- หน้าแรก
- ไลฟ์สดประเมินสวรรค์
- บทที่ 110 ตำราที่ตกทอดจากบรรพบุรุษ
บทที่ 110 ตำราที่ตกทอดจากบรรพบุรุษ
บทที่ 110 ตำราที่ตกทอดจากบรรพบุรุษ
ที่แพลตฟอร์มหู่ซามีประธานกรรมการคนหนึ่งชื่อว่าหลี่เหลียน
และยังเป็นผู้บงการเบื้องหลังของเหตุการณ์ในครั้งนี้
หลังจากที่ฉินเยี่ยสืบหาตัวการจนพบแล้ว เขากลับไม่ได้ไปจัดการอีกฝ่ายในทันที
เขาทำเพียงแค่โทรศัพท์ไปหาอีกฝ่ายเท่านั้น
“ท่านประธานหลี่ เรื่องในครั้งนี้ผมจะจำไว้เป็นอย่างดี”
ภายหลังเอ่ยประโยคสั้นๆ จบ ฉินเยี่ยก็วางสายไป
เพราะหลี่เหลียนเป็นคนที่ทำอะไรอย่างรอบคอบ ความรับผิดชอบทั้งหมดในครั้งนี้จึงถูกโยนไปให้เจียงเจิ้งอวิ๋นแต่เพียงผู้เดียว ต่อให้เขาบุกไปหาถึงที่ก็ไม่มีประโยชน์
อย่างไรเสียการจะตัดสินว่าใครมีความผิด ทางตำรวจก็ต้องการหลักฐาน เขาคงไม่สามารถเกลี้ยกล่อมให้ตำรวจเชื่อคำทำนายของตัวเองได้หรอกจริงไหม
“ท่านประธานหลี่ที่อาจารย์ฉินพูดถึงนี่คือใครกัน ฉันอยากรู้มากเลย!”
“ฟังดูแล้ว เหมือนเขาจะเป็นผู้บงการเบื้องหลังตัวจริงในครั้งนี้ แล้วทำไมอาจารย์ฉินถึงไม่ไปหาเขาโดยตรงล่ะ”
“ง่ายมาก ก็เพราะไม่มีหลักฐานไง ดูเจียงเจิ้งอวิ๋นคนนี้สิ อาจารย์ฉินมีหลักฐานในมือแน่นหนาถึงได้กล้ามาจัดการเขา”
“ผู้จัดการเจียงคนนี้มาจากแพลตฟอร์มหู่ซา แสดงว่าท่านประธานหลี่ก็น่าจะเป็นเจ้าของแพลตฟอร์มหู่ซาแน่ๆ!”
ในห้องไลฟ์สดเองก็คึกคักไม่แพ้กัน มีการคาดเดาต่างๆ นานาเกิดขึ้นไม่หยุด
ส่วนทางฝั่งหลี่เหลียน พอได้ยินประโยคนี้ของฉินเยี่ย เขาก็เข้าใจในทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น
“ไอ้เด็กเวร เราจะได้เห็นดีกัน!”
หลี่เหลียนเผยแววตาเย็นชา พึมพำกับตัวเองจบก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรออกไปสายหนึ่ง
ทางฝั่งฉินเยี่ย ภายหลังจัดการเรื่องทั้งหมดเสร็จสิ้น ก็กล่าวอำลาผู้ชมแล้วปิดไลฟ์สดทันที
[ติ๊ง! ไลฟ์สดสิ้นสุดลง ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ วันนี้การไลฟ์สดได้รับค่าความนิยมรวมสามสิบสามล้านคะแนน!]
[รายได้จากการไลฟ์สดของโฮสต์วันนี้คือ: 2,583,425 หยวน!]
[จำนวนผู้ติดตามที่เพิ่มขึ้นจากการไลฟ์สดของโฮสต์วันนี้คือ: 1,986,785 คน!]
