- หน้าแรก
- เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าพ่อมือถือ
- บทที่ 9 โอกาสทองหรือหลุมยักษ์
บทที่ 9 โอกาสทองหรือหลุมยักษ์
บทที่ 9 โอกาสทองหรือหลุมยักษ์
บทที่ 9 โอกาสทองหรือหลุมยักษ์
แสงแดดยามเช้าลอดเข้ามาตามรอยแยกของหน้าต่างบานเล็กในห้องเช่า สาดแสงเพียงริ้วบางๆ ลงบนพื้นปูนซีเมนต์สีเทา
เตียงสองชั้นโครงเหล็กส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าด เฉินโม่ค่อยๆ รู้สึกตัว เขาใช้มือยันตัวลุกขึ้นนั่ง หัวยังคงมึนตึ้บ ฤทธิ์แฮงก์ที่ตามมาเล่นงานทำให้เขาเผลอยกนิ้วขึ้นนวดขมับที่เต้นตุบๆ
พออาการมึนหัวทุเลาลงเล็กน้อย เฉินโม่เพิ่งจะลืมตา กลิ่นเนื้อแพะย่างฉุนกึ้กก็ลอยมาเตะจมูก
เขาสูดจมูกฟุดฟิด มองตามกลิ่นไป ก็เห็นถุงกระดาษสีน้ำตาลสำหรับห่อกลับบ้านของร้านปิ้งย่างทุ่งหญ้าใหญ่ที่คุ้นเคยนอนแอ้งแม้งอยู่ในถังขยะ คราบน้ำมันซึมออกมานอกถุงแล้ว
เฉินโม่ส่ายหัวอย่างจนใจ เขายื่นมือไปเคาะแผ่นเตียงด้านบน ตะโกนด่าปนหัวเราะด้วยน้ำเสียงแหบๆ "จ้าวเถียจู้! ไอ้เด็กนี่ เมื่อคืนแกแอบโซ้ยคนเดียวเลยนี่หว่า!"
เสียงเตียงชั้นบนดังเอี๊ยดอ๊าด พร้อมกับหัวยุ่งๆ หัวหนึ่งห้อยกลับหัวลงมา
ตาชั้นเดียวของจ้าวเถียจู้หยีลงจนเป็นเส้นขีด "พี่เฉิน พี่ใส่ร้ายคนดีชัดๆ เมื่อคืนพี่เมาเป็นหมาเลย ผมกลัวว่าเนื้อย่างมันจะเย็นแล้วพาลท้องเสีย นี่ผมเลยช่วยกินแทนพี่ตามนโยบายกินให้เกลี้ยงจานไงครับ ไม่งั้นถ้ามันบูดขึ้นมาจะเสียของแย่!"
เฉินโม่ลุกขึ้นบิดขี้เกียจ ขยับไหล่ที่ยังปวดเมื่อยอยู่เล็กน้อย แล้วพูดว่า "ข้ออ้างแกนี่ฟังดูหรูหราหมาเห่าจริงๆ!"
จ้าวเถียจู้กลอกตาไปมา ยิ้มแฉ่งเตือนความจำ "พี่เฉิน! เมื่อวานพี่เพิ่งลั่นวาจาไว้ไม่ใช่เหรอ ว่าถ้าออเรนจ์ รุ่นที่ 1 ขายดีถล่มทลาย จะให้โบนัสผมปีครึ่ง เรื่องนี้ผมจดไว้แล้วนะ!"
เฉินโม่ได้ยินก็ขำก๊าก
เขาชี้ไปที่จ้าวเถียจู้ "ไอ้เด็กนี่! ตลบตะแลงเก่งจริงนะแก ฉันพูดชัดๆ ว่าครึ่งปีต่างหาก แกนี่มันดีดลูกคิดดังจริงๆ ไม่กลัวฉันชักดาบ ทำให้แกคิดจะขโมยไก่ แต่ดันเสียข้าวเปลือกรึไง"
จ้าวเถียจู้ยิ้มแฉ่ง พูดอย่างไม่ใส่ใจ "พี่เฉิน! พี่ไม่ใช่คนเบี้ยวหนี้อยู่แล้ว! ตั้งแต่ตามพี่มา ผมก็วิ่งวุ่นเพื่อออเรนจ์ รุ่นที่ 1 ไม่ได้หลับไม่ได้นอนตั้งหลายคืน"
เขาพลิกตัวลุกขึ้นนั่ง ทำท่าทางรับผิดชอบหน้าที่เต็มที่
"ถ้าพี่เฉินให้โบนัสผมปีครึ่งจริงๆ ผมไปนอนค้างที่โรงงานเร่งประกอบเครื่องให้เลย แม้แต่ค่าแรงกะสุดท้ายผมก็ไม่คิด พี่เฉินจะได้ประหยัดไง พี่ตกลงเถอะน่า!"
