- หน้าแรก
- ไลฟ์สดประเมินสวรรค์
- บทที่ 250 ทดสอบ
บทที่ 250 ทดสอบ
บทที่ 250 ทดสอบ
“ตราบใดที่อาจารย์ฉินสามารถผ่านการทดสอบนี้ได้ ฉันก็จะบอกจุดประสงค์ที่แท้จริงของฉันค่ะ”
“นำออกมาสิครับ”
ฉินเยี่ยตอบกลับอย่างเรียบเฉย
อันที่จริงเขาอยากจะปฏิเสธเธอไปตรงๆ ด้วยซ้ำ เธอคิดว่าตัวเองเป็นใครกัน อยากจะทดสอบก็ทดสอบงั้นหรือ เขาจะไปยอมฟังเธอทำไม?
แต่พอนึกถึงว่าคนแบบนี้โดยทั่วไปจะไม่มาหาเขาด้วยเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก็เลยลองดูสักหน่อยว่าผู้หญิงคนนี้ต้องการอะไร
ถึงตอนนั้นต่อให้จะเป็นเรื่องเล็กน้อยที่น่าเบื่อจริงๆ เขาค่อยปฏิเสธทีหลังก็ยังไม่สาย
อีกอย่าง ถ้าถึงตอนนั้นเธอต้องการเขามากๆ แล้วเขาค่อยปฏิเสธ นั่นไม่ใช่เรื่องที่สะใจกว่าหรอกหรือ?
เมื่อเห็นว่าฉินเยี่ยมีความมั่นใจขนาดนี้ ตูตูตูก็นำหินก้อนหนึ่งออกมาแล้วกล่าว “อาจารย์ฉินคะ นี่คือหินดิบก้อนหนึ่งค่ะ ฉันรู้ว่าข้างในเป็นอะไร ไม่ทราบว่าท่านจะสามารถมองจากภายนอกแล้วบอกได้หรือไม่ว่าข้างในหินดิบก้อนนี้คืออะไร”
“หยกหลิวหลีเนื้อน้ำแข็ง”
ขณะที่ตูตูตูเพิ่งจะพูดจบ ฉินเยี่ยก็บอกชนิดของหินดิบก้อนนี้ออกมาโดยตรง
เรื่องนี้ทำให้สีหน้าของตูตูตูชะงักไปโดยตรง เต็มไปด้วยความตกตะลึง
ไม่คิดจะสังเกตหน่อยเหรอ?
ไม่ต้องการคำใบ้หน่อยเหรอ?
เอาแค่พูดลอยๆ ก็สรุปได้แล้ว?
แล้วแค่พูดลอยๆ ก็บอกคำตอบที่ถูกต้องออกมา มันไม่เหลือเชื่อไปหน่อยเหรอ?
“ท่าน... แน่ใจเหรอคะ?”
ตูตูตูถามพลางมุมปากกระตุก
ถ้าหากไม่แน่ใจว่าก่อนหน้านี้ตัวเองกับฉินเยี่ยไม่ได้เคยติดต่อกันเลย เธอคงจะคิดว่าเขาโกงจริงๆ!
ส่วนฉินเยี่ยกลับส่ายหน้าอย่างจนใจแล้วกล่าว “สหายนักสะสมครับ ใช่คำตอบนี้หรือไม่ก็เขียนอยู่บนใบหน้าของคุณแล้วไม่ใช่เหรอ จำเป็นต้องมายืนยันอีกเหรอครับ”
“ฉัน...”
หลังจากที่ได้ฟังแล้ว ตูตูตูถึงสูดหายใจเข้าลึกๆ ในที่สุดก็ถอนหายใจออกมาแล้วกล่าวอย่างยอมรับ “อาจารย์ฉิน ท่านพูดถูกแล้วค่ะ คือหยกหลิวหลีเนื้อน้ำแข็งจริงๆ!”
พูดจบ เธอยังแยกหินดิบที่ประกบกันนั้นออกจากกัน เผยให้เห็นหยกสีเขียวข้างใน
หยกเนื้อน้ำแข็ง สมแล้วที่เป็นหนึ่งในไม่กี่ชนิดที่แพงที่สุด สีเขียวของหินดิบก้อนนี้ดูแล้วสบายตาอย่างถึงที่สุด แม้แต่คนธรรมดาที่ไม่เข้าใจเรื่องหยกก็อดไม่ได้ที่จะชื่นชม
“ฮ่าๆๆ... พี่สาวคนนี้ป่าเถื่อนจริงๆ กล้าที่จะสงสัยความเป็นมืออาชีพของอาจารย์ฉินพวกเรา!”
“ฉันเห็นเธอตั้งแต่ตอนแรกที่หยิ่งผยอง มาถึงตอนนี้ที่ยอมจำนน ความรู้สึกแบบนี้มันสะใจจริงๆ!”
