- หน้าแรก
- เพิ่งจะได้เป็นที่หนึ่งในใต้หล้า เจ้ากลับบอกว่านี่คือคอกสัตว์ชั้นต่ำงั้นรึ
- บทที่ 2 - สัญญาทาสขายวิญญาณ เริ่มต้นใหม่ในสภาพสมองดอง
บทที่ 2 - สัญญาทาสขายวิญญาณ เริ่มต้นใหม่ในสภาพสมองดอง
บทที่ 2 - สัญญาทาสขายวิญญาณ เริ่มต้นใหม่ในสภาพสมองดอง
บทที่ 2 - สัญญาทาสขายวิญญาณ เริ่มต้นใหม่ในสภาพสมองดอง
☆☆☆☆☆
"ดร. เล่ยเหวิน เกิดบ้าอะไรขึ้น ทำไมสนามทดลองรอบนี้ถึงเปิดได้แค่สามวันก็ต้องปิดแล้ว? เวลาแค่นี้ทรัพยากรในสนามทดลองมันจะไปวิวัฒนาการทันได้ยังไง คุณรู้ไหมว่าเปิดสนามทดลองแต่ละรอบ บริษัทต้องเสียต้นทุนไปเท่าไหร่!"
ณ ห้องแล็บแห่งหนึ่ง
ชายวัยกลางคนสวมเสื้อกาวน์สีขาวเพิ่งจะรับสายโทรศัพท์ ก็โดนคนปลายสายสวดชุดใหญ่ไฟกระพริบ
"ผู้อำนวยการหวัง ใจเย็นๆ ก่อนครับ ฟังผมอธิบายก่อน"
ดร. เล่ยเหวิน ปาดเหงื่อที่หน้าผากแล้วพูดว่า "ผมเองก็ไม่อยากปิดสนามทดลองก่อนกำหนดหรอกครับ แต่รอบนี้ดูเหมือนจะมี 'ปัจเจกวิญญาณเหนือมนุษย์' ที่อยู่นอกเหนือแผนการโผล่ขึ้นมา... ท่านก็รู้ว่าสนามทดลองที่ผมดูแลอยู่ เป้าหมายหลักคือการเพาะพันธุ์ 'ถาเถี่ย' ตัวอ่อน ซึ่งกระบวนการมันก็นิ่งแล้ว... แต่รอบนี้ดันมีพนักงานคนหนึ่งเข้าไปเป็นผู้นำพันธมิตรยุทธภพ แล้วก็กลายเป็นตัวตนที่แข็งแกร่งที่สุดในสนามทดลองตั้งแต่เริ่มเกมเลย
ผอ. ครับ ท่านน่าจะรู้นะครับว่ามันหมายความว่ายังไง ถ้าผมไม่รีบปิดสนามทดลอง ทรัพยากรทั้งหมดที่จะเกิดขึ้นในสนามก็จะกลายเป็นอาหารเลี้ยงไอ้หมอนี่จนหมด ถ้าขืนปล่อยไว้ บริษัทจะยิ่งขาดทุนหนักกว่าเดิมนะครับ!"
ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง
"ปัจเจกวิญญาณเหนือมนุษย์คนใหม่? ค่าข้อมูลรวมเท่าไหร่?"
"127 ครับ..."
"สามวันค่าพุ่งไป 127? แถมเป็นผู้นำพันธมิตรด้วย? น่าสนใจ ดูท่าจะเป็นพวกสายต่อสู้สินะ?"
น้ำเสียงของผู้อำนวยการหวังเริ่มเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น
"ดูจากสถานการณ์แล้ว น่าจะใช่ครับ..." ดร. เล่ยเหวิน รีบเสริม "จากรายงานของเจ้าหน้าที่ที่เข้าไปปิดสนามทดลอง บอกว่าทันทีที่ปะทะกัน พนักงานคนนี้ก็ต่อต้านทันที
พนักงานคนนี้มั่นใจในฝีมือตัวเองมาก ถึงขนาดทำให้เจ้าหน้าที่ของเราเสียชีวิตไปหลายคนระหว่างเข้าจับกุม!"
"ดี! ดีมาก!"