เฉินโม่ฟังแล้วก็หัวเราะเย้า "เถียจู้ ไอ้เด็กนี่ แกนี่มันอยากได้เงินจนไม่ห่วงชีวิตแล้วจริงๆ"
"แต่ว่าก็ว่าเถอะ แกคิดว่าถ้าบริษัทเราเลื่อนเปิดตัวออเรนจ์ รุ่นที่ 1 มาเป็นปลายเดือนมิถุนายน เราจะปั๊มล็อตแรก 1,000 เครื่องออกมาทันมั้ย?"
จ้าวเถียจู้พอได้ยินก็หน้าเหวอ จากที่นั่งแบบสบายๆ ก็ยืดตัวตรงทันที โพล่งออกมาว่า
"หา! ออเรนจ์ รุ่นที่ 1 เดิมทีเราจะเปิดตัวเดือนกันยาไม่ใช่เหรอครับ? ทำไมเลื่อนมาเร็วขนาดนี้ เวลามันกระชั้นชิดเกินไปแล้ว!"
เฉินโม่ยิ้มอย่างมีเลศนัย ทำเป็นอุบอิบ
"แกนี่มันเชยจริงๆ! แผนนี้ฉันเรียกว่ายืมลมบูรพา เข้าใจคุณค่าของคำว่ายืนอยู่บนปากปล่องพายุ หมูยังบินได้มั้ยล่ะ!"
จ้าวเถียจู้ทำหน้างงถามย้ำ "พี่เฉิน! พี่คิดจะยืมลมบูรพาอะไรเหรอครับ?"
มีคำพูดตัดกำลังใจประโยคหนึ่งที่จ้าวเถียจู้ไม่ได้พูดออกไป เพราะกลัวจะทำลายความมั่นใจของเขา
เดี๋ยวถึงเวลา ยืมลมบูรพาไม่ได้ไม่ว่า ดีไม่ดีจะโดนพายุพัดจนหาทางกลับบ้านไม่เจอ
โรงงานเล็กๆ อย่างออเรนจ์ เทคโนโลยียังตั้งหลักไม่มั่นคงเลย ทนรับความปั่นป่วนไม่ไหวหรอก ถ้าพี่เฉินมัวแต่ตามกระแสแบบไม่ลืมหูลืมตา สุดท้ายตักน้ำใส่ตะกร้า เงินเดือนเดือนหน้าของเขาไม่ออกขึ้นมา คราวนี้ล่ะซวยจริง
แต่เฉินโม่ไม่รู้ความคิดของไอ้เด็กนี่เลย เขากลับถามย้อนอย่างมั่นใจ
"แกรู้จักมือถือ 'แอปเปิ้ล 3G' มั้ย?"
จ้าวเถียจู้พอได้ยิน ตาก็ลุกวาวทันที ในฐานะช่างถอดประกอบเครื่องผู้ช่ำชองที่คลุกคลีอยู่ในหัวเป่ยเฉียงมาหลายปี เขาจะไม่รู้จักมือถือรุ่นฮิตติดตลาดตัวเล็กๆ ที่ราคาไม่ตกในหัวเป่ยเฉียงรุ่นนี้ได้ยังไง
เขารีบพยักหน้าหงึกๆ "โอ้โห รู้จักแน่นอนครับ มือถือรุ่นนี้ฮิตอยู่พักใหญ่เลย ได้ยินว่าบริษัทผู้ผลิตอยู่แถบอเมริกาเหนือ เป็นบริษัทเทคโนโลยีที่มีชื่อเสียงพอตัวเลยด้วย"
เฉินโม่ตบไหล่จ้าวเถียจู้ แล้วยิ้ม "ก็บริษัทแอปเปิ้ลนี่แหละ ช่วงต้นเดือนมิถุนา พวกเขาจะเปิดตัวสมาร์ทโฟนที่ 'พลิกโฉมวงการ' ในอเมริกาเหนือ แต่กว่าพวกเขาจะเอาเข้ามาขายในประเทศเราอย่างเป็นทางการก็เดือนกันยายนโน่น"
"ส่วนออเรนจ์ เทคโนโลยีของเราจะอาศัยกระแสลมบูรพาของสมาร์ทโฟนที่แอปเปิ้ลจุดขึ้นในประเทศนี่แหละ ใช้ช่องว่างช่วงเดือนมิถุนาถึงกันยาที่ตลาดสมาร์ทโฟนในประเทศเริ่มจะบูม ชิงเปิดตัวสมาร์ทโฟนเครื่องแรกของประเทศเราตัดหน้าไปเลย!"
