- หน้าแรก
- ไลฟ์สดประเมินสวรรค์
- บทที่ 060 ฉวยโอกาสแต๊ะอั๋งอาจารย์ฉิน
บทที่ 060 ฉวยโอกาสแต๊ะอั๋งอาจารย์ฉิน
บทที่ 060 ฉวยโอกาสแต๊ะอั๋งอาจารย์ฉิน
“เชี่ย! เชี่ย! นี่มันอะไรวะเนี่ย สเปเชียลเอฟเฟกต์เหรอ ใครก็ได้บอกทีว่านี่คือสเปเชียลเอฟเฟกต์ใช่ไหม”
“สเปเชียลเอฟเฟกต์บ้านแกสิ อาจารย์ฉินของเราไลฟ์สดทุกครั้งนะ ไลฟ์สดที่ไหนเขาทำเอฟเฟกต์ให้แกดู”
“ใครช่วยอธิบายหน่อยได้ไหมว่านี่มันเกิดอะไรขึ้น ฉันรู้สึกว่าโลกทัศน์ของฉันกำลังจะพังทลายแล้ว!”
“พี่สาวคนนี้ไม่ได้อ้าปากเลยด้วยซ้ำ แถมยังไม่เหมือนว่ามีลำโพงอยู่แถวนี้เลย!”
“หรือจะเป็นการพูดโดยไม่ขยับปาก อาจจะใช่ก็ได้นะ!”
“แล้วแสงสีทองพวกนี้มันคืออะไร ไหนอธิบายให้ฉันฟังหน่อยสิ”
ทั้งห้องไลฟ์สดตกอยู่ในความบ้าคลั่งทันที คอมเมนต์นับไม่ถ้วนเลื่อนขึ้นเต็มหน้าจอไม่หยุด
ใช่แล้ว พวกเขาไม่เคยเห็นภาพแบบนี้มาก่อนจริงๆ!
ขนาดแฟนคลับที่เอาแต่ป่าวประกาศว่าเชื่อในวิทยาศาสตร์ ตอนนี้ยังแทบคลั่ง ให้ตายเถอะ มันสุดยอดเกินไปแล้ว!
ก็ยังคงเป็นคำพูดเดิม ต่อให้นี่จะเป็นการแสดง ต่อให้จะเป็นสเปเชียลเอฟเฟกต์ พวกเขาก็ชอบดู และรู้สึกว่ามันสุดยอดอยู่ดี!
และในตอนนี้หลิวซวงที่ยืนอยู่ท่ามกลางแสงสีทอง เธอเผยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว
เสียงนั้นดังออกมาจากร่างกายของเธอจริงหรือไม่ ตัวเธอเองย่อมรู้ดีที่สุด
เพียงแต่เธอคิดเท่าไรก็คิดไม่ออกว่าเสียงนี้มันดังออกมาจากที่ไหนกันแน่
ช่องท้อง?
หรือว่าสมอง?
เธอคิดไม่ออก และยังสัมผัสไม่ได้ ตอนนี้เธอทำได้เพียงยืนนิ่งตัวแข็งทื่ออยู่กับที่ด้วยความหวาดกลัว
แสงสีทองไหลเวียนอยู่บนผิวของเธอ ควันดำพวยพุ่งออกมาจากร่างของเธอเป็นระยะๆ เสียงคำรามที่น่าใจหายนั้นก็ดังขึ้นอยู่ตลอดเวลา
ภายหลังผ่านไปประมาณหนึ่งนาที แสงสีทองและเสียงคำรามก็ค่อยๆ จางหายไป
หลิวซวงถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
เมื่อมองไปที่ใบหน้างดงามของเธออีกครั้ง ก็พบว่ามันชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็น
นี่คือการไลฟ์สด ถ้าจะบอกว่าเป็นการแสดงก็คงจะแนบเนียนเกินไปแล้ว เพราะตั้งแต่ต้นจนจบพวกเขาก็ไม่เห็นว่าหลิวซวงขยับตัวเลย
นั่นก็หมายความว่า ถ้าทั้งหมดนี้เป็นการแสดง หลิวซวงก็ต้องอินเข้าไปในบทบาทที่เพิ่งจะจัดฉากขึ้นมาโดยสิ้นเชิง ถึงจะสามารถมีเหงื่อเย็นออกมามากขนาดนี้ได้
“ยอดผู้ชมสูงถึงสี่ล้านแล้ว!”