อารมณ์ของผู้อำนวยการหวังพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือในไม่กี่ประโยค
เขาพูดต่อ "งั้น ดร. เล่ยเหวิน คงไม่ต้องให้ผมบอกนะว่าต้องทำยังไง ดำเนินการตามขั้นตอนปกติได้เลย
แน่นอน เรื่องนี้ผมจะรายงานเบื้องบนให้ ถ้าทุกอย่างราบรื่น... พนักงานสายต่อสู้เกรดพรีเมียมแบบนี้จะขายได้ราคาเท่าไหร่ คุณก็น่าจะรู้ดี"
"รับทราบครับ! ผอ. วางใจได้เลย ผมจะจัดการให้อย่างสุดความสามารถ!"
พอกดวางสาย ดร. เล่ยเหวิน ก็ถอนหายใจยาวอย่างโล่งอก ก่อนจะยิ้มมุมปากด้วยความตื่นเต้น
เขาปรับอารมณ์ให้เป็นปกติ แล้วเดินเข้าไปในห้องที่เต็มไปด้วยโหลแก้วบรรจุสมองมนุษย์นับสิบใบ
จากนั้นเขาก็เดินไปหยุดที่โหลใบหนึ่งตามข้อมูลที่ระบุไว้ ก้มมองสมองในโหลนั้น แล้วเริ่มลงมือควบคุมแผงคำสั่ง
...
"พนักงานไป๋เวิ่น พนักงานไป๋เวิ่น ได้ยินผมไหมครับ?"
ไป๋เวิ่นได้สติกลับมาอีกครั้ง ก็เห็นชายวัยกลางคนใส่เสื้อกาวน์ยืนอยู่ตรงหน้า
ความทรงจำก่อนตายไหลบ่าเข้ามาเหมือนน้ำหลาก
เขาจำเหตุการณ์ก่อนหน้าได้แม่นยำ แต่ยังไม่รู้อะไรหลังจากนั้น
"ท่านผู้นำอย่างข้า... ยังไม่ตาย?"
ไป๋เวิ่นพึมพำกับตัวเองอย่างไม่อยากจะเชื่อ
ก็จะไม่ให้เชื่อยากได้ยังไง
ในเมื่อตอนนั้นตัวเขาโดนยิงจนระเบิดเละเทะไปแล้ว... ต่อให้เขาจะระวังตัวแค่ไหน หรือคอขาดก็ยังไม่ตายทันที แต่สภาพตอนนั้น ต่อให้เป็นโลกเก่าที่เขาจากมาก็ไม่มีทางรอดแน่ๆ!
แต่ตอนนี้ นอกจากจะยังคิดอ่านได้ปกติแล้ว เขายังไม่รู้สึกเจ็บปวดตรงไหนเลยสักนิด!
"พนักงานไป๋เวิ่น แน่นอนว่าคุณยังไม่ตาย คุณเป็นทรัพย์สินล้ำค่าของบริษัท ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ บริษัทไม่ปล่อยให้คุณตายง่ายๆ หรอกครับ"
"เจ้าบอกว่าข้าเป็นพนักงาน? แล้วก็เป็นทรัพย์สินของบริษัท?"
ไป๋เวิ่นชะงัก "แล้วเจ้าเป็นใคร?"
"ขอแนะนำตัวก่อน ผมชื่อเล่ยเหวิน เป็นผู้รับผิดชอบห้องทดลองที่คุณสังกัดอยู่ เรียกผมว่า ดร. เล่ยเหวิน ก็ได้"
"ห้องทดลอง..." สมองของไป๋เวิ่นประมวลผลเร็วรี่ "งั้นก็แปลว่า หลังจากที่ข้าโดนพวกนั้นฆ่าตาย ข้าก็ถูกพาตัวกลับมา แล้วก็ถูกรักษาจนหายดีงั้นสิ?"
"เปล่าครับ ความจริงก็คือ ทุกอย่างที่คุณเพิ่งเจอมาในโลกใบนั้น เป็นแค่สนามทดลองจำลองของบริษัทเท่านั้นเอง
คุณเป็นพนักงานของบริษัทมาตั้งแต่สี่สนามทดลองที่แล้วแล้วครับ
เพียงแต่คุณเพิ่งจะวิวัฒนาการเป็น 'ปัจเจกวิญญาณเหนือมนุษย์' ในสนามทดลองล่าสุดนี้เอง"
"ข้า... เป็นพนักงานของบริษัทมาตั้งนานแล้ว?"
ไป๋เวิ่นงงเป็นไก่ตาแตก "ทำไมข้าไม่เห็นรู้เรื่อง?!"