“สะใจจริงๆ ฉันชอบดูการตบหน้าแบบนี้!”
ผู้ชมในห้องไลฟ์สด พอเห็นว่าตูตูตูกินแห้วแล้วก็ตื่นเต้นกันขึ้นมาทันที
ใครใช้ให้ตูตูตูทำท่าทีหยิ่งผยองมาทดสอบอาจารย์ฉินกันล่ะ? พอพวกเขาดูไลฟ์สดแล้วอินตาม ก็เท่ากับว่าเธอกำลังท้าทายพวกเขาอย่างหยิ่งผยองไม่ใช่หรือ?
ตอนนี้พอเห็นว่าตูตูตูคนนี้ถูกอาจารย์ฉินตบหน้า ความสะใจในใจของพวกเขาก็ไม่ต้องอธิบายมากแล้ว
“ตอนนี้บอกจุดประสงค์ของคุณได้หรือยังครับ?”
ฉินเยี่ยยิ้มพลางถาม
ในตอนนี้ตูตูตูกำลังดูคอมเมนต์เหล่านั้น เธอที่ถูกคอมเมนต์เหล่านี้กระตุ้นจนทนไม่ไหว ทำได้เพียงฝืนกลืนความโกรธแล้วกล่าว “อาจารย์ฉินคะ อีกไม่กี่วันทางนี้ของพวกเราจะจัดงานประชุมหยกค่ะ ถึงตอนนั้นจะมีหยกชั้นยอดนับไม่ถ้วนถูกส่งมา อยากจะเชิญท่านมาช่วยดูให้หน่อยค่ะ!”
“เชิญผมไปช่วยดูด้วยท่าทีแบบนี้เหรอครับ?”
ฉินเยี่ยอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ
ถ้าหากเป็นเพียงแค่จุดประสงค์นี้ เขาก็สามารถปฏิเสธได้อย่างสมบูรณ์
อย่างไรเสียคนที่เคยเชิญเขาไปช่วยดูก่อนหน้านี้ มีคนไหนบ้างที่ไม่ทำตัวอ่อนน้อมถ่อมตน มีใครที่หยิ่งผยองเหมือนตูตูตูคนนี้บ้าง?
ดูเหมือนจะฟังออกว่าฉินเยี่ยมีท่าทีคิดปฏิเสธ ตูตูตูก็ร้อนใจอยู่บ้าง รีบบอกข้อได้เปรียบของตัวเองออกมา
“อาจารย์ฉินคะ งานประชุมหยกครั้งนี้จะไม่เปิดให้คนภายนอกเข้าค่ะ มีเพียงพวกเราและเศรษฐีส่วนน้อยเท่านั้นถึงจะมีตั๋ว ฉันรับประกันได้ว่าตราบใดที่อาจารย์ฉินท่านเปิดของดีออกมาได้ พวกเราแบ่งครึ่งกันค่ะ!”
เพื่อแสดงความจริงใจของตัวเอง ตูตูตูอาจกล่าวได้ว่าบอกขีดจำกัดที่ตัวเองยอมรับได้ออกมาทั้งหมดแล้ว
แบ่งห้าสิบห้าสิบ!
สิทธิพิเศษแบบนี้ ต่อให้จะเป็นนักประเมินสมบัติระดับสุดยอดก็ไม่มีทางที่จะได้รับ เพราะนักประเมินสมบัติในงานประชุมประเมินสมบัติเหล่านั้น อย่างมากก็ทำได้เพียงได้สองส่วน
ฉินเยี่ยเลิกคิ้วเล็กน้อย แต่กลับไม่ได้ตอบตกลงทันที หลังจากนั้นจึงตะโกน “เสี่ยวหลิง!”
หลัวเสี่ยวหลิงที่กำลังดูแลรักษาของเก่าอยู่ข้างหลัง พอได้ยินเสียงเรียกแล้วก็รีบออกมาแล้วถามอย่างสงสัย “เป็นอะไรไป?”
“ช่วยถามคุณปู่ของเธอให้หน่อยสิว่ามีตั๋วงานประชุมหยกไหม”
ทางฝั่งฉินเยี่ยจริงๆ แล้วไม่มีเบอร์โทรศัพท์ของหลัวเวย
อย่างไรเสียหลัวเสี่ยวหลิงก็อยู่ที่นี่แล้ว มีเรื่องอะไรก็สามารถติดต่อผ่านหลัวเสี่ยวหลิงได้
พอหลัวเสี่ยวหลิงได้ฟังคำถามนี้ ถึงแม้จะงงๆ อยู่บ้าง แต่ก็ยังโทรศัพท์ไปถาม
หลังจากนั้นจึงพูดกับฉินเยี่ย “อาจารย์ฉินคะ คุณปู่ของฉันบอกว่าก่อนหน้านี้เขาปฏิเสธตั๋วไปแล้ว แต่หากอาจารย์ฉินต้องการ ก็สามารถไปขอคืนมาได้ค่ะ”
ตระกูลหลัวของพวกเขา ในฐานะบริษัทครอบครัวชั้นนำของเมืองหลวงแห่งมนตรา เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่ได้รับเชิญจากงานประชุมแบบนี้
แต่ตระกูลหลัวไม่ได้สนใจด้านนี้ ดังนั้นทุกครั้งที่มีงานประชุมหยกจึงมักจะปฏิเสธ
“คุณว่ายังไงนะ?”
