ ทุกคนดูง่วงเหงาหาวนอน ผมบนหัวเริ่มมันเยิ้มด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
เสียงเครื่องยนต์เก่าๆ ผสมกับแรงสั่นสะเทือนของตัวรถ เป็นยาสลบชั้นดี
ทิวทัศน์นอกหน้าต่างก็เคลื่อนผ่านไปอย่างรวดเร็วผิดปกติ
ถ้าเป็นคนธรรมดาคงหลับไปนานแล้ว
แต่ตอนนี้คนบนรถเกือบทั้งหมดเป็นเจ้าหน้าที่ ขนาดไป๋เวิ่นยังมีวิธีต้านทานการสะกดจิตแบบนี้ คนอื่นก็น่าจะมีเหมือนกัน
อีกอย่าง อาจเป็นเพราะไป๋เวิ่นกำลังใช้หนวดพลังจิตดูดซับแรงแค้นบนรถ เขาเลยรู้สึกรางๆ ว่าบนหัวของเจ้าหน้าที่ทุกคน มีเส้นใยที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าเชื่อมต่อขึ้นไปบนท้องฟ้า ถึงจะไม่เคยเห็นมาก่อน แต่ไป๋เวิ่นกลับรู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาด...
ไป๋เวิ่นครุ่นคิด "นี่คือ... สายแลนของวิถีสวรรค์ตรรกะ?"
【ท่านได้ใช้วิธีการที่ยังไม่ถูกบันทึก สังเกตเห็นการมีอยู่ของเส้นใยข้อมูลมิติเวลา ท่านตระหนักได้ว่า 'วิถีสวรรค์ตรรกะ' ที่ซื้อมา ดูเหมือนจะมีประโยชน์ด้านอื่นอีก】
ไป๋เวิ่นนิ่งคิด
รถบัสโคลงเคลงไปมา ผ่านไปเกือบสองชั่วโมง ในที่สุดก็มาถึงจุดหมาย—
โรงงานของเล่นเด็ก
"ทำไมเป็นโรงงานของเล่นวะ? แม่งเอ๊ย ซวยชะมัดรอบนี้!"
ไป๋เวิ่นได้ยินเจ้าหน้าที่คนหนึ่งบ่นอุบ จากนั้นท่ามกลางสายตาตกตะลึงของไป๋เวิ่น เจ้าหน้าที่คนนั้นที่กำลังด่ากราด จู่ๆ ก็ชักกระตุก น้ำลายฟูมปาก ตายตาไม่หลับในพริบตา...
ไม่นานนัก บนตัวศพก็มี 'คัมภีร์เหยียนเจิน' ผุดออกมา และถูกเจ้าหน้าที่ที่นั่งข้างๆ เก็บไปทันที
"มองอะไร! ช้าอดหมดนะเว้ย!"
เจ้าหน้าที่คนนั้นมองซ้ายมองขวาอย่างระแวง รีบเก็บ 'คัมภีร์เหยียนเจิน' เข้ากระเป๋า แล้วลากศพเพื่อนขึ้นมา หันไปยิ้มแหยๆ ให้กระเป๋ารถเมล์ที่กำลังอึ้ง "ขอโทษทีครับ คนบ้านเดียวกันร่างกายไม่ค่อยดี ความฝันตั้งแต่เด็กคืออยากเข้าโรงงานเกมยักษ์ใหญ่ แต่น่าเสียดายที่พยายามมาค่อนชีวิตก็ไม่สมหวัง... เมื่อกี้ดันมาเจอเรื่อง... เอาเป็นว่าวางใจได้ ผมรู้กฎ เดี๋ยวผมจะพาเขาเข้าโรงงาน แล้วหาทางหาเหรียญชุบชีวิตให้เขาเอง!"
กระเป๋ารถเมล์ทำท่าจะเอาเรื่อง แต่พอเจ้าหน้าที่คนนั้นพูดแบบนี้ แววตาของเธอก็เริ่มลอกแลก
"งั้น... งั้นพวกนายเข้าโรงงานแล้ว ก็ตั้งใจทำงานนะ..."
ไป๋เวิ่น "..."
นี่ตายคาเบาะจริงๆ ดิ?
แถมดูท่าทางเจ้าหน้าที่คนอื่นจะชินชากันหมด เหมือนนี่เป็นเรื่องปกติ?
พิจารณาจากคำพูดก่อนตายของ 'เจ้าหน้าที่เหยียนเจิน'... ไป๋เวิ่นครุ่นคิด
หรือว่าพวกนี้ กำลังรีโรลหาจุดเกิด?!
