- หน้าแรก
- ไลฟ์สดประเมินสวรรค์
- บทที่ 281 เป็นของเก่าจริงๆ
บทที่ 281 เป็นของเก่าจริงๆ
บทที่ 281 เป็นของเก่าจริงๆ
ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังจะปิดไลฟ์สด ฉินเยี่ยก็พลันรั้งเขาไว้
“เดี๋ยวก่อนครับ คุณตำรวจ ผมพบว่าของในมือดูไม่ธรรมดาเลยนะครับ”
คำพูดของทุกคนในไลฟ์สดรวมกันยังไม่น่าเชื่อถือเท่าคำพูดประโยคเดียวของฉินเยี่ย เมื่อได้ยินเช่นนั้น นายตำรวจพลันหยุดชะงัก
โชคดีที่เขามีปฏิกิริยาเร็วพอจึงยังไม่ได้ปิดไลฟ์สด แต่รีบละมือแล้วถามฉินเยี่ยด้วยสีหน้าที่ไม่อยากจะเชื่อ
“อาจารย์ฉิน ท่านหมายความว่ายังไงกันครับ หรือว่าของในมือผมชิ้นนี้เป็นของเก่าจริงๆ”
ดวงตาของเจ้าหน้าที่ตำรวจเบิกกว้างราวกับระฆังทองแดง หูผึ่งขึ้นมา กลัวว่าจะพลาดฟังคำพูดของฉินเยี่ยไปแม้แต่คำเดียว
คนในห้องไลฟ์สดนึกว่าฉินเยี่ยกำลังล้อเล่น แต่จากนิสัยของเขาแล้ว เขาไม่ใช่คนที่จะพูดเรื่องตลกแบบนั้นในไลฟ์สด ดังนั้นจึงรอคอยประโยคต่อไปของเขาอย่างกึ่งเชื่อกึ่งไม่เชื่อ
แต่ก็มีบางคนที่เริ่มส่งเสียงโห่ร้อง บอกว่าฉินเยี่ยจงใจหยอกล้อเจ้าหน้าที่ตำรวจท่านี้
“อาจารย์ฉินครับ ช่างมันเถอะ ของของเขาชิ้นนี้มันหมดหวังจริงๆ แล้ว ให้คนนอกวงการอย่างผมดู ผมก็มองออกว่าของชิ้นนี้เป็นของปลอมแน่นอน”
“ใช่ ไม่มีอะไรน่าดูเลย รีบให้เขาปิดไลฟ์สดเถอะครับ”
ฉินเยี่ยไม่ได้พูดอะไรสักคำ แต่กลับพิจารณาต่อไปอีกสองสามวินาที หลังจากนั้นจึงพูดเสียงดังกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ
“ของในมือชิ้นนี้ไม่ธรรมดาเลยนะครับ ถ้าหากให้ผมเลือก ผมจะต้องนำไปมอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างแน่นอน”
พอได้ฟังประโยคนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่ตรงหน้า ในที่สุดก็เข้าใจว่าของในมือตนชิ้นนี้ไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน
แต่ดูเหมือนเจ้าหน้าที่ตำรวจจะยังไม่ค่อยเข้าใจนักว่าของที่ดูปลอมขนาดนี้มีที่มาอย่างไรกันแน่
ถ้าไม่ใช่เพราะจี้หยกชิ้นนี้ถูกวางไว้ในบ้านของเขามานานหลายปี คาดว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจคงจะโยนมันทิ้งไปในฐานะของไร้ค่าแล้ว แต่ทว่านี่คือของที่พ่อของเขาทิ้งไว้ให้ และยังกำชับว่าต้องเก็บรักษาไว้ตลอดไป
จี้หยกขนาดเท่าฝ่ามือชิ้นหนึ่งกลับมีการขัดเงาที่ประณีตถึงเพียงนี้ พูดตามตรงแล้ว คนทั่วไปเห็นก็คงยากที่จะเชื่อ
เจ้าหน้าที่ตำรวจเผยสีหน้าสงสัยใคร่รู้พลางถามฉินเยี่ย