"เป็นเรื่องปกติครับ เพราะคุณเพิ่งจะตื่นรู้ และนี่ก็เป็นเหตุผลที่ผมมาคุยกับคุณในตอนนี้"
ดร. เล่ยเหวิน ยิ้ม "ต่อจากนี้ ผมจะตอบทุกข้อสงสัย และบอกความจริงกับคุณ พร้อมกับมอบทางเลือกให้คุณตัดสินใจ"
"ตอบทุกข้อสงสัย? บอกความจริง?" ไป๋เวิ่นนิ่งคิด "เจ้าไม่กลัวว่าพอข้ารู้ความจริงแล้วจะลุกขึ้นมาต่อต้านพวกเจ้าหรือไง? แล้วเจ้าแน่ใจได้ยังไงว่าข้าจะเชื่อเรื่องที่เจ้าพูด?"
"อื้ม ปฏิกิริยาของคุณเป็นเรื่องปกติมากครับ งั้นก่อนอื่น... เชิญดูนี่"
ดร. เล่ยเหวิน ยิ้มน้อยๆ เหมือนคาดไว้แล้ว เขาหยิบกระจกบานหนึ่งออกมาจากอกเสื้อ แล้วหันด้านหน้าให้ไป๋เวิ่นดู
ในกระจกปรากฏภาพใบหน้าหล่อเหลาที่ไป๋เวิ่นคุ้นเคย เป็นหน้าของเขาเอง
เพียงแต่หน้านั้นดูโปร่งแสง และที่สำคัญคือมันลอยอยู่เฉยๆ มีแค่หน้าลอยๆ ไม่มีตัว
และที่อยู่ข้างหลังใบหน้านั้น คือโหลแก้วทรงกระบอกแบบที่ไป๋เวิ่นเห็นแวบๆ ก่อนตาย ในนั้นมีน้ำยาสีเขียวและสมองมนุษย์ที่สมบูรณ์หนึ่งก้อนลอยตุ๊บป่อง เชื่อมต่อด้วยสายไฟยั้วเยี้ย!
"นี่มันอะไรกัน!"
ไป๋เวิ่นรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาจับใจ
"อย่างที่คุณเห็นครับ พนักงานไป๋เวิ่น นี่คือ... สมองของคุณ"
ดร. เล่ยเหวิน อธิบาย "เมื่อสี่สนามทดลองก่อน คุณเซ็นสัญญากับบริษัท ยอมขายตัวเองให้กับเรา เพื่อแลกกับ 'ชีวิตอมตะ' จนกว่าจะถึงขีดจำกัดของสิ่งมีชีวิตมิติที่หนึ่ง"
"ข้า ขายตัวเอง? ข้าไม่เห็นจะรู้เรื่อง! เดี๋ยวสิ คำถามนี้ถามไปแล้ว... เจ้าหมายความว่าข้าเซ็นสัญญาทาสขายตัวเองทั้งตัวเพื่อแลกกับความอมตะงั้นเหรอ?!"
"ถูกต้องครับ" ดร. เล่ยเหวิน พยักหน้า "ถ้าคุณต้องการ ผมสามารถดึงไฟล์วิดีโอตอนที่คุณเซ็นสัญญา รวมถึงคลิปที่คุณอัดไว้เพื่ออธิบายตัวเองในอนาคตมาให้ดูได้
แต่ขั้นตอนนี้อาจจะต้องใช้เวลาหน่อย คุณต้องรอสักพัก
ที่ผมไม่ได้เตรียมมาให้ดูเลย เพราะหนึ่งคือขั้นตอนมันยุ่งยาก และสองคือ ถ้าเปิดให้ดูดื้อๆ คุณคงคิดว่าเราใช้ AI สร้างภาพปลอมขึ้นมาหลอกคุณแน่ๆ"
ไป๋เวิ่นเงียบไป "งั้นสรุปมาเลย เจ้าจะให้ทางเลือกอะไรกับข้า?"
ดร. เล่ยเหวิน ดูแปลกใจเล็กน้อยกับท่าทีของไป๋เวิ่น แต่ดูเหมือนกรณีแบบนี้จะเคยเกิดขึ้นมาบ้างแล้ว
เขาจึงพูดต่อ "คุณเลือกได้ว่าจะทำงานอยู่กับบริษัทต่อไป เข้าร่วมสนามทดลองในอนาคต ช่วยบริษัทเก็บเกี่ยวทรัพยากร
หรือจะให้บริษัทขายคุณออกไปในฐานะ 'ปัจเจกวิญญาณเหนือมนุษย์ผู้ตื่นรู้ขั้นต้น' ตอนนี้เลย"
"?"
