- หน้าแรก
- ไลฟ์สดประเมินสวรรค์
- บทที่ 261 หนังสือประหลาด
บทที่ 261 หนังสือประหลาด
บทที่ 261 หนังสือประหลาด
ลุงของอี้เหยียนจงใจจะหาเรื่องฉินเยี่ย พอเห็นเขานั่งลง ก็รีบพาหวังอันมานั่งข้างๆ ทันที
แม้การทำเช่นนี้อาจทำให้รู้ว่าหยกก้อนไหนคือหยกเทพมังกร แต่ลุงของอี้เหยียนกลับไม่กลัวเลยแม้แต่น้อย
“อี้เหยียน เดี๋ยวลุงบอกให้เอาไหมว่าก้อนไหนคือหยกเทพมังกร ดันพาเน็ตไอดอลคนนี้มาด้วย สงสัยจะหาเจอหรอกนะ”
“แต่ลุงก็นึกไม่ถึงเหมือนกันว่าหลานจะจ้างเน็ตไอดอลมาช่วยประเมินให้ น่าเหลือเชื่อจริงๆ”
เมื่อเผชิญหน้ากับคำเยาะเย้ยถากถาง อี้เหยียนพลันขาดความมั่นใจไปโดยสิ้นเชิง และพอเห็นการกระทำของฉินเยี่ยเมื่อครู่ ในใจของเธอก็ยิ่งกังวล
การประมูลเริ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และตั้งแต่ต้นจนจบ ลุงของอี้เหยียนก็ไม่ได้ลงมือประมูลเลยแม้แต่ครั้งเดียว ดูเหมือนเขาจะไม่สนใจของชิ้นอื่นเลย
“ชิ้นต่อไปคือตำราโบราณ”
พอได้ยินเช่นนั้น ฉินเยี่ยก็หูผึ่งขึ้นมาทันที แม้ว่าทุกคนจะมองหนังสือเล่มนี้แล้วไม่รู้สึกสนใจ แต่ฉินเยี่ยกลับตาลุกวาว
สายตาของฉินเยี่ยบอกเขาว่าหนังสือเล่มนี้ไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน มันคือบันทึกประวัติศาสตร์ช่วงหนึ่งในยุคบรรพกาลที่ถูกเขียนขึ้นด้วยตัวอักษรที่แตกต่างกัน
ต้องรู้ไว้ว่า ช่วงปีที่ว่างเปล่าในหน้าประวัติศาสตร์ล้วนเป็นปริศนาแห่งวิวัฒนาการของมนุษย์ที่ยังไม่ถูกไข หากล่วงรู้ได้แม้เพียงเล็กน้อย ก็อาจสามารถพลิกชะตาฟ้าลิขิตได้
เพราะเป็นประวัติศาสตร์ยุคโบราณ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการประเมินสมบัติ ฉินเยี่ยย่อมให้ความสนใจเป็นธรรมดา ซึ่งแตกต่างอย่างเห็นได้ชัดกับหวังอันที่อยู่ข้างๆ
เมื่อเห็นว่าตำราโบราณไม่มีใครต้องการ ฉินเยี่ยก็ยกป้ายประมูลของอี้เหยียนขึ้นเบาๆ
“เกิดอะไรขึ้น เขาเป็นบ้าไปแล้วหรือไง นี่มันก็แค่หนังสือไร้ค่าเล่มหนึ่งไม่ใช่เหรอ ยังจะเอาอีกเหรอ ขำตายชัก”
“ดูท่าว่าฉันเดาถูกแล้ว นี่มันก็แค่เน็ตไอดอลที่ไม่มีฝีมืออะไรเลย ยังจะมาทำเป็นเลียนแบบคนอื่นเขามาประเมินสมบัติอีก น่าอายจริงๆ”
หวังอันไม่ได้สนใจเลยว่าฉินเยี่ยจะได้ยินหรือไม่ เขายังคงเยาะเย้ยถากถางอยู่ข้างๆ ส่วนฉินเยี่ยกลับกำลังดีใจที่ได้หนังสือเล่มนี้มาในราคาเพียงหนึ่งหมื่นหยวน
“อาจารย์ฉินคะ ฉันไม่เข้าใจจริงๆ ว่าทำไมท่านถึงใส่ใจหนังสือเล่มนี้ขนาดนี้ แต่กลับดูไม่ใส่ใจเรื่องของฉันเลย”