จ้าวเถียจู้ฟังจบ กลับไม่ได้ตื่นเต้นเหมือนเฉินโม่ แต่ขมวดคิ้วมุ่น
สมาร์ทโฟน!!!
ลมบูรพา???
ไอ้โอกาสทองสมาร์ทโฟนที่ว่าน่ะ มันไม่ใช่ 'หลุมยักษ์' ชัดๆ เลยเหรอวะ!
เมื่อสองปีก่อนสื่อก็โหมกระหน่ำว่าสมาร์ทโฟนยุคใหม่มาถึงแล้ว 'โนเกีย' 'แบล็กเบอร์รี' 'เอชทีซี' ต่างพากันโดดลงหลุมนี้ไปทีละราย
นี่มันไม่ใช่โอกาสทองอะไรทั้งนั้น มันคือหลุมยักษ์ชัดๆ!
นี่ก็ไม่แปลกหรอก ต้องรอจน 'แอปเปิ้ล รุ่นที่ 4' ปรากฏตัว ถึงจะเรียกได้ว่าเป็นการพลิกโฉมความเข้าใจที่ตลาดมีต่อมือถือโดยสิ้นเชิง
มันได้สร้างนิยามใหม่ให้มาตรฐานอุตสาหกรรมสมาร์ทโฟน ด้วยการปฏิวัติรอบด้านทั้งวัสดุและกระบวนการผลิต เทคโนโลยีจอแสดงผล ความสามารถของกล้อง ประสิทธิภาพฮาร์ดแวร์ และระบบนิเวศของซอฟต์แวร์ บีบให้แอนดรอยด์ต้องรีบปรับปรุงประสบการณ์ใช้งาน
ภาพจำของจ้าวเถียจู้ที่มีต่อสมาร์ทโฟน ยังคงหยุดอยู่ที่ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ที่ต้องใช้นิ้วถูไถไปครึ่งวันกว่าจะตอบสนอง หรือไม่ก็ไอ้ท่าทางตลกๆ ที่พอปากกาสไตลัสหาย ก็ต้องใช้เล็บจิกๆ ขูดๆ เอา
ใบหน้าของจ้าวเถียจู้เต็มไปด้วยความกังวล แต่ตอนที่พูด เขาก็พยายามใช้น้ำเสียงที่นุ่มนวลที่สุด
"พี่เฉิน! เรื่องนี้ผมเข้าใจดีครับ นี่มันเป็นโอกาสทองที่หาได้ยากจริงๆ!"
"แต่พี่ดูเวลาสิครับ มันบีบเกินไปจริงๆ" เขาหักนิ้วนับไปพลางพูดไปพลาง "ตั้งแต่การจัดซื้อชิ้นส่วน ซัพพลายเออร์เจ้าไหนไว้ใจได้ เจ้าไหนราคาดี ก็ต้องคิดกันหัวแตกแล้ว"
"ขั้นตอนการประกอบนี่ยิ่งชุ่ยไม่ได้เลย พลาดนิดเดียว มือถือพวกนี้อาจจะกลายเป็นของมีตำหนิไปเลยก็ได้"
"สุดท้ายคือการตรวจสอบคุณภาพ นี่คือหัวใจสำคัญเลยครับ ปัญหาเล็กๆ แค่จุดเดียวอาจจะทำให้ความพยายามทั้งหมดของเราสูญเปล่าได้"
จ้าวเถียจู้มองเฉินโม่อย่างจริงใจ พูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "พี่เฉิน! ผมรู้สึกจากใจจริงเลยว่าเราต้องเตรียมงานให้พร้อมแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ก่อน แล้วค่อยเปิดตัวออเรนจ์ รุ่นที่ 1 ครับ"
ดูเหมือนเพื่อเพิ่มน้ำหนักให้กับคำพูดของตัวเอง ไอ้เด็กจ้าวเถียจู้นี่ยังใช้แผนยุทธวิธีบีบบังคับอีกด้วย
"พี่เฉินอย่าลืมสิ เมื่อวานพี่เพิ่งไปประกาศกร้าวต่อหน้าคนในหัวเป่ยเฉียงมาหยกๆ ไม่ใช่เหรอ ว่าจะทำให้ออเรนจ์ เทคโนโลยีเป็นแบรนด์ที่ทั่วโลกยอมรับน่ะ?"
