- หน้าแรก
- ไลฟ์สดประเมินสวรรค์
- บทที่ 272 บรรลุข้อตกลง
บทที่ 272 บรรลุข้อตกลง
บทที่ 272 บรรลุข้อตกลง
สถานการณ์ตอนนี้อี้เหยียนไม่มีเวลามาต่อรองกับฉินเยี่ยอีกแล้ว พอได้ยินคำพูดของเขา เธอก็กล่าวอย่างเด็ดขาด
“ไม่มีปัญหาค่ะ ในเมื่อฉันมาถึงที่นี่แล้ว ก็หมายความว่ายอมรับข้อเสนอของคุณ ตราบใดที่ช่วยคุณปู่ของฉันได้ หลังจากนั้นทุกสิ่งทุกอย่างในตระกูลของเราจะอยู่ภายใต้การควบคุมของท่าน ฉันไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ ทั้งสิ้น”
แน่นอนว่าตอนที่พูดประโยคนี้ ฉินเยี่ยไม่ได้เปิดไลฟ์สด แต่หลังจากพูดจบแล้วเขาถึงค่อยเปิด และทันทีที่ไลฟ์สดเริ่มขึ้น ผู้ชมหลายสิบล้านคนก็หลั่งไหลเข้ามาในทันที
“ในที่สุดอาจารย์ฉินก็เปิดไลฟ์สดเสียที ฉันรอมาครึ่งค่อนวันแล้ว เฝ้ารอให้อาจารย์ฉินเปิดไลฟ์สด จะได้ถือโทรศัพท์ไปทำงานต่อ”
“ใช่เลย ผมก็แอบมานั่งเฝ้าตอนเวลาทำงาน ในที่สุดก็ได้เจออาจารย์ฉินเปิดไลฟ์สดแล้ว”
“พวกนายนี่มันอ่อนหัด วันนี้ฉันคือคนแรกที่เข้ามาในไลฟ์สดนะ ฉันนี่แหละที่หนึ่ง”
ขณะที่กำลังพูดคุยกันอยู่นั้น ฉินเยี่ยก็ขึ้นรถของอี้เหยียนไปแล้ว
“นี่มันเรื่องอะไรกัน นั่นผู้หญิงคนเมื่อวานไม่ใช่เหรอ เหมือนจะชื่ออี้เหยียนอะไรสักอย่าง”
“ใช่เลย ดูท่าทางอาจารย์ฉินแบบนี้แล้วจะไปที่ไหนกันแน่ คงไม่กลับไปที่นั่นอีกแล้วใช่ไหม ที่นั่นไม่ใช่สถานที่ที่ดีเลยนะ ยังไงผู้เฒ่าของพวกเขาก็ไม่ต้อนรับอาจารย์ฉิน แล้ว อาจารย์ฉินจะกลับไปที่นั่นอีกทำไม”
“ใช่เลยครับ อาจารย์ฉิน ในเมื่อพวกเขาไม่ต้อนรับ พวกเราก็ไม่ต้องไปที่นั่นแล้ว”
“นั่นสิ อาจารย์ฉินของพวกเราเป็นใครกัน ใช่ว่าพวกเขาจะบอกให้ไปก็ไป บอกให้มาก็มาได้ง่ายๆ เสียเมื่อไหร่”
แม้คนในไลฟ์สดจะยังไม่พอใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวาน แต่ฉินเยี่ยก็ไม่ได้หยุดการเดินทางของตน เขารีบตามอี้เหยียนไปยังบ้านของท่านผู้เฒ่าทันที
ที่เมื่อวานฉินเยี่ยสามารถมองออกว่าท่านผู้เฒ่าจะอาการกำเริบในวันนี้ ก็เพราะเมื่อดูจากสีหน้า ก็รู้ว่าอาการป่วยกำลังจะทนไม่ไหวและเตรียมจะปะทุออกมาแล้ว
ไม่นานนัก อี้เหยียนก็ขับรถมาถึงบ้านของท่านผู้เฒ่า
“พระเจ้าช่วย นี่มัน Fast & Furious หรือไง ขับรถเร็วขนาดนี้ ไม่กลัวอาจารย์ฉินของพวกเราบาดเจ็บรึ ถ้าบาดเจ็บขึ้นมา พวกเราจะให้เธอรับผิดชอบนะ”