พอรู้ว่าตัวเองเหลือแค่สมอง แถมยังเป็นคนเซ็นสัญญาขายตัวเองกับมือ โลกทัศน์ของไป๋เวิ่นก็พังทลาย เขาถามออกไปโดยไม่รู้ตัว "ไม่มีตัวเลือกที่เป็นอิสระเหรอ?"
"คุณเป็นทรัพย์สินของบริษัท ทำไมถึงมีความคิดแบบนั้นล่ะครับ?" ดร. เล่ยเหวิน ทำหน้าประหลาดใจ ก่อนจะนึกขึ้นได้ "ขอโทษที ผมไม่ควรพูดแบบนั้น... แต่ผมบอกได้แค่ว่า 'อิสระ' ที่คุณหมายถึง น่าจะหมายถึงการได้ร่างกายคืน แล้วลาออกจากบริษัท ไปเป็นคนตกงานที่ชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้ายใช่ไหมครับ?
ทางเลือกนี้มีอยู่จริงครับ และมันรวมอยู่ในตัวเลือกแรกที่ผมเสนอไป
ในระหว่างที่คุณเก็บเกี่ยวทรัพยากรในสนามทดลอง บริษัทไม่ได้ห้ามถ้าคุณจะหาประโยชน์ใส่ตัวบ้าง
ขอแค่คุณส่งมอบทรัพยากรที่มีค่าให้บริษัทตามเป้า ส่วนที่เหลือคุณจัดการเองได้เลย
คุณสามารถใช้มันพัฒนาตัวเอง วันหนึ่งคุณอาจจะเก็บเงินได้มากพอที่จะไถ่ถอนร่างกายเดิมคืน หรือไม่ก็... หาซื้อร่างกายใหม่ที่ทรงพลังกว่าเดิม!
ถึงตอนนั้น ถ้าคุณยังอยากลาออกไปเป็นคนตกงานที่ชีวิตไม่มีหลักประกัน บริษัทก็ไม่รั้งคุณไว้หรอกครับ
แต่ถ้าคุณเลือกทางที่สอง ผมรับประกันอะไรไม่ได้นะ เพราะไม่รู้ว่าใครจะซื้อคุณไป จะเป็นบุคคลหรือองค์กร แล้วเขาจะเอาคุณไปทำอะไร...
แต่อย่างน้อยที่บริษัทนี้ สิ่งที่ผมพูดไปทั้งหมดมีกฎระเบียบรองรับชัดเจนครับ"
ไป๋เวิ่นเงียบไปอีกครั้ง
"อ้อ เนื่องจากเมื่อกี้คุณข้ามคำอธิบายไปเยอะ ผมต้องเตือนคุณเรื่องหนึ่งเป็นพิเศษ"
ดร. เล่ยเหวิน ทำสีหน้าจริงจัง "สัญญาขายตัวที่คุณทำไว้กับบริษัท โปร่งใส เป็นธรรม และถูกกฎหมายร้อยเปอร์เซ็นต์ เราเป็นบริษัทธรรมาภิบาล ไม่ทำเรื่องผิดกฎหมายแน่นอน
การที่เราให้คุณเลือกหลังจากที่คุณตื่นรู้ แทนที่จะเคารพการตัดสินใจ(ในอดีต)ของคุณแล้วถีบคุณออกจากบริษัทไปเป็นคนตกงาน ก็เพราะเราเป็นห่วงความปลอดภัยของคุณจริงๆ
เพราะต่อให้คุณเอาพลังจากสนามทดลองเมื่อกี้ออกมาได้ทั้งหมด ไอ้ค่าข้อมูลรวม 127 นั่น มันก็เป็นแค่ระดับต่ำเตี้ยเรี่ยดินที่สุดของมิติที่หนึ่งเท่านั้นเอง
ขืนลาออกไปเป็นคนตกงานตอนนี้ คุณอยู่ข้างนอกนั่นไม่ได้เกินวินาทีเดียวหรอกครับ ตายชัวร์"
ไป๋เวิ่นอึ้งกิมกี่
"มิติที่หนึ่ง... มันคืออะไร?"
...
[จบแล้ว]