เมื่อเทียบกับการประมูลครั้งก่อน รายได้และจำนวนผู้ติดตามที่เพิ่มขึ้นในครั้งนี้ของฉินเยี่ยลดลงอย่างเห็นได้ชัด
แต่เพียงเท่านี้ก็ถือว่ายอดเยี่ยมมากแล้ว
เงินสนับสนุนสองล้านห้าแสนหยวน ถือเป็นรายได้ทั้งปีของสตรีมเมอร์แถวหน้าหลายคนเลยทีเดียว
ส่วนจำนวนผู้ติดตามที่เพิ่มขึ้นนั้นยิ่งไม่ต้องพูดถึง หลายคนใช้เวลาสองสามปีก็ยังได้ผู้ติดตามไม่เท่าที่ฉินเยี่ยได้รับในวันเดียว!
และนี่ก็คือเหตุผลสำคัญที่ทำให้หลี่เหลียนยอมแม้กระทั่งใช้วิธีการฆ่าคน เพื่อกำจัดฉินเยี่ยให้สิ้นซาก
...
ตีสาม
บนยอดเขาเปลี่ยวแห่งหนึ่งในเมืองหลินเจียง มีชายวัยกลางคนสองคนกำลังขุดอะไรบางอย่างอย่างลับๆ ล่อๆ
“ที่นี่มีสุสานจริงๆ เหรอ”
ชายวัยกลางคนคนหนึ่งถามขึ้น
“ตำราที่บรรพบุรุษของฉันทิ้งไว้ให้จะผิดได้ยังไง ตราบใดที่ขุดเจอสุสานโบราณแห่งนี้ แค่หยิบของออกมาได้ชิ้นเดียว พวกเราก็รวยเละแล้ว!”
“แต่สุสานโบราณแบบนี้จะมีเจียงซืออะไรพวกนั้นไหม แล้วยังมีจิ้นโผ หรือพวกแมลงซือเปียอะไรนั่นอีก”
*เจียงซือ คือ ผีดิบจีน
*จิ้นโผ เป็นอสูรกายสตรีที่น่าสยดสยองจากนิยายเรื่อง "บันทึกจอมโจรแห่งสุสาน"
*แมลงซือเปีย เป็นอีกหนึ่งอสูรกายสุดสยองที่เป็นเอกลักษณ์ของนิยายเรื่อง "บันทึกจอมโจรแห่งสุสาน"
เห็นได้ชัดว่าชายวัยกลางคนคนนี้อ่านนิยายมาไม่น้อย ถึงได้รู้จักเรื่องพวกนี้
ส่วนชายวัยกลางคนอีกคนกลับชำเลืองมองเขาอย่างดูแคลนแล้วพูดว่า “เหลวไหลน่า จะมีเจียงซือจิ้นโผอะไรกัน ตอนนี้เราต้องเชื่อในวิทยาศาสตร์! ข้างในก็มีแค่ศพคนตายกับกองสมบัติที่จะทำให้เรารวยเท่านั้นแหละ แกจะขุดหรือไม่ขุด”
“ขุด! ฉันขุด!”
แม้ชายวัยกลางคนคนนี้จะหวาดกลัว แต่ก็ไม่อาจต้านทานสิ่งยั่วยวนของคำว่า ‘ร่ำรวย’ ได้ เขาจึงเริ่มลงมือขุดต่อ
พวกเขาขุดดินออกไปทีละชั้น ไม่นานก็พบแผ่นป้ายสุสานแผ่นหนึ่ง
แผ่นป้ายสุสานนี้กลับซ่อนอยู่ใต้ดิน!
เมื่อเห็นดังนั้น ทั้งสองพลันยินดีขึ้นมาในใจ ก่อนจะลงมือขุดต่อไป
สุสานแห่งนี้ใหญ่มาก พวกเขาต้องขุดลึกลงไปถึงสามเมตร จึงจะเห็นปากทางเข้าสุสาน
พวกเขาไม่ใช่โจรปล้นสุสานมืออาชีพ จึงไม่รู้วิธีหาทางเข้าเล็กๆ ทำได้เพียงนำค้อนปอนด์มาทุบปากทางเข้าสุสานให้เปิดออกโดยตรง!