“อาจารย์ฉินครับ ของสิ่งนี้มันคืออะไรกันแน่ ผมเห็นว่ามันดูเหมือนของปลอม แต่ทว่านี่คือของที่รุ่นปู่ของผมให้ผมสืบทอดต่อมาจริงๆ และผมก็ไม่รู้ว่ามันเป็นของจริงหรือของปลอมกันแน่”
ฉินเยี่ยยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะไล่เรียงความรู้ทั้งหมดในหัวของตน
“ของในมือคุณชิ้นนี้ ไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นของโบราณ หากจะพูดให้ถูกต้องกว่านี้ มันเก่าแก่ยิ่งกว่าของในยุคโบราณเสียอีก”
คำพูดเช่นนี้กลับดึงดูดความสนใจของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะจี้หยกชิ้นนี้ถึงแม้จะขัดเงาได้อย่างประณีต แต่ลวดลายของมันกลับดูไม่ได้สวยงามเป็นพิเศษ
โดยปกติแล้ว คนทั่วไปเมื่อเห็นสัญลักษณ์บนนี้ ก็นึกว่าเป็นรูปผักกาดขาว แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจเมื่อมองดูในระยะใกล้ กลับมองเห็นได้อย่างชัดเจนว่ามันเป็นเพียงรูปเต่าตัวหนึ่ง
“จะเป็นไปได้ยังไงกันครับ อาจารย์ฉิน ถ้าหากของในมือผมชิ้นนี้มีประวัติศาสตร์ยาวนานขนาดนั้น จะเรียบเนียนขนาดนี้ได้อย่างไร?”
“ดังทราบกันว่าว่าเทคนิคการขัดเงาในสมัยโบราณยังไม่ค่อยจะสมบูรณ์นัก ไม่ต้องพูดถึงมนุษย์ยุคหินที่อยู่มาก่อนหน้านั้น”
ฉินเยี่ยรีบส่ายหน้าแล้วพูดกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ
“ถึงแม้จะไม่ใช่ผลงานของคนโบราณ แต่ก็ไม่ใช่ผลงานของมนุษย์ยุคหิน เท่าที่รู้มันน่าจะเป็นของของชนเผ่าบางเผ่า”
จริงๆ แล้วในใจของฉินเยี่ยมีคำตอบอยู่แล้ว
เหตุผลที่จี้หยกชิ้นนี้ทำให้คนมองดูแล้วรู้สึกว่าไม่เหมือนของโบราณ ก็คือระดับการขัดเงาของมัน และการขัดเงาของมันก็ไม่ใช่ฝีมือมนุษย์โดยสิ้นเชิง แต่เป็นผลงานของธรรมชาติ ดังนั้นฉินเยี่ยถึงกล้าพูดอย่างมั่นใจว่าของสิ่งนี้มาจากยุคก่อนสมัยโบราณ
ถ้าหากแค่สองสามร้อยปี เป็นไปไม่ได้เลยที่จะขัดหยกชิ้นนี้ให้ออกมาเป็นแบบนี้ แต่ในเมื่อเป็นผลงานของธรรมชาติ ก็ย่อมต้องผ่านการขัดเกลาของกาลเวลาอันยาวนาน อย่างน้อยก็ต้องมากกว่าหนึ่งพันปีขึ้นไป
“ผมบอกคุณได้อย่างชัดเจนว่ามันถูกน้ำขัดเงาจนกลายเป็นแบบนี้”
คำพูดประโยคเดียวราวกับปลุกให้ตื่นจากภวังค์ คนในไลฟ์สดที่เดิมทีคิดว่าจี้หยกชิ้นนี้ไม่มีอะไรน่าดูแล้ว แต่คำพูดประโยคนี้ของฉินเยี่ยกลับทำให้เกิดกระแสความสนใจขึ้นมาอีกครั้งในทันที
“ใช่เลย ฉันนึกไม่ถึงว่ามีความเป็นไปได้แบบนี้ ถึงแม้เมื่อครู่จะดูระดับการขัดเงาแล้วไม่เหมือนของเก่า แต่ถ้าหากบอกว่าถูกน้ำกัดเซาะ งั้นก็มีความเป็นไปได้”
