เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 285 ยกตระกูลให้

บทที่ 285 ยกตระกูลให้

บทที่ 285 ยกตระกูลให้


อี้เหยียนที่อยู่ข้างๆ พอได้ฟังก็ทั้งจนปัญญาและเจ็บปวดใจ เพราะเธอรู้ดีว่าตัวเองไม่มีความสามารถพอที่จะไปต่อกรกับลุงของตนเองได้เลย

เมื่ออี้จงเทียนเห็นท่าทีของชายอ้วน ก็คิดจะเข้าไปขัดขวาง แต่กลับถูกลูกน้องของตนเองคว้าตัวไว้ ดูเหมือนว่าแม้แต่คนของเขาก็ยังตกไปอยู่ภายใต้อำนาจของชายอ้วนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

“อี้จงเทียน หยุดเสียแรงเปล่า คนของพ่อส่วนใหญ่ก็มาอยู่ข้างผมหมดแล้ว ตอนนี้ยังจะขัดขืนอะไรได้อีก รีบเก็บข้าวของแล้วไสหัวออกจากบ้านไป ไม่อย่างนั้นถ้าผมลงมือเมื่อไหร่ ก็อย่าหาว่าเนรคุณ”

อี้จงเทียนไม่กล้าเอ่ยปาก เพราะเขารู้ดีว่าชายอ้วนที่อยู่ตรงหน้ากล้าทำอย่างที่พูดแน่นอน หากขืนตนยังผลีผลามทำอะไรลงไปอีก เกรงว่าแม้แต่ชีวิตก็คงจะรักษาไว้ไม่ได้

โชคดีที่อี้จงเทียนยังคงยืนขวางอยู่ข้างกายท่านผู้เฒ่า ไม่ปล่อยให้ชายอ้วนทำอะไรบุ่มบ่าม ส่วนชายอ้วนก็รู้ว่าตอนนี้อี้เหยียนกำลังไลฟ์สดโดยหันกล้องมาทางท่านผู้เฒ่า เขาจึงไม่กล้าลงมือ

“ตอนนี้ควรจะทำยังไงดีคะ อาจารย์ฉิน คุณปู่ของฉันดูเหมือนจะใกล้ไม่ไหวแล้วค่ะ”

พอฉินเยี่ยเห็นฉากนี้แล้ว เขาก็วิเคราะห์อยู่ครู่หนึ่ง แล้วให้อี้เหยียนรีบกดจุดหรู่ฉวนของท่านผู้เฒ่า

*การกดจุดตามแพทย์แผนจีน

เดิมทีท่านผู้เฒ่าอยู่ในสภาพร่อแร่ พอถูกอี้เหยียนกดจุดให้ ดูเหมือนจะพอมีทางรอดขึ้นมาบ้าง หลังจากนั้นเธอก็รีบถามฉินเยี่ยอีกครั้งว่าควรจะทำยังไง ส่วนฉินเยี่ยเพียงแค่แสดงสีหน้าที่สงบนิ่งและเรียบเฉย

“อย่าเพิ่งรีบร้อนครับ ถ้าอยากจะช่วยคุณปู่ของคุณให้รอด ตอนนี้ยังไม่ต้องรีบรักษา แต่ให้คุณปู่ของคุณรีบแก้ไขพินัยกรรมให้เป็นชื่อของคุณก่อน อย่าให้ท่านทิ้งพินัยกรรมไว้ให้ชายอ้วน”

ภายหลังอี้เหยียนได้ฟังก็ไม่เข้าใจ แต่ชายอ้วนที่อยู่ข้างๆ พอได้ฟังกลับตื่นตระหนกจนแทบจะยืนไม่อยู่

สาเหตุที่ฉินเยี่ยสามารถสงบนิ่งได้ถึงเพียงนี้ ก็เพราะเขารู้ว่าตอนนี้ท่านผู้เฒ่าพ้นขีดอันตรายแล้ว

ท่านผู้เฒ่าได้ฟังคำพูดของฉินเยี่ย หลังจากนั้นก็รีบติดต่อบุคคลที่เกี่ยวข้อง โอนทรัพย์สินทั้งหมดของตนไปไว้ในชื่อของอี้เหยียน

พอชายอ้วนทราบเรื่อง ก็เหมือนกับเปลี่ยนไปเป็นคนละคนทันที เขาวิ่งไปถึงข้างกายท่านผู้เฒ่า