“ฟู่!”
พอปากทางเข้าสุสานถูกทุบเปิดออก กลิ่นเหม็นเน่าก็พวยพุ่งออกมาทันที ทำเอาทั้งสองคนแทบจะอาเจียน
เมื่อมองเข้าไปข้างในที่มืดมิด ชายวัยกลางคนคนเดิมก็เริ่มใจฝ่ออีกครั้ง รีบพูดขึ้นว่า “หรือว่าเราจะไปหาคนมาเพิ่มอีกสักสองคนดี สุสานใหญ่ขนาดนี้ สมบัติข้างในต้องไม่น้อยแน่ พอให้พวกเราแบ่งกันได้สบายๆ”
“ก็ได้”
แม้ว่าชายวัยกลางคนอีกคนจะอยากฮุบสมบัติไว้คนเดียว แต่ข้างในก็น่าขนลุกอยู่บ้างจริงๆ
ถึงแม้เขาจะเป็นคนที่ไม่เชื่อเรื่องผีสาง แต่ในตอนนี้ก็ยังรู้สึกขนหัวลุก
ทั้งสองคนรีบไปเรียกชายวัยกลางคนที่ว่างงานอีกสองคนในหมู่บ้านมาสมทบ ทั้งสี่คนถือไฟฉายสองสามกระบอกแล้วเดินเข้าไปในสุสาน
สุสานแห่งนี้เพียงแค่จากปากทางเข้าไปด้านใน ก็ต้องเดินไปยี่สิบกว่าเมตร ระหว่างทางมีบันไดหลายช่วงทอดตัวลึกลงไปเบื้องล่าง
จากสภาพที่เห็น ดูเหมือนว่าภูเขาทั้งลูกนี้จะเป็นสุสานขนาดมหึมา
“ดูนั่นสิ ข้างหน้ามีโครงกระดูก!”
ชายวัยกลางคนคนหนึ่งร้องอย่างตกใจ
จากนั้นทุกคนต่างส่องไฟฉายไปทางนั้น และก็พบโครงกระดูกมนุษย์จริงๆ ร่างหนึ่งนอนพิงอยู่กับผนังหิน
ทุกคนพลันกลืนน้ำลายลงคอ ในใจเริ่มคิดจะถอยกลับ
“พวกนายรีบมาดูนี่เร็ว!”
ชายวัยกลางคนอีกคนพบของดีชิ้นหนึ่ง
ที่แท้ ข้างๆ โครงกระดูกยังมีจี้หยกชิ้นหนึ่งวางอยู่ จี้หยกชิ้นนี้ใสกระจ่าง รูปทรงแปลกตา ต่อให้เป็นคนดูไม่เป็นอย่างพวกเขาก็ยังรู้ว่าต้องมีราคาสูงมากแน่ๆ
“ให้ตายเถอะ ของชิ้นนี้อย่างน้อยก็ต้องมีค่าหลายหมื่นแน่ๆ ใช่ไหม”
“หลายหมื่นอะไรกัน ก่อนหน้านี้ฉันเคยดูคลิปในเน็ต ของแบบนี้ขายได้หลายล้านเลยนะ!”
“หลายล้าน!”
ทั้งสี่คนสบตากัน ต่างก็เห็นแววตาแห่งความโลภของอีกฝ่าย
ปกติพวกเขาแค่บุหรี่ก็ยังกล้าสูบแค่ยี่ห้อหงซวงสี่ราคาห้าหยวน เงินหลายล้านหยวนสำหรับพวกเขาแล้ว เป็นจำนวนเงินที่ไม่อาจจินตนาการได้
ตอนนี้แค่เก็บของได้ชิ้นเดียวก็มีมูลค่าหลายล้านแล้ว ใครจะไปรู้ว่าข้างล่างยังมีของดีอีกมากมายขนาดไหน!