“ใช่เลย ฉันนึกไม่ถึงจุดนี้ได้ยังไงกัน ทั้งๆ ที่อาจารย์ฉินก็บอกแล้วว่ามันเป็นของที่มีอะไรน่าดู ฉันกลับยังกล้าสงสัย ฉันนี่มันไม่ใช่คนจริงๆ”
“จริงๆ เลย ลูกชายของฉันเมื่อครู่ยังอยู่ข้างๆ ฉันพูดว่าจี้หยกชิ้นนี้เป็นของปลอมแน่นอน ไอ้เจ้าลูกอกตัญญูคนนี้ ปล่อยเอาไว้ไม่ได้แล้ว พรุ่งนี้ก็ส่งสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า”
“คอมเมนต์ข้างบนนั่นก็เกินไปแล้ว ฟังอาจารย์ฉินพูดก่อนสิ ค่อยตัดสินใจว่าจะส่งสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าหรือเปล่า ถ้าความผิดร้ายแรงนัก ก็ฝังทั้งเป็นตรงนั้นเลยก็ไม่ว่ากัน”
ไม่เพียงแต่เสียงหยอกล้อ แม้แต่ของขวัญเหล่านั้นก็ถูกส่งมาจนลอยฟุ้งไปทั่วจอ
“อาจารย์ฉินครับ ท่านรีบพูดเถอะครับ ของในมือผมชิ้นนี้มันคืออะไรกันแน่ ท่านพูดแบบนี้ทำเอาผมสงสัยจนทนไม่ไหวแล้ว”
เดิมทีเจ้าหน้าที่ตำรวจคนนี้คิดว่าของในมือชิ้นนี้ถ้าหากเป็นของปลอมก็จะเก็บไว้เป็นของสะสม แต่ตอนนี้พอถูกฉินเยี่ยพูดแบบนี้ พูดตามตรงแล้วตัวเองก็สงสัยในที่มาของมันอยู่บ้าง
“คุณตำรวจครับ ไม่ต้องดีใจเกินไปหรอกครับ เพราะของสิ่งนี้ผมคาดว่าคุณคงจะเก็บไว้ไม่ได้แล้ว”
ถึงแม้จะเป็นของขวัญจากธรรมชาติ แต่ประโยชน์ของมันไม่ได้อยู่ที่การเก็บสะสม
ในยุคโบราณ ชนเผ่าเหล่านั้นเก็บหินที่มีรูปร่างสวยงามบางส่วนมามอบเป็นของขวัญให้เพื่อนของตน และหินก้อนนี้ก็คือชิ้นหนึ่งที่อาจจะถูกเลือกในตอนนั้น
ถึงแม้พิธีกรรมทางศาสนาในยุคโบราณจะยังไม่สมบูรณ์นัก แต่ในหมู่พวกเขาก็มีเรื่องราวเกี่ยวกับภูตผีปีศาจอยู่บ้างไม่มากก็น้อย
ก็เหมือนกับมัมมี่ เดิมทีไม่มีความจำเป็นอะไรมากนัก แต่พวกเขาก็ยังคงรักษาสภาพศพ สร้างสิ่งที่ไม่มีวันเน่าเปื่อยขึ้นมา เพื่อเป็นที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจ
ถึงแม้จะบอกว่าจี้หยกชิ้นนี้ไม่ใช่แนวคิดเดียวกับมัมมี่ แต่คุณสมบัติภายในของมันกลับคล้ายกับมัมมี่
ภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ฟังคำพูดนี้แล้วก็ไม่เข้าใจ เห็นๆ อยู่ว่าเป็นของเก่าแก่ในยุคโบราณ ทำไมถึงยังบอกว่าไม่มีคุณค่าในการเก็บสะสม
ยังไม่ทันที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเอ่ยปากถาม ฉินเยี่ยก็เดาความสงสัยในใจของเขาได้แล้ว เขายกมือขึ้นแล้วกล่าว
“ไม่ต้องรีบร้อนถามครับ เดี๋ยวคุณก็จะรู้เองว่าทำไมผมถึงบอกว่ามันไม่มีคุณค่าในการเก็บสะสม”
เจ้าหน้าที่ตำรวจปิดปากแล้วรอคอยอย่างเงียบๆ ฉินเยี่ยก็ไม่ได้ตอบในทันที แต่กลับดื่มน้ำอย่างใจเย็น ชั่วขณะที่ดื่มน้ำนั้นดูราวกับยาวนานดุจกาแล็กซีหนึ่งถือกำเนิดขึ้นและดับสลายไป