“ลุงครับ รีบแก้ไขพินัยกรรมเถอะครับ ท่านต้องรู้นะครับว่าผมทำไปก็เพื่อช่วยท่าน ก็แค่เผลอให้ใบสั่งยาผิดไปเท่านั้นเอง”

ท่านผู้เฒ่ารู้มานานแล้วว่าคนตรงหน้าอยากจะฆ่าตนเอง และพอได้ฟังคำพูดของชายอ้วนวเขา ก็เพียงแค่ส่ายหน้าช้าๆ

“อย่าได้คิด พินัยกรรมนี้ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับแกทั้งนั้น”

คนในไลฟ์สดพอได้ฟังประโยคนี้ของท่านผู้เฒ่า ในที่สุดก็รู้สึกดีกับอีกฝ่ายมากขึ้น

“ใช่เลย! ในที่สุดท่านผู้เฒ่าก็ตาสว่างเสียที ถ้าหากยังยืนกรานจะยกมรดกทั้งหมดให้เจ้าอ้วนสารเลวนั่นอีก ก็คงจะเสียสติไปแล้วจริงๆ”

“แน่นอนอยู่แล้ว หมาจนตรอกยังกระโดดกำแพง ไม่ต้องพูดถึงหัวหน้าตระกูลใหญ่ขนาดนี้”

“เธอดูสิว่าชายอ้วนคนนั้นตอนนี้ตื่นตระหนกขนาดไหน คงจะรู้ว่าตัวเองจะไม่ได้เงินแล้วก็เลยกลัว ฉันไม่เชื่อหรอกว่าตอนนี้เขายังจะไม่รีบไปหาคนมาช่วยท่านผู้เฒ่า”

“ใช่เลย ครั้งก่อนอาจารย์ฉินคงถอนรากถอนโคนโรคไปแล้ว ที่เหลือแค่ต้องฟื้นฟูร่างกายก็พอ แต่เจ้าอ้วนคนนี้ให้ยาพิษเข้าไปใหม่ ตราบใดที่แก้พิษได้ ก็ไม่มีปัญหาอะไรแล้ว”

เป็นไปตามคาด ไม่ถึงสามนาที ชายอ้วนก็โทรศัพท์ออกไปสายหนึ่ง หลังจากนั้นผ่านไปอีกครู่หนึ่ง คนกลุ่มหนึ่งที่สวมชุดสีขาวต่างพุ่งเข้ามาจากประตูใหญ่ มองออกว่าคนกลุ่มนี้คือลูกน้องของชายอ้วนทั้งหมด

“หัวหน้า มีอะไรให้รับใช้ครับ?”

คนกลุ่มนั้นที่สวมชุดสีขาว ไม่ได้สนใจเลยว่าโทรศัพท์ในมือของอี้เหยียนกำลังหันมาทางพวกเขา พวกเขารายงานต่อชายอ้วนทันที ทำให้สีหน้าของชายอ้วนดูตื่นตระหนกอยู่บ้าง

ยังไงเสียคนที่ส่งยามาก่อนหน้านี้ก็คือคนกลุ่มนี้ ตอนนี้ยังมาเรียกชายอ้วนว่าหัวหน้า นี่อาจกล่าวได้ว่าเป็นหลักฐานมัดตัว ต่อให้อี้เหยียนจะแจ้งตำรวจมาจับเขาก็ไม่มีปัญหาแล้ว

“คุณลุงคะ ทำแบบนี้ได้ยังไง คุณปู่ดีกับท่านขนาดนั้น แต่นี่กลับคิดจะฆ่าท่าน คนกลุ่มนี้ก็คือคนที่ส่งยาพิษเหล่านั้นมาไม่ใช่หรือไงกัน ตอนนี้ท่านยังมีอะไรจะแก้ตัวอีก?”

ถึงแม้อี้เหยียนจะรู้เรื่องเหล่านี้มาโดยตลอด แต่เพราะติดที่ชายอ้วนเป็นลุงของตัวเอง ดังนั้นจึงไม่สามารถพูดออกมาตรงๆ ได้

ท่านผู้เฒ่ากลับส่ายหน้าอย่างเหม่อลอย ไม่นึกเลยว่าคนของตัวเองจะทำกับตนแบบนี้

ทันใดนั้น ท่านผู้เฒ่าก็เห็นฉินเยี่ยในไลฟ์สด จึงรับโทรศัพท์มา

อี้เหยียนคิดว่าคุณปู่ของตัวเองอยากจะขอให้ฉินเยี่ยมาช่วย ดังนั้นจึงไม่ได้ขัดขวาง แต่คาดไม่ถึงว่าในชั่วขณะที่ท่านผู้เฒ่ารับโทรศัพท์มา กลับหัวเราะให้ฉินเยี่ย

“สมคำร่ำลือจริงๆ ว่าคลื่นลูกหลังย่อมซัดคลื่นลูกหน้า อายุยังน้อยก็มีความสามารถขนาดนี้แล้ว ก่อนหน้านี้ฉันไม่เชื่อเธอ สงสัยในความสามารถของเธอ ดูท่าว่าจะเข้าใจผิดไปแล้ว”

“ตอนนี้ฉันเข้าใจถึงความร้ายแรงของเรื่องนี้แล้ว ถ้าหากเธอยินยอม ก็รับช่วงต่อกิจการของตระกูลเราไปด้วย ฉันยินดีที่จะยกตำแหน่งของฉันให้เธอ”

พอได้ฟังดังนั้น ชายอ้วนกลับยิ่งตื่นตระหนกมากขึ้น เขารีบส่งสัญญาณมือให้กลุ่มแพทย์ไปทุบโทรศัพท์ทิ้งเสีย แต่อี้จงเทียนพอได้ฟังก็รีบขวางอยู่หน้าท่านผู้เฒ่า

“อาจารย์ฉินรีบรับไว้สิครับ นี่คือบริษัทใหญ่นะครับ ถ้ารับไว้แล้ว อนาคตก็สบายแล้ว”

“ใช่เลย ก่อนหน้านี้ก็เคยพูดถึงไปแล้ว ในเมื่อครั้งนี้พวกเขาเป็นฝ่ายยกให้เอง พวกเราก็รีบรับไว้เถอะ”

“เร็วเข้า ทุกคนรีบส่งของขวัญมาฉลองกันหน่อย เรื่องดีๆ ขนาดนี้ ถ้าไม่มีพวกเราคอยเป็นสักขีพยานแล้วจะมีความหมายอะไร?”

ของขวัญราวกับขนนกที่ลอยฟุ้งไปทั่วฟ้า พอได้ฟังท่านผู้เฒ่าพูดประโยคนี้ออกมา ก็ลอยไปมาบนหน้าจออย่างบ้าคลั่ง ฉินเยี่ยก็จนปัญญา รีบปิดเอฟเฟกต์พิเศษเหล่านี้แล้วมองดูท่านผู้เฒ่า

“ท่านผู้เฒ่าครับ ถ้าหากท่านอยากจะยกตำแหน่งของท่านให้ผมจริงๆ ผมก็ไม่รังเกียจหรอกครับ แต่ท่านไม่กลัวว่าลูกหลานของท่านจะได้รับผลกระทบจากผมหรือครับ?”

ท่านผู้เฒ่าส่ายหน้าช้าๆ

“ก็ช่วยไม่ได้แล้ว ตอนนี้อายุขัยของฉันใกล้จะหมดแล้ว พี่น้องของฉันกับหลานสาวอีกคนคือคนที่ฉันคิดว่าสำคัญที่สุด ฉันได้ทิ้งทรัพย์สินส่วนหนึ่งไว้ให้พวกเขาแล้ว ชีวิตนี้ของพวกเขาถือว่าไร้กังวล เพียงพอต่อให้ใช้ชีวิตแล้ว”

พอชายอ้วนได้ฟังประโยคนี้ เขารีบพุ่งไปถึงข้างกายท่านผู้เฒ่า พร้อมผลักอี้จงเทียนที่อยู่ข้างๆ ออกไป

“เดี๋ยวสิครับ นี่มันหมายความว่ายังไง ทายาทของบริษัทก็ยังมีผมไม่ใช่หรือไง ไม่คิดจะทิ้งอะไรไว้ให้ผมเลยงั้นเหรอครับ หรือว่าลืมผมคนนี้ไปแล้ว ไหนบอกสิว่าทิ้งอะไรให้ผมบ้าง ต้องเป็นอะไรที่ล้ำค่าที่สุดอยู่แล้วใช่ไหมครับ”

ถึงแม้ชายอ้วนจะทรยศหักหลังถึงเพียงนี้ แต่ในวัยหนุ่มท่านผู้เฒ่ากลับรักและเอ็นดูเขามากที่สุด เพราะชายอ้วนฉายแววฉลาดหลักแหลมมาตั้งแต่เด็ก

จบบทที่ บทที่ 285 ยกตระกูลให้

คัดลอกลิงก์แล้ว