จางอวี่เซวียนที่นั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ มองดูข้อมูลหลังบ้านด้วยความตกตะลึง
เพียงเพราะหัวข้อไลฟ์ว่า ‘จับผี’ ยอดผู้ชมก็พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว หลายคนอดไม่ได้ที่จะคลิกเข้ามาด้วยความอยากรู้
และพอเห็นเนื้อหาที่ปรากฏ ก็จะถูกดึงดูดอย่างลึกซึ้ง จนทำให้คนในห้องไลฟ์สดนี้ยิ่งมีมากขึ้นเรื่อยๆ
ส่วนทางแพลตฟอร์มไลฟ์สดแพนด้าก็รู้หน้าที่ดีมาก หลังเจอสถานการณ์แบบนี้แล้ว ก็รีบเปิดช่องทางการโปรโมตทั้งหมด นำห้องไลฟ์สดของฉินเยี่ยไปไว้บนแพลตฟอร์มใหญ่ๆ
ด้วยเหตุนี้ ยอดผู้ชมของฉินเยี่ยจึงยิ่งเพิ่มขึ้นด้วยความเร็วราวกับจรวด ทุกครั้งที่รีเฟรช ก็จะมีคนเข้ามาเพิ่มอีกหนึ่งแสนคน!
“เพิ่งมาใหม่ครับ อยากจะถามว่าผีอยู่ที่ไหน”
“คุณมาช้าเกินไปแล้ว อาจารย์ฉินจับผีเสร็จแล้วคุณถึงจะมา!”
“ให้ตายเถอะ ไลฟ์สดนี้เพิ่งจะเริ่มได้ไม่ถึงชั่วโมงเลยไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงจบแล้วล่ะ”
“เชี่ย! ฉันได้ยินว่าจับผีถึงได้มา ตอนนี้มาบอกว่าไม่มีแล้วเหรอ!”
แต่เมื่อมีผู้ชมหน้าใหม่หลั่งไหลเข้ามา ปัญหาก็เกิดขึ้นทันที
เพราะหลายคนที่เพิ่งเข้ามายังไม่เห็นอะไรเลย!
“อาจารย์ฉินคะ ขอบคุณค่ะ ขอบคุณมากจริงๆ ค่ะ”
พอหลิวซวงได้สติ เธอก็รีบกล่าวขอบคุณฉินเยี่ย
ท่ามกลางเสียงบ่นของผู้ชมหน้าใหม่ ฉินเยี่ยกลับส่ายหน้าแล้วพูดว่า “ยังไม่จบครับ”
“เชี่ย! ยังไม่จบเหรอ จะมีอะไรที่ตื่นเต้นกว่านี้อีกไหม”
“ฉันก็รู้ว่าอาจารย์ฉินไม่มีทางทำให้ผิดหวัง ตอนนี้สายตาของฉันไม่กล้าละไปจากหน้าจอแม้แต่วินาทีเดียว!”
“มีแค่ฉันคนเดียวหรือเปล่าที่สงสัย กลางวันแสกๆ แบบนี้ ผีจะออกมาได้ยังไง”
“ใช่เลยค่ะ ผีต้องออกมาตอนกลางคืนสิ ตอนนี้บ่ายโมงแล้ว แปลกไปหน่อยไหมคะ”
เมื่อเห็นประโยคคำถามมากมายในห้องไลฟ์สด ฉินเยี่ยก็ยิ้มบางๆ แล้วพูดว่า “ใครบอกพวกคุณว่าผีจะออกมาแค่ตอนกลางคืนครับ ความจริงกับข่าวลือจะเหมารวมกันไม่ได้ ถึงแม้ตอนกลางวันจะส่งผลกระทบต่อผีจริงๆ แต่ในสถานที่และเงื่อนไขพิเศษ ก็สามารถเคลื่อนไหวในตอนกลางวันได้ครับ”
“ถ้างั้นอาจารย์ฉินคะ แล้วผีอีกตนอยู่ที่ไหนคะ”
ใจที่เคยสงบลงแล้วของหลิวซวง ตอนนี้กลับมาเต้นระรัวอีกครั้ง ถ้าไม่ใช่เพราะฉินเยี่ยอยู่ข้างๆ เธอคงจะรีบซ่อนตัวในผ้าห่มแล้ว
ส่วนฉินเยี่ยกลับเหลือบมองไปที่ประตูแล้วถามว่า “พวกคุณลืมไปแล้วเหรอครับว่าเมื่อครู่มีคนเคาะประตูอยู่ข้างนอก”
“เฮือก!”
พอได้ยินฉินเยี่ยพูดแบบนี้ ผู้ชมที่ดูมาตั้งแต่แรกและหลิวซวงต่างก็อดไม่ได้ที่จะสูดลมหายใจเข้าลึก
ขนทั่วร่างกายของพวกเขาลุกชัน ความหนาวยะเยือกที่เสียดแทงไปถึงกระดูกแผ่ซ่านขึ้นมาจากกระดูกสันหลัง
ใช่แล้ว!
พวกเขามัวแต่สนใจการทำพิธีของฉินเยี่ย จนเกือบจะลืมไปแล้วว่าเมื่อครู่มี ‘คน’ แปลกๆ เคาะประตูอยู่ข้างนอก เดี๋ยวก็เป็นฝ่ายจัดการอาคาร เดี๋ยวก็เป็นพี่ของหลิวซวง
“อาจารย์... อาจารย์ฉินคะ ท่านจัดการได้ใช่ไหมคะ”
พอหลิวซวงนึกถึงหน้าผีเมื่อวาน ในใจก็หวาดกลัวอย่างถึงที่สุด
ถึงแม้เธอจะเชื่อใจฉินเยี่ยมาก แต่ในฐานะคนธรรมดา โดยเฉพาะผู้หญิง เมื่อเจอเรื่องแบบนี้ย่อมต้องหวาดกลัวเป็นธรรมดา
“ถ้าผมจัดการไม่ได้ แล้วผมจะมาทำไมล่ะครับ” ฉินเยี่ยถามกลับ
คำพูดนี้ทำให้หลิวซวงใจชื้นขึ้นมาไม่น้อย แต่เธอก็ยังคงกอดแขนของฉินเยี่ยไว้แน่น ไม่กล้าห่างจากเขาแม้แต่น้อย
ด้วยรูปร่างที่งดงามของเธอ การกอดรัดเช่นนี้ทำให้ส่วนที่ไม่ควรสัมผัสกลับสัมผัสกันจนได้
“เชี่ย! ผู้หญิงคนนี้ฉวยโอกาสแต๊ะอั๋งอาจารย์ฉินของเรา!”
“ชั่วขณะหนึ่งฉันไม่รู้ว่าจะอิจฉาใครดี!”
“คนข้างบน ฉันเห็นไอดีเอ็งเป็นผู้ชายนะ นี่ไม่ค่อยจะปกติหรือเปล่า”
“ฉันก็อยากจะกอดอาจารย์ฉินแบบนี้เหมือนกัน!”
ถ้าเปลี่ยนเป็นสตรีมเมอร์คนอื่น แน่นอนว่าต้องพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าฝ่ายชายฉวยโอกาส
แต่พอมาถึงทางฝั่งฉินเยี่ย กลับกลายเป็นเรื่องแปลกประหลาด
กลายเป็นทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าหลิวซวงกำลังแต๊ะอั๋งฉินเยี่ย!
หลิวซวงไม่รู้เรื่องนี้เลย ก็แน่ล่ะ ตอนนี้เธอไม่มีกะจิตกะใจจะไปคิดเรื่องอื่นแล้ว
เธอที่อยู่ในที่เกิดเหตุ สามารถสัมผัสได้ถึงไออันน่าสะพรึงกลัวนั้นได้อย่างแท้จริง
ไอเย็นยะเยือกแบบนี้ไม่ใช่ความหนาวเย็นธรรมดา แต่มันเป็นความหนาวที่เยือกเย็นเข้าไปถึงกระดูกและสมอง!
“คุณปล่อยผมก่อนเถอะครับ แบบนี้ผมทำงานไม่สะดวก”
ฉินเยี่ยลูบจมูก
ไม่ใช่ว่าสถานการณ์แบบนี้จะทำงานไม่ได้เลย เพียงแต่... หน้าอกของหลิวซวง... มันนุ่มนิ่มเกินไป เขาแทบจะควบคุมตัวเองไม่อยู่
ในใจของหลิวซวงรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย แต่ก็เข้าใจว่าตัวเองเกะกะจริงๆ ทำได้เพียงปล่อยฉินเยี่ย
ส่วนฉินเยี่ยกลับมาถึงข้างประตูอย่างรวดเร็ว แล้วนำยันต์บนประตูนั้นลงมา
“ตาย!”
เสียงคำรามดังก้องมาจากนอกประตูทันที ตามมาด้วยเงาดำกึ่งโปร่งใสที่มีใบหน้าผีอันน่าสะพรึงกลัว พุ่งเข้ามาหมายจะสังหารในพริบตา!
เสียงที่คำรามออกมาจากปากของมัน ไม่ได้ออกเสียงว่า ‘ตาย’ อย่างชัดเจน แต่เป็นเสียงโหยหวนที่ฟังดูคล้ายกันมาก
ภาพที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้ทำให้ในห้องไลฟ์สดเงียบลงทันที ไม่มีคอมเมนต์ปรากฏขึ้นมาแม้แต่อันเดียว
“กรี๊ด!”
หลิวซวงที่ยืนอยู่ข้างหลัง ตอนนี้ส่งเสียงกรีดร้องออกมาด้วยความกลัว