ตั้งแต่ต้นจนจบ ฉินเยี่ยไม่ได้แสดงท่าทีว่าสนใจหยกเทพมังกรเลยแม้แต่น้อย
จู่ๆ ฉินเยี่ยก็ซื้อหนังสือเล่มหนึ่ง เรื่องนี้ทำให้อี้เหยียนที่อยู่ข้างๆ โกรธจนแทบทนไม่ไหว
ฉินเยี่ยที่อยู่ข้างๆ กำลังเปิดอ่านหนังสือเล่มนี้ ส่วนอี้เหยียนกลับจ้องมองเขาเขม็ง กลัวว่าฉินเยี่ยจะไม่มีฝีมือจริงๆ
เมื่อเห็นดังนั้น หมายเลข 12 ก็อดไม่ได้ที่จะหลุดหัวเราะออกมา เธอรู้ฝีมือของฉินเยี่ยดี วีรกรรมอันยิ่งใหญ่ทั้งหมดของฉินเยี่ยเธอเคยตรวจสอบมาหมดแล้ว
“คุณอี้เหยียนคะ ฉันว่าคุณอย่าไปสนใจอาจารย์ฉินเลยค่ะ อาจารย์ฉินเป็นคนไม่เหมือนใครอยู่แล้ว ของที่ท่านชอบย่อมไม่ใช่สิ่งที่คุณจะเข้าใจได้”
คำพูดประโยคนี้กลับทำให้คนในไลฟ์สดอดไม่ได้ที่จะหัวเราะลั่นขึ้นมา
“ใช่เลย ใช่เลย หมายเลข 12 ถือว่าเข้าใจแก่นแท้ของเรื่องได้แล้ว อาจารย์ฉินจะไปสนใจของที่คนธรรมดาชอบได้อย่างไร ของที่ท่านชอบพวกเราไม่มีวันเดาได้ ไม่เชื่อก็ดูหนังสือเล่มนี้สิ ไม่ใช่ว่าถูกท่านคว้ามาแล้วหรือไง?”
“ก็พูดยากเหมือนกันนะ ถ้าหนังสือเล่มนี้เป็นตำราโบราณขึ้นมาจะทำอย่างไร ไม่แน่อาจจะขายได้หลายร้อยล้านหยวนเลยก็ได้”
“ใช่เลย เคยมีเรื่องแบบนี้มาหลายครั้งแล้ว พอของบางอย่างถูกฉินเยี่ยมองไว้ ฉันก็รู้สึกว่าของชิ้นนั้นต้องไม่ใช่ของธรรมดาแน่”
ก่อนหน้านี้ฉินเยี่ยเคยหักหน้าคนอื่นมานับครั้งไม่ถ้วน และในตอนนั้น โดยทั่วไปแล้วมักจะเป็นตอนที่คนอื่นนำของที่ดูเหมือนไม่มีค่าอะไรมา แต่กลับถูกฉินเยี่ยมองเห็นคุณค่าที่ซ่อนอยู่ได้ในพริบตา
ผลลัพธ์ก็พอจะจินตนาการได้ ของเหล่านั้นตอนนี้ต่างกลายเป็นของที่มีราคาสูงลิ่วไปแล้ว
“ไม่เป็นไร ไม่ต้องกังวลครับ คุณอี้เหยียน ผมจะต้องคว้าหยกเทพมังกรมาให้คุณได้อย่างแน่นอน เรื่องนี้มั่นใจได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ คุณจะกังวลไปทำไม”
เมื่อเทียบกับหวังอันที่กำลังจ้องมองของทุกชิ้นบนเวทีประมูลอย่างตั้งใจแล้ว ดูเหมือนว่าการกระทำของฉินเยี่ยจะดูไม่เข้าท่าอย่างมาก และตอนนี้เมื่อได้ฟังคำพูดของเขา อี้เหยียนไม่ใช่แค่กึ่งเชื่อกึ่งไม่เชื่ออีกต่อไป แต่รู้สึกว่าเขาละเลยหน้าที่โดยสิ้นเชิง
“อาจารย์ฉินคะ ขอร้องล่ะค่ะ อย่าเอาชีวิตของคุณปู่มาล้อเล่น ถ้าหากครั้งนี้คว้ามาไม่ได้ ฉันไม่มีทางปล่อยท่านไปแน่”
อี้เหยียนรู้ว่าอิทธิพลของฉินเยี่ยนั้นมหาศาล แต่ตอนนี้เธอก็ถูกบีบจนหลังชนฝาแล้ว หากไม่ขู่แบบนี้ออกไป เธอก็ไม่คิดว่าฉินเยี่ยจะยอมช่วยเธอหาหยกเทพมังกร
พอได้ฟังคำพูดนี้ ในที่สุดฉินเยี่ยก็หันมาสนใจอี้เหยียนที่อยู่ข้างๆ เล็กน้อย แล้วถอนหายใจยาวๆ กล่าว