ฉินเยี่ยยิ้มพลางมองไปที่ตูตูตู
ส่วนสีหน้าในตอนนี้ของตูตูตูกลับซีดเผือดลงไปไม่น้อย สองมือก็จับชายเสื้ออย่างไม่สบายใจขยี้ไปมา
เธอกำลังพยายามคิดอย่างสุดชีวิตเพื่อหาเงื่อนไขที่จะสามารถโน้มน้าวให้ฉินเยี่ยไปกับพวกตน
อย่างไรเสียฉินเยี่ยก็คือผู้ประเมินสมบัติที่เก่งกาจที่สุดเท่าที่เธอเคยเห็นมาจนถึงตอนนี้อย่างแน่นอน!
มีเพียงพาฉินเยี่ยไปด้วย จุดประสงค์ของเธอถึงจะบรรลุได้!
แต่ตัวเองจะดึงฉินเยี่ยไปอย่างไรดี?
อีกฝ่ายเองก็มีตั๋วแล้ว แถมยังมีตระกูลหลัวที่ยิ่งใหญ่คอยหนุนหลังในด้านเงินทอง เรื่องอื่นใดยิ่งไม่ต้องกังวล
ขณะที่ตูตูตูกำลังเตรียมจะตบหน้าผากแล้วพูดว่าตัวเองยินดีให้ผลกำไรทั้งหมดแก่ฉินเยี่ย ตราบใดที่ฉินเยี่ยหาหยกที่เธอต้องการมาให้ตัวเองได้ก็พอ ฉินเยี่ยกลับตอบรับอย่างกะทันหัน
“อยากจะให้ผมไป มีเงื่อนไขสองข้อ ข้อแรกช่วยผมขออนุญาตไลฟ์สดข้างใน ข้อสองอย่าวางท่าต่อหน้าผม”
งานประชุมหยกก็เป็นจุดขายที่ดีในการไลฟ์สด ฉินเยี่ยต้องไปอย่างแน่นอน
ส่วนเรื่องที่ว่าทำไมถึงเลือกที่จะตอบตกลงตูตูตูคนนี้ ไม่ใช่ให้คุณปู่ของหลัวเสี่ยวหลิงไปจัดการ เหตุผลก็ง่ายมาก
ถ้าหากให้คุณปู่ของหลัวเสี่ยวหลิงไปจัดการ งั้นตัวเองก็คือติดหนี้บุญคุณอีกฝ่าย แต่ถ้าตอบตกลงตูตูตูคนนี้ งั้นก็คือตูตูตูคนนี้ติดหนี้บุญคุณตัวเอง
สำหรับฉินเยี่ยที่ไม่สนใจเรื่องเงิน อันไหนคุ้มค่ากว่าก็เห็นได้ชัดเจนแล้ว
ส่วนเรื่องที่ว่าทำไมถึงต้องเสียเวลาให้หลัวเสี่ยวหลิงไปโทรศัพท์สายนี้ หลักๆ แล้วก็เพื่อให้ตูตูตูคนนี้ตระหนัก ว่าตัวเองไม่ใช่ว่าจะต้องเป็นเลือกเธอเป็นตัวเลือกเดียว
และย้ำเตือนว่าอย่ามาทำท่าทีแบบก่อนหน้านี้อีก
ตูตูตูย่อมเข้าใจเหตุผลนี้ สุดท้ายจึงรีบพยักหน้าแล้วกล่าว “อาจารย์ฉินคะ ท่านวางใจเถอะค่ะ ฉันจะต้องจัดการให้ท่านเป็นอย่างดีแน่นอนค่ะ!”
สิทธิ์ในการไลฟ์สดนี้ไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไร ถึงแม้จะไม่เปิดให้คนภายนอกเข้า แต่ก็ไม่ได้บอกว่าห้ามไลฟ์สด ด้วยความสามารถของครอบครัวของเธอ อยากจะจัดการย่อมไม่ได้ยากอะไร
ส่วนเงื่อนไขที่สอง ก็ยิ่งไม่ใช่ปัญหาอะไรแล้ว
เธอที่ตระหนักถึงความสำคัญของฉินเยี่ยเป็นที่เรียบร้อย จะไปมีท่าทีแบบก่อนหน้านี้ได้ก็แปลกแล้ว