เชี่ย เอากันแบบนี้เลยเหรอ?!
แสดงว่าโรงงานของเล่น ไม่ใช่โรงงานดีๆ สินะ?
ยังไม่ทันที่ไป๋เวิ่นจะคิดตก คนขับก็จอดรถสนิท เจ้าหน้าที่ที่ยังมีชีวิตอยู่บนรถ นอกจากไป๋เวิ่น ก็พากันกรูกลงจากรถ
ไป๋เวิ่นรีบตามลงไป—
"ใบสั่งงานระดับ S ขาด 1 ขอคนวาดพาร์ทเร็วๆ!"
"ใบสั่งงานระดับ B รับวิศวกรต้นแบบตัวแบก ขอคนเขียนแบบไวๆ พวกถ่วงความเจริญหลบไป!"
"ทีมออกแบบระดับ A กำลังท้าชิงตำแหน่งระดับ S ขอเชิญ..."
...
ขั้นตอนการรับคนงานต่างจากที่ไป๋เวิ่นจินตนาการไว้โดยสิ้นเชิง มันคือการรับคนเข้าออฟฟิศหรือเข้าทีมงานในโรงงานโดยตรง!
พวกเจ้าหน้าที่ดูเหมือนจะเตรียมตัวมาดี พอลงรถก็ควัก 'ใบรับรองวิชาชีพ' ที่เตรียมไว้ออกมา แล้วถูกออฟฟิศหรือทีมต่างๆ ดึงตัวไปอย่างรวดเร็ว
ไป๋เวิ่นถึงบางอ้อ มิน่าล่ะไอ้เจ้าหน้าที่ที่ตะโกนขายวุฒิปลอมที่ป้ายรถเมล์ถึงได้มีคนสนใจ มันมีประโยชน์แบบนี้นี่เอง?
ไป๋เวิ่นไม่ได้เตรียมใบรับรองมา แต่ฝีมือเขาถึงเกณฑ์อยู่แล้ว กะว่าจะเนียนๆ มั่วเข้าไปสักทีม
แต่ทว่า—
"อย่าเลือกไอ้หมอนี่ เมื่อกี้บนรถมันไม่มีตังค์จ่ายค่าตั๋ว ถึงขั้นควักไตขายสดๆ ดูเลือดบนตัวมันสิ! รับเข้าทีมไปถ่วงแข้งถ่วงขาแน่นอน!"
คนที่พูด ก็คือเจ้าหน้าที่ที่ซื้อไตของไป๋เวิ่นไปนั่นเอง
พอประโยคนี้หลุดออกมา ทีมที่กำลังรับคนอยู่ต่างหันมามองไป๋เวิ่นด้วยสายตารังเกียจ แล้วพร้อมใจกันเมินเขา หันไปแย่งตัวเจ้าหน้าที่คนอื่นจนเกลี้ยง จากนั้นหัวหน้าทีมก็ฉีกม้วนคัมภีร์ ตะโกนลั่น "เถ้าแก่ ผมจะทำงาน!"
แล้วพวกเขาก็กลายเป็นแสงสีขาว หายวับไปกับตา
ไป๋เวิ่น "......?"
"นายไม่มีใบรับรองวิชาชีพ?"
คนขับรถบัสที่อยู่ด้านหลังถามด้วยความสงสัย
"มีครับ แต่ไม่ได้เอามา..." ไป๋เวิ่นตอบเสียงอ่อย
"เหอะ ไม่มีก็ไม่มีสิ จะมาฟอร์มจัดทำไม?" กระเป๋ารถเมล์เบ้ปาก "ไม่มีใบรับรองแล้วนายจะมาแย่งขึ้นรถเที่ยวแรกหาพระแสงอะไร?"
คนขับรถข้างหลังเธอตะโกนแทรก "ช่างเถอะ ส่งมันไปไลน์การผลิตแล้วกัน มันทำได้แค่นั้นแหละ"
ไป๋เวิ่นฟังออกว่าคนขับรังเกียจ รีบพูดว่า "เอ่อ ลูกพี่ รับคนไหมครับ? ดูผมเป็นไง? เลือดผมหอมนะ เอาไว้ในรถแทนน้ำหอมปรับอากาศก็ได้..."
"ฝันไปเถอะ เกิดเจอผีดูดเลือดจะทำยังไง?"
...
[จบแล้ว]