“ใช่เลย ถ้าอาจารย์ฉินบาดเจ็บแล้วหยุดไลฟ์สด ถึงตอนนั้นพวกเราไม่มีอะไรดู พวกเราจะไปหาเธอถึงที่เลย”
“ช่างเถอะ แต่โชคดีที่ผู้หญิงคนนี้ขับรถเก่งจริงๆ ใช้เวลาแค่ไม่กี่นาทีก็ขับมาถึงที่นี่ได้ ทั้งที่ระยะทางก็ไกลขนาดนี้”
ฉินเยี่ยไม่มีเวลามาดูเนื้อหาบนหน้าจอไลฟ์สดเลยแม้แต่น้อย เขาตามอี้เหยียนวิ่งตลอดทางไปยังบ้านของท่านผู้เฒ่า
ไม่ใช่ว่าฉินเยี่ยไม่มีความมั่นใจว่าจะรักษาอาการป่วยของท่านผู้เฒ่าให้หายได้ เพียงแต่ว่าอี้เหยียนวิ่งเร็วเกินไปจริงๆ ถ้าหากไม่ตามไปติดๆ ไม่แน่ว่าชั่วพริบตาเดียวก็อาจจะคลาดสายตาไปแล้ว
“เร็วเข้า หลีกทางให้หมด อย่าขวางทาง”
อี้เหยียนวิ่งไปพลางตะโกนใส่คนที่อยู่ข้างหน้าไปพลาง และบรรดาคนที่สวมชุดกาวน์สีขาวพอได้ยินดังนั้นก็รีบหลีกทางให้เธอ
“นั่นใครน่ะ ทำไมจู่ๆ ถึงพาคนที่ถือโทรศัพท์เข้ามาด้วย”
“ไม่รู้สิ ฉันก็ไม่รู้จักเขา แค่รู้สึกคุ้นหน้าอยู่บ้าง เหมือนเคยเห็นที่ไหนสักที่”
“เอ๊ะ นั่นไม่ใช่อาจารย์ฉินที่กำลังดังมากบนอินเทอร์เน็ตช่วงนี้เหรอ?”
“น่าจะใช่ ฉันเหมือนเคยเห็นเขาที่ไหนสักที่ ไม่แปลกใจว่าทำไมถึงรู้สึกคุ้นหน้า ที่แท้ก็หาคนไลฟ์สดมานี่เอง ได้ยินว่าคนคนนี้เก่งมาก แต่ถึงยังไงก็เป็นแค่เน็ตไอดอลคนหนึ่ง”
“นี่คือการเอาชีวิตของท่านผู้เฒ่ามาล้อเล่นไม่ใช่หรือไง? เรื่องแบบนี้จะเป็นไปได้ยังไง แค่คนไลฟ์สดจะไปแก้ไขอะไรได้ ถึงแม้ในไลฟ์สดชื่อเสียงของเขาจะโด่งดัง กระทั่งว่ามีข่าวลือว่ามีความสามารถยิ่งใหญ่ แต่จะเป็นไปได้ยังไงกัน?”
“ใช่เลย ส่วนใหญ่ก็คงเป็นแค่ภาพลักษณ์ที่สร้างขึ้นมาเท่านั้นแหละ จะมีคนที่เก่งขนาดมองแวบเดียวก็แยกแยะหยกจริงปลอมได้ แถมยังช่วยคลี่คลายคดีได้มากมายขนาดนั้นได้ยังไง”
แพทย์เหล่านั้นย่อมไม่ยินดีที่จะปล่อยให้ฉินเยี่ยที่อยู่ตรงหน้าได้หน้าไปเสียหมด พอฉินเยี่ยปรากฏตัว พวกเขาก็พร้อมใจซุบซิบกันอยู่ข้างๆ
ยิ่งไปกว่านั้น บางคนถึงกับมองฉินเยี่ยด้วยหางตา ดูเหมือนจะดูถูกฐานะของเขามาก แต่ฉินเยี่ยก็ไม่ได้ใส่ใจ เขาเพียงแค่ตามอี้เหยียนเข้าไปในห้องด้วยกัน
“เกิดอะไรขึ้น เขามาที่นี่ทำไม นี่มันไม่ใช่เรื่องล้อเล่นแล้วนะ หรือว่าเขาจะช่วยรักษาอาการป่วยของท่านผู้เฒ่าให้หายได้?”