“คุณอี้เหยียนอย่าเพิ่งใจร้อนสิครับ ช้าๆ ได้พร้าเล่มงาม ผมบอกแล้วว่าเรื่องนี้ผมมั่นใจเกือบเต็มร้อย คุณแค่วางใจแล้วรอดูอยู่ข้างๆ ก็พอ”
พูดจบ ฉินเยี่ยก็เก็บหนังสือเล่มนี้ แล้วรอให้ของในงานประมูลทั้งหมดถูกประมูลจนเสร็จสิ้น
ทันใดนั้น ผู้ประกาศการประมูลก็นำหินก้อนหนึ่งออกมา ในทันทีก็ทำให้คนทั้งงานโห่ร้องขึ้น
ต้องรู้ไว้ว่า ตั้งแต่การประมูลเริ่มขึ้น ฉินเยี่ยก็ยังไม่เห็นหินก้อนไหนถูกนำออกมาเลย เช่นเดียวกับทุกคนในงานที่ไม่ได้สังเกตว่ามีหยกชิ้นใดถูกนำออกมาประมูล และในที่สุด หยกเพียงก้อนเดียวของงานประมูลในวันนี้ก็ปรากฏขึ้น จึงเป็นเรื่องปกติที่จะทำให้คนทั้งงานฮือฮากัน
“พระเจ้าช่วย วันนี้มีหยกเพียงก้อนเดียวนำออกมาประมูล คาดว่าก้อนนี้น่าจะเป็นหยกเทพมังกรในตำนานแล้วสินะ”
“นั่นสิ รอมานานขนาดนี้ ในที่สุดก็ออกมาแล้ว หินก้อนนี้ใครประมูลได้ ก็เท่ากับได้หยกเทพมังกรไปแล้วสินะ”
หวังอันที่อยู่ข้างๆ ฟังเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของคนรอบข้างก็เผยรอยยิ้มที่มั่นใจออกมาเช่นกัน
อย่างไรเสีย ตัวเขาแค่ต้องแยกแยะให้ได้ว่าของชิ้นไหนคือหยกเทพมังกรก็ถือว่าหมดหน้าที่แล้ว ส่วนจะประมูลมาได้หรือไม่นั้น ก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของลุงของอี้เหยียนโดยสิ้นเชิง
“คุณอี้ครับ จากที่ผมดูแล้ว หินก้อนนี้ต้องเป็นหยกเทพมังกรในตำนานอย่างแน่นอน ท่านดูสิว่าภายนอกของมันทั้งนุ่มนวลและมีความแวววาว หากเป็นหินธรรมดาๆ ไม่มีทางที่เปลือกนอกจะงดงามได้ถึงเพียงนี้”
จริงๆ แล้ว เปลือกนอกของหยกธรรมดาทั่วไปไม่ได้เรียบเนียนขนาดนี้ ส่วนใหญ่จะหยาบกระด้างมาก
แต่เปลือกนอกของหยกก้อนนี้กลับดูงดงามเป็นพิเศษตั้งแต่ตอนที่ถูกนำขึ้นมา ทำให้ทุกคนเชื่อว่านี่คือหยกเทพมังกรอย่างแน่นอน
ในที่สุดอี้เหยียนก็เห็นความหวังอยู่บ้าง เธอถามฉินเยี่ยที่อยู่ข้างกายทันที
“อาจารย์ฉินคะ ตอนนี้ควรทำยังไงดี คุณลุงของฉันยังอยู่ข้างๆ พวกเราไม่มีทางสู้ราคากับเขาได้แน่นอนค่ะ”
หมายเลข 12 ก็สงสัยอย่างมากเช่นกันว่าทำไมฉินเยี่ยถึงได้มั่นใจว่าจะคว้าหยกเทพมังกรมาได้ เมื่อได้ฟังเสียงซุบซิบของคนรอบข้าง เธอก็ไม่สงสัยอีกเลยว่าหินเนื้อเนียนที่อยู่ตรงหน้าคือหยกเทพมังกร
=====
ผู้แปล : หลังจากตอนนี้ ส่วนตัวรู้สึกว่าเนื้อเรื่องเริ่มแปลกไปแบบแปลก ๆ ครับ... / ดังนั้นจะขอลงวันละตอน และตอนที่ลงหลังจากวันนี้เป็นต้นไปจะเป็นตอนฟรีครับ