“ไป ไปต่อ!”
บางครั้งความโลภของมนุษย์ก็สามารถเอาชนะความกลัวได้ ทั้งสี่คนจึงมุ่งหน้าลงไปด้านล่างที่ลึกขึ้นเรื่อยๆ ทันที
ระหว่างทางพวกเขายังเห็นโครงกระดูกอยู่ไม่น้อย และบนโครงกระดูกแต่ละร่างก็มักจะมีสมบัติติดตัวอยู่บ้างไม่มากก็น้อย
สมบัติเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องดูก็รู้ว่ามีค่ามหาศาล พวกเขาจึงยิ่งละโมบมากขึ้น และเดินลึกลงไปเรื่อยๆ
ภายหลังเดินไปได้ประมาณสองร้อยเมตร พวกเขาก็มาถึงหน้าประตูบานใหญ่
นี่คือประตูหินบานหนึ่งที่ดูหนักอึ้ง แม้จะเปิดได้ไม่ยาก แต่ตามประสบการณ์จากการเล่นเกมของพวกเขา ข้างในนี้ต้องเป็นสถานที่ที่มีสมบัติมากที่สุดอย่างแน่นอน
เดิมทีพวกเขาคิดจะทุบประตูหินให้พัง แต่พอลองผลักเบาๆ ประตูหินบานนี้กลับเปิดออกเอง เผยให้เห็นภาพด้านในที่ปรากฏสู่สายตา
ณ ใจกลางของพื้นที่แห่งนั้นมีโลงศพใบหนึ่งตั้งตระหง่านอยู่ และบริเวณรอบๆ โลงศพก็มีโครงกระดูกมนุษย์กองสุมอยู่เต็มไปหมด ดูน่าขนลุกและน่าสะพรึงกลัวอย่างถึงที่สุด
แต่สายตาของพวกเขากลับไม่ได้จับจ้องไปที่โครงกระดูกและโลงศพเหล่านั้นเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม ดวงตาทุกคู่กลับจับจ้องไปยังสมบัติล้ำค่าที่อยู่รายล้อมอย่างเป็นประกาย
ข้างในนี้ไม่ได้มีเพียงวัตถุโบราณ แต่ยังมีของอย่างก้อนทองคำอีกมากมาย ทองคำก้อนหนึ่งคาดว่าน่าจะมีมูลค่าหลายแสน ไม่ต้องพูดถึงว่าที่นี่มีก้อนทองคำอยู่นับไม่ถ้วน!
“พี่น้องทั้งหลาย พวกเรารวยแล้ว!”
ชายวัยกลางคนคนหนึ่งตะโกนอย่างตื่นเต้น
ครั้งนี้พวกเขาจะได้รวยกันจริงๆ แล้ว!
เมื่อมีของล้ำค่าเหล่านี้ พวกเขาก็จินตนาการได้แล้วว่าชีวิตหลังจากนี้จะสุขสบายมากเพียงใด!
ถึงตอนนั้นได้เที่ยวเล่นกับสาวสวย ดื่มสุราดีๆ อยู่ในคฤหาสน์หรู ขับรถสปอร์ต จะมีอะไรสุขใจไปกว่านี้อีกหรือ
“มาๆๆ รีบขนไปเร็วเข้า อย่าให้พวกตำรวจมาเจอก่อนล่ะ!”
การปล้นสุสานเช่นนี้เป็นเรื่องผิดกฎหมาย แน่นอนว่าพวกเขารู้ดี ดังนั้นจึงต้องรีบจัดการให้เสร็จสิ้น
แต่ขณะที่คนกลุ่มนี้กำลังลงมือ โลงศพที่ตั้งอยู่ตรงกลางกลับขยับขึ้นมา...