ภายหลังอี้จงเทียนเห็นฉินเยี่ย ก็รู้ว่าอี้เหยียนพาเขามาทำไม
ทันใดนั้น บนใบหน้าของอี้จงเทียนก็ปรากฏสีหน้ารำคาญใจ อยากจะไล่ฉินเยี่ยออกไป แต่อี้เหยียนกลับรีบขวางไว้แล้วกล่าว
“คุณปู่เล็กสาม ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาทำเรื่องพวกนี้นะคะ ถือโอกาสที่คุณลุงยังไม่กลับมา พวกเรารีบให้อาจารย์ฉินช่วยรักษาคุณปู่เถอะค่ะ”
หากชายอ้วนกลับมาแล้วค่อยอยากจะรักษา ก็คงจะไม่ง่ายขนาดนั้นแล้ว เพราะเขารอคอยให้ท่านผู้เฒ่าตายมาโดยตลอด เพื่อที่หลังจากนั้นจะได้สืบทอดตำแหน่งของตระกูลในฐานะผู้ที่มีความสามารถที่สุด
พออี้จงเทียนได้ฟังดังนั้นก็จนปัญญา แต่แพทย์ที่อยู่ข้างๆ กลับไม่พอใจขึ้นมา
ยังไงเสียตนเองก็เป็นแพทย์ใหญ่ที่มีชื่อเสียงในต่างประเทศ จะปล่อยให้เน็ตไอดอลคนหนึ่งมาแทนที่ตำแหน่งของตนได้ยังไง? แพทย์คนนั้นจึงขวางอยู่หน้าฉินเยี่ยแล้วกล่าว
“พ่อหนุ่ม นี่ไม่ใช่เรื่องที่คนนอกจะจัดการได้หรอกนะ ถ้าอยากจะไลฟ์สดก็รีบออกไปซะ อย่ามาถ่วงเวลาอยู่ที่นี่”
ฉินเยี่ยย่อมจำแพทย์ที่อยู่ตรงหน้าได้ในแวบเดียว เขาคือหยางอวิ๋นที่มีชื่อเสียงโด่งดังในต่างประเทศ
“ศาสตราจารย์หยางครับ ผมไม่ได้มาขัดขวางการทำงานของคุณจริงๆ เพียงแต่อาการป่วยนี้คุณไม่มีทางรักษาให้หายได้อย่างแน่นอน ถ้าไม่ให้ผมเข้าไป อาจจะทำให้อาการทรุดลงก็ได้”
“ผมขอแนะนำให้คุณรีบหลีกทางก่อน ให้ผมเข้าไปเถอะครับ ไม่อย่างนั้นอาการป่วยของท่านผู้เฒ่า ถ้าปล่อยไว้อีกหน่อยก็จบสิ้นแล้ว”
พอยางอวิ๋นได้ฟังดังนั้นก็ไม่ยอมหลีกทางให้เด็ดขาด เพราะฉินเยี่ยกำลังไลฟ์สดอยู่ เขารู้ดีแก่ใจ ถ้าหากตนเองหลีกทางให้ ก็เท่ากับยอมรับว่าฝีมือการแพทย์ของตนยังสู้เน็ตไอดอลคนหนึ่งไม่ได้
“เป็นไปไม่ได้ นอกจากเธอจะนำใบประกอบวิชาชีพแพทย์ของเธอออกมา ไม่อย่างนั้นฉันไม่มีทางที่จะให้เข้าไปช่วยรักษาท่านผู้เฒ่า แล้วนี่คงไม่ได้ล้อเล่นใช่ไหม ท่านผู้เฒ่าเป็นบุคคลที่มีตำแหน่งสูงส่งขนาดนี้ จะปล่อยให้เด็กหนุ่มคนหนึ่งมาทำการรักษาได้ยังไง”
“ฉันบอกเธอไว้เลยนะพ่อหนุ่ม เธออาจจะแค่ไม่รู้ถึงความร้ายแรงของเรื่องนี้ ถ้าหากร่างกายของท่านผู้เฒ่าเกิดอะไรขึ้นมา ถึงตอนนั้นความรับผิดชอบ ไม่ใช่อะไรที่ชีวิตเดียวของเธอที่จะแบกรับไหวหรอกนะ”
หยางอวิ๋นคาดเดาว่าฉินเยี่ยที่อยู่ตรงหน้าก็แค่อยากจะอวดเก่ง ไม่ได้มีความสามารถอะไรจริงจัง จึงพูดจาเช่นนี้ออกมาเพื่อข่มขู่