"นี่ถ้าเกิดมันพังเพราะเตรียมตัวไม่ทันจนเสียชื่อขึ้นมา เถ้าแก่หวังมันไม่หัวเราะเยาะพี่จนตายเลยเหรอ!"
เฉินโม่สบตากับแววตากังวลของจ้าวเถียจู้ สีหน้าแน่วแน่ ในแววตามีความเด็ดเดี่ยวชนิดที่ไม่อาจโต้แย้งได้
"เถียจู้! ฟังฉันนะ สมาร์ทโฟนที่แอปเปิ้ลจะเปิดตัวที่อเมริกาเหนือช่วงต้นเดือนมิถุนานี้ มันจะสร้างคลื่นยักษ์สะเทือนไปทั่วโลก พลิกโฉมหน้าอุตสาหกรรมมือถือไปอย่างสิ้นเชิง"
"ออเรนจ์ รุ่นที่ 1 ของเราต้องฉวยโอกาสชิงลงมือก่อนนี้ให้ได้ ต้องเปิดตัวปลายเดือนมิถุนายน ล็อตแรก 1,000 เครื่อง ขาดไปแม้แต่เครื่องเดียวก็ไม่ได้" เขาพูดพลางเดินไปเดินมาในห้องแคบๆ แต่ละก้าวหนักแน่น ราวกับกำลังวัดอนาคตของออเรนจ์ เทคโนโลยี
จ้าวเถียจู้ยังอยากจะพูดห้ามต่อ แต่พอคำพูดมาถึงริมฝีปาก เฉินโม่ก็โบกมือห้าม เพิ่มเสียงให้ดังขึ้น และใช้อำนาจของเถ้าแก่
"เถียจู้! ฉันคือเถ้าแก่ของออเรนจ์ เทคโนโลยี เรื่องนี้ฉันตัดสินใจเอง"
"ปลายเดือนมิถุนายน!" เสียงของเขาดังก้องไปทั่วห้องเช่าโทรมๆ แฝงไปด้วยไอสังหารอันทรงพลังแบบทุบหม้อข้าวเผาสะพาน “ออเรนจ์ รุ่นที่ 1 ต้องเปิดตัวอย่างเป็นทางการออเรนจ์ เทคโนโลยีของเราจะต้องเปิดตัวสมาร์ทโฟนเครื่องแรกของประเทศ ยิงกระสุนนัดแรกให้สะเทือนตลาด!”
จ้าวเถียจู้มองท่าทางเด็ดเดี่ยวของเฉินโม่แล้วก็ได้แต่ทอดถอนใจ เขาลอบคิดในใจว่าครั้งนี้พี่เฉินคงโดนชื่อเสียงจอมปลอมของการเป็นที่หนึ่งบดบังปัญญาจนมืดบอดไปแล้ว
เขาคอตก ค่อยๆ ปีนลงจากเตียงอย่างไม่เต็มใจ สวมเสื้อยืดที่ซักจนซีดตัวนั้นอย่างเชื่องช้า พลางติดกระดุม พลางคำนวณในใจเงียบๆ
ถ้าการชิงเปิดตัวออเรนจ์ รุ่นที่ 1 ในปลายเดือนมิถุนายนนี้มันพังไม่เป็นท่า เงินเดือนเดือนหน้าของเขาจะยังมีหวังอยู่รึเปล่าก็ไม่รู้
คิ้วของจ้าวเถียจู้ขมวดจนเป็นปม ในใจเต็มไปด้วยความกังวลถึงเดือนหน้